ทันใดนั้น ตำหนักหน้าของจวนรัชทายาทก็วุ่นวายเต็มที่ ส่วนเ้าสาวทั้งสองจากจวนเจิ้งอ๋องถูกคนรีบพาไปยังห้องของแต่ละคน ชั่วขณะนั้นอวิ๋นซีได้แต่เฝ้ามองกลุ่มคนที่สับสนวุ่นวาย มองหยวนอวี่ที่เ็ปจนล้มลงบนพื้น
นางรู้ เด็กคนนี้จักต้องคลอดออกมาก่อนกำหนดแน่ เพียงแต่ นางไม่รู้ว่าใครเป็คนลงมือ ขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าบุรุษข้างกายกำลังเล่นฝ่ามือตนอยู่ จู่ๆ นางก็หันมองเขา ในสมองปรากฏความคิดหนึ่งที่ทำให้คนตกตะลึง หรือว่า เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเป็เขา?
ชิวิเห็นภรรยาเป็เช่นนี้ก็รีบอุ้มคนขึ้นมาพร้ะโกนเสียงดัง “หมอล่ะ หมอล่ะ” ยามนี้ที่ได้กอดร่างภรรยา กายเขาก็ร้อนรุ่มไปทั้งร่างอย่างไม่อาจจะหักห้าม ถึงขนาดที่ในใจนึกอยากจะกระทำเื่ฉันสามีภรรยากับสตรีนางนี้เสียตรงนี้
อันที่จริงความรู้สึกแปลกๆ นี้ ตัวเขาเองก็ค้นพบว่าเป็ความผิดปกติที่มีมานานแล้ว ขอแค่เขาหรือหยวนอวี่ได้เข้าใกล้อีกฝ่ายหนึ่ง คนทั้งสองก็มักจะต้องโถมกายเข้าใส่กันและกัน ความรู้สึกนี้ ช่างทรมานเกินไปจริงๆ ขณะที่หยวนอวี่เองเมื่อถูกเขาอุ้มไว้ในอ้อมแขน ถึงแม้ท้องจะปวดมาก แต่ในท้องน้อยของนางกลับมีความร้อนสายหนึ่งโลดขึ้นเช่นกัน
นางกัดฟันด้วยความเ็ป มือกุมท้องตนเองไว้เบาๆ ได้แต่ต้องข่มกลั้นและอดทน “เจ็บ ชิวิ ข้าเจ็บมาก” แท้จริงแล้วในใจนางยังมีเสียงอีกสายที่กู่ร้องไม่หยุด ชิวิ ข้า้าท่าน
เพียงแต่ สติถูกความเ็ปเรียกให้ตื่น ทำให้ตอนนี้นางยังสามารถควบคุมตนเองได้
ทางด้านชายารัชทายาทลู่หลิงฉิงที่ได้เห็นฉากเช่นนี้ก็รีบพูดขึ้น “ผิงหยางโหว รีบพาฮูหยินโหวไปยังห้องรับแขกของตำหนักหน้าก่อน เร็วเข้า ข้าจะให้สาวใช้นำทางท่านไป” ชายารัชทายาทมือเป็ระวิง ทางหนึ่งสั่งสาวใช้ประจำกายให้นำทางผิงหยางโหวชิวิไปยังห้องรับแขก ทางหนึ่งสั่งให้คนไปเชิญหมอหลวงมา
โชคดีที่วันนี้รัชทายาทแต่งชายารอง จึงได้มีหมอหลวงมาร่วมงานด้วย ดังนั้น เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ยามนี้หมอหลวงก็เข้าไปช่วยตรวจอาการให้หยวนอวี่ในห้องรับแขกแล้ว “ชายารัชทายาท ฮูหยินท่านโหวมีเืออกพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้จำต้องทำคลอดเด็กโดยเร็ว มิเช่นนั้น ทั้งฮูหยินและเด็กในครรภ์ล้วนตกอยู่ในอันตราย”
