ขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นภายในจิตใจของจางเหวินอย่างฉับพลัน
[โฮสต์… ท่านได้มอบการตรัสรู้ให้แก่ คังห่าว และ ิหยวน ท่าน้ารับผลตอบแทนหรือไม่]
จางเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาสั่นไหวเล็ก ราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง ก่อนตอบกลับในใจอย่างเรียบเฉย
“ทำแบบนั้นได้ด้วยงั้นเหรอ?”
ระบบตอบกลับทันที
[ตามหลักเทคนิค… ก็ไม่สามารถทำได้]
[แต่ระบบของข้าถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้โฮสต์ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นข้าสามารถละเว้นกฎบางข้อได้]
[ที่สำคัญ ่นี้ข้าไม่ได้แทรกแซงโลกใบนี้มากนัก ดังนั้นจึงสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีผลกระทบรุนแรง… แต่ใช้ได้เพียงเป็ครั้งคราวเท่านั้น]
จางเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก
“งั้นก็เอาตามนั้น”
ทันใดนั้น
เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นต่อเนื่อง
[จำนวนการลงทุน -2 ครั้ง]
[ติ้ง ตรวจพบว่าโฮสต์ได้มอบการตรัสรู้ให้แก่ ิหยวน และ คังห่าว]
[การลงทุนสำเร็จ]
[กำลังคำนวณผลตอบแทนตามสีแห่งโชค เป้าหมาย: ดำ]
[ผลตอบแทน 10,000 เท่า]
[ได้รับ: การตรัสรู้ 20,000 ครั้ง]
ขณะนั้นเอง เขาควบคุมหยดน้ำทั้งสี่ที่กักขังร่างของผู้มีโชคสีทองให้ลอยนิ่งอยู่บนท้องฟ้า พลังภายในหยดน้ำไหลเวียนอย่างมั่นคง
ทุกอย่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงสายฝนจากวิชาของจางเหวินที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ม่านฝนหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือเมือง
ทันใดนั้นเอง
ครืน!!!
เมฆฝน้าส่งเสียงคำรามสนั่น เสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันลึกลับ ราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังส่งเสียงเตือน แต่มันก็เป็เพียงแค่เสียงคำรามเท่านั้นไม่ได้ทำอะไรต่อ
ก้อนเมฆหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับมันเต็มไปด้วยความโกรธ… แต่ก็ไม่กล้าโจมตีลงมาข้างล่าง
ไม่นาน ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง จางเหวินหันไปมองคังห่าวและิหยวนที่เพิ่งฟื้นคืนสติ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อีกสามชั่วโมง… ค่อยเริ่มแผนการ”
“รายละเอียดทั้งหมด เดียวเราจะพูดคุยกันผ่านแหวนมิติ”
เมื่อสิ้นเสียง ร่างของจางเหวินก็เลือนหายไปจากกลางอากาศราวกับละลายเข้าสู่สายฝน
…
ห่างออกไปหลายหมื่นกิโลเมตร
พื้นที่รกร้างไร้ผู้คนถูกปกคลุมด้วยสายฝนหนาทึบอย่างต่อเนื่อง พลังของสายฝนแผ่กระจายออกเป็วงกว้างจนแทบไม่มีผู้ใดสามารถฝ่าเข้ามาได้ หากการบ่มเพาะไม่แข็งแกร่งพอ เพียงก้าวเข้าสู่ขอบเขตฝน ร่างกายก็จะถูกแรงกดดันบดขยี้ทันที
ภายในม่านฝนนั้น ร่างของจางเหวินนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศอย่างสงบนิ่ง หยดน้ำจำนวนมหาศาลหมุนวนรอบตัวเขาอย่างช้า ๆ
เบื้องหน้าเขา แผงหน้าจอสีฟ้าโปร่งใสปรากฏขึ้น เศษตัวอักษรลอยเรียงตัวอย่างเป็ระเบียบ
จางเหวินจ้องมองมันอย่างเงียบงัน
[การตรัสรู้: สภาวะที่จิตและิญญาเปิดรับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งใน่เวลาหนึ่ง ทำให้ผู้ได้รับสามารถมองเห็นแก่นแท้ของวิชา พลัง และกฎของโลกได้ชัดเจนกว่าปกติ ช่วยเร่งความเร็วในการเรียนรู้ ปรับแต่งรากฐาน แก้ไขข้อบกพร่องของพลัง และเพิ่มโอกาสทะลวงขีดจำกัดของตนเอง โฮสต์สามารถใช้กับตนเองหรือมอบให้ผู้อื่นก็ได้]
ตอนนี้สิ่งที่เขา้า คือการยกระดับตัวเองเสียก่อน โดยเขาจะทำการพัฒนาวิชาการบ่มเพาะและวิชาการต่อสู้ของเขาเองโดยใช้การตรัสรู้ในการสร้างวิชาต่างๆ
วิชาการบ่มเพาะหลักของเขาได้รับมาจากตระกูลจาง ส่วนวิชาการต่อสู้ทั้งหมดของเขา ล้วนเป็สิ่งที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเองั้แ่ต้น ทุกกระบวนท่า ทุกแิ ทุกโครงสร้างพลัง ล้วนถือกำเนิดจากการทดลอง และการปรับแต่งของเขาเอง เพราะตระกูลจางไม่ได้มีวิชาเกี่ยวกับน้ำมาก
ระดับความเข้าใจของเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าคังห่าวแม้แต่น้อย ความเป็ไปได้ในการสร้างวิชาระดับจักรพรรดิ… จึงไม่ใช่เื่เพ้อฝันอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในจิติญญาของเขายังมีตัวอย่างโครงสร้างวิชาระดับจักรพรรดิจาก หวงหรานอีกด้วย โดยนางเคยเป็จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มาก่อนและมีคลั่งความรู้มากมายในหลายๆ ด้าน
นั่นคือคลังข้อมูลล้ำค่าที่แม้แต่ตระกูลใหญ่หลายแห่งก็อาจไม่มีวันเข้าถึง
ส่วนวิชาระดับจักรพรรดิของตระกูลจาง… นั้นไม่มีอยู่จริง
ที่แห่งนี้เป็เพียงตระกูลสาขา และเป็สาขาที่แห้งเหือดมานานหลายปี ไม่มีอัจฉริยะถูกส่งไปยังโลกใบใหญ่ ไม่มีผลงานที่น่าสนใจ ทำให้แทบไม่ได้รับทรัพยากรจากตระกูลสาขาหลักเลยแม้แต่น้อย
วิชาสูงสุดที่พวกเขามี… เป็เพียงวิชาระดับนักบุญเท่านั้น เนื่องจากว่าตระกูลจางเชื่อว่าหากเ้ามีพร์จริงๆ แค่วิชาระดับนักบุญก็พาคุณไปที่โลกใบใหญ่ได้แล้ว
สายฝนยังคงตกลงมาอย่างสม่ำเสมอ เสียงหยดน้ำกระทบกันเบา ๆ คล้ายเสียงนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง
ขณะนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[โฮสต์… ท่านไม่เห็นจำเป็ต้องทำให้เื่ยุ่งยากก็ได้ไม่ใช่เหรอ?!]
[ทั้งการสร้างหอการค้า การสร้างเครือข่ายผู้ติดตาม หรือการสร้างวีรบุรุษขึ้นมา]
[ด้วยศักยภาพของท่านและการช่วยเหลือจากข้า… ท่านไม่เห็นจำเป็ต้องทำที่ยุ่งยากแบบนี้เลย]
จางเหวินหลับตาลงช้า ๆ สีหน้าของเขาสงบลง ราวกับกำลังมองย้อนกลับไปในเส้นทางที่ผ่านมา ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ก่อนจะตอบกลับอย่างแ่เบา
“สิ่งที่เ้าพูด… มันก็ไม่ผิด”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ
“แต่นั้นก็เพราะว่าตอนนี้… ข้ามีเ้าคอยช่วยเหลือไง”
“ถ้าเกิดว่าวันหนึ่ง… เ้าหายไปล่ะ”
ระบบเงียบลงทันที เสียงของจางเหวินยังคงดังต่ออย่างนิ่งสงบ แต่แฝงความจริงจังที่ยากจะปฏิเสธ
“ถ้าวันหนึ่ง เ้าถูกกฎแห่งจักรวาลลบเลือน… หรือถูกบางสิ่งทำลายไป”
“ถึงตอนนั้นแล้ว… ข้าจะเหลืออะไรกันละ”
“หากข้าเคยชินกับการมีระบบช่วยเหลือทุกอย่าง… มันอาจจะทำให้ข้าทำอะไรเองไม่เป็เลยก็ได้ สุดท้ายข้าจะเป็เพียงเสือกระดาษที่มีดีแค่ภายนอกส่วนภายในนั้นช่างไร้ค่า”
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาสงบนิ่ง
“ดังนั้น ข้าจำเป็ต้องทำเื่ยุ่งยากมาก”
“ทั้งเครือข่าย อำนาจ ผู้ติดตาม… รวมถึงเส้นทางของข้าเอง”
“ทั้งหมดนี้… ไม่ใช่เพื่อในวันนี้ แต่เพื่อวันที่เหตุการณ์ไม่คาดคิดมาถึงต่างหาก…”
เสียงของเขาหยุดลง สายฝนรอบตัวพลันไหลวนช้าลงราวกับตอบสนองต่อเจตจำนงของเขา
จางเหวินยกมือขึ้นช้า ๆ ก้อนพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ลอยขึ้นเหนือฝ่ามือ ก่อนจะหมุนวนกลายเป็วงแหวนพลังซับซ้อน การตรัสรู้ครั้งแรก… ถูกใช้ยกระดับวิชาการบ่มเพาะและวิชาการต่อสู้ของตนเอง จากระดับนักบุญ… ให้ก้าวไปสู่ระดับจักรพรรดิ
….
