บทที่ 83 ข้าจะอาบน้ำ
ฉินชูถอนหายใจ “ไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น หากข้าลำบาก ใครหน้าไหนก็หวังจะอยู่สบาย เก่งนักก็ฆ่าข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะอาบน้ำ ออกไปเสีย”
หลังจากพูดจบ ฉินชูก็ไปที่อ่างโอสถชุบตัวขนาดใหญ่ ติดไฟและเริ่มถอดเสื้อผ้า ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เฉียนหลิงอู่จะทำอะไรก็ทำไป
เมื่อเห็นฉินชูถอดเสื้อผ้าออก เฉียนหลิงอู่ก็กัดฟันด้วยความโกรธ จากนั้นก็หันหลังและจากไป
เขาเป็เหมือนกระดูกแข็งแตกยาก เฉียนหลิงอู่รู้ดีว่าตัวเองเจอกับปัญหาแก้ยากเข้าให้แล้ว ฉินชูเป็คนที่ไม่กลัวความตาย การบังคับใช้ไม่ได้ผลกับเขาอย่างแน่นอน หากให้ผลประโยชน์แก่ฉินชู เขาก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ขนาดนั้น
งั้นปล่อยให้เขาใจเย็นลงก่อนแล้วกัน นี่เป็การตัดสินใจของนางในตอนนี้
เฉียนหลิงอู่ไม่สนใจฉินชู ฉินชูก็ไม่สนใจนาง วันๆ เขาเอาแต่ฝึกตนต่อไป
หลังจากถูกเฉียนหลิงอู่จับตัวมาครึ่งเดือน ตบะของฉินชูก็บรรลุขั้นเจินหยวนระดับเจ็ด เริ่มเข้าสู่ขั้นเจินหยวนตอนปลาย ส่วนวิชากระบี่ ฉินชูก็แค่ฝึกวิชากระบี่พื้นฐาน เพื่อไม่ให้ความรู้สึกมือจับกระบี่จางหาย
ต่อให้ฉินชูจะฝึกฝนวิชากระบี่ แต่เฉียนหลิงอู่นั้นไม่ได้ประโยชน์อะไรทั้งนั้นฉินชูฝึกแค่วิชากระบี่พื้นฐานเพื่อให้รู้สึกคุ้นชินกับกระบี่เท่านั้น ไม่มีอะไรที่สามารถเรียนรู้ได้เลย
เฉียนหลิงอู่พบว่าวิธีการของตัวเองไม่ได้ผล ฉินชูสงบนิ่งเกินไป ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลาฝึกก็ฝึก ไม่ตระหนักว่าตัวเองตกเป็เชลยเลยสักนิด
หลังจากครุ่นคิด เฉียนหลิงอู่ก็เดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากที่ที่ฉินชูอยู่ และเฝ้าดูเขาฝึกวิชากระบี่ต่อ
เมื่อสังเกตเห็นการมาถึงของเฉียนหลิงอู่ ฉินชูก็เก็บกระบี่เข้าฝักและเดินไปที่ห้องโถงด้านข้าง เขาไม่้าติดต่อกับเฉียนหลิงอู่
“พวกเราพอจะคุยกันได้หรือไม่ ไม่มีอะไรที่คุยกันไม่ได้เลย ขอแค่เ้าเสนอเงื่อนไขมาเท่านั้น ข้าสามารถทำตามเงื่อนไขที่เ้า้าได้” เฉียนหลิงอู่เข้ามาขว้างฉินชู
“ที่สำคัญก็คือข้าไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น” ฉินชูอ้อมผ่านเฉียนหลิงอู่ไปยังห้องโถงด้านข้าง
หวืด!
