เมื่อครู่ที่หวังเฮ่าเข้าประตูมาก็แจกม่ายหยาถังให้กับเด็กน้อยทั้งแปดคน คนละสองชิ้น ยังให้ของขวัญพบหน้าคนละยี่สิบเหรียญทองแดง ภายในเวลาอันสั้นก็ได้รับความรู้สึกดีๆ จากเด็กๆ ทั้งแปดคน
แน่นอนว่าเด็กๆ ไม่สามารถรับเงินได้ เงินเหล่านี้ล้วนถูกหลี่ต้าหลินสองสามีภรรยาและิซื่อเก็บไปอย่างรวดเร็ว
หวังเฮ่าชอบเด็กมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลานสาวทั้งสามคนของเขาล้วนได้รับความรักจากเขาไม่น้อย
ครานี้เขามาที่บ้านตระกูลหลี่ พอมาถึงก็มอบเงินมอบลูกอมให้เด็กๆ ตระกูลหลี่ วิธีการแสดงความชอบนั้นตรงไปตรงมายิ่ง
เขามองหลี่เต้าและหลี่เหลยที่สูงเพียงเล็กน้อย นี่เป็ผลมาจากการขาดสารอาหารเป็เวลาหลายปี สภาพความเป็อยู่ของตระกูลหลี่ย่ำแย่กว่าที่เขาคิด หลี่ชิงชิงภรรยาของเขาก็เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
กลิ่นหอมของหมูที่ผัดในห้องครัวลอยโชยมาถึงห้องโถงใหญ่ ผู้ใหญ่และเด็กเล็กต่างกลืนน้ำลายอย่างควบคุมตนเองไม่ได้
ท้องของเถียนจื้อเการ้องโครกครากอย่างไม่พอใจ เขารีบร้อนหยัดกายลุกขึ้นและจากไปด้วยความอับอาย คนตระกูลหลี่กลับไม่มีแม้แต่คำพูดเกรงใจ ปล่อยเขาให้จากไปทั้งเช่นนี้
คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้ว่า ก่อนที่หลี่ชิงชิงจะแต่งงานนางรักใคร่กับเถียนจื้อเกา หากมิใช่ว่าหลินซื่อไม่เห็นด้วยอย่างเอาเป็เอาตาย พวกเขาทั้งสองย่อมกลายเป็สามีภรรยากันแล้ว ไหนเลยจะมีเื่ของหวังเฮ่า
ยามนี้หวังเฮ่ามาเยี่ยมคนตระกูลหลี่ และซื้อเนื้อหมูมาทําเป็อาหาร หากเถียนจื้อเกาอยู่กินด้วย แล้วภายหลังหวังเฮ่ารู้ว่าเถียนจื้อเกาคือศัตรูหัวใจของเขา ย่อมต้องไม่พอใจคนตระกูลหลี่อย่างแน่นอน
คนตระกูลหลี่ก็ไม่ได้โง่เขลาเพียงนั้น
ในที่สุดอาหารเย็นที่คนทั้งครอบครัวรอคอยก็เริ่มขึ้นแล้ว บุรุษนั่งหนึ่งโต๊ะ ในส่วนของสตรีและเด็กยังไม่ลงมือกิน รอให้บุรุษกินเสร็จแล้วค่อยไปกินที่ห้องครัว
โต๊ะแปดเซียนของตระกูลหลี่มีขาโต๊ะครบทั้งสี่ขา เพียงแต่สั่นเล็กน้อย ยามนี้บนโต๊ะอาหารมีถังไม้ขนาดใหญ่สี่ใบวางอยู่ หมูผัดกระเทียมหนึ่ง ฟักทองตุ๋นหนึ่ง ผัดแตงกวาหนึ่ง และผัดบวบอีกหนึ่ง อาหารหลักคือข้าวกล้อง
ในอาหารสี่อย่าง สามอย่างเป็อาหารจำพวกแตง ตระกูลหลี่มีแปลงผักน้อย ทั้งหน้าบ้านหลังบ้านล้วนปลูกผักจำพวกแตงที่โตง่ายและให้ผลผลิตสูง
ตระกูลหลี่มีลูกเขยทั้งหมดสามคน ยามที่ลูกเขยอีกสองคนมาเยี่ยม พวกเขาไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ นั่นเป็เพราะว่าลูกเขยอีกสองคนให้ของขวัญน้อยกว่าหวังเฮ่ามาก
แต่แม้ว่าหวังเฮ่าจะใช้เงินจำนวนที่ตระกูลหลี่นึกไม่ถึงในการมอบของขวัญ แต่เขาก็ยังคงไม่ได้กินข้าวขาวอยู่ดี
ชามกระเบื้องเคลือบขอบแหว่งสีดําขนาดใหญ่ ข้างในเต็มไปด้วยข้าวกล้อง หวังเฮ่ากินข้าวกล้องที่ไม่ได้ต้มจนข้าวนิ่มอย่างไม่รีบร้อน ครั้นเห็นพ่อตา พี่ชายและน้องชายภรรยากินอย่างตะกละตะกลาม ล้วนไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดสักประโยค ก็คิดในใจว่า นี่คงไม่ได้กินเนื้อมานานแล้วกระมัง
หลี่เต้าและหลี่เหลยเข้ามาอีกครั้ง คลอเคลียอยู่ข้างกายหวังเฮ่า สายตาเคลื่อนที่ขยับไปตามตะเกียบของหวังเฮ่า
หวังเฮ่าคีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งให้หลี่เต้า จากนั้นก็คีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งให้หลี่เหลย
เด็กสองคนอ้าปากรับอาหารราวกับนกน้อย กินอย่างเอร็ดอร่อย
ยามนี้เองหลี่ไฉ่ที่อายุหกขวบก็เดินเข้ามา หวังเฮ่ารู้ว่าหลี่ไฉ่เป็บุตรของหลี่เอ้อร์หลิน หลี่ชิงชิงพูดเื่ดีๆ ของหลี่เอ้อร์หลินต่อหน้าเขา คนตระกูลหวังก็ประเมินหลี่เอ้อร์หลินเอาไว้สูงมาก ในตอนที่กําลังจะคีบเนื้อชิ้นหนึ่งให้นางกิน ก็ได้ยินสตรีสองคนที่อยู่ข้างหลังะโด่าทอพร้อมกัน “หลี่ไฉ่ เ้าอยากตายหรือ กลับมาเร็ว!”
