มือผอมของใต้เท้าเหยากุ่ยนั้น เดิมทีผอมแห้งจนเห็นกระดูกได้อย่างชัดเจนเป็พิเศษอยู่แล้ว บวกกับสีดำที่ทำให้ผู้คนต่างขนลุกกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม มือแบบนี้กลับมีท่าทางการจับพู่กันอย่างคล่องแคล่ว คำที่เขียนออกมานั้นมีพลังและงดงามด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
ในไม่ช้า ใต้เท้าเหยากุ่ยก็บรรจงเขียนสมุนไพรเต็มทั้งหน้ากระดาษมากกว่า 20 ชนิด
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยก็ฉายแววซับซ้อน และพูดอย่างไม่พอใจว่า “ยาเซิงเสวี่ยตานต้องใช้ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน เ้าจะให้พวกนางหาไปถึงปีมะโว้เลยหรือไร?”
“ใต้เท้าเหยากุ่ย การช่วยชีวิตผู้คนไม่สามารถรอช้าได้หรอก” ตวนมู่ไป๋เย่ก็เอ่ยปากพูดเช่นกัน
“อะแฮ่ม!”
ใต้เท้าเหยากุ่ยกระแอมสองสามครั้ง รู้สึกไม่มีความสุข ยาสมุนไพรก็ไม่ได้มากมาย แค่ตามหาสักพัก มันก็น่าสนุกจะตายไม่ใช่หรือไร? อย่างน้อยก็สิบวันไม่ก็ครึ่งเดือนเอง เช่นนี้เขาก็จะได้มองสาวสวยตามหายาสมุนไพรได้ทุกวัน แล้วก็คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ส่วนจะช่วยชีวิตหรือไม่นั้น มันสำคัญกับเขาอย่างไรกัน? อย่างไรก็มีคนมากมายรอการช่วยเหลืออยู่นอกหุบเขา
“ถ้ามันมากเกินไป อย่างนั้นก็ไม่ต้องเล่นสิ” ใต้เท้าเหยากุ่ยพูดอย่างเย้ยหยัน
ขณะที่ตวนมู่ไป๋เย่และตวนมู่เหยากำลังรีบร้อนและกำลังจะตอบรับ แต่หลงเฟยเยี่ยกลับพูดว่า “ตกลง”
พูดจบ ก็หันหลังกลับและกำลังจะเดินออกไป ใต้เท้าเหยากุ่ยหรี่ตาลงอย่างกะทันหัน มองไปที่แผ่นหลังของหลงเฟยเยี่ยอย่างเ็า พร้อมกับปล่อยรัศมีที่เป็อันตรายออกมาจากร่างกายของเขา
หลงเฟยเยี่ยสามารถััได้ถึงรัศมีอันทรงพลังจากด้านหลัง เพียงแต่สีหน้าของเขายังคงเ็าและหยิ่งผยอง ย่างก้าวยังคงมั่นคง ทั้งยังพูดเร่งรัดหานอวิ๋นซีว่า “ยังไม่ไปอีกหรือ?”
การตามหายาเป็จุดแข็งของหานอวิ๋นซี หลงเฟยเยี่ยไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธ แต่ถ้ายาสมุนไพรมันมากขนาดนี้ ในด้านพละกำลัง หานอวิ๋นซีก็ไม่สามารถเอาชนะตวนมู่เหยาได้ สุดท้ายแล้วหานอวิ๋นซีก็คงแพ้อยู่ดี
เื่นี้ หลงเฟยเยี่ยจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีตระหนักดีถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง ในใจก็แอบชื่นชมหลงเฟยเยี่ยสำหรับความกล้าหาญของเขา! นางจึงเดินตามไปโดยไม่พูดอะไร
เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะออกไปจริงๆ ความโกรธในดวงตาของใต้เท้าเหยากุ่ยก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตวนมู่เหยาซึ่งอยู่ใกล้เขาที่สุดก็หวาดกลัวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ตอนนี้หลงเฟยเยี่ยกับหานอวิ๋นซีเดินออกไปแล้ว และกำลังจะก้าวออกไปนอกประตู