หลังจากหอกยาวส่งเสียงสั่นหวืด ในที่สุด เฉียนหลิงอู่ก็จับหอกยาวที่ไม่เคยแตะพุ่งเข้าใส่ฉินชู
กระบี่เทพบูรพาชักออกจากฝัก ฉินชูตวัดมือและพุ่งเข้าปะทะกับเฉียนหลิงอู่ด้วยพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง
เมื่อเห็นฉินชูชักกระบี่ออกมา เฉียนหลิงอู่ก็เข้าต่อสู้กับเขาอย่างไม่รีรอ แต่พยายามกดตบะเอาไว้ เพราะนาง้าข้อมูลของวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงจากการต่อสู้กับเขา
พุ่งเข้าปะทะกันสองรอบ ขณะที่ปลายหอกของเฉียนหลิงอู่กำลังจะชี้จ่อคอของฉินชู ฉินชูกลับปลดกระบวนท่าป้องกันลงและปล่อยให้ปลายหอกของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามา
เมื่อปลายหอกพุ่งมาจ่อที่คอด้านหน้าของฉินชู เฉียนหลิงอู่ก็หยุดชะงัก
“นี่เ้ารนหาที่ตายกระนั้นหรือ” รูม่านตาของเฉียนหลิงอู่หดเกร็งฉับพลัน นางไม่คิดไม่ฝันว่าฉินชูจะปลดการป้องกันออก
“ต่อให้ข้าตาย ก็ไม่มีวันปล่อยให้เ้าได้สิ่งที่้า นางผู้หญิงชั่วร้ายอันตราย ไม่รู้ว่าทำไม์ต้องมอบใบหน้าอันสวยงามให้เ้า” ฉินชูเอ่ยเสียงเย็น
“ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาสามหาวต่อหน้าข้ามาก่อน ข้าคือสตรีผู้สูงส่งที่สุดในสถานที่แห่งนี้ แม้แต่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันยังต้องเรียกข้าว่าองค์หญิงคนโต แล้วเ้ามีสิทธิ์อะไรมาเรียกข้าเช่นนี้” เมื่อได้ยินคำหยามิ่จากปากฉินชู เฉียนหลิงอู่ก็โกรธจัดจนหน้าเปลี่ยนสี เนินอกกระเพื่อมขึ้นลง
“นั่นเป็เพราะว่าเ้าคิดเองเออเอง” ฉินชูต่อปากต่อคำ
หลังจากได้ยินฉินชูพูดเช่นนั้น มือที่กำหอกของเฉียนหลิงอู่ก็สั่นงัก จะฆ่าก็ฆ่าไม่ได้ จะเกลี้ยกล่อมก็ทำไม่ได้ สถานการณ์แบบนี้ทำให้นางรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกยิ่งนัก
เงียบไปสักพัก เฉียนหลิงอู่ก็เก็บหอก “เืศักดิ์สิทธิ์มีความเป็มาอย่างไร หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป ต่อให้ข้าไม่ฆ่าเ้า เ้าก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี”
“เ้ารู้ได้ยังไง” ได้ยินเฉียนหลิงอู่พูดขึ้นเช่นนี้ ฉินชูก็ถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวทันที เขาใส่แหวนสะกดร่องรอยเืศักดิ์สิทธิ์อยู่ ทำไมเฉียนหลิงอู่ถึงรู้เื่นี้ได้
เมื่อเฉียนหลิงอู่เห็นสีหน้าของฉินชูก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเื่เืศักดิ์สิทธิ์เป็ความลับสุดยอดของฉินชู แบบนี้ค่อยพูดง่ายหน่อย “ข้าไม่อยากบังคับอะไรเ้า แค่้าพูดคุยกับเ้าและทำความเข้าใจวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง เ้าสามารถเสนอเงื่อนไขอะไรก็ได้ตามใจเ้า”
“ก่อนหน้านี้ เ้าตั้งใจจะไม่ปล่อยข้าออกไปไม่ใช่หรือ” ฉินชูเอ่ยถาม
“นั่นมันก่อนหน้านี้ ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว” เฉียนหลิงอู่รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เพราะท่าทีของฉินชูเริ่มอ่อนลง
“ขอเวลาข้าครุ่นคิดสักพักแล้วกัน” หลังจากลังเลสักพัก ฉินชูก็พูดขึ้น
เฉียนหลิงอู่พยักหน้าให้ฉินชูก่อนจากไป ในเมื่อเขายอมพูดคุยด้วยแล้ว ย่อมเป็สัญญาณที่ดี
