12:30น.
โรงเรียน นานาชาตินารีศึกษา….
ด้านหลังบูธของอบเชย
อบเชย อบมณีรัตน์….
“เธอจะเรียนอะไรเหรอ?”ไบรท์เอ่ยถามฉันขึ้นในขณะที่เราสองคนกำลังนั่งทานไอศครีมกันอยู่ที่หลังบูธของฉัน ฉันก็หยุดตักไอศครีมรสสตอเบอรี่และหันไปมองหน้าไบรท์
“แล้วเธอล่ะมีคณะในฝันรึยัง?”
“ไม่มีหรอก….เราไม่คิดที่จะเรียนมหาลัยด้วยซ้ำ”ไบรท์ตอบฉันมาพลางคลี่ยิ้มบางๆให้ฉัน ฉันก็มองหน้าเขาอย่างสงสัย เขาจะไม่เรียนต่อหรือยังไงกันนะ
“เธอจะเรียนแค่ม.6เหรอ?”ฉันถามไบรท์ไปอย่างเป็ห่วง
“เปล่าหรอก^_^”
“หัวสมองแบบเราเรียนไปก็คงไม่จบ”ไบรท์ว่าเสียงอ่อน ฉันจึงมองเขาอย่างสงสาร
“จบสิ….เดี๋ยวเราช่วยติวให้เธอเอง^_^”
“แต่เราอยากเรียนสายอาชีพมากกว่า”ไบรท์ว่าเสียงอ่อนใบหน้าแหยๆของเขาทำให้ฉันรู้ว่าเขารู้สึกไม่สบายใจที่ฉันจะติวให้เขา เพราะเขาไม่อยากเรียนมหาลัย
“สายอาชีพเหรอ?”
“ใช่….เราอยากเป็พวกช่างอะไรพวกนี้น่ะ^_^”
“เป็ช่างเหรอ?”
“ครับ….คงจะมีแต่พวกนี้ที่เหมาะกับเรา…เพราะเราคงทำพวกนี้ได้ดีกว่าเรียนหนังสือ”
“ไบรท์”ฉันเรียกชื่อไบรท์เสียงอ่อน ฉันสงสารเขาจับใจ ทำไมชีวิตของเขากับฉันถึงได้แตกต่างกันมากขนาดนี้ ชีวิตของฉันสุขสบายมีเงินใช้มีอาหาร อยากกินอะไรก็กินอยากไปไหนก็ได้ไปเสียอย่างเดียวคือใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่คุณพ่อตีไว้ให้หมายถึงเดินในเส้นทางที่คุณพ่อนำทางน่ะ ผิดกับไบรท์ที่ชีวิตของเขาลำบากยากเย็นอดมื้อกินมื้อเงินแทบจะไม่มีติดตัวแต่ได้เรียนหนังสือได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจคิด อยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและได้ออกความคิดว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพอะไร ซึ่งฉันมีสิทธิ์แค่คิดแต่ไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะทำ
“แล้วตอนนี้เราก็มีงานทำแล้วนะ^_^”ไบรท์ยิ้มกว้างออกมา ฉันก็มองหน้าเขาพลางยิ้มตามไปด้วย ไบรท์ได้งานอะไร
“งานสบายหลังเลิกเรียน^_^”
“งานอะไรเหรอ?”ฉันถามไบรท์ไปพลางจ้องเขาตาเป็ประกายอย่างตื่นเต้น ไบรท์ก็ยิ้มกว้างให้ฉัน
“งานล้างจาน^_^”เสียงของไบรท์บ่งบอกได้ว่าเขาดีใจมากๆ ฉันก็อดที่จะดีใจตามเขาไม่ได้
“สองที่เลยนะ”
“จริงเหรอ….แล้วเธอจะทำไหวเหรอ?”ฉันถามเขาอย่างเป็ห่วง ไบรท์ก็มองหน้าฉันแววตาของเขามุ่งมั่นและจริงจังมาก
“ไหวสิ….แค่นี้จิ๊บๆๆ^_^”ไบรท์ว่าพลางยกแขนขึ้นมาเบ่งกล้ามโชว์ฉัน ฉันก็หัวเราะกับท่าทางของเขาและเราสองคนก็พากันหัวเราะชอบใจกันใหญ่
“เดี๋ยวเราไปเอาข้าวมาให้เธอดีกว่านะ”ไบรท์ว่าพลางลุกขึ้นยืมเต็มความสูง เพราะว่าขาของฉันยังเจ็บอยู่และไบรท์ก็เป็คนทำแผลให้ฉันซึ่งมันเป็แค่รอยถลอกจากการเสียดสีของต้นหญ้าตอนที่ฉันล้มและร่างไถลไปเล็กน้อยแค่นั้น
“ก็ได้จ๊ะ^_^”
“ว่าแต่เธอกินอะไรดี?”
“ข้าวผัดไข่^_^”
“โอเคครับ….รอสักครู่….เดี๋ยวนายไบรท์คนนี้จะไปเอาข้าวมาให้คุณหนูอบเชยนะครับ”
“ค่ะ….ขอบคุณนะคะนายไบรท์^_^”ฉันว่าเสีงงขำขันกับท่าทางขี้เล่นของเขา และไบรท์ก็ทำท่าโค้งตัวให้ฉันหนึ่งทีก่อนจะหันหลังเดินออกไป….ตามหาบูธอาหารที่ทางโรงเรียนฉันจัดไว้ให้ผู้คนที่มาเที่ยวงานได้กินกัน
ตึกๆๆ
“คือพี่อบเชยคะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆฉันจึงหันหน้าไปหาทางต้นเสียงนั้นก็พบกับเด็กผู้หญิงต่างโรงเรียนเธอไม่ได้สวมใส่ยูนิฟอร์มแบบฉันแต่เธอใส่เสื้อคอเชิ้ตกระโปรงสีดำตามฉบับโรงเรียนมัธยมทั่วไป
“คะ?”ฉันขานรับเธออย่างงงๆที่เธอรู้จักชื่อฉันด้วย เธอก็เดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษในมือหนึ่งแผ่น
“คือหนูก็อยู่ม.4เหมือนกันค่ะ…โรงเรียนธนาศึกษาค่ะและหนูอยากได้คำแนะนำการเลือกคณะจากพี่อบเชยค่ะ”เธอว่าเสียงอ่อน เธออายุเท่าฉันหนิแต่ทำไมเธอถึงเรียกฉันว่าพี่ล่ะ
“เราก็อยู่ม.4เธอไม่ต้องเรียกเราว่าพี่หรอก^_^”
“ค่ะ….คือหนูเรียนก่อนเกณฑ์นะคะเลยอายุน้อยกว่าเพื่อนๆในชั้น”
“อ้อจ๊ะ…งั้นเอาตามที่เธอถนัดเลยนะ^_^”
“ค่ะพี่อบเชย^_^”
“เชิญนั่งเลยจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ”เธอเอ่ยขอบคุณฉันและก็เดินมานั่งม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับฉันและยื่นกระดาษในมือของเธอให้ฉัน ฉันก็รับกระดาษจากเธอมาและก้มหน้าลงไปอ่านข้อความในกระดาษของเธอ มันคือกระดาษที่ฉันแจกให้คนที่สนใจบูธฉันทุกคนได้เขียนถึงความชอบและคณะที่ตัวเองอยากเรียน
“อยากเรียนนิเทศศาสตร์….สาขาการแสดงเพราะอยากเป็นักแสดง?”ฉันอ่านข้อความที่เธอเขียนลงในกระดาษและเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเธอ เธอก็จัดว่าเป็คนหน้าตาดีคนหนึ่งเลยล่ะทั้งผิวพรรณทั้งหน้าตาและท่าทาง
“ค่ะ….น่าขำมากเลยใช่ไหมคะ?”เธอว่าเสียงอ่อน
“ไม่เลยจ๊ะ…คนเราทุกคนมีความฝันและความชอบที่แตกต่างกันออกไป…และมันอยู่ที่ความถนัดของเราเองด้วย…แต่ที่สำคัญที่สุดต้องใจรักด้วยนะเราว่า^_^…”ฉันบอกเธอไปตามความคิดที่ฉันคิดเอง ฉันว่าคนเราทุกคนอยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบมากกว่าทั้งนั้นแหละ
“จะจริงเหรอคะ?”