ลู่หลิงฉิงรู้ว่าตนเองคือชายารัชทายาท และรู้ว่าเื่ในวันนี้หากนางจัดการได้ไม่ดี จักต้องเป็ปัญหาต่อรัชทายาทแน่ ถึงแม้จะโกรธแค้นที่เขาไร้น้ำใจต่อตน แต่ว่า ในใจลึกๆ ของนางก็ไม่อยากให้ต้องมีเื่ใดที่ส่งผลกระทบต่อรัชทายาท สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ นั่นคือสามีของนาง หากมีเื่อะไรเกิดขึ้นกับเขาก็ย่อมไม่ส่งผลดีต่อนางเช่นกัน
หากนางสามารถจัดการเื่นี้ได้ดีย่อมต้องมีวิธีดึงพระทัยรัชทายาทกลับมา
เมื่อคิดถึงมาถึงตรงนี้ นางก็พูดว่า “ท่านเป็หมอหลวงที่มีประสบการณ์มากที่สุดในสำนักหมอหลวง ตอนนี้ท่านควรจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยฮูหยินท่านโหวและลูก ขอแค่สามารถปกป้องพวกนางแม่ลูกได้ สมุนไพรในจวนรัชทายาทนี้ท่านจะใช้อะไรก็ย่อมได้ทั้งหมด และหากว่าที่นี่ไม่มี เปิ่นเฟยจะเข้าวังไปขอร้องต่อฮ่องเต้ ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเขาทั้งคู่ต้องปลอดภัย”
คำพูดนี้ของชายารัชทายาทช่างมีน้ำใจและคุณธรรมยิ่ง ได้ใจคนไปไม่น้อยใน่เวลาสั้นๆ ทำให้ผู้คนเกิดความคิดใหม่ ชายารัชทายาทที่เห็นแก่ส่วนรวมเช่นนี้จะเป็คนที่ผลักชายาหนิงอ๋องตกน้ำจริงหรือ? เหตุใดจากสถานการณ์นี้ดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น หรือว่าเื่นี้จะมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่?
ในใจของคนไม่น้อยต่างปรากฏความคาดเดาหลากหลาย ซึ่งการคาดเดาของคนเหล่านี้ อวิ๋นซีไม่ได้สนใจสักนิด นางทำเพียงนั่งอยู่นอกห้องรับแขก ฟังเสียงพูดจากภายในห้องด้วยใจที่สงบนิ่ง
เพียงไม่นาน หมอหญิง และหมอตำแยก็มาถึง ทว่า คนกลับให้คำตอบได้เพียงว่า ตำแหน่งเด็กในครรภ์ของฮูหยินท่านโหวอยู่ไม่ถูกจุด เป็เท้าที่ออกมาก่อน ดังนั้น หากปล่อยไปเช่นนี้ จะช้าเร็วก็ต้องตายทั้งแม่ทั้งลูกแน่
ชิวิะโเกรี้ยวกราด มีท่าทีร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด “ข้า้าให้พวกนางแม่ลูกปลอดภัย น่าตายนัก อย่าให้ข้าสืบรู้นะว่า ผู้ใดเป็ผู้ผลักภรรยาข้า ข้าจะเอาชีวิตคนผู้นั้นเสีย”
ถึงแม้จวนผิงหยางโหว ั้แ่ที่บิดาสิ้นไปก็ได้ส่งคืนอำนาจทางการทหารไปหมดแล้ว แต่ชิวิก็ยังถือเป็หนึ่งในขุนนางที่ฝ่าาไว้วางพระทัยมากที่สุด ดังนั้น หากเื่ที่ภรรยาเขานอนอยู่ที่นี่อย่างไม่รู้เป็ตายมีผู้ใดเจตนาให้เกิดขึ้น เขาก็เชื่อมั่นว่า ต่อให้จะเป็ลูกหลานราชวงศ์ ฝ่าาก็ไม่มีทางปกป้องคนเ่าั้แน่ ด้วยเหตุนี้เอง ชิวิถึงได้กล้าพูดเช่นนั้นออกมา
เมื่อต้องเห็นหมอหญิงคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างคนสิ้นไร้หนทาง อวิ๋นซีก็พูดขึ้น “ครรภ์ไม่ตรงจุด บางทีเปิ่นเฟยอาจช่วยได้” ทันทีที่พูดจบ นางก็นำฉุนเอ๋อร์เดินเข้าไปในห้องรับแขก ทำให้คนทั้งกลุ่มใตาโต
องค์รัชทายาทโอวหยางเทียนหัวที่เพิ่งมาถึงด้วยอารามรีบร้อนบังเอิญเห็นเงาหลังนางที่กำลังเดินเข้าไปด้านในพอดิบพอดี เขาขมวดคิ้วน้อยๆ แผ่นหลังนี้ เหตุใดถึงได้ดูคุ้นเคยเพียงนี้ ไม่หรอก ตัวเขาต้องเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ เหตุใดจึงมักจะนำอวิ๋นซีผู้นี้ไปเปรียบเทียบกับคนที่ตายไปแล้วคนนั้น ระหว่างพวกนาง รูปลักษณ์ใดๆ ก็ไม่คล้ายกันสักนิด
ตอนที่อวิ๋นซีเดินผ่านประตูเข้าไป ชายารัชทายาทลู่หลิงฉิงมองนางไปทีหนึ่ง ถึงกระนั้นอวิ๋นซีก็ไม่คิดพูดอะไรสักคำ ทำเพียงเยื้องย่างไปด้านหน้าเพื่อตรวจอาการให้หยวนอวี่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง สุดท้ายก็พบว่า เด็กคนนี้ซนจริงๆ ถึงกับส่งขาออกมาก่อนหัว หากทำคลอดโดยไม่ระวังเพียงนิด มีหวังทั้งแม่และลูกคงได้ตายจริงๆ
อวิ๋นซีไม่รอช้ารีบนำกระเป๋ายาที่พกติดตัวไว้ตลอดออกมา จากนั้นจึงนำยาออกมาเม็ดหนึ่ง ป้อนให้หยวนอวี่ แม้หยวนอวี่จะเจ็บมาก แต่ก็ยังมีสติแจ่มชัด คนนึกอยากจะปฏิเสธ แต่เป็อวิ๋นซีที่บีบปากอีกฝ่ายไว้ พูดว่า “หากยังไม่อยากตาย เ้าก็ให้ความร่วมมือหน่อย”
หยวนอวี่ยอมกลืนยาเม็ดนั้นลงคอไป และแทบจะในทันทีก็รู้สึกราวกับไม่เจ็บเหมือนในคราวแรกแล้ว ในตอนนั้นเองหมอตำแยก็ถึงกับดวงตาสว่างไสว คนจ้องมองไปยังอวิ๋นซีแล้วพูดขึ้นว่า “เืออกน้อยลงแล้ว” แม้คำพูดจะดูเรียบเฉย แต่ความจริงนางแทบจะตื่นเต้นจนตบตักลุกขึ้นยืนแล้วด้วยซ้ำ เฮ้อ แม่เ้าโว้ย นี่มันยาเซียนอะไรกันละนี่ เหตุใดเพียงครู่เดียวเืก็สามารถหยุดไหลได้
อวิ๋นซีพูดเสริม “ในห้องนี้ให้เหลือไว้แค่หมอตำแยกับสาวใช้ของเปิ่นเฟย ส่วนคนที่เหลือออกไปให้หมด”
ทันทีที่ลู่หลิงฉิงได้ยินดังนั้นก็คิดจะพูดอะไรบ้าง แต่อวิ๋นซีกลับพูดขึ้นขัด “หากไม่อยากให้ทั้งแม่และลูกต้องตาย พี่สะใภ้ใหญ่ก็รีบออกไปก่อนเถิดเพคะ”