ครั้นฉินชูกลับมาถึงภายในห้องโถงด้านข้าง ก็เริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน เขาคิดว่าเฉียนหลิงอู่คงล่วงรู้เื่เืศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองตอนที่ใช้กระบี่แทงตัวเองและหมดสติไปอย่างแน่นอน แล้วเฉียนหลิงอู่คงจะพบความจริงเื่นี้ตอนทำแผลให้เขา
ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง ฉินชูก็เข้าฌานต่อ ตอนนี้เขาคิดไม่ตก เขาไม่อยากให้เฉียนหลิงอู่ได้ประโยชน์อะไรไปจากเขา แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ หากไม่ให้อะไรนาง นางคงไม่ปล่อยเขาไป ซ้ำยังล่วงรู้ความลับเขาอีก
ขณะที่เฉียนหลิงอู่ปล่อยให้ฉินชูอยู่อย่างสงบ ปัญหาเื่ใหม่ก็มาเยือน เฉียนชิงได้แวะมาหาเฉียนหลิงอู่ที่ตำหนักที่พัก
เมื่อเห็นฉินชู เฉียนชิงก็ใสุดขีด “ทำไมมันยังมีชีวิตอยู่”
“เ้ามีเื่อะไรก็รีบพูดมา” เมื่อเห็นเฉียนชิง เฉียนหลิงอู่ก็ขมวดคิ้ว นางเพิ่งทำให้ฉินชูสงบลงได้ จึงไม่อยากทำให้เขาเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง
“มีข่าวมาจากหุบเขาเทียนเซียง กองกำลังของพวกเราที่แอบเข้าไปในหุบเขาถูกฆ่าตายจนหมด” เฉียนชิงรายงานขึ้น
“สี่สำนักมหาอำนาจกล้าฆ่าคนของพวกเราแบบนี้ พวกมันไม่รอดแน่” ใบหน้าเฉียนหลิงอู่ฉายแววสังหารขึ้นมาทันที
“ไม่ใช่ จากรายงานระบุมาว่าทางสี่สำนักมหาอำนาจไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งนั้น การสังหารครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าคนของพวกเราแอบลอบเข้าไปทางอุโมงค์ใต้ดิน” เฉียนชิงเอ่ย
“ทีหลังไม่ต้องมารายงานเื่พรรค์นั้นกับข้า ตัวเ้าจงไปจัดการเอง” เฉียนหลิงอู่พูดกับเฉียนชิง
เฉียนชิงโค้งคำนับด้วยความเคารพ เขาจำเป็ต้องเคารพนาง เพราะสถานะของเฉียนหลิงอู่ในราชวงศ์เฉียนค่อนข้างพิเศษ แม้แต่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็ยังให้การเคารพ อีกทั้งพร์การฝึกตนอันโดดเด่นของนาง จึงทำให้นางกลายเป็หนึ่งในสุดยอดผู้แข็งแกร่งและทรงอำนาจที่สุดในราชวงศ์เฉียน
“เฉากั๋วกงถูกฆ่าแล้ว” เฉียนชิงพูดเสริมขึ้นอีกประโยค
เมื่อเฉียนชิงจากไปพร้อมข้อความที่ว่า ‘เฉากั๋วกงถูกฆ่า’ ในที่สุดเฉียนหลิงอู่ก็ออกจากตำหนักไป
คำพูดทิ้งท้ายของเฉียนชิงทำให้เฉียนหลิงอู่ขมวดคิ้วแน่น เพราะเฉากั๋วกงคือหนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงของราชวงศ์เฉียน ตบะขั้นที่ห้าเทียนหยวนระดับสมบูรณ์ ทั้งที่มีตบะที่สูงเช่นนี้กลับถูกฆ่าตาย ดังนั้นเื่นี้ถือว่าเป็เื่ใหญ่
เฉียนหลิงอู่หยุดอยู่ด้านหน้าตำหนักและครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็หันกลับมามองฉินชู “เตรียมตัวให้ดี พวกเราจะไปที่หุบเขาเทียนเซียงกัน”
“เอาข้าไปทำไม” ฉินชูไม่เข้าใจ เห็นชัดว่าเฉียนหลิงอู่จะออกไปต่อสู้ หากตัวเองไม่ตามไป บางทีอาจมีโอกาสหนีรอดได้
“จงติดตามข้ามา หากพวกเราคุยกันเื่รู้ ข้าอาจจะปล่อยเ้าไปก็ได้” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
ไม่มีทางเลือก หลังจากฉินชูเก็บของเตรียมตัว เฉียนหลิงอู่ก็พาเขาออกจากเมืองหลวงต้าเฉียนและมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขาเทียนเซียงทันที
