"เอ๊ะ!?
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกสายตาหันขวับไปยังทิศทางของไป๋เฉินอย่างตะลึงงัน ก่อนที่พวกมันจะถอยร่นออกห่างจากรัศมีของไป๋เฉินอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ตัวของไป๋เฉินเองก็สะดุ้งโหยงและมีสีหน้าที่ซีดเซียว
[ห๊ะ!? มันรู้ได้อย่างไร?]
[มันสามารถมองออกถึงเพียงนี้เชียวหรือ?]
เขามั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าเขาสามารถเก็บรัศมีได้อย่างแยบยลแล้วแท้ๆ แต่เหตุใดมันถึงโพล่งออกมาด้วยความมั่นใจเช่นนั้น?
ทว่าจูเก่อหลิงเอ๋อร์เป็บุคคลแรกที่แสดงออกถึงความเ็า นางคำรามใส่ผู้าุโสำนักวัง์ด้วยสีหน้าที่มืดมน "ผู้เฒ่าเสวี่ย! ท่านหมายความว่าอย่างไร!? ท่านกำลังกล่าวหาผู้สังหารจักรพรรดิมารว่าเป็จักรพรรดิมารเองงั้นรึ!?"
ผู้เฒ่าเสวี่ยสะบัดแขนเสื้อสุดแรง "คุณหนูจูเก่อ ข้าได้ตรวจสอบแล้วว่าดวงจิตของจักรพรรดิมารได้ออกจากร่างของฉินเหวินเทียนไปแล้วก็จริง แต่มันยังไม่ตายและแสร้งทำเป็ว่ามันได้ตายไปแล้วเพื่อให้พวกเราตายใจ แท้ที่จริงแล้วจักรพรรดิมารกำลังสิงสู่ร่างของคนผู้นั้นอยู่! หากไม่รีบกำจัดมันก่อนที่จะหลบหนี ทวีปนี้จะได้พบเจอกับหายนะอย่างแน่นอน!"
แต่ความเป็จริงมันรู้อยู่แล้วว่าจักรพรรดิมารได้ตายไปแล้วก็จริง แต่มัน้าปรักปรำไป๋เฉินเพื่อจะได้มีโอกาสเหตุผลในการสังหารเขา!
เสวี่ยเมิ่งเป็หลานสาวของมัน แน่นอนว่าหากเสวี่ยเมิ่งให้มันทำอะไร มันจะทำให้ทุกอย่าง!
มุมปากของหงเหนียงที่ยืนอยู่เื้ัยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ็า
[ไป๋เฉิน! ต่อให้เ้ารอดมาได้และเป็ผู้สังหารจักรพรรดิมาร แต่สำนักวัง์จะไม่ปล่อยให้เ้ารอดชีวิตกลับไปได้!]
ไป๋เฉินที่ได้ยินได้ฟังเหตุผลของผู้เฒ่าเสวี่ยก็ลอบถอนหายใจยาว เขาคิดเอาเองว่ามันจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้วเสียอีก
แต่ปรากฏว่าแท้จริงแล้วมัน้าใส่ร้ายเขาเพื่อให้มีเหตุผลในการกำจัดเท่านั้น!