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนี้ ลู่หลิงฉิงก็ทำเพียงเม้มปาก พยักหน้ารับ “ลำบากชายาหนิงอ๋องแล้ว หาก้าใช้สิ่งใดก็ให้คนมาบอกพี่ได้ตลอดเวลา พี่จะรออยู่ที่ด้านนอกนี่”
ท่าทีของนางนอบน้อมอ่อนโยน มองแล้วคล้ายกับพี่สะใภ้คนหนึ่งที่กำลังถ่อมตนต่อน้องสะใภ้ ยามนี้ทั้งหมอหญิง หมอตำแย รวมถึงหมอหลวงที่ได้เห็นฉากนี้เข้าต่างก็พากันพยักหน้าในใจ ด้วยรู้สึกว่า นี่แหละคือชายารัชทายาท ท่าทีของผู้เป็มารดาแห่งแผ่นดิน ในวันหน้าพวกเขาล้วนเชื่อมั่นว่า สตรีผู้นี้จักต้องเป็ผู้ช่วยที่ดีให้องค์รัชทายาทได้แน่
อวิ๋นซีเห็นลู่หลิงฉิงที่แสร้งเป็คนดีก็ไม่คิดฉีกหน้ากากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย นางพูดกลับไปเสียงเรียบ “ทราบแล้วเพคะ” เมื่อเทียบกับท่าทีของชายารัชทายาทเมื่อครู่ นาง อวิ๋นซี หรือชายาหนิงอ๋องกลับดูเ็ากว่ามาก
รอจนกระทั่งผ่านไปได้ครึ่งชั่วยาม ในห้องนี้ก็มีเสียงเด็กร้องลอดออกมา หลังจากที่อวิ๋นซีช่วยหยวนอวี่จัดการปากแผลเรียบร้อยแล้ว นางก็พูดกับชายารัชทายาทที่เพิ่งเดินเข้ามาว่า “ให้คนดูแลนางให้ดี ส่วนหลังจากนี้จะให้ดีที่สุดก็อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายนาง มิเช่นนั้น หากมีเืออกอีกรอบ ต่อให้ฝีมือเปิ่นเฟยจะยอดเยี่ยมมากสักเพียงไรก็คงไม่อาจช่วยยื้อชีวิตนางกลับมาได้”
เมื่อลู่หลิงฉิงได้ยินก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า หากทำเช่นนี้ก็หมายความว่าจักต้องให้หยวนอวี่พักอยู่ในจวนรัชทายาท?
น่าตายนัก จะให้ทำเช่นนั้นได้อย่างไร เพราะเื่ในอดีตระหว่างรัชทายาทกับหยวนอวี่ ตัวนางก็พอรู้มาบ้าง หากยอมให้หยวนอวี่พักอยู่ที่นี่ก็ไม่เท่ากับว่าเป็การชักศึกเข้าบ้านหรอกหรือ “ชายาหนิงอ๋อง ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ หรือ? ที่นี่คือจวนรัชทายาท นับแต่ก่อตั้งแคว้นมาก็ยังไม่เคยมีภรรยาของขุนนางคนใดเข้าพักที่นี่มาก่อน”
อวิ๋นซีตอบกลับด้วยเสียงเ็า “ด้วยเื่นี้ถือเป็เหตุสุดวิสัย หากพี่สะใภ้คิดว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชีวิตของคนคนหนึ่งแล้ว จักต้องคิดคำนวณให้มากมายเพียงนี้ อาซีเองก็คงพูดอะไรไม่ได้ อย่างไรเสีย ยามนี้ตัวข้าก็ได้ลากนางกลับมาจากประตูผีแล้ว ส่วนเื่อื่นหลังจากนี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า”
