ในที่สุดร่างกายของม่อหรานก็กลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้งเขาสามารถเดินเหินได้อย่างเป็ปกติไม่ต้องพึ่งไม้เท้า
ไม่ต้องฝืนร่างกายทีละก้าวอีกต่อไปพลังที่เคยหลับใหลบัดนี้ได้หวนคืนมาอย่างครบถ้วนราวกับไม่เคยสูญหายไปไหน
ม่อหรานยืนอยู่กลางลานเล็ก ๆกำมือแน่นรับรู้ถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกายอย่างชัดเจนหัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความยินดี
“เสวียนหนิง” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นได้ “พี่รู้สึกว่า…ร่างกายของพี่หายเป็ปกติแล้วจริง ๆ”
คำพูดนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขไม่ใช่เพียงเพราะเขากลับมาแข็งแรงแต่เพราะเขาได้ผ่าน่เวลาที่มืดมนที่สุดมาได้
โดยมีนางอยู่เคียงข้างเสมอเสวียนหนิงมองเขาก่อนจะยิ้มบางรอยยิ้มนั้นอบอุ่นและอ่อนโยน
“น้องดีใจกับท่านพี่ด้วยนะเ้าค่ะ” นางตอบเสียงนุ่มไม่มีสิ่งจะทำให้นางมีความสุขได้มากไปกว่าการได้เห็นชายคนรักยืนยิ้มอย่างมีชีวิตชีวาเช่นนี้สำหรับเสวียนหนิงชีวิตของเขาก็เปรียบเสมือนการคงอยู่ของนางเองนางไม่อาจบอกได้ว่าตนเองหลงลืมความเ็าที่เคยมีไปั้แ่เมื่อใดหรือแท้จริงแล้วนางอาจไม่เคยอบอุ่นกับผู้ใดมาก่อน
ม่อหรานยื่นมือไปกุมมือของเสวียนหนิงไว้แน่นราวกับไม่้าปล่อยให้ความตั้งใจนี้หลุดลอยไปไหนเขามองนางด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและจริงใจ
“เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว…พวกเรากลับไปที่เมืองหลวงกันเถอะ” เขาหยุดเล็กน้อยนิ้วมือกระชับแน่นขึ้นอีกนิด
“พวกเราจะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอีกครั้ง” ด้วยฝีมือที่เขามีม่อหรานมั่นใจว่าการทำงานหาเงินเลี้ยงดูเสวียนหนิง
ไม่ใช่เื่ยากเย็นแต่อย่างใดเขาไม่้าตำแหน่งไม่้าชื่อเสียงใด ๆ อีกแล้ว
ไม่เพียงแต่เขาจะไม่กลับไปที่ตระกูลสถานที่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและความระแวงแต่รวมไปถึงราชสำนักด้วยสถานที่ที่เคยผูกมัดชีวิตของเขาไว้กับความวุ่นวายการเมืองและเืที่ไม่อาจล้างออกเขา…เบื่อมันเต็มทีแล้วสิ่งที่ม่อหราน้าในตอนนี้
มีเพียงชีวิตที่เรียบง่ายมีงานสุจริตมีเรือนเล็ก ๆ สักหลัง
ก่อนที่ม่อหรานและเสวียนหนิงจะออกเดินทางกลับสู่เมืองหลวงด้วยกันทั้งสองได้ใช้เวลาในหมู่บ้านชิงเหอให้คุ้มค่าที่สุด
พวกเขาทำกิจกรรมเล็ก ๆ ร่วมกันกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความหมายเดินเคียงกันไปตามทุ่งหญ้า
ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติรับลมอ่อนที่พัดผ่านผืนดินฟังเสียงนกร้องยามเช้าและแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า
บางวันก็ลงมือปลูกพืชด้วยกันขุดดิน หว่านเมล็ดมือเปื้อนดินแต่หัวใจกลับเบาสบายอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
บางครั้งก็ช่วยกันเลี้ยงสัตว์ให้อาหารทำความสะอาดคอกหัวเราะกับความซุกซนของพวกมัน
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังแทรกอยู่ในทุก่เวลาทั้งสองหยอกล้อกันอย่างเป็ธรรมชาติไม่มีฐานะไม่มีตำแหน่งไม่มีภาระใดถ่วงใจ
สิ่งเหล่านี้คือความสุขที่ไม่มีวันหาได้ในเมืองหลวงเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบการแก่งแย่งและหน้ากากที่ผู้คนสวมใส่
เมื่อได้ผ่านความยากลำบากในหมู่บ้านแห่งนี้มาด้วยกันม่อหรานก็ยิ่งรู้สึกผูกพันเขาไม่ได้เพียงได้รับการเยียวยาที่นี่
แต่ยังได้เรียนรู้ความหมายของการมีชีวิตที่ไม่ต้องแลกด้วยเืหรืออำนาจ
