เล่มที่ 7 บทที่ 208 พยายามพลิกวิกฤตฟ ดูเหมือนว่าเก๋อหลู่เท่อที่เป็ภูตผีปีศาจชั้นสูงจะรู้จักคาถาสะเก็ดดาว เมื่อเขาเห็นว่าบนร่างของเนี่ยเทียนมีแสงดาวแผ่ออกมา เขาก็บังเกิดความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
สำนักโลหิตที่ถูกปราณปีศาจไหลเชี่ยวกลบทับมองไม่เห็นท้องฟ้าไม่เห็นแสงตะวันกันนานมากแล้ว จนทุกคนของสำนักโลหิตเกือบลืมไปแล้วว่าความว่างเปล่าเหนือศีรษะของพวกเขายังมีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวเคลื่อนโคจรอยู่
เวลานี้เมื่อแสงดาวจากนอกโลกลอดทะลุผนึฟกของปราณปีศาจลงมาก็ทำให้คนของสำนักโลหิตรู้สึกแปลกใจเช่นกัน
พวกเขามีความรู้สึกว่าแสงดาวเป็ดวงๆ จากทางช้างเผือกที่สาดส่องลงมาบนร่างของเนี่ยเทียนบรรทุกเอาความหวังที่พวกเขาจะฝ่าฟันผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้!
ในสายตาของพวกเขา แสงดาวเ่าั้ก็คือแสงแห่งความหวัง!
“เนี่ยเทียน!”
หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตพลันทิ้งระยะห่างจากปีศาจสาวซาลา เรือนกายของนางที่ล้อมวนไปด้วยแสงสีเืมองมายังเนี่ยเทียนด้วยความตื่นตะลึง
นางเป็คนเดียวในสำนักโลหิตที่บรรลุถึงเขตลี้ลับ ความรู้ที่นางมีต่อแสงดาวที่สาดส่องลงมาจึงลึกล้ำกว่าใครคนใดในสำนักโลหิตแห่งนี้!
ต่อให้เป็ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างนาง เมื่อปราณปีศาจกลบทับสำนักโลหิต นางเองก็ยังไม่มีความสามารถที่จะชะล้างปราณปีศาจนั้นออกไปได้
ทว่าแสงดาวจากนอกโลกที่สาดกระทบลงบนร่างของเนี่ยเทียนกลับมีพลังลึกลับที่สามารถชำระล้างปราณปีศาจได้!
พลังงานลึกลับนั้นนางไม่รู้จักเลยแม้แต่นิด อยู่เหนือขอบเขตความเข้าใจของนางอย่างสิ้นเชิง
และนางก็ไม่คิดว่าอูจี้แห่งสำนักหลิงอวิ๋นจะสามารถถ่ายทอดคาถาวิเศษที่มหัศจรรย์เช่นนี้ให้แก่เนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนใช้พลังของดวงดาวมาชำระล้างปราณปีศาจที่พวกภูตผีปีศาจพกพามาจากอาณาจักรของตนเองได้
หากอูจี้มีวิธีการเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นสำนักหลิงอวิ๋นก็คงไม่เป็เหมือนสำนักโลหิตที่ได้แต่ประคองตัวอย่างยากลำบากในขณะที่ปราณปีศาจรุกรานเข้ามา
“วัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญา วิชาลึกลับ เนี่ยเทียนผู้นี้...เป็ลูกศิษย์ของอูจี้จริงหรือ?” หลีจิ้งอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด
“ฟู่วๆ!”
แสงดาวที่สาดส่องลงบนร่างของเนี่ยเทียนเมื่อปะทะกับปราณปีศาจเข้มข้น ปราณปีศาจเ่าั้ก็คล้ายถูกเผาไหม้จนค่อยๆ สลายหายไปทีละนิด
ไม่นานบริเวณสิบเมตรรอบกายเนี่ยเทียนก็ไม่มีปราณปีศาจหลงเหลืออีกแม้แต่เส้นเดียว
เนี่ยเทียนที่สูญเสียสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงไปยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น ถูกแสงสุกสกาวสาดส่องให้ร่างอาบไล้อยู่ใต้แสงดาว เขายืนนิ่งด้วยสีหน้าครุ่นคิด
เก๋อหลู่เท่อที่ปลดปล่อยเวทลับสายเืสร้างกลุ่มแสงสีม่วงขึ้นมา เมื่อแสงสีม่วงกลุ่มนั้นะเิออก เขาก็ถอยห่างไปจากเนี่ยเทียนนานแล้ว
วินาทีที่แสงดาวสาดส่องลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบนและชำระล้างปราณปีศาจที่อยู่ใกล้ร่างเนี่ยเทียนทิ้งไป เก๋อหลู่เท่อก็ถอยห่างจากเขาไปอย่างเงียบเชียบ
ร่างปีศาจของเก๋อหลู่เท่อผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในปราณปีศาจเข้มข้นแห่งหนึ่ง ดวงตาปีศาจทั้งคู่ที่เป็สีม่วงมีแสงประหลาดเปล่งวิบวับ เขาจ้องมองมายังเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ
ดูเหมือนว่าเขาอยากจะมองเนี่ยเทียนให้ทะลุปรุโปร่ง
เขาไม่รู้ว่าเวลานี้เนี่ยเทียนที่ใช้หมัดพิโรธต่อยให้กลุ่มแสงสีม่วงแตกกระจายอยู่ในสภาพย่ำแย่เพียงใด
เมื่อใช้หมัดพิโรธนั้น พลังส่วนใหญ่ของเนี่ยเทียนก็ถูกถลุงไปแล้วถึงเจ็ดแปดส่วน
“อู้!”
เปลวไฟกลุ่มหนึ่งส่ายสะบัดกลายเป็เงาไฟเส้นยาว แล้วอยู่ๆ ก็บินมาหยุดอยู่ห่างจากหน้าอกของเนี่ยเทียนหนึ่งเมตร
เกราะัเพลิงที่เปลวไฟจางหายจนสีเริ่มสลัวราง ลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น
“สวบ!”
เสียงเท้าที่มีแต่กระดูกแทงทะลุลงไปบนพื้นหินดังมาจากด้านหลังของเนี่ยเทียน
เสียงสวบๆ นั้นมาจากโครงกระดูกปีศาจเื
ที่มาพร้อมกับเสียงนั้นยังมีเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปก่อนตายของพวกภูตผีปีศาจชั้นต่ำเ่าั้ และเสียงเืสดที่สาดกระเซ็น
แสงดาวที่เนี่ยเทียนชักนำมาและหมัดพิโรธที่ต่อยทำลายกลุ่มแสงสีม่วงได้่ชิงเวลาที่มากพอให้กับโครงกระดูกปีศาจเื
ตอนนี้โครงกระดูกปีศาจเืที่กระดูกตลอดร่างถูกอาบย้อมไปด้วยเืสีม่วงพกพาเอากลิ่นคาวเืที่น่าสยดสยองถึงขีดสุดกลับมายืนอยู่เื้ัเนี่ยเทียนอีกครั้ง
โครงกระดูกปีศาจเืหันหลังให้กับเนี่ยเทียน มือใหญ่ั์ราวคมมีดของมันโบกสะบัดฉีกกระชากภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่กระโจนเข้าใส่จนร่างของพวกมันแหลกละเอียด
ด้านหลังของเนี่ยเทียน ซากศพของภูตผีปีศาจชั้นต่ำกองพะเนินเป็ูเาลูกหนึ่ง
ท่ามกลางซากศพที่เศษชิ้นส่วนระเกะระกะไปทั่วพื้นมีเืสดสีม่วงไหลซึมออกมากลายเป็ธารเืสีม่วงเล็กๆ และเืในลำธารนั้นยังลอยขึ้นสู่้าอย่างต่อเนื่องด้วย
“ฝ่าา!”
เรือนกายอรชรของซาลาปีศาจสาวหมุนคว้างอยู่กลางอากาศเบาๆ หนามแหลมคมมากมายพุ่งพรวดออกมาจากร่างของนาง ทิ่มแทงลงไปบนแท่นบัวสีเืที่อยู่ใต้ร่างของหลีจิ้งอย่างรุนแรง
แท่นบัวสีเืของหลีจิ้งคล้ายทำมาจากผลึกเืแกะสลัก ด้านในแท่นดอกบัวมีเงาโลหิตมากมายลอยล่อง
เมื่อนางมองเห็นว่าในที่สุดโครงกระดูกปีศาจเืก็กลับไปยืนอยู่ด้านหลังเนี่ยเทียน และคอยช่วยเนี่ยเทียนสังหารพวกภูตผีปีศาจชั้นต่ำ นางก็วางใจได้เสียที
นางรู้สึกว่า เนี่ยเทียนในเวลานี้ถึงจะเรียกได้ว่าหลุดพ้นจากอันตรายอย่างแท้จริง
“เ้าสำนัก!”
“ผู้าุโหลี!”
“พวกเรามาแล้ว!”
และเวลานี้เอง ในปราณปีศาจที่ซัดตลบอบอวลอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนก็มีเสียงะโของพวกเฟิงหลัว หงช่าน ลี่ฝานและโจวอี้ดังลอยมา
คนเหล่านี้ก็คือผู้ฝึกลมปราณที่ถูกเนี่ยเทียนทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งพวกเขาจำเป็ต้องใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังจึงถ่วงเวลาไปครู่หนึ่ง ทว่าก็ตามมาได้ถูกเวลาพอดี
“ฝ่าา!”
ซาลาปีศาจสาวะโด้วยภาษาภูตผีปีศาจอีกครั้ง นางเพียงแค่เรียกชื่อของเก๋อหลู่เท่อเท่านั้น แต่กลับไม่เอ่ยเจตจำนงออกมา
นางกลัวว่าจะไปกระตุ้นให้เก๋อหลู่เท่อสูญเสียการควบคุมตัวเองและไม่มีสติอีกต่อไป
ตอนที่นางะโครั้งแรกก็ััได้ถึงการมาเยือนของพวกเฟิงหลัวแล้ว หลังจากที่นางตรวจสอบระดับพลังของพวกเขาจึงรู้ว่าการลงมือกับสำนักโลหิตในครั้งนี้คงยากที่จะดำเนินต่อไปได้อีก
เก๋อหลู่เท่อที่หลังจากแปลงเป็ปีศาจและกระตุ้นใช้เวทลับแห่งสายเื---ราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล ก็ยังไม่สามารถสังหารเนี่ยเทียนได้ อีกทั้งยังปล่อยให้โครงกระดูกปีศาจเืตนนั้นกลับไปอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนได้สำเร็จอีกด้วย
เป็ปีศาจชั้นสูงเหมือนกัน นางจึงรู้ดีว่าด้วยพลังสายเืของเก๋อหลู่เท่อในตอนนี้ เมื่อผ่านการแปลงกายเป็ปีศาจ พลังชีวิตของเขาจะเสียหายอย่างหนัก
นางรู้ว่าสภาพของเก๋อหลู่เท่อต้องย่ำแย่อย่างแน่นอน จำเป็ต้องฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด ไม่มีเวลามาต่อสู้อีกแล้ว
โครงกระดูกปีศาจเืได้สังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำไปแล้วเกือบสองร้อยตัว อีกทั้งยังสะสมปราณเืเนื้อที่น่าหวาดกลัวเอาไว้
โครงกระดูกปีศาจเืในตอนนี้ ต่อให้เป็นางเองก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะได้ อีกทั้งนอกจากโครงกระดูกปีศาจเืแล้วยังมีหลีจิ้งอีกคน
ที่ทำให้นางมิอาจยอมรับได้มากที่สุดก็คือแม้แต่ปราณปีศาจที่ปกคลุมที่แห่งนี้ก็ยังถูกแสงดาวที่เนี่ยเทียนชักนำมาชำระล้างให้จางหาย
ปัจจัยมากมายที่ไม่ส่งผลดีต่อพวกเขารวมอยู่ด้วยกันทำให้ซาลารู้ดีว่าหากยังฝืนดึงดันต่อไป ศึกครั้งนี้ฝ่ายที่แพ้ก็คือพวกเขา
นางไม่ได้เอ่ยเจตจำนงของตัวเองออกมา และไม่กล้าบอกให้เก๋อหลู่เท่อสั่งถอนทัพ ทว่าการะโเสียงดังสองครั้งของนางก็ถือเป็การเตือนที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
เก๋อหลู่เท่อไม่ได้ขาดสติ เขาแผดเสียงคำรามก่อนเป็อันดับแรก ให้ภูตผีปีศาจชั้นต่ำจำนวนมากเ่าั้กระโจนเข้าสังหารคนของสำนักโลหิตและพวกหงช่าน โจวอี้ที่เพิ่งตามมาถึงอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นถึงได้ตวาดกร้าวด้วยภาษาภูตผีปีศาจ “ถอยทัพออกจากสำนักโลหิต!”