จูเก่อหลิงเอ๋อร์มีสีหน้าเดือดดาล นางพุ่งทะยานมาหยุดลงตรงหน้าไป๋เฉินและปกป้องเขาอย่างถึงที่สุด "ในเมื่อท่านรู้ว่าฉินเหวินเทียนไม่มีมารสิงสู่ เหตุใดท่านไม่ใช้วิธีการเดียวกันในการตรวจสอบไป๋เฉินเล่า? การปรักปรำเพราะเหตุผลส่วนตัวเช่นนี้ไม่เหมาะสมสำหรับบุคคลระดับสูงที่มาจากสำนักวัง์อย่างท่านเอาเสียเลย"
คิ้วของผู้เฒ่าเสวี่ยขมวดขึ้น แม้แต่ผู้าุโคนอื่นๆก็เห็นด้วย เพราะว่าผู้เฒ่าเสวี่ยนั้นยังไม่มีหลักฐานมากพอ สิ่งที่มันทำอยู่เป็เพียงการปรักปรำเท่านั้น
แต่ก่อนที่มันจะได้พูดอะไร จู่ๆซูซวนก็เดินมาเทียบเคียงกับผู้เฒ่าเสวี่ยก่อนจะกล่าวเสนอแนะในลักษณะเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ "ผู้เฒ่าเสวี่ย ท่านไม่ควรจะทำเช่นนั้น หากท่าน้าตรวจสอบมันด้วยวิธีปกติ มันอาจจะมีวิธีการปกปิดการตรวจจับแล้วก็เป็ได้ ข้าเสนอว่าพวกเราควรจะสังหารมันเพื่อตัดไฟั้แ่ต้นลม! หากมันเป็จักรพรรดิมารจริงๆมันจะแสดงตัวออกมาในยามที่มันใกล้ตายอย่างแน่นอน!"
ประโยคของซูซวนได้ทำให้รูม่านตาสีเืของไป๋เฉินส่องประกายด้วยเจตนาฆ่า!
[ซูซวนจากตระกูลซูงั้นรึ?]
[แม้นจะไม่รู้ว่ามันเคียดแค้นอะไรข้า แต่ในเมื่อเ้ากล้าที่จะทำให้ข้าขุ่นเคือง เ้าจงเตรียมรับความพิโรธจากข้าไว้ได้เลย!]
บัดนี้ซูซวนได้เข้าสู่บัญชีดำรายที่สองของไป๋เฉินถัดจากเสวี่ยเมิ่งโดยสมบูรณ์!
"เ้า!" จูเก่อหลิงเอ๋อร์ที่ได้ยินดังนั้นครั้นแผ่ซ่านรังสีปราณอันเ็า
แต่สีหน้าของผู้เฒ่าเสวี่ยยังเรียบเฉย มันกล่าวพลางส่ายหน้า "คุณหนูจูเก่อ ท่าน้าปกป้องจักรพรรดิมารงั้นรึ? หากท่านทำเช่นนั้นเกรงว่าจะไม่เป็ผลดีต่อชื่อเสียงของวิหารจักรพรรดิเป็แน่"
"ในเมื่อเ้าตัดสินใจเช่นนั้น เ้าจะกลายเป็ศัตรูกับวิหารจักรพรรดิตลอดไป!" แต่จูเก่อหลิงเอ๋อร์ก็ไม่หวั่น นางพลันสะบัดข้อมือปรากฏกระบี่หยกบนข้อมือ
นางมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าผู้เฒ่าเสวี่ยเพียง้าหาเหตุผลเพื่อสังหารไป๋เฉินตามคำยุยงของซูซวนและหงเหนียงอย่างแน่นอน
ต้องเข้าใจว่าขณะนี้ชื่อเสียงของไป๋เฉินในฐานะผู้สังหารจักรพรรดิมารมีน้ำหนักในทวีปเทียนหลางมากเพียงใด และสำนักวัง์ที่เคยตั้งตนเป็ศัตรูกับไป๋เฉินต้องรู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างแน่นอน
หากปล่อยไป๋เฉินกลับไปแบบมีชีวิต คงจะพอคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสำนักวัง์ในภายภาคหน้า
ดังนั้นมันต้องกำจัดภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นอย่างไป๋เฉินก่อนที่เขาจะได้เติบโตไปมากกว่านี้!