“นางของขาดทุน [1] จะมากินเนื้ออันใด รีบไสหัวออกมา!”
หลี่ไฉ่รีบเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของหวังเฮ่า ให้หวังเฮ่าคีบเนื้อป้อนเข้าปากนาง
เมื่อครู่ตอนท่านป้าสะใภ้และท่านแม่ผัดเนื้ออยู่ในครัว พี่ชายน้องชายล้วนได้กินไปหลายชิ้น แต่นางกับพี่สาวน้องสาวไม่ได้กินแม้แต่ชิ้นเดียว
์ทรงโปรด ให้นางได้กินเนื้อเถิด!
หากได้กินเนื้อ นางคงยิ้มได้แม้แต่อยู่ในความฝัน
มีหรือหวังเฮ่าจะไม่เข้าใจ รีบคีบเนื้อสองตะเกียบยัดเข้าไปในปากของหลี่ไฉ่ มองเด็กน้อยร่างผอมอ่อนแอคล้ายกับหลี่ชิงชิงถึงสองส่วนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ครั้นนึกถึงเมื่อครู่ที่เขามอบลูกอมสองชิ้นแก่เด็กหญิงตัวน้อยทั้งสามของตระกูลหลี่ แต่ถูกผู้ใหญ่ตระกูลหลี่เอาไปหนึ่งชิ้นแล้วมอบให้เด็กผู้ชายกิน
จางซื่อพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาก็ด่าทอหลานสาวทั้งสามเช่นกัน แต่ไม่ได้กีดกันเื่อาหารการกินของหลานสาวทั้งสามคน
เขาสามารถนึกถึงหลี่ชิงชิงที่ภายนอกอ่อนโยน แต่ภายในเย่อหยิ่งที่ไม่ได้รับความเป็ธรรมอย่างมากจากครอบครัวเช่นนี้
ไม่นานหลังจากนั้น ผู้เฒ่าหลี่พ่อลูกทั้งสามก็วางชามและตะเกียบลงทีละคน หยัดกายขึ้นยืน ลูบท้องที่เกือบจะแตก ใบหน้าเต็มไปรอยยิ้มแห่งความสุข
หวังเฮ่าหันไปเห็นสตรีและเด็กๆ ของตระกูลหลี่ยืนอยู่ด้านนอกห้องโถงหลัก กําลังรออยู่ตาปริบๆ เขาแอบทอดถอนใจหนึ่งเสียง จึงรีบกินข้าวกล้องในชามเข้าปากอย่างลวกๆ และจบมื้ออาหารเย็น
เติ้งซื่อร้องว่า “หลี่ไฉ่ นางเด็กบ้า รนหาที่ตาย เ้ากินไม่ได้ รอให้พวกข้ากินเสร็จแล้วค่อยกิน สั่งสอนเ้าที่ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์การขออาหารจากแขก!”
หลี่ไฉ่เริ่มร้องไห้ด้วยความเสียใจเป็อย่างยิ่ง
ิซื่อกลอกตาใส่เติ้งซื่อหนึ่งที หลี่ไฉ่เป็บุตรสาวของนาง แม้จะขาดทุนเพียงใดก็ไม่ได้กินของเติ้งซื่อ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “แขกอันใดกัน นั่นเป็อาเขยแท้ๆ ของหลี่ไฉ่ เมื่อครู่ข้าก็ดุหลี่ไฉ่ไปแล้ว”
เติ้งซื่อพูดอย่างไม่พอใจว่า “พี่ชายน้องชายในบ้านยังไม่ได้กิน เ้าก็ปล่อยให้นางเด็กบ้านี่กิน เ้าตามใจนางเช่นนี้ ต่อไปนางแต่งเข้าบ้านสามีต้องถูกแม่สามีตีตาย!”
หากเป็ยามปกติ ิซื่อย่อมทะเลาะกับเติ้งซื่อแล้ว แต่วันนี้อยู่ต่อหน้าหวังเฮ่า นางจึงคร้านที่จะทะเลาะ
ในที่สุดหลี่ไฉ่ผู้น่าสงสารก็ได้กินเนื้อ ทว่าเนื้อมีไม่มาก กินไปเพียงสามตะเกียบ โชคดีที่มีน้ำแกงเนื้ออยู่เล็กน้อย จึงใช้น้ำแกงมาคลุกกับข้าวกล้อง รสชาติอร่อยเหลือเกิน นางยิ้มออกมาอย่างมีความสุขทันที
“ท่านอาเขย ท่านจะมาอีกเมื่อไรหรือ?”
“ท่านอาเขย ท่านยังจะซื้อเนื้อ ซื้อลูกอมให้ข้ากินหรือไม่?”
“ท่านอาเขย ท่านทํางานใดในค่ายทหาร?”
หลังมื้ออาหาร เด็กน้อยบ้านตระกูลหลี่ที่ได้กินเนื้อต่างแห่กันมาห้อมล้อมหวังเฮ่า จากนั้นจึงถูกผู้ใหญ่ในบ้านดุและไล่ออกไป
หวังเฮ่าเห็นว่าครอบครัวหลี่มีคนมากเด็กก็มาก หากกล่าวให้น่าฟังก็สนุกครึกครื้น หากกล่าวไม่น่าฟังก็วุ่นวาย คนมากมายขนาดนี้ก็เหมือนกับครอบครัวอาเจ็ดของตระกูลหวัง มีคนมากทว่าคนทํางานได้น้อย หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนทั้งห่างไกลและทําการค้าไม่ได้ ชีวิตของตระกูลหลี่นั้นยากที่จะร่ำรวยขึ้นมาได้
ในที่สุดหลี่ซานหลินก็มีโอกาสสนทนากับหวังเฮ่า “พี่เขย พี่หญิงห้าได้บอกท่านหรือไม่ว่าข้าจะแต่งงานในปีหน้า?”
“ไม่ได้บอก” หลายวันมานี้ที่หวังเฮ่าอยู่ที่บ้านตระกูลหวัง หลี่ชิงชิงพูดถึงเพียงพี่หญิงทั้งสองและหลี่เอ้อร์หลินกับเขาเท่านั้น คนอื่นๆ ไม่ได้เอ่ยถึง
หลี่ซานหลินเอ่ยอย่างกระตือรือร้นว่า “ปีหน้าข้าอายุลวงสิบหกปีแล้ว ภรรยาที่ข้าจะแต่งเป็สตรีที่งดงามที่สุดในหมู่บ้านหูขอรับ”
“รูปโฉมงามแต่แพงจะตาย เฮอะ ใช้เงินไปแล้วแปดตำลึงเงิน แต่ยังไม่ได้ตบแต่งเข้าบ้าน!” เติ้งซื่อโผล่มาจากใดไม่รู้ น้ำเสียงมีแววถากถาง “กลัวแต่ว่าปีหน้าตระกูลหูยังจะขอเงินจากครอบครัวพวกเราอีกน่ะสิ!”
ิซื่อเอาไม้กวาดมากวาดห้องโถงใหญ่ เห็นหลี่ซานหลินก็รู้สึกขัดหูขัดตายิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยาบคาย “หน้าตาดีแล้วมีประโยชน์ใด นานขนาดนี้แล้วแม้แต่พื้นรองเท้าหนึ่งคู่ก็ไม่เคยทําให้เ้า!”
หลี่ซานหลินคิดว่าสิ่งที่เขาสามารถนําออกมาโอ้อวดได้ ก็คือการมีคู่หมั้นที่รูปโฉมงดงามคนหนึ่ง ผู้ใดจะรู้ว่าจะถูกพี่สะใภ้ทั้งสองต่อว่าอยู่พักหนึ่ง
หวังเฮ่าเพิ่งรู้ว่าตระกูลหลี่ใช้เงินแปดตำลึงเงินเพื่อตบแต่งภรรยาให้หลี่ซานหลิน ไม่ใช่ว่าตระกูลหลี่ไม่มีเงินหรอกหรือ?
หากเปลี่ยนเป็บ้านของเขา ท่านพ่อและท่านแม่ย่อมไม่หักเงินสินเดิมทั้งหมดของบุตรสาวทั้งสองแล้วยังไปยืมเงินจากข้างนอก เพื่อนำมาแต่งภรรยาให้พวกเขาบุตรชายทั้งสามคนอย่างแน่นอน
-----------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ของขาดทุน (赔钱货) คำเรียกลูกสาวในสมัยก่อน เนื่องจากโตแล้วต้องแต่งออกเรือน ทั้งยังต้องเสียค่าสินเดิมติดตัวเ้าสาวด้วย