ทันใดนั้น ลูกดอกผีเสื้อก็บินออกมาจากมือของใต้เท้าเหยากุ่ย เร็วจนมองไม่เห็นวิถีการบิน เพียงแต่มันเข้าใกล้หลงเฟยเยี่ยในเพียงพริบตา อย่างไรก็ตาม หลงเฟยเยี่ยไม่แม้แต่หันกลับมา และใช้พลังที่มองไม่เห็นสะท้อนลูกดอกผีเสื้อให้บินกลับไปยังใต้เท้าเหยากุ่ย
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ตวนมู่เหยาและตวนมู่ไป๋เย่ก็ใอย่างมาก พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าวิทยายุทธ์ของหลงเฟยเยี่ยจะพัฒนาขึ้นมากขนาดนี้หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่เดือน
ใต้เท้าเหยากุ่ยหมกมุ่นอยู่กับจินตานงูเหลือมั์พิษมานานหลายปี จะปล่อยหลงเฟยเยี่ยไปจริงๆ ได้อย่างไรกัน
นอกจากนี้ ยาเซิงเสวี่ยตานไม่ได้มีแค่ในหุบเขายาผี ที่อื่นๆ เองก็คงจะมีเหมือนกัน ด้วยความสามารถของหลงเฟยเยี่ยแล้ว ทำไมจะหาไม่ได้ล่ะ
เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยก้าวออกจากธรณีประตูโดยไม่หันกลับมามอง สุดท้ายใต้เท้าเหยากุ่ยก็พูดอย่างเ็าว่า “หลงเฟยเยี่ย ข้ารับปากเ้า!”
คราวนี้ หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีจึงจะหันกลับมาอีกครั้ง ไม่ต้องพูดเลยว่าสองคนนี้ดูเหมือนสามีภรรยากันจริงๆ ต่างดูสบายๆ และสงบนิ่งกันทั้งคู่
ใต้เท้าเหยากุ่ยมองไปที่พวกเขาอย่างเ็า พร้อมกับความเกลียดชังที่ฉายชัด หลงเฟยเยี่ย ครั้งนี้เ้าช่างโหดร้ายเหลือเกิน ดีที่สุดเ้าอย่าได้มาขอยาที่หุบเขายาผีของข้าอีกเลย! ยิ่งกว่านั้น ข้าจะแก้แค้นเ้าให้เ้าดูเดี๋ยวนี้!
เหยากุ่ยฉีกใบสั่งยาใบแรกทิ้ง และหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง
ยิ่งหลงเฟยเยี่ยรีบร้อนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งต้องถ่วงเวลามากเท่านั้น ถ้าเขียนยาสมุนไพรมากมายไม่ได้ เช่นนั้นก็เขียนไม่กี่อย่างก็แล้วกัน เขาสามารถทำให้หานอวิ๋นซีและตวนมู่เหยาหามันไม่เจอ อาจจะหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น
เมื่อถึงเวลานั้น เขาอยากจะเห็นเหลือเกินว่าจะเป็หลงเฟยเยี่ยที่รีบร้อนก่อน หรือจะเป็ตวนมู่ไป๋เย่ที่รีบร้อนก่อน
พู่กันของใต้เท้าเหยากุ่ยเขียนลงบนกระดาษสีขาว ครั้งนี้เขาไม่ได้เขียนลงไปในทันที แต่เริ่มคิดอย่างจริงจัง
มียาหายากหลายชนิด บางชนิดคล้ายยาสามัญ แต่กลับหาได้ยากอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าอยู่ตรงหน้าแต่ก็กลับหาไม่เจอ บางชนิดเติบโตในสภาพที่อันตราย ไม่สามารถพบได้ทุกที่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยาสมุนไพรเลย มันมีวงจรการเติบโตที่ยาวนาน ทั้งยังมีเพียงไม่กี่แห่ง มากสุดหนึ่งหรือสองแห่งในหุบเขาเท่านั้น...
ใต้เท้าเหยากุ่ยที่กำลังจะเขียนตัวยาลงไป
ทุกคนต่างกำลังรอคอย ตวนมู่เหยามองไปที่หานอวิ๋นซีอยู่หลายครั้งด้วยสายตาที่เ็าและเหยียดหยาม
หานอวิ๋นซีไม่้าที่จะสบตากับนางในครั้งนี้ ดังนั้นจึงขยับเข้าไปใกล้หลงเฟยเยี่ยอย่างตั้งใจ ด้วยเช่นนี้ ตวนมู่เหยาจึงอารมณ์เสียขึ้นมาจนหันหน้าหนีไปทันทีและไม่้ามองอีกต่อไป!
