บทที่ 8 ภัยแล้ง และก้าวแรกสู่ป่าลึก
รุ่งอรุณที่เกือบสะดุด
ยามเหม่า[1] เพิ่งจะเริ่มต้น ท้องฟ้ายังคงเป็สีเทาหม่น อากาศในต้นวสันตฤดู(ฤดูใบไม้ผลิ)ควรจะชุ่มชื้น แต่กลับแห้งผากจนน่าใจหาย
ซูอันอันไม่ได้ตื่นเพราะเสียงไก่ขัน...
“อุ๊บ...”
คลื่นความพะอืดพะอมที่รุนแรงกว่าทุกวันตีรื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ นางผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างกะทันหัน สองเท้าก้าวพรวดลงจากเตียงในความมืดสลัว...
ตุบ!...
เท้าของนางสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่นอนขวางอยู่บนพื้นข้างเตียงเต็มๆ!
“ว้าย!”
โลกทั้งใบราวกับกลับตาลปัตร ร่างของนางเสียหลักอย่างรุนแรง โถมไปข้างหน้า เตรียมพุ่งกระแทกกับพื้นแข็งๆ ภายในห้อง
ลูกข้า!
ในเสี้ยววินาทีที่นางคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว
“ระวัง!”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับวงแขนที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก! เสิ่นอวี่หานที่เพิ่งตื่นเพราะถูกสะดุด ลุกขึ้นคว้าเอวของนางไว้ได้ทันท่วงที เขากระชากร่างนางกลับมายืนตั้งหลักได้หวุดหวิด
ซูอันอันยืนหอบหายใจ ตัวสั่นเทา มือข้างหนึ่งกุมท้องไว้แน่น อีกข้างยันอกกว้างของเขาไว้ หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
เมื่อครู่... หากเขารับไว้ไม่ทัน... หากข้าล้มกระแทกพื้น...
“ข.......ข้าขอโทษ” นางกล่าวเสียงสั่น “ข้า... จะไปอาเจียน”
เสิ่นอวี่หานปล่อยมือนางออกทันทีที่นางทรงตัวได้ เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินไปจุดตะเกียงให้สว่างขึ้นเล็กน้อย
ซูอันอันรีบวิ่งออกไปอาเจียนที่หลังเรือนจนหมดไส้หมดพุง เมื่อกลับเข้ามาในห้อง นางก็เห็นเขายืนรออยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
นางนั่งลงบนขอบเตียงอย่างอ่อนแรง ความกลัวเมื่อครู่ยังไม่จางหาย
หากเป็เช่นนี้ต่อไป ข้าต้องแท้งเข้าสักวันแน่.
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ... ข้าต้องพูดกับเขา... การที่เขานอนบนพื้นแบบนี้ มันอันตรายต่อลูกในท้องข้าเกินไป!
ความหวังที่ริบหรี่ และการขออนุญาต
หลังมื้อเช้าอันฝืดเคือง... บรรยากาศในบ้านตระกูลเสิ่นหนักอึ้งราวกับมีหินผาทับไว้
เหล่าบุรุษทุกคนในบ้าน ท่านปู่เสิ่น พ่อสามี เสิ่นกั๋ว สามีเสิ่นอวี่หาน น้องชายสามีคนรองเสิ่นอวี่เจ๋อ และน้องชายคนที่สามเสิ่นอวี่หลง พากันไปยืนอยู่ที่แปลงผักหลังบ้าน
ภาพที่เห็นนั้นทำให้ใจสลาย... ผักใบเขียวที่ควรจะงอกงามในฤดูใบไม้ผลิ บัดนี้กลับเหี่ยวเฉา ใบเหลืองซีด ดินแตกระแหง
“ลำธารท้ายหมู่บ้านแห้งขอดแล้ว” เสิ่นกั๋วกล่าวเสียงเครียด
ท่านปู่เสิ่นถอนหายใจยาว “ปีนี้... ภัยแล้งมาเร็วนัก ข้าวสาลีในนาใหญ่ยังพอทนได้ แต่ผักที่ต้องใช้น้ำทุกวัน... คงจะตายหมด”
“พวกเราต้องหาแหล่งน้ำใหม่!” เสิ่นอวี่หลง น้องสามผู้ห้าวหาญ กล่าวอย่างร้อนรน
“หาที่ไหนเล่า” เสิ่นอวี่เจ๋อ น้องรองผู้สุขุมแย้ง “รอบหมู่บ้านเราก็มีแต่ที่แห้งๆ จะขุดบ่อตอนนี้... เกรงว่า...”