“เธอยังดีนะที่มีโอกาสได้เลือก”ฉันว่าพลางยิ้มให้เธอ เธอก็มองหน้าฉันอย่างสงสัยในสิ่งที่ฉันพูด
“แล้วพี่อบเชยเลือกเรียนคณะอะไรเหรอคะ?”
“เราเรียนบริหารจ๊ะ^_^”ฉันตอบเธอไปเพราะฉันต้องเรียนอย่างที่คุณพ่อ้า
“พี่ชอบเหรอคะ?”
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน…ยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าชอบอะไร?”ฉันตอบเธอไปเธอก็คลี่ยิ้มบางๆให้ฉันรอยยิ้มของเธอเหมือนเธอกำลังให้กำลังใจฉัน
“ถ้าพี่ไม่รู้ว่าชอบอะไรก็เลือกเรียนตามคนที่พี่ชอบสิคะ^_^”
“คนที่ชอบ?”ฉันทวนคำพูดของเธออย่างงงๆนิดหน่อย เธอหมายถึงอะไร คนที่ชอบ คนที่ฉันชอบเหรอ?
“ก็เวลาที่เราได้เรียนไปพร้อมๆกับคนที่เราชอบ…เราก็มีความสุขเพราะเราได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาเหมือนหนูที่หนูมีไอดอลเป็พี่ที่โรงเรียนค่ะ…เขาเป็นักแสดงและก็เรียนคณะนี้เหมือนกันค่ะ^_^”
“อ๋อนี่คือเหตุผลที่เธอเลือกเรียนนิเทศศาสตร์สินะ^_^”
“ใช่ค่ะ^_^”เธอตอบฉันมาแก้มขาวๆของเธอเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆนี่เธอกำลังเขินอยู่น่ะเนี่ย^_^
“แล้วพี่อบเชยละคะ…มีคนที่ชอบแล้วเหรอยัง?”คำถามนี้ของเธอทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออกได้แต่ถามกับตัวเอง ว่าวัยฉันมันจำเป็ที่จะชอบผู้ชายหรือมีแฟนแล้วเหรอ?
“แรงบันดาลใจก็ได้ค่ะ”
“แรงบันดาลใจ?”ฉันยิ่งงงกับคำพูดของเธอหนักเข้าไปอีก แรงบันดาลใจหมายความว่ายังไง
“ก็มีเขาเป็แรงบันดาลใจในการเรียนยังไงล่ะคะเหมือนเขาเป็ต้นแบบให้เราเดินตามเขาอะไรทำนองนี้นะคะ”
“คนที่เป็คำตอบว่าพี่อยากเรียนคณะอะไร….เพราะอะไร?”เธอว่าพลางยิ้มร่าให้ฉัน นี่เธอมาขอคำปรึกษาจากฉันหรือฉันเองที่ขอคำปรึกษาจากเธอกันแน่น่ะ ส้มๆเธอชอบทำอาหารความฝันของเธอคือเป็เชฟชื่อดังที่สุดและเธอก็อยากไปเปิดร้านอาหารไทยที่ประเทศจีนบ้านเกิดของอาม่าและอากงของเธอ เธอยังมีความฝันจึงเลือกเรียนสาขาวิชาอาหารและโภชนาการอาหารที่มหาลัยนอกเมืองใหญ่เธอกับฉันจึงต้องแยกกันต่อจากนี้แน่นอน แค่คิดก็เศร้าแล้ว ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยแยกจากส้มๆเลย แล้วฉันจะไปเรียนมหาลัยกับใครล่ะ
“ลูกแพร!!”