หลงเฟยเยี่ยก้มลงมองหานอวิ๋นซี จากนั้นก็ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อปฏิเสธ หานอวิ๋นซีรู้สึกอายเล็กน้อย แต่อย่างไรตวนมู่เหยาก็ไม่เห็นฉากนี้
หานอวิ๋นซีระมัดระวังตัวเล็กน้อย นางคิดว่าหากหลงเฟยเยี่ยไม่้ายาเซิงเสวี่ยตานในวันนี้ แต่เป็นางที่้า บางทีเขาอาจจะเป็คนที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็ได้
อันที่จริงไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้กับตวนมู่เหยาจะเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน เพราะชายผู้นี้เ็าและโเี้กับทุกคน และในใจของเขาก็ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
ในที่สุด ท่ามกลางการรอคอยอันยาวนาน ใต้เท้าเหยากุ่ยก็คิดได้แล้ว เขาหยิบพู่กันขึ้นมาและเขียนยาสามชนิดลงบนกระดาษขาว จากนั้นก็ส่งให้กับหานอวิ๋นซีและตวนมู่เหยา
หานอวิ๋นซีไม่แม้แต่จะมองมัน ตวนมู่เหยาจึงอ่านออกมาทีละตัว “เจ็ดมารโกฐสอเทศ ตานไป๋อีมี่ กุ่ยตาเฉียง”
เอ่อ...หานอวิ๋นซีตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินชื่อเหล่านี้
ทันใดนั้นนางก็มองใบสั่งยาในมือ อ่านทีละคำและตรวจดูให้แน่ใจว่าถูกต้อง
พระเ้า มันคือสมุนไพรทั้งสาม!
ใบหน้าหานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ตื่นเต้นจนอยากจะร้องไห้ สำหรับคนนอกที่มองมานั้น ตอนนี้นางดูเหมือนกำลังจะร้องไห้จริงๆ
หลงเฟยเยี่ยที่เห็นท่าทางเช่นนี้ของนาง แววตาก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน ไม่เข้าใจสตรีผู้นี้เลย
แต่ตวนมู่เหยากลับยิ้มขึ้นมา “ฉินหวังเฟยมาจากครอบครัวหมอ เ้าเคยเห็นยาสามตัวนี้หรือไม่?”
หานอวิ๋นซีสูดจมูกด้วยความตื่นเต้นและส่ายหัว “ไม่เคยเห็นมาก่อน”
ตวนมู่เหยาเต็มไปด้วยความมั่นใจในทันที ดีมาก ถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องออกแรง และในไม่ช้า ใต้เท้าเหยากุ่ยก็ส่งแผนที่ยาสมุนไพรให้สองใบ
“เช่นนั้น…พวกเรามาเริ่มกันเลยหรือไม่?” ใต้เท้าเหยากุ่ยถามอย่างกระวนกระวายใจ
“ไม่มีปัญหา” ตวนมู่เหยาที่เตรียมพร้อมมานานแล้ว ตราบใดที่มีแผนที่ แค่ยาสมุนไพรทั้งสาม ด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งทางกายภาพของนางแล้ว ต่อให้ขุดหุบเขายาผีให้ลึกลงไปสามฉื่อก็ไม่ใช่ปัญหา
หานอวิ๋นซีกำแผนที่สมุนไพรไว้แน่น “อืม!”
“เอาล่ะ เริ่มเลย! ข้าจะรออยู่ที่นี่...”
ใต้เท้าเหยากุ่ยที่ยังไม่ทันจะพูดจบ ตวนมู่เหยาก็รีบออกไปจากประตูพร้อมกับแผนที่สมุนไพรในกระเป๋า
“เร็วจริงๆ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าจะตั้งหน้าตั้งตารอเลยล่ะ”
ใต้เท้าเหยากุ่ยหัวเราะเสียงดัง แน่นอนว่าเวลานี้เขาสนใจหานอวิ๋นซีมากกว่า ใครสั่งให้หลงเฟยเยี่ยมายั่วโมโหเขาล่ะ?
เมื่อเห็นว่าตวนมู่เหยารวดเร็วขนาดนั้น หานอวิ๋นซีก็ผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็สงบสติอารมณ์และวิ่งออกไปพร้อมกับแผนที่สมุนไพรในมือ แต่ความเร็วในการวิ่งของนาง ทำให้ใต้เท้าหเยากุ่ยตามนางมาทัน
ใต้เท้าเหยากุ่ยลุกขึ้นและเดินตามหานอวิ๋นซี ดูเหมือนจะเดินช้า แต่ความเร็วของเขาเร็วกว่าหานอวิ๋นซีอยู่ดี “หานอวิ๋นซี ช้าแบบนี้คงไม่ได้การ ข้าบอกเ้าไว้เลยนะว่า ทั้งหุบเขามีกุ่ยตาเฉียงแค่เพียงหนึ่งเดียว ถ้าไปช้าจะแพ้เอาเสียล่ะ!”
หานอวิ๋นซีหันกลับมามอง แล้วแสร้งทำเป็ใ “จริงหรือ?”
ใต้เท้าเหยากุ่ยยิ้มจนดวงตาที่มีเสน่ห์ของเขาหรี่เป็เส้นตรง “ข้าไม่เคยโกหกสตรีอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก”
หานอวิ๋นซียิ้มอย่างอ่อนหวาน เร่งความเร็วขึ้นและในที่สุดก็วิ่งไปถึงที่ลาน แต่ในเวลานี้ ตวนมู่เหยาหายตัวไปนานแล้ว
หลงเฟยเยี่ยและตวนมู่ไป๋เย่ที่รออยู่ข้างนอกก่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซีเพิ่งมาถึง ตวนมู่ไป๋เย่ก็กระตุกยิ้มอย่างเยาะเย้ยและพูดติดตลกว่า “ฉินหวังเฟยเชื่องช้าขนาดนี้ คงมีความมั่นใจมากใช่หรือไม่?”
หานอวิ๋นซีหันไปมองอย่างรวดเร็ว ท่าทางการตื่นเต้นตอนที่เห็นใบสั่งยาเมื่อครู่ก็กลับมาอีกครั้ง พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นด้วยกับคำพูดของตวนมู่ไป๋เย่อย่างมาก
มองอย่างไรครั้งนี้ก็เหมือนไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ดูตื่นเต้นจริงๆ
เอ่อ…
ตวนมู่ไป๋เย่ตกตะลึง เกิดอะไรขึ้นกับสตรีผู้นี้ สีหน้าเช่นนี้ของนางหมายความว่าอย่างไร?
ต้องยอมรับว่าหลงเฟยเยี่ยเองก็สับสนกับหานอวิ๋นซีเช่นกัน ปฏิกิริยาของนางคืออะไรกันแน่? นางรู้จักสมุนไพรทั้งสามนี้หรือว่าไม่รู้จักกันแน่?
หานอวิ๋นซีไม่ได้สนใจพวกเขา ทันทีที่เห็นม้านั่งหินข้างๆ นางก็นั่งลงและลูบหน้าอกเบาๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
เมื่อเห็นสิ่งนี้ แม้แต่ใต้เท้าเหยากุ่ยที่น่าเกรงกลัวก็เงียบลง สตรีผู้นี้...คงไม่ได้คิดที่จะยอมแพ้เลยใช่หรือไม่?
ถ้าเป็เช่นนี้ เขาควรเตรียมตัวที่จะหัวเราะเยาะหลงเฟยเยี่ยเลยหรือไม่นะ
หานอวิ๋นซีไม่ได้แสร้งทำ นางตื่นเต้นจริงๆ! ตื่นเต้นจนไม่สามารถแสดงออกมาเป็คำพูดได้!
เมื่อมองไปที่ใต้เท้าเหยากุ่ย นางอยากจะพุ่งเข้าไปกดไลก์ให้เขาสัก 32 ครั้ง ใต้เท้าเหยากุ่ยมีใจที่เป็อัจฉริยะจริงๆ! ไม่ ไม่ ไม่ เขาเป็อัจฉริยะเลยต่างหาก! สมุนไพรทั้งสามที่เขาเขียนคือยาพิษทั้งหมด!
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสมุนไพรทั้งสามนี้มีอยู่ในลานนี้ทั้งหมด!
ต้องรู้ว่าสถานที่นี้ถูกมองข้ามไปได้ง่ายที่สุด เ้าโง่ตวนมู่เหยานั่นเลยรีบออกไป
ยาสมุนไพรมีพิษมี 2 ชนิด ชนิดแรกต้องต้มเพื่อดึงพิษออกมา จัดเป็สมุนไพรที่มีพิษซ่อนเร้น ส่วนอีกชนิดหนึ่งจัดเป็สมุนไพรที่มีพิษเด่น ซึ่งจะแสดงพิษออกมาแม้ว่าจะแตกหน่อก็ตาม แต่น่าเสียดายที่สมุนไพรทั้งสามที่ใต้เท้าเหยากุ่ยเขียนไว้อยู่ในประเภทหลังทั้งหมด
ทันทีที่หานอวิ๋นซีเข้ามาในหุบเขายาผี ระบบล้างพิษก็เตือนหลายครั้งว่ามีพิษจำนวนมากในหุบเขานี้ และเมื่อเข้ามาในลานนี้ ระบบล้างพิษก็เตือนนางอีกครั้ง
พืชมีพิษเป็ชนิดที่นางคุ้นเคยมากที่สุด สำหรับพืชที่มีพิษเด่นประเภทนี้ ไม่จำเป็ต้องทดสอบ นางก็สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรได้ด้วยการมองอย่างรวดเร็ว
ตวนมู่เหยา เ้าไปหาดีๆ ล่ะ “เจ็ดมารโกศสอเทศและตานไป๋อีหมี่” ยาสมุนไพรพิษสองชนิดนี้ ไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา แต่เป็พืชพิษที่หายากมาก แม้ว่าจะมีพืชชนิดที่สองและสามในหุบเขานี้ แต่แม้แต่ใต้เท้าเหยากุ่ยเองก็ไม่อาจค้นพบมันได้ในเวลาอันสั้น!
และกุ่ยตาเฉียงที่มีเพียงหนึ่งเดียว ก็คงจะถูกใต้เท้าเหยากุ่ยดูแลเป็พิเศษ ไม่มีทางพบมันข้างนอกอย่างแน่นอน
นางปล่อยให้หลงเฟยเยี่ย ตวนมู่ไป๋เย่ และใต้เท้าเหยากุ่ยมองด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังลูบหน้าอก เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้ ต้องให้เวลานางสงบสติอารมณ์สักหน่อย
ในที่สุด ตวนมู่ไป่เย๋ก็ทนไม่ได้อีกต่อไป และถามอย่างไม่พอใจว่า “ฉินหวังเฟย ทำไมเ้าไม่ไปหามันล่ะ? เ้าจะยอมรับความพ่ายแพ้งั้นหรือ?”
จะตายอยู่แล้วก็ยังมาอวดดี อีกเดี๋ยวได้ร้องไห้ออกมาแน่ๆ
หานอวิ๋นซียืนขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “องค์ชายเย่ องค์หญิงฉางเล่อรีบร้อนไปแล้ว ท่านจะรีบร้อนไปทำไมอีก?”
ในขณะที่นางพูด มือก็ส่งแผนที่สมุนไพรที่นางยังไม่เปิดอ่านมันแม้แต่น้อยส่งไปให้หลงเฟยเยี่ย “ท่านอ๋อง ช่วยข้าถือมันไว้หน่อย”
แววตาที่ขี้เล่นฉายผ่านดวงตาของหลงเฟยเยี่ย ทว่าเขาก็รับแผนที่สมุนไพรมาอย่างเงียบๆ
ตวนมู่ไป๋เย่ถึงกับพูดไม่ออก ในใจก็ไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ เป็ไปได้หรือไม่ว่าสตรีผู้นี้มีความมั่นใจว่าจะทำได้จริงๆ? เพียงแต่ในไม่ช้าความคิดนี้ก็ถูกเขาปฏิเสธอีกครั้ง เป็ไปไม่ได้ แม้ว่านางจะรู้จักยาสมุนไพรเ่าั้ แต่นางก็ไม่สามารถหามันเจอได้ในทันที
นางไปเอาความมั่นใจมาจากไหน? นางคงไม่ได้ทำเป็ล้อเล่นหรอกใช่หรือไม่
เมื่อคิดเช่นนี้ ตวนมู่ไป๋เย่ก็กอดอกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็า เขาเพียงรอดู และไม่เชื่อในสิ่งที่หานอวิ๋นซีกำลังจะทำ
อย่างไรก็ตาม ในใจใต้เท้าเหยากุ่ยกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา สตรีผู้นี้นั่งอยู่ในลานและไม่ออกไปไหนเลย นางคงไม่ได้พบอะไรบางอย่างแล้วใช่หรือไม่?