เมื่อเขาออกคำสั่ง ภูตผีปีศาจชั้นสูงหลายตนที่เตรียมตัวรออยู่นานแล้วจึงละทิ้งคู่ต่อสู้ของตนทันที บินทะยานกลับมาหยุดอยู่ข้างกายเขาอย่างรวดเร็ว
ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่มีปีศาจสาวซาลาเป็ผู้นำให้การคุ้มกันเก๋อหลู่เท่อ พากันบินทะยานขึ้นกลางอากาศ ห้อตะบึงไปในปราณปีศาจ
เมื่อภูตผีปีศาจชั้นสูงเคลื่อนไหว ภูตผีปีศาจชั้นต่ำทั้งหมดต่างก็กระโจนเข้าสังหารคนเผ่ามนุษย์ราวกับเป็บ้า
ในสายตาของเก๋อหลู่เท่อและซาลา ภูตผีปีศาจชั้นต่ำเป็เพียงแค่ฝุ่นผง ต่อให้ตายไปมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่เสียดาย
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำเ่าั้ดำรงอยู่ก็เพื่อกระโจนเข้าสู่ความตายใน่เวลาคับขัน ่ชิงเวลาให้พวกเขาได้หนีไป
รอจนพวกภูตผีปีศาจชั้นสูงอย่างเก๋อหลู่เท่อถอยห่างจากสำนักโลหิตไปไกลแล้ว เก๋อหลู่เท่อถึงได้แผดเสียงคำรามมาจากทิศทางที่ห่างไปไกลมาก
หลังจากที่เสียงคำรามนี้ดังขึ้น พวกภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่พุ่งเข้าเข่นฆ่าคนของสำนักโลหิตอย่างไม่กลัวตายถึงได้แตกฮือ หนีกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง
“ตาม! ฆ่าได้มากเท่าไหร่ก็จงฆ่า!”
หลีจิ้งที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นดอกบัวออกคำสั่งให้พวกผู้ฝึกลมปราณที่พยายามต้านทานการรุกเข้าเกาะกินของปราณปีศาจไล่ตามไปสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่หนีไป
เพราะการจากไปของภูตผีปีศาจชั้นสูง ภูตผีปีศาจชั้นต่ำมากมายที่ไม่มีผู้นำจึงถูกสังหารไปไม่น้อย
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่หนีกระเจิงออกไปมีเพียงสองร้อยกว่าตนเท่านั้น หลีจิ้งคิดว่าสำนักโลหิตสามารถสังหารพวกมันได้หมด
ขณะที่หลีจิ้งออกคำสั่งให้ไล่ฆ่าภูตผีปีศาจชั้นต่ำ ตัวนางเองกลับยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม
และนางก็ไม่ได้ไล่ตามพวกภูตผีปีศาจชั้นสูงที่มีเก๋อหลู่เท่อและซาลาเป็ผู้นำไปด้วย
เพราะว่า เนี่ยเทียน... ไม่ได้ขยับ
เนี่ยเทียนไม่ขยับ โครงกระดูกปีศาจเืจึงหยุดนิ่งอยู่ข้างกายเขาคล้ายองครักษ์ที่ยึดมั่นในหน้าที่
เมื่อโครงกระดูกปีศาจเืไม่ออกโรง ลำพังกำลังของหลีจิ้งคนเดียวก็ไม่สามารถเอาชนะได้แม้แต่ปีศาจสาวซาลา
นางตระหนักถึงข้อนี้เป็อย่างดี รู้ว่าการจากไปของพวกภูตผีปีศาจชั้นสูงเป็เพราะกริ่งเกรงโครงกระดูกปีศาจเืและเนี่ยเทียนที่บนร่างเต็มไปด้วยความพิศวง
“อู้!”
แท่นดอกบัวสีเืใต้ร่างนางที่ลอยอยู่ในปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวกรากค่อยๆ ลอยมาหยุดอยู่ตรงพื้นที่ที่เนี่ยเทียนยืนอยู่ซึ่งสว่างโล่ง
หลีจิ้งที่เดิมทีถูกแสงเืล้อมวนไปรอบกาย มองเห็นลักษณะได้ไม่ชัดเจน ในที่สุดก็เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง
นั่นคือหญิงสาวอายุประมาณสามสิบปีที่มีใบหน้างามประณีตและสง่างาม
นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงกุหลาบ ขาแน่นตึงทั้งสองข้างขัดกันอยู่บนแท่นดอกบัวสีเื เพราะเวทคาถาถูกถอนกลับคืน ดวงตาทั้งคู่ของนางที่เดิมทีเป็สีแดงงามแปลกตาจึงกลับคืนมาเป็ดวงตาดำสนิทลึกล้ำ
นางยกชายกระโปรงขึ้น และลุกขึ้นยืนบนแท่นดอกบัวช้าๆ ด้วยท่วงท่าสง่างาม
แท่นดอกบัวสีเืที่ลอยอยู่กลางอากาศประมาณสามเมตรค่อยๆ เคลื่อนลงต่ำ ขณะที่อยู่ห่างจากพื้นประมาณครึ่งเมตร นางก็ยกเท้าเรียวขึ้นแล้วเดินลงมาจากแท่นดอกบัวสีเืช้าๆ
นางกวักมือหนึ่งครั้ง แท่นดอกบัวที่ราวกับหยกสีเืนั้นก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว หลังจากมีขนาดประมาณฝ่ามือก็บินกลับเข้ามาในแหวนเก็บของที่สวมไว้บนนิ้วนางของนางอย่างรวดเร็ว
“เ้าสำนัก!”
เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตยืนอยู่ริมขอบของพื้นที่สว่างโล่งซึ่งไม่มีปราณปีศาจ คิดจะอธิบายเื่ที่โครงกระดูกปีศาจเืถูกปลุกให้ตื่นและสาเหตุที่พวกเขาตามมาไม่ทันเวลา
ทว่าหลีจิ้งกลับยกมือซ้ายขึ้นห้าม
เฟิงหลัวจึงหุบปากฉับทันที หลังจากที่โค้งตัวทำความเคารพแล้วก็พุ่งกลับเข้าไปในจุดที่มีปราณปีศาจไหลเชี่ยวโดยไม่พูดอะไรสักคำ เริ่มไล่สังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่หนีไปพร้อมกับคนอื่นๆ ในสำนักโลหิต
ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นไม่ได้ไล่ตามไปสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำอย่างคนของสำนักโลหิต แต่เข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้เงียบๆ
ลี่ฝานสีหน้าเคร่งขรึม ใช้สายตาเคารพยำเกรงมองแผ่นหลังที่งามสง่าของหลีจิ้ง
หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้คือบุคคลที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดในอาณาจักรหลีเทียนไม่ต่างไปจากอูจี้อาจารย์ปู่ของเขา
เขาเคยได้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับหญิงสาวผู้นี้ รู้ว่านางใจคออำมหิตโเี้ อีกทั้งยังอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน หากพูดไม่ถูกหูคำเดียวก็เปิดฉากสังหารทันที
ที่สำนักโลหิตสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ถึงเพียงนี้ นางที่เป็เ้าสำนักโลหิตมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง
นางไม่ได้ไล่ฆ่าภูตผีปีศาจชั้นสูงต่อ และไม่ได้ใช้วิธีการที่โเี้มาระบายความโกรธแค้นกับภูตผีปีศาจชั้นต่ำ ทว่ากลับมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน นี่ทำให้ลี่ฝานเป็กังวลอย่างมาก
ลี่ฝานเดาใจนางไม่ออก อีกทั้งดูจากข่าวลือมากมาย จิตใจของหญิงสาวผู้นี้...ยากจะคาดเดา ไม่ว่าเื่อะไรก็อาจทำได้ทั้งสิ้น
“ผู้าุโ...” เมื่อลี่ฝานพูดขึ้นก็พบว่าเสียงของตัวเองแหบแห้ง เขาจึงใช้น้ำลายมาทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้นเล็กน้อย สะกดกลั้นความกระวนกระวายในใจลงไปแล้วกล่าวว่า “เนี่ยเทียนคือศิษย์ของอาจารย์ปู่ข้า แม้ว่าเขาจะไม่ทันระวังเอาโครงกระดูกปีศาจเืที่สำนักโลหิตของพวกท่านสร้างขึ้นอย่างยากลำบากมาเป็ทาสของตน แต่ก็ถือว่าเขาได้ช่วยสำนักโลหิตของพวกท่านให้พ้นภัยครั้งนี้”
“หวังว่าท่านผู้าุโจะเห็นแก่หน้าท่านอาจารย์ปู่ของข้า เห็นแก่ที่เขาอายุน้อยไม่รู้ความ ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเขา” ลี่ฝานเอ่ยขอร้อง
“เ้าคิดว่าข้าจะกล่าวโทษเขาอย่างนั้นรึ?” หลีจิ้งไม่แม้แต่จะหันกลับมา
“ถ้าเช่นนั้นผู้าุโมีประสงค์ใด?” ลี่ฝานไม่เข้าใจ
“เขาปลุกโครงกระดูกปีศาจเื กลายมาเป็นายของปีศาจเืที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักข้า นั่นก็เท่ากับว่าเขาเป็คนของสำนักโลหิตข้าแล้ว” หลีจิ้งยังคงไม่หันกลับมา เอาแต่จ้องนิ่งไปที่เนี่ยเทียนแล้วกล่าวต่อว่า “เ้ากลับไปบอกอูจี้ว่าหลังจากนี้ไป เขาไม่ใช่คนสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเ้าอีกแล้ว”
“หา! นี่...จะทำแบบนี้จะได้อย่างไร?” ลี่ฝานตะลึงลานหน้าเผือดสี
-----