ประโยคของจูเก่อหลิงเอ๋อร์เปรียบดั่งสายฟ้าฟาด สีหน้าของผู้เฒ่าเสวี่ยบิดเบี้ยวจนเป็สีเขียว แต่มันพยายามสงบสติอารมณ์และเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม "คุณหนูจูเก่อ เื่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิหารจักรพรรดิ ข้าขอแนะนำให้ท่านถอยออกมา"
เมื่อเห็นว่าท้ายที่สุดผู้เฒ่าเสวี่ยยังไม่ยอมแพ้ จูเก่อหลิงเอ๋อร์หมุนเวียนกระแสปราณเย็นเยียบเข้าปกคลุมกระบี่หยก!
"ซู่!"
สีหน้าของผู้เฒ่าเสวี่ยก็ปรากฏร่องรอยเคร่งเครียด มันไม่คาดคิดว่าจูเก่อหลิงเอ๋อร์จะพยายามปกป้องไป๋เฉินถึงเพียงนี้
ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคงมิได้เป็เพียงความสัมพันธ์แบบผิวเผินอย่างที่มันคิด
สุดท้ายแล้วชื่อเสียงของวิหารจักรพรรดินั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น สิ่งที่ต้องห้ามในทวีปนี่คือการตั้งตนเป็ศัตรูกับนักปรุงโอสถ เพราะด้วยจำนวนที่น้อยแต่กลับมีเครือข่ายที่กว้างขว้าง หากจักรพรรดิโอสถพิโรธขึ้นมาจริงๆ แม้แต่สำนักวัง์จะต้องสูญเสียอย่างหนัก!
แม้นว่าผู้เฒ่าเสวี่ยจะกล่าวหาว่าไป๋เฉินเป็จักรพรรดิมาร แต่มหาอำนาจอื่นๆก็ไม่ได้ปักใจเชื่อ และพวกมันก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพื่อป้องกันมิให้มีปัญหากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แม้นว่าไป๋เฉินจะเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเหล่าเยาวชนออกมาจากอาณาจักรลับก็จริง แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าที่จะออกตัวปกป้องไป๋เฉินแม้แต่ผู้เดียว แม้นจะรู้ว่าสำนักวัง์กำลังปรักปรำเขาอยู่ก็ตาม
ริมฝีปากของซูซวนขดเป็รอยยิ้มชั่วร้าย มันชี้หน้าไป๋เฉินด้วยเสียงตะคอก "ไป๋เฉิน...ไม่สิ จักรพรรดิมาร! ในฐานะที่พวกข้าเปรียบดั่งผู้พิทักษ์ทวีปจากมารร้าย ข้าจำต้องสังหารเ้าเพื่อรักษาความสงบสุขของทวีปเอาไว้!"
ไป๋เฉินที่ยืนอย่างสงบมิได้สนใจซูซวน ก่อนจะมองไปยังผู้เฒ่าเสวี่ยด้วยรอยยิ้ม "เ้าเฒ่า นี่เป็การตัดสินใจโดยพลการของเ้าเองหรือว่าเป็การตัดสินใจของสำนัก?"
คำถามของไป๋เฉินทำให้ผู้เฒ่าเสวี่ยรู้สึกขนลุกขนชันราวกับว่ามีบางอย่างที่เป็ลางร้ายในคำพูดของเขา
อนึ่งดูเหมือนกับว่าเป็เพียงการไถ่ถามก็จริง แต่อนึ่งดูเหมือนกับว่าเป็การยืนยันข้อเท็จก่อนจะเกิดพายุโลหิตอย่างไรอย่างนั้น!
เหงื่อเย็นๆไหลผ่านใบหน้าของผู้เฒ่าเสวี่ย มันอ้ำอึ้งและไม่มีคำตอบให้แก่เขา
[ข้าควรจะทำอย่างไรดี?]
[ข้าควรจะล้มเลิกเพียงเท่านี้ หรือจัดการมันให้ถึงที่สุดดี?]
ทุกคนที่ล้อมและจ้องมองต่างก็กลั้นหายใจราวกับว่ากำลังลุ้นในการตัดสินใจของผู้เฒ่าเสวี่ย
การตัดสินใจของมันจะเป็การกำหนดชะตากรรมของสำนักวัง์ในอนาคตอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าเสวี่ยเงียบไป คิ้วของไป๋เฉินชนกันราวกับััได้ถึงอะไรบางอย่าง
วินาทีต่อมาเขาแสร้งถอนหายใจยาวราวกับว่ากำลังจะยอมแพ้ในโชคชะตา "ดูเหมือนว่าเสวี่ยเมิ่งอยากจะกำจัดข้าใจจะขาดจริงๆ"
ก่อนที่เขาจะเดินผ่านจูเก่อหลิงเอ๋อร์ และมายืนประจันหน้าผู้เฒ่าเสวี่ยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "เอาล่ะ ข้าอยู่ที่นี่แล้ว จะทำอะไรก็เชิญ"
เมื่อเห็นดังนั้นผู้เฒ่าเสวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด!
เพราะหากไป๋เฉินมีชีวิตรอดกลับไป สำนักวัง์คงได้เจอปัญหาใหญ่จากตัวตนของไป๋เฉินอย่างแน่นอน!
"ในเมื่อเ้าตัดสินใจเช่นนั้น ข้าจะสนองเอง!" สิ้นสุดคำพูดนั้นมือขวาผู้เฒ่าเสวี่ยพลันคว้ากระบี่ยาวข้างกายพร้อมกันกับคลื่นพลังปราณระดับไร้ขอบเขตเข้าปกคลุมไป๋เฉินไว้ด้วยจิตสังหารที่บ้าคลั่ง!
"พรึ่บ!"
ร่างของผู้เฒ่าเสวี่ยหายไปจากตำแหน่งเดิมอย่างกะทันหันประดุจดั่งภาพลวงตา มาปรากฏขึ้นตรงหน้าไป๋เฉินด้วยแววตาเ็าและกวัดแกว่งกระบี่ยาวไปยังลำคอของไป๋เฉินอย่างโเี้!
"ไป๋เฉิน!" สีหน้าของจูเก่อหลิงเอ๋อร์ซีดเซียวดุจหิมะ นางพุ่งทะยานหมายจะเข้าไปช่วยเหลือเขาให้ทันการณ์
นางไม่คาดคิดว่าไป๋เฉินจะกล้าเดินออกไปเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าเสวี่ยเช่นนี้ หากเขาหลบอยู่ด้านหลังต่อไป นางเชื่อว่าผู้เฒ่าเสวี่ยไม่กล้าที่จะเข้าใกล้อย่างแน่นอน
ซูซวนที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เฒ่าเสวี่ยเผยรอยยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย
[ไป๋เฉิน! ด้วยคำขอของตระกูลถัง ข้ายังไว้ชีวิตเ้าเพราะเ้าเป็เพียงคนไร้ประโยชน์]
[แต่ในเมื่อเ้ากลับมาบำเพ็ญปราณได้และมีชื่อเสียงมากมายเพียงนี้ ข้ามิอาจปล่อยให้เ้าเติบโตได้อีกต่อไป!]
มิใช่แค่ซูซวนเท่านั้น แม้แต่หงเหนียงเองก็เผยรอยยิ้มมุมปากราวกับว่าทุกอย่างคงจะจบลงเสียที!
"หว่อง!"
ไม่ทันที่ผู้เฒ่าเสวี่ยจะได้สะบั้นคอของไป๋เฉิน กลับมีคลื่นแรงกดดันแผ่ขยายเข้าปกคลุมเมืองเทียนเหล่ยทำให้การเคลื่อนไหวของผู้เฒ่าเสวี่ยหยุดชะงักงันกลางอากาศโดยไม่มีสาเหตุ!
ลมที่เคยพัดผ่านเบาๆกลับบังเกิดกระแสวายุรุนแรงมาแต่ไกล ตามมาด้วยเสียงคำรามกู่ร้องราวกับเทพัพิโรธ!
"มันผู้ใดกล้าทำร้ายหลานชายของข้า!"