“เช่นนั้นก็ต้องขึ้นเขา!” เสิ่นอวี่หลงสรุป “พวกเราควรไปสำรวจต้นน้ำบนเขา บางทีอาจจะมีตาน้ำที่ยังไม่แห้ง!”
เสิ่นอวี่หานที่ยืนฟังเงียบๆ ขมวดคิ้วมุ่น... การขึ้นเขาในยามนี้อันตราย สัตว์ป่าที่ขาดน้ำย่อมดุร้าย... แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“พวกเ้าไปเตรียมตัว” เสิ่นอวี่หานออกคำสั่งในที่สุด "เดี๋ยวข้าจะตามไป"
เหล่าบุรุษแยกย้ายไปเตรียมมีด จอบ และเชือก
ซูอันอันมองตามแผ่นหลังของสามี... เขาจะขึ้นเขา? นี่คือโอกาส!
นางเดินเข้าไปในครัว ที่หลิวซื่อกำลังนับเมล็ดถั่วอย่างกลัดกลุ้ม
“ท่านแม่เ้าคะ...”
หลิวซื่อตวัดตามองนาง "มีอันใด"
“ข้า... รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว... ข้าอยากจะชวนซินอี้ไปเดินเล่นแถวชายป่าสักครู่เ้าค่ะ” นางกล่าว "ข้าจะไปชวนซูซิน น้องสาวอีกคนด้วย"
“จะไปทำไม!” หลิวซื่อตวาด "แดดก็เริ่มแรงแล้ว คนท้องคนไส้!"
“ข้า... ข้าได้ยินว่าบนเขามีสมุนไพรบางอย่างที่ช่วยแก้แพ้ท้องได้เ้าค่ะ” นางโกหกคำโต "และ... เผื่อเราจะโชคดี... หาผักป่าหรือเห็ดมาทำมื้อเย็นได้บ้าง... ดีกว่านั่งรอผักในสวนเหี่ยวตายนะเ้าคะ"
คำว่า "หาของกิน" ทำให้หลิวซื่อชะงักไป... มันเป็ข้อเสนอที่ ‘ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว’[2]
ขณะนั้นเอง เสิ่นอวี่หานเดินเข้ามาในครัวเพื่อเติมน้ำในกระบอกไม้ไผ่ เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
“ไร้สาระ!” หลิวซื่อกำลังจะปฏิเสธ
“ข้าจะไปกับนางเอง”
เสียงทุ้มของเสิ่นอวี่หานดังขัดขึ้น ทำเอาทั้งสองสตรียืนตะลึง
เขาหันไปทางมารดา "ข้ากำลังจะขึ้นเขาไปสำรวจแหล่งน้ำอยู่แล้ว จะพานางไปด้วย" เขาหันไปทางซูอันอัน
"ซินอี้อยู่บ้านช่วยท่านแม่ เ้า... ไปชวนซูซินเถิด"
หลิวซื่ออ้าปากค้าง... ลูกชายข้า... จะยอมเสียเวลาทำงานไปเดินเล่นกับภรรยารึ?
ซูอันอันก็ใไม่แพ้กัน... เขาจะไปกับข้า? นี่มัน... แผนข้าก็พังหมดสิ! ข้าจะแอบใช้ความรู้ หรือแอบดูจี้หยกหงส์ได้อย่างไรถ้าเขายืนค้ำหัวอยู่!
แต่นางไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ “...เ้าค่ะ ท่านสามี”
ผู้พิทักษ์บนเขา
ผืนป่าบนเขาในฤดูใบไม้ผลิปีนี้... แห้งแล้งผิดปกติ
ซูซิน น้องสาวของนาง ดีใจอย่างออกนอกหน้าเมื่อรู้ว่าพี่เขยจะไปด้วย "ท่านพี่เขย! ท่านจะล่ากระต่ายให้ข้าหรือไม่เ้าคะ!"
