สิ่งที่บรรจุอยู่ในแจกันลายครามขนาดเล็กนั้นคือ “หมีเตี๋ยเมิ่ง” ซึ่งเป็ยาพิษชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของหลงเฟยเยี่ย เกี่ยวข้องกับยาพิษทั้งชีวิตของเขา และซ่อนความลับที่น่าใอย่างหนึ่งเอาไว้
ถังหลี่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยพาหานอวิ๋นซีมาที่นี่เพื่อทดสอบว่าสตรีผู้นี้มีค่าควรแก่การฝึกฝนหรือไม่ และสามารถเก็บไว้ใช้เองได้หรือไม่
และการแสดงของหานอวิ๋นซีช่างน่ายกย่องจริงๆ เพียงแต่เขาไม่เคยคาดคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะทิ้งสิ่งสำคัญเช่นนี้ไว้ให้หานอวิ๋นซีไตร่ตรองโดยตรง
ต้องรู้ว่านอกจากเขาและฉู่ซีเฟิงที่เคยเห็นสิ่งนี้แล้ว ก็ไม่มีใครเคยเห็นมันอีกเลย
ก่อนหน้านี้ฉู่ซีเฟิงเคยเตือนอยู่หลายครั้งว่า หานอวิ๋นซีเป็สตรีลึกลับและแตกต่างจากคนไร้ค่าที่อยู่ในตระกูลหานเมื่อก่อนไปอย่างสิ้นเชิง มีข้อสงสัยมากมายและมารดาผู้ให้กำเนิดของนางก็เป็คนที่ไม่ทราบหัวนอนปลายเท้า ทว่ากลับมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับสำนักแพทย์
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาและไม่ปลอดภัย
ถังหลี่ที่้าจะหยุด แต่ก็กลับถูกสายตาที่แหลมคมของหลงเฟยเยี่ยหยุดไว้เสียก่อน ยิ่งไปกว่านั้น หากหานอวิ๋นซีอยู่ด้วย เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก ดังนั้นจึงได้แต่ปิดปากอย่างเงียบๆ
ทันทีที่หานอวิ๋นซีได้รับเครื่องเคลือบลายครามขนาดเล็กก็เต็มไปด้วยความงุนงง โดยปกติแล้วหากมีสิ่งที่มีพิษเข้ามาใกล้ นางจะรู้ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม นางเปิดเครื่องเคลือบลายครามขนาดเล็กแล้วดมหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่พบว่ามันเป็พิษ
ต้องรู้ว่า มันคือวัตถุดิบยาในสระพิษในพื้นที่ต้องห้ามของป่าลึก แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันคือพิษอะไร ทั้งยังแทบตรวจไม่พบเลยว่ามันมีพิษ อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับของเหลวใสในเครื่องเคลือบลายครามขนาดเล็กนี้ นางดูไม่ออกเลยจริงๆ
แปลก!
สิ่งนี้มีพิษจริงหรือ?
หานอวิ๋นซีมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอย่างสงสัยและถามอย่างจริงจังว่า “สิ่งนี้เรียกว่าอะไร มันมาจากที่ไหนหรือ?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ถังหลี่ที่อยู่ด้านข้างก็มองอย่างระมัดระวังทันที ทว่าหลงเฟยเยี่ยกลับนิ่งเป็อย่างมาก “คิดให้ดี แล้วบอกข้า”
ความหมายคือนางไม่จำเป็ต้องรู้มากขนาดนั้น
“ท่านอยากรู้อะไรหรือ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
“ความเป็พิษ วิธีปรุงยาพิษ ยาแก้พิษ และขวดยาพิษนี้ถูกเก็บไว้นานแค่ไหนแล้ว?” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างจริงจัง
ความซับซ้อนเป็ประกายในดวงตาของหานอวิ๋นซี นางถามอีกครั้งว่า “ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งนี้คือยาพิษ?”
โดยไม่คาดคิด หลงเฟยเยี่ยเอาพิษเล็กน้อยและหยดลงบนร่างของปรมาจารย์พิษหญิงข้างๆ เมื่อมองไป จากจุดที่พิษถูกหยดลงไป เนื้อและกระดูกก็สึกกร่อนในทันที
ศพทั้งร่างหายไปจากอากาศแบบนี้ ไม่ทิ้งแม้กระทั่งร่องรอยใดๆ ไว้ กลายเป็เพียงแค่ควันสีเขียวจางๆ ที่ส่งกลิ่นหอมแปลกๆ ไม่นานหลังจากที่ควันสีเขียวหายไป กลิ่นหอมก็สลายไปเช่นกัน
เมื่อเห็นเื่ที่น่ากลัวนี้เกิดขึ้นตรงหน้าเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็ถอยหลังไปสองสามก้าว พร้อมกับตัวที่สั่นเทา สิ่งนี้น่ากลัวยิ่งกว่ากรดกำมะถันเข้มข้นสูงในปัจจุบันเป็ร้อยเท่าเสียอีก!
ยาพิษ นี่เป็ยาพิษที่น่ากลัวที่สุดที่นางเคยเห็นมา!