….
….
ภายในหอการค้านกยูงเจ็ดสี บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงฝนกระหน่ำใส่หลังคาหยกดังสนั่นต่อเนื่อง เม็ดฝนกระแทกพื้นหินจนแตกกระเซ็นเป็ละอองหมอกบาง ๆ ม่านฝนหนาทึบปิดกั้นทั้งสายตาและจิตัั ทำให้แม้แต่ผู้บ่มเพาะระดับสูงก็ไม่อาจตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกได้
ภายในโถงประชุม หญิงสาวในชุดแพรสีเขียวขมวดคิ้วแน่นก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“หลิวชิงหายไปนานเกินไปแล้ว... แล้วฝนบ้านี่มันอะไรกัน ทำไมถึงตกหนักจนปิดกั้นการรับรู้ทั้งหมดได้แบบนี้ พวกเ้าว่ามันแปลกหรือไม่”
ชายวัยกลางคนอีกคนพยักหน้าช้า ๆ ก่อนตอบ
“ถ้าจะให้เดา... อาจเป็ฝีมือของคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สระหยกก็ได้ นอกจากพวกนางแล้ว ข้านึกไม่ออกจริง ๆ ว่าใครจะควบคุมปรากฏการณ์ระดับนี้ได้”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนถอนหายใจ
“ตอนนี้พวกเราทำเป็ไม่เห็นไปก่อนดีกว่า รอดูสถานการณ์อีกหน่อย ข้าเชื่อว่าคงสงบลงในไม่ช้า”
ทันใดนั้นเอง
ท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำจนบดบังทุกสิ่ง เสียงอันทรงอำนาจกลับทะลุผ่านม่านฝนลงมาราวกับฟ้าร้อง
“ประกาศสำคัญจากเ้าเมือง คังห่าว!”
เสียงนั้นดังก้องไปทั่วเมืองดาบ์โดยไม่ถูกสายฝนกลบแม้แต่น้อย
“น้ำฝนเหล่านี้มีพิษซ่อนอยู่ภายใน ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ และหลบอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ห้ามััสายฝนโดยเด็ดขาด!”
คำประกาศนั้นสร้างแรงสั่นะเืในหัวใจผู้คนทันที เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วเมือง ความหวาดกลัวค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของทุกคน
ในเสี้ยววินาทีต่อมา
ครืน!!!
ออร่าระดับนักบุญสิบเอ็ดสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกเป็วงกว้างจนชาวเมืองแทบทั้งหมดััได้ ความกดดันมหาศาลกดทับลงเหนือเมืองราวกับูเาใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศ
ภายในหอการค้านกยูงเจ็ดสี หญิงสาวคนเดิมเงยหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด
“อย่างนี้แปลว่า... คฤหาสน์เ้าเมืองเป็ฝ่ายชนะงั้นหรือ”
ทันใดนั้นเอง
ตูมมมมมม!!!
เสียงะเิดังกึกก้องะเืทั้งเมือง คลื่นแรงสั่นะเืแผ่กระจายจนพื้นดินสั่นไหว กระจกหน้าต่างหลายแห่งแตกร้าว