เสิ่นอวี่หานไม่ตอบ เขาเพียงแค่สะพายมีดล่าสัตว์และกระบอกน้ำ เดินนำหน้าไปอย่างเงียบงัน
ซูอันอันรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก นี่ไม่ใช่การเดินป่าหาของที่นางจินตนาการไว้เลย มันเหมือนการเดินตามผู้คุมนักโทษมากกว่า
ให้ตายเถอะ... ข้าจะทำอะไรได้บ้าง?
นางตัดสินใจใช้ความรู้ของนาง นางไม่มองหาเห็ดหรือผลไม้ที่คนทั่วไปมองหา... แต่นางกำลังมองหา "พืชชี้วัด"
นางเดินลึกเข้าไปในบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็ร่องน้ำเก่า...
“พี่ใหญ่! ทางนั้นมันรกจะตาย ไปทางโน้นดีกว่า มีพุ่มเถาวัลย์!” ซูซินะโเรียก
“เดี๋ยวก่อนซูซิน...” ซูอันอันกล่าว นางก้มลงพิจารณาต้นหญ้าแปลกๆ ที่ยังคงมีสีเขียวสด ทั้งที่บริเวณอื่นแห้งตายหมดแล้ว "นี่มัน..."
เสิ่นอวี่หานที่เดินนำอยู่ หยุดฝีเท้า เขาหันกลับมามองภรรยาที่กำลังคุกเข่าลงกับพื้นดิน
นาง... กำลังทำอะไร?
ซูอันอันขุดดินบริเวณนั้นเบาๆ... ดินมัน... ชื้น!
“ท่านสามี!” นางะโเรียกเขาอย่างลืมตัว "ที่นี่! ดินตรงนี้ยังชื้นอยู่เ้าค่ะ!"
เสิ่นอวี่หานก้าวเข้ามาในสามก้าว ใบหน้าคมคายฉายแววประหลาดใจ เขาทรุดตัวลง แตะดินนั้น... มันชื้นจริงๆ
นางรู้ได้อย่างไร?
“พี่ใหญ่! พี่เขย! ดูนั่น!” ซูซินชี้ไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆ "มันป่า! หัวใหญ่มาก!"
“นั่นไม่ใช่...” ซูอันอันกำลังจะแย้งว่านั่นคือ 'ซานเย่า' [3]
แต่ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ...
เฉียดตาย และสัญญาใต้แสงจันทร์
ซู่! ซู่!
เสียงแหวกพงหญ้าดังขึ้นพร้อมกับเงาสีเขียวมรกตที่พุ่งออกมาจากรากไม้!
“งู!” ซูซินกรีดร้อง
มันคือ "หางไหม้" อสรพิษเขียวหางไหม้ ที่ถูกรบกวนถิ่นที่อยู่ มันพุ่งเป้าไปที่ซูซินซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด!
“ซินซิน!” ซูอันอันถลาเข้าไปผลักน้องสาว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก... เร็วจนแทบหยุดหายใจ
เสิ่นอวี่หานเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้า เขาไม่ได้พุ่งไปหางู... แต่เขาพุ่งมาคว้าเอวของซูอันอัน ที่กำลังผลักซูซิน แล้วกระชากร่างของทั้งสองสาวล้มกลิ้งไปด้านหลัง
ฉัวะ!
มีดในมือเขาตวัดออกไปในเสี้ยววินาที... หัวงูกระเด็นหลุดจากบ่า
ความเงียบเข้าปกคลุม...
ซูซินร้องไห้เสียงดังขึ้นมา ซูอันอันนอนหอบอยู่บนพื้นดิน ร่างของนางถูกทับโดยร่างแกร่งของเสิ่นอวี่หานที่ใช้ตัวเองเป็โล่กำบัง
นางรอดตาย... ‘เฉียดตายเพียงเส้นยาแดง’[4]
“ท่าน...” นางมองใบหน้าที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ "ท่าน... ไม่เป็ไรนะ"
เขาไม่ตอบ แต่สายตาที่จ้องมองนางนั้น... ลุ่มลึกจนน่าหวาดหวั่น เขารีบผุดลุกขึ้น แล้วดึงนางให้ยืน
“กลับบ้าน” เขาประกาศเสียงกร้าว การค้นหาแหล่งน้ำสิ้นสุดลงแล้ว
“เดี๋ยวเ้าค่ะ!” ซูอันอันคว้าแขนเขาไว้ "ท่าน... ท่านยังไม่ได้ขุดดูตาน้ำตรงนั้นเลย!"
“มันอันตรายเกินไป” เขาตวัดสายตามองพงหญ้ารอบกาย "สัตว์ป่าเริ่มดุร้ายเพราะขาดน้ำ"
“แต่เรา้าน้ำนะเ้าคะ! อีกอย่าง... มันนั่น!” นางหันไปปลอบซูซินที่ยังตัวสั่น "ซินซิน ไม่เป็ไรแล้วนะ ปลอดภัยแล้ว... ดูนั่นสิ มันที่เ้าเจอน่ะ มันคือ 'ซานเย่า' เ้าค่ะท่านสามี มันกินได้ เป็ยาบำรุงชั้นดีเลยนะเ้าคะ!”
นางยังไม่อยากกลับ... ข้ายังหาผลไม้รสเปรี้ยวแก้แพ้ท้องไม่ได้เลย...
เสิ่นอวี่หานมองหน้านางที่ทั้งตื่นกลัวแต่ก็ดื้อรั้น เขามองซูซินที่ยังขวัญเสีย...
“ข้าจะขุดมันนั่นให้” เขากล่าวตัดบท "ส่วนตาน้ำ... ข้าจะกลับมาดูพรุ่งนี้กับพวกอวี่เจ๋อ... แต่ตอนนี้ พวกเ้าต้องกลับ"
ซูอันอันจำต้องยอมแพ้... อย่างน้อยก็ได้ของกินติดมือกลับไป
คืนนั้น... ยามซวี [5]
หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญ บรรยากาศในห้องนอนก็ยิ่งเงียบงันกว่าเดิม
เสิ่นอวี่หานกำลังจะปูที่นอนบนพื้นเช่นเคย
“ท่านสามี”
ซูอันอันเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบนั้น
เขาหยุดชะงัก
“คืนนี้... ท่านช่วย... ขึ้นมานอนบนเตียงเถิดเ้าค่ะ”
เขาหันขวับมามองนางทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อย
นางรีบอธิบาย หน้าแดงก่ำ "ข้า... ข้าแพ้ท้อง ข้ากลัวจะสะดุดท่านล้มอีก... เมื่อเช้า... หากไม่ได้ท่าน... ข้ากับลูกคง..."
นางก้มหน้างุด "และ... พื้นมันเย็น ท่านทำงานหนัก หากท่านป่วยไป... พวกเราจะลำบาก"
เสิ่นอวี่หานยืนนิ่งไปเนิ่นนาน
เขาไม่พูดอะไร...
เขาเพียงแค่หยิบม้วนเสื่อและผ้าห่มของเขา... แล้ววางมันลงบนเตียง... ที่อีกฟากหนึ่ง... ห่างจากนางที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาเป่าตะเกียงดับลง
ในความมืด ซูอันอันได้ยินเสียงเขาล้มตัวลงนอน... บนเตียงเดียวกัน
แผ่นหลังของทั้งคู่หันให้กัน... ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวอยู่ครู่ใหญ่
“ท่าน...”
นางเอ่ยถามเขาเสียงแ่เบา หลังจากที่เขาขึ้นเตียงแล้ว
เขาไม่ได้ตอบ แต่เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอบอกให้รู้ว่าเขายังไม่หลับ
“ท่าน... รังเกียจข้ามากเลยหรือเ้าคะ”
เสียงลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ...
ความเงียบที่ตอบกลับมานั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
ซูอันอันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ... เขาคงรังเกียจข้าจริงๆ..
“เ้ากำลังท้อง”
เสียงของเขาดังขึ้นในความมืด... แหบพร่าและเคร่งเครียด
“นั่นไม่ใช่คำตอบเ้าค่ะ” นางกระซิบตอบ
เตียงไม้ลั่นเอี๊ยด... เขาราวกับขยับตัวเล็กน้อย
“ข้ากลัว... ว่าข้าจะทำเ้าระคายเคือง”
ระคายเคือง? นางขมวดคิ้วในความมืด นั่นมันหมายความว่าอย่างไร...
“ข้าเป็บุรุษ” เขากล่าวเสริม เมื่อเห็นนางยังเงียบไป
“ช่างเดายากจริง บอกข้ามาก่อนเถิดเ้าค่ะ” นางตัดสินใจรุกคืบ สตรีในยุคนี้อาจจะยอมเงียบ แต่ไม่ใช่หลินอันอัน
ความเงียบครั้งนี้ยาวนานกว่าเดิม...
นางรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างของเขา แม้จะอยู่ห่างกันก็ตาม
“ข้าเป็บุรุษ!”
ในที่สุดเขาก็เอ่ยออกมา... เพียงสามคำสั้นๆ
ซูอันอันชะงักไป... ข้าเป็บุรุษ? ... แล้วอย่างไร? ข้าก็เป็สตรี... อ๊ะ...
เดี๋ยวนะ... สมองของวิศวกรสาวเริ่มประมวลผล... เขากำลังหมายความว่า... เขาเป็ผู้ชาย... ข้าเป็ผู้หญิง... บนเตียงเดียวกัน...
โอ้... พระเ้า... เขาไม่ได้หมายถึง "ระคายเคือง" แบบที่ข้าคิด...
ราวกับจะยืนยันความคิดของนาง เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
“ร่างกายเ้าอ่อนแอ... ข้าเกรงว่า... การขยับตัวของข้า... จะรบกวนการพักผ่อนของเ้า”
โอ้...
ในที่สุดนางก็เข้าใจ! เขาไม่ได้รังเกียจ... เขาแค่... อึดอัด!
เขา... เขาแค่พยายามที่จะเป็สุภาพบุรุษในแบบของเขา! เขาไม่ได้รังเกียจข้า... เขาแค่... อึดอัดและกลัวว่าจะล่วงเกินข้าที่กำลังท้อง!
ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของซูอันอันพลันมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึก... ขบขัน... และอบอุ่นอย่างประหลาด
“ท่านสามี...” นางพยายามกลั้นยิ้ม “ข้าไม่ได้ทำจากกระดาษนะเ้าคะ”
นางขยับตัวเล็กน้อย หันแผ่นหลังของนางเข้าหาเขา แต่ยังเว้นระยะห่างไว้
“ข้าแค่กลัวสะดุดท่านล้ม... ไม่ได้กลัว... การขยับตัว... ของท่าน”
อากาศในห้องพลันร้อนขึ้นมาหลายส่วน...
เสิ่นอวี่หานเกร็งตัวนิ่ง... สตรีผู้นี้... นางเข้าใจที่เขาพูดหรือไม่กันแน่!
“นอนเถิด” เขากล่าวตัดบทเสียงเข้ม เมื่อเห็นนางยังไม่ตอบ "อย่าคิดฟุ้งซ่าน"
นางหลับตาลง พยายามจัดท่าทางที่สบายที่สุดบนเตียงแข็งๆ...
...เพียงครู่เดียว... นางก็ลืมตาโพลงในความมืดอีกครั้ง
เฮ้ย... ปวดฉี่อีกแล้ว!
นางเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ... การต้องปลุกเขา หรือพยายามปีนข้ามร่างเขาเพื่อไปฉี่ตอนกลางคืนนี่มันยากเกินไปแล้ว!
ดูเหมือน... ปัญหาที่แท้จริงของการนอนเตียงเดียวกัน เพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก...
“ท่านสามี...” นางกระซิบเรียกเสียงแ่
“...”
“ข้า... ข้าปวดปัสสาวะเ้าค่ะ...”
เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงดังมาจากบุรุษข้างกายนาง...
[1] ยามเหม่า: คือ่เวลา 05:00 น. ถึง 06:59 น. (ยามเช้ามืด, รุ่งสาง)
[2] ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว: หมายถึง การกระทำสิ่งเดียว แต่ได้ผลประโยชน์ถึงสองอย่างพร้อมกัน
[3] ซานเย่า' หมายถึง มันเทศจีน
[4] เฉียดตายเพียงเส้นยาแดง: ตายเก้าส่วน รอดหนึ่งส่วน หมายถึง การตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุด โอกาสรอดมีน้อยมาก เฉียดตาย
[5] ยามซวี: คือ่เวลา 19:00 น. ถึง 20:59 น. ยามค่ำ