ในเวลานี้ หลงเฟยเยี่ยเอาพิษอีกตัวออกมาและสั่งให้ถังหลี่หาศพอีกร่างเพื่อวางยาพิษ
หานอวิ๋นซีไม่พูดและเฝ้าดูอย่างเงียบๆ เห็นแค่ว่าจุดที่พิษเปื้อนบนศพ เสื้อผ้าและเนื้อหนังก็สึกกร่อนเป็ผงทันที เหลือเพียงกระดูกสีขาวซึ่งส่งกลิ่นหอมจางๆ ออกมาด้วย ทว่าไม่ได้เหมือนกับกลิ่นของควันเขียวเมื่อครู่
“นี่คือยาพิษที่ปรุงโดยปรมาจารย์พิษหญิงผู้นี้ เรียกว่า...”
ก่อนที่หลงเฟยเยี่ยจะพูดจบ หานอวิ๋นซีก็เดาได้คร่าวๆ ว่าเขาหมายถึงอะไร
นางขัดจังหวะเขาขึ้นมา “นี่เรียกว่ากู่เซียง มันสามารถกัดกร่อนเนื้อและเส้นผมของมนุษย์ได้ ให้เหลือเพียงแค่กระดูก พิษชนิดนี้โหดร้ายและไม่ธรรมดา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะคล้ายกับยาพิษในเครื่องเคลือบลายครามของท่าน แต่อันที่จริง มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง!”
เมื่อได้เห็นความเป็มืออาชีพของหานอวิ๋นซีแล้ว หลงเฟยเยี่ยก็ไม่สงสัยเลย แววตาที่ลึกล้ำของเขาฉายแววความโล่งใจ พลางคิดในใจว่า วันนี้การตายของปรมาจารย์พิษหญิงผู้นี้ไม่ถือว่าเสียเปล่า
ในเมื่อมันเป็ยาพิษชนิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงไม่สามารถล้วงข้อมูลสำคัญจากปากของนางมาได้มากนัก
การมอบหมีเตี๋ยเมิ่งให้กับหานอวิ๋นซี ดูเหมือนจะเป็ทางเลือกที่ไม่เลว
อย่างไรก็ตาม ถังหลี่กลับเลิกคิ้วและมองไปที่หานอวิ๋นซี “เ้าแน่ใจหรือว่ามันแตกต่างกัน?”
ถังหลี่ได้ยินมานานแล้วเกี่ยวกับวิชาพิษของหานอวิ๋นซี แต่เขาไม่เคยเห็นด้วยตาของเขาเอง
หานอวิ๋นซีไม่ตอบเขา แต่หยิบขวดยาพิษสองสามขวดจากถุงยาที่นางพกติดตัว หยดลงบนศพทีละขวด ในขณะเดียวกันก็พูดอธิบายไปด้วย
“นี่สำหรับทำให้ผมร่วง”
“นี่สำหรับกัดกร่อนิั”
“นี่สำหรับกัดกร่อนกระดูก”
…
หลังจากที่นางพูดจบ ศพก็ถูกโยนทิ้งไปในสภาพที่แย่ หานอวิ๋นซีหยิบขวดยาพิษออกมาอีกขวดด้วยใบหน้าที่จริงจัง “กู่เซียง ข้าก็มีเหมือนกัน!”
ขณะที่พูด นางก็เทลงบนศพและเกิดสถานการณ์เหมือนก่อนหน้านั้น
หานอวิ๋นซีจัดเรียงยาพิษบนโต๊ะ ในขณะที่ชี้ไปที่สัญญาณพิษบนศพ ก็แนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพ วิธีปรุง สี และรสชาติราวกับมันเป็สมบัติบางอย่าง
หลงเฟยเยี่ยที่กำลังตั้งใจฟัง ทว่าถังหลี่กลับกำลังตะลึงงัน ฉากดังกล่าว อย่าไปพูดถึงสตรีเลย แม้แต่ชายหนุ่มอย่างเขาก็ยังพบว่ามันน่ากลัวเสียเกิน
อย่างไรก็ตาม หานอวิ๋นซีมีสมาธิ เคร่งขรึม และจริงจังอย่างมาก มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถละสายตาได้
ถังหลี่ดูถูกสตรีมาโดยตลอด ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาประเมินสตรีผู้นี้ต่ำไปแค่ไหน และในที่สุดก็เข้าใจว่าสตรีผู้นี้ไม่ง่ายที่จะรุกราน
ลองคิดดูสิ มันจะน่ากลัวแค่ไหน หากแค่ปลายนิ้วของสตรีผู้นี้ััขวดยาพิษ ก็สามารถเปลี่ยนคนมีชีวิตให้กลายเป็ขยะได้ในชั่วพริบตา?
“พิษเหล่านี้ล้วนแต่มีฤทธิ์กัดกร่อน แต่พวกมันทั้งหมดจะทิ้งผงแป้งไว้ แม้กระทั่งเส้นผมก็เช่นกัน นอกจากนี้ ความเป็พิษจะไม่แพร่กระจายและจะกัดกร่อนเฉพาะจุดที่ถูกวางยาพิษ อย่างไรก็ตาม ขวดของท่านไม่ทิ้งร่องรอย เพียงหยดเดียวก็ขยายเป็วงกว้างมากและทำลายศพโดยตรง ประสิทธิภาพของพิษนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากประสิทธิภาพของพิษแตกต่างกัน ดังนั้นวิธีปรุงจะต้องแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่มีการเปรียบเทียