“คุณหนู ข้าน้อยคิดว่าท่านจะไม่ยกโทษให้ข้าน้อยแล้วเสียอีก...คุณหนู...ฮือๆๆ...”
ฉิงคงร่ำไห้จนดวงตาแดงก่ำ บวมปูดราวกับลูกเหอเถา [1] ฮวาเหยียนแทบทนมองมิไหว
“พอแล้ว หยุดร้องเถิด กินยาให้หมดก่อน”
ฮวาเหยียนกล่าว
คุณหนูใหญ่อ่อนโยนเช่นนี้ยิ่งทำให้ฉิงคงมิอาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีก คุณหนูใหญ่สูญเสียความทรงจำ ไม่ว่าเื่ใดล้วนจำไม่ได้ แม้กระทั่งตัวฉิงคงเอง นางก็ลืมสิ้น ทว่าคุณหนูกลับยังคงใจดีกับตนถึงเพียงนี้ ฮือ...
“คุณหนูใหญ่ ขออภัยเ้าค่ะ...ข้าน้อยขออภัยจริงๆ เป็ฉิงคงเองที่ไม่ดี มิอาจปกป้องท่านได้ คุณหนูใหญ่ ที่จริงฉิงคงไม่มีหน้าให้กลับมาด้วยซ้ำ...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว”
ฮวาเหยียนเอ่ยขัดคำของฉิงคง อีกฝ่ายยังเป็คนไข้ ได้รับาเ็สาหัสบริเวณหัวใจ ไฉนเลยจะปล่อยให้เกิดอารมณ์กระทบกระเทือนจิตใจได้?
“มิใช่ความผิดของเ้า มีคน้าทำร้ายพวกเรา เ้าวางใจเถิด ข้าจะต้องหาผู้ที่ลงมือออกมาให้ได้ อารมณ์ของเ้าไม่ควรตื่นตระหนกนัก ดื่มยาเข้าไปก่อนเถิด รักษาร่างกายให้แข็งแรง เ้ายังคงเป็สาวใช้อันดับหนึ่งเคียงข้างข้า ข้า้าเ้า”
ฮวาเหยียนตบมือของฉิงคงเบาๆ ปลอบประโลมนาง
ฉิงคงเกือบคิดว่าตนเองหูฟาด ว่าอย่างไรนะ? มีคน้าทำร้ายพวกเรา...เื่นี้นางย่อมทราบดี
ทว่าคุณหนูบอกให้นางรักษาาแให้ดี และนางยังคงเป็สาวใช้อันดับหนึ่งข้างกาย คุณหนูเต็มใจที่จะเก็บนางเอาไว้หรือ? อีกทั้งยังบอกว่า้านาง? นี่เป็เื่จริงหรือ? มิใช่ว่านางฝันไปหรอกกระมัง?
“คุณหนู ท่านพูดจริงหรือเ้าคะ? ท่านยังเต็มใจจะเก็บฉิงคงไว้หรือเ้าคะ?”
นางถามอย่างไม่อาจเชื่อ
ฮวาเหยียนพยักหน้า
เื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนมิใช่ความผิดของสตรีผู้นี้ กลับกัน นางเองก็เป็ผู้ที่ถูกทำร้ายเช่นกัน แต่สุดท้ายกลับถูกกล่าวหาว่าไม่มีกำลังพอจะปกป้องเ้านาย ทำให้ถูกขับไล่ออกจากจวน แบกรับโทสะที่ถูกระบายใส่
นางยังคงยืนยันคำเดิม จิตใจที่ซื่อสัตย์นั้นยากจะร้องขอ นางเชื่อว่าหากมู่อันเหยียนตัวจริงยังคงมีชีวิตอยู่ สาวใช้ผู้นี้ก็คงอยู่เคียงข้างนางต่อไปเช่นกัน
เมื่อได้รับคำยืนยัน ฉิงคงพลันร้องไห้ไปหัวเราะไป นางซาบซึ้งและตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง
เดิมทีนางคิดว่าตนเองคงมิอาจอยู่เคียงข้างคุณหนูได้อีกต่อไปแล้ว การใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ มาตลอดสี่ปีอย่างอดทนอดกลั้น เพียงเพื่อรอคอยวันที่คุณหนูใหญ่จะหวนคืนกลับมา ปรารถนาจะเห็นว่าคุณหนูมีชีวิตที่สุขสบายไร้เภทภัย ปรารถนาจะเตือนนางให้ระวังคุณหนูรอง...
แต่ไม่เคยคาดหวังว่าตนเองจะสามารถกลับมาทำหน้าที่เดิมได้อีกครั้ง
“เช่นนั้นคุณหนู ท่านเชื่อคำพูดของฉิงคงใช่หรือไม่เ้าคะ คุณหนูรอง นาง...นางมิใช่คนดี”
ฉิงคงกัดฟันพูดขึ้นมาอีกครั้ง
ทันทีที่สิ้นเสียง พลันเห็นดวงตาของฮวาเหยียนมีประกายบางเบาวาบผ่าน “อืม ข้าจะระวัง”
คำพูดไม่กี่คำนี้บ่งบอกความคิดของนางได้อย่างชัดเจน ฉิงคงอึ้งไปเล็กน้อย ไม่กล้าเชื่ออยู่บ้างว่าคุณหนูใหญ่จะตอบรับนางเช่นนี้ อย่างไรก็เป็ความรักในครอบครัวของพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่ยังเล็ก เคยสนิทสนมกันถึงเพียงนั้น เมื่อก่อนนางก็เคยเตือนคุณหนูเช่นนี้ ทว่าคุณหนูกลับไม่ชอบฟัง...
ยามนี้ คุณหนูเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน
ยังคงเป็คิ้วตาที่คุ้นเคย ดวงหน้าโฉมสะคราญผุดผาด แต่เป็ความงามที่เฉียบคมกว่าเดิมเล็กน้อย
เป็เช่นนี้ก็ดี นางชอบคุณหนูที่เป็เช่นนี้...
...
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองมาขอพบเ้าค่ะ พวกข้าน้อยห้ามเอาไว้ไม่อยู่แล้วเ้าค่ะ...!”
“คุณหนูรอง ท่านเข้าไปมิได้นะเ้าคะ คุณหนูใหญ่สั่งเอาไว้แล้ว...”
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาจริงๆ
เสียงกระวนกระวายของสาวใช้ทั้งสองดังขึ้นนอกประตู พร้อมกับเสียงตำหนิอย่างขุ่นเคืองของมู่ชิงอวิ้น
“พวกเ้า หลบไปให้พ้น!”
“พี่หญิง ท่านอยู่ในนั้นหรือไม่เ้าคะ?”
เสียงของมู่ชิงอวิ้นแฝงการสะอื้นไห้
เกิดอันใดขึ้นอีกเล่า?
คิ้วของฮวาเหยียนกระตุกอย่างแทบไม่ทันได้สังเกต นางหยัดกายลุกขึ้น
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูรอง นาง...”
ฉิงคงรู้สึกลนลานกว่านางนัก ร่างกายเหยียดตรงโดยมิตั้งใจ รีบเข้าไปปกป้องนางราวกับแม่ไก่ทันที ทว่าเนื่องจากใช้แรงมากเกินไป จึงกระทบกระเทือนาแของตนเองเข้า สาวใช้ตัวน้อยเจ็บจนใบหน้าซีดเผือด
“นอนลงเสีย เ้าลนลานอันใด ดื่มยาให้หมด ข้าจะออกไปดูเอง”
ฮวาเหยียนคว้าชามยามาวางลงในมือของฉิงคง ก่อนที่นางจะลุกขึ้นและเดินออกไป
ประตูส่งเสียงเอี๊ยดเปิดออก ทั้งสามคนที่อยู่ด้านนอกพลันหันมองทันที
เห็นเพียงใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นที่เปี่ยมด้วยโทสะ และสาวใช้สองคนที่พยายามจะหยุดนางเอาไว้
“เกิดเื่อันใดขึ้น?”
ฮวาเหยียนขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้า ก่อนจะกล่าวอย่างเ็า
นางรู้สึกว่ามู่ชิงอวิ้นนับวันยิ่งไร้กฎเกณฑ์ กลางวันแสกๆ กลับร้องแรกแหกกระเชอวิ่งมาที่จวนของนาง
“พี่หญิง อวิ้นเอ๋อร์มาพบท่านเพราะมีเื่เ้าค่ะ”
มู่ชิงอวิ้นลืมตาขึ้น ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจยิ่ง
ฮวาเหยียนเพียงรู้สึกรำคาญเท่านั้น เหตุใดน้องรองของนางจึงเอาแต่ร่ำไห้ ทำเป็แค่ท่าทีบอบบางน่าสงสาร! นางมิใช่บุรุษ ยิ่งไม่สนใจความงามอ่อนช้อยดั่งดอกสาลี่ต้องฝนเยี่ยงนี้!
“เกิดเื่ใดขึ้นอีกเล่า?”
มู่ชิงอวิ้นฟังออกว่าน้ำเสียงของฮวาเหยียนแฝงการหมดความอดทน ดังนั้นนางจึงยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ นางกัดริมฝีปาก หยาดน้ำตาเอ่อคลอคล้ายจะร่วงอยู่รอมร่อ ทว่ากลับนิ่งเงียบไม่พูดคำใด
จริงๆ เลย...
“พวกเ้าถอยออกไปก่อน”
ฮวาเหยียนโบกมือ สาวใช้ทั้งสองโค้งคำนับ ก่อนจะถอยกลับอย่างเชื่อฟัง
“เอาล่ะ ตอนนี้ไม่มีผู้ใดแล้ว เ้ามีเื่อันใดก็กล่าวออกมาเถิด”
ฮวาเหยียนเอ่ยปาก
ทว่ากลับเห็นมู่ชิงอวิ้นมีท่าทีสับสน ลังเลไม่ยอมพูด สุดท้ายยังมิได้กล่าวอันใดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงเสียก่อน ได้ยินเพียงนางสะอึกสะอื้นกล่าวว่า “พี่หญิง เมื่อครู่ท่านพ่อกลับจวนมา บอกกับข้าว่าจะไม่มีการอภิเษกสมรสอีกต่อไปแล้ว เื่นี้จริงหรือไม่เ้าคะ?”
ที่แท้ก็เป็เื่นี้ นางรู้ข่าวั้แ่เมื่อสามวันก่อน ทว่าเพราะเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนมิได้ออกไปที่ใด อีกทั้งไม่มีเหตุผลให้ต้องไปแจ้งมู่ชิงอวิ้นเป็พิเศษ คิดเพียงว่าท่านพ่อคงบอกกล่าวน้องรองเอง แต่กลับไม่นึกว่าจะช้าไปถึงสามวัน
ดูเหมือนว่าเป็ท่านพ่อที่แจ้งแก่ท่านอารอง
มู่ชิงอวิ้นยังคงรอคอยคำตอบจากนางด้วยน้ำตาคลอเบ้า ท่าทางกระวนกระวายเล็กน้อยคล้ายกำลังตั้งตารอบางสิ่ง
“อืม เป็เื่จริง”
คำพูดของฮวาเหยียนสั้นกระชับ นางเอ่ยตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแต่อย่างใด
หลังสิ้นเสียงก็เห็นน้ำตาที่เอ่อล้นร่วงลงมาเป็สายจากดวงตาของมู่ชิงอวิ้นทันที เืฝาดบนใบหน้าของนางพลันซีดจาง ร่างทั้งร่างแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับสูญเสียจิติญญา
“เ้ามิเป็ไรใช่หรือไม่?”
ฮวาเหยียนอยากกลับเข้าห้องเต็มที ทว่าเมื่อเห็นท่าทีะเืใจอย่างหนักของอีกฝ่าย ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกไปหนึ่งคำ
มู่ชิงอวิ้นเงยหน้าขึ้นอย่างมึนงง นางมองตรงไปที่ฮวาเหยียน “หะ เหตุใดเล่า? เป็ฮ่องเต้ทรงกลับคำหรือเ้าคะ? หรือว่า...?”
หรือเป็เพราะเดิมทีพวกท่านก็มิได้้าให้ข้าแต่งกับองค์รัชทายาทอยู่แล้ว ดังนั้นจึงปฏิเสธข้อเสนอราชโองการอภิเษกสมรสจากองค์ฮ่องเต้ ยามคิดถึงความเป็ไปได้นี้ ดวงตารื้นน้ำของมู่ชิงอวิ้นพลันส่องประกายแหลมคม จ้องเขม็งไปที่ฮวาเหยียน
ฮวาเหยียนมีประสาทััฉับไว จึงสังเกตเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของมู่ชิงอวิ้นได้อย่างง่ายดาย พริบตานั้นสีหน้าของนางพลันเ็าลงทันที มู่ชิงอวิ้นกำลังใช้สายตาเช่นนี้จ้องมองนางหรือ?
“เ้าจะมองข้าเช่นนี้ไปเพื่ออันใด? มิใช่ว่าข้าไม่ยอมให้เ้าแต่งเป็ชายารองของตี้หลิงหานเสียหน่อย เป็ตี้หลิงหานเองที่ปฏิเสธการอภิเษกสมรสกับเ้า ตรัสว่าไม่้าแต่งงานกับเ้า”
ฮวาเหยียนพูดตรงๆ
เมื่อกล่าวจบ กลับเห็นสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความไม่เชื่อของมู่ชิงอวิ้น “พี่หญิง ท่าน ท่านโกหกข้า...?”
ฮวาเหยียน “...!”
“ข้าจะโกหกเ้าไปเพื่ออันใด? เื่นี้ท่านพ่อบอกกับข้าั้แ่เมื่อสามวันก่อนแล้ว บางครา่นี้ท่านพ่อคงยุ่งมากเกินไป จึงมิได้บอกเ้าด้วยตนเอง หากเ้าไม่เชื่อก็ไปถาม...”
ฮวาเหยียนยังมิทันกล่าวจบ พลันได้ยินเสียงกรีดร้องจากมู่ชิงอวิ้น นางปิดหูและส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “ข้าไม่ฟัง ข้าไม่อยากฟัง...ท่านกล่าววาจาเลื่อนเปื้อน ไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ...ฮือ เป็ไปไม่ได้...”
ฮวาเหยียน “...!”
สีหน้าของนางเ็ายิ่ง “มู่ชิงอวิ้น เ้าเป็บ้าไปแล้วหรือ?”
เชิงอรรถ
[1] ลูกเหอเถา 核桃 (hé táo) หมายถึง ลูกวอลนัต