“เพื่อนหนูเรียกแล้วค่ะ…หนูไปก่อนนะคะพี่อบเชยบ๊ายบายค่ะ^_^”
“บ๊ายบายจ๊ะ^\^”ฉันยกมือบ๊ายบายเธอ และเธอก็วิ่งออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว
“แรงบันดาลใจของฉันเหรอ?”ฉันพึมพำขึ้นและนึกถึงเื่ที่คุณป้าอรทัยเล่าให้ฉันฟังว่าคุณแม่ของฉันชอบช่วยเหลือสัตว์มากๆสัตว์ทุกชนิดถ้าท่านเห็นท่านจะทำการช่วยเหลือทันทีโดยไม่ลังเลท่านจึงเลือกเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์และท่านก็เรียนจบและได้เป็สัตวแพทย์ได้ตามความฝันแต่ความฝันของท่านก็ต้องพังลงเมื่อได้เจอกับคุณพ่อของฉันที่ไม่ยอมให้ท่านเป็คุณหมอช่วยเหลือสัตว์และเปิดคลินิกรักษาฟรีแต่คุณพ่อของฉัน้าให้คุณแม่ของฉันเป็ผู้บริหารด้านการเงินของโรงพยาบาลของท่านมากกว่าและนั้นก็ทำให้คุณแม่ของฉันทะเลาะกับคุณพ่อของฉันทุกวันจนคุณแม่ของฉันทนไม่ไหวขอหย่ากับคุณพ่อฉันในที่สุด
พรึบ
“เป็อะไรอ่ะ…หน้าตาเครียดเชียว?”เสียงของไบรท์เอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับฉัน ฉันก็มองหน้าไบรท์และยิ้มบางๆให้เขา
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก^_^”ฉันว่าพลางก้มมองอาหารตรงหน้าของฉันที่ไบรท์ยกมาวางให้ ข้าวผัดน่าตาสวยงามน่าทานมาเลย^_^
“ส้มๆฝากมาให้เธอน่ะ^_^”
“ส้มๆคงยุ่งมากๆแน่เลยเนอะ”ฉันว่าอย่างรู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปช่วยเธอ
“ไม่ต้องห่วงมีไอ้ไฟกับไอ้โฟมช่วยอยู่^_^”
“ค่อยสบายใจหน่อย^_^”ฉันว่าอย่างโล่งอกไปที
“ช่วยกวนประสาทน่ะ^_^”
“ไบรท์อ่ะ^_^”
“เรากินข้าวกันเถอะ^_^”
“จ้า^_^”ฉันพยักหน้ารับคำและมองอาหารของไบรท์และก็ยิ้มออกมาที่ข้าวของเขาเป็ข้าวผัดหมูกับกุ้งปริมาณเต็มกล่อง เขาจะได้กินอิ่มๆ^_^ ส้มๆนี่รู้ใจฉันจริงๆ
“ทานให้หมดนะ…กว่าชาวนาจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ด”ฉันแกล้งพูดให้ไบรท์ทานข้าวให้หมดกล่อง
“ครับคุณหนูอบเชย อบมณีรัตน์ รัตน์ธิเบต”
“เรียกเต็มเลยนะ^_^”ฉันย่นจมูกใส่ไบรท์และลงมือทานข้าวตรงหน้า ฉันตักกุ้งตัวใหญ่ไปใส่ในกล่องของไบรท์
“เราไม่ค่อยชอบทานกุ้ง…เธอช่วยทานแทนเราด้วยนะ^_^”
“ครับผม^_^”ไบรท์ยิ้มร่า ฉันก็ยิ้มให้เขาเราสองคนทานข้าวกันไปมอง
หน้ากันไปและก็ยิ้มกันไป ฉันชอบเวลาอยู่กับเขาจัง ชีวิตดูมีสีสันขึ้นมาเยอะเลย^_^