ดังนั้นก่อนจากลาเขาจึงอยากสร้างความสุขไว้ในหมู่บ้านแห่งนี้บ้างอยากให้ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ไม่ใช่เพียงความเ็ปในอดีตแต่เป็รอยยิ้มและ่เวลาที่เขาและนางเคยใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเคียงข้างกันที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้
“พี่รู้สึกมีความสุขยิ่งนักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้”
ม่อหรานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบสายตาของเขากวาดมองทิวทัศน์ของหมู่บ้านชิงเหอเป็ครั้งสุดท้ายบ้านเรือนเรียบง่ายทุ่งนาทางดินสายเล็กทุกสิ่งดูธรรมดาแต่กลับเต็มไปด้วยความหมายในหัวใจของเขาเสวียนหนิงยืนอยู่เคียงข้างนางสูดลมหายใจแ่เบาก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อยราวกับต้องกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้
“น้องก็เช่นกันเ้าค่ะ”
คำพูดสั้น ๆแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมายสำหรับเสวียนหนิงจิติญญาผู้มาใหม่ในร่างนี้อดีตของนางเป็เพียงนักฆ่าที่ไร้หัวใจมีเพียงภารกิจมีเพียงความตายไม่มีคำว่าบ้านไม่มีคำว่าความอบอุ่นแต่ที่หมู่บ้านแห่งนี้นางได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและได้รู้จักคำว่า ผูกพัน
นางอยากขอบคุณเ้าของร่างเดิมสตรีผู้มอบโอกาสให้ชีวิตที่สองนี้ได้เริ่มต้นและนางก็อยากขอบคุณหมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้เช่นกัน
ที่โอบรับนางไว้โดยไม่ตั้งคำถามที่มอบความสงบและกลายเป็ภาพความทรงจำอันอบอุ่น
“พวกเราไปกันเถอะ”
ม่อหรานเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบาพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเสวียนหนิงอย่างอ่อนโยนราวกับเป็คำเชื้อเชิญสู่บทใหม่ของชีวิต
สิ่งที่พวกเขาพกติดตัวไปมีเพียงทรัพย์สินเงินทองจำนวนหนึ่งและห่อผ้าเล็ก ๆที่บรรจุของใช้จำเป็ไม่กี่ชิ้นเส้นทางกลับเมืองหลวงนั้นไกลไม่น้อยพวกเขาอาจต้องค้างแรมกลางป่าอย่างน้อยหนึ่งคืนต้องเผชิญความมืดความหนาว
และความไม่แน่นอนระหว่างทาง
“อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดินแล้ว” ม่อหรานเอ่ยขึ้นขณะหยุดฝีเท้า “พวกเรานอนค้างคืนกันที่นี่เถอะ”
เขามองเสวียนหนิงด้วยแววตาเป็ห่วงแม้นางจะไม่ปริปากบ่นแต่การเดินทางแทบไม่หยุดพักตลอดทั้งวันย่อมทำให้ร่างกายอ่อนล้าได้ไม่มากก็น้อยเขาไม่อยากให้นางต้องฝืนเกินไปสถานที่ที่พวกเขาเลือกพักนั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง
รอบด้านถูกโอบล้อมด้วยูเามีลำธารใสไหลผ่านไม่ไกลทั้งปลอดภัยและสะดวกต่อการก่อไฟและประกอบอาหาร
ม่อหรานวางสัมภาระลงก่อนจะม้วนแขนเสื้อขึ้นแสดงฝีมือที่เคยใช้เอาตัวรอดในสนามรบเขาลงไปที่ลำธารใช้เวลาไม่นานก็จับปลาได้หลายตัวการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและมั่นคงราวกับร่างกายที่เคยาเ็ไม่เคยมีอยู่จริง
ส่วนเสวียนหนิงนางจัดเตรียมเครื่องปรุงอย่างเรียบร้อยก่อไฟอย่างชำนาญมือบางเคลื่อนไหวคล่องแคล่วแสดงฝีมือในการทำอาหารโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
กลิ่นอาหารค่อย ๆ ลอยขึ้นผสมกับกลิ่นไม้และสายน้ำบรรยากาศยามเย็นสงบและอบอุ่นอย่างประหลาดม่อหรานมองภาพตรงหน้าหัวใจสงบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนการเดินทางอาจยังอีกยาวไกลแต่ค่ำคืนนี้ท่ามกลางูเาและลำธารมีเพียงไฟกองเล็กอาหารอุ่น ๆ และสตรีที่เขารักอยู่เคียงข้าง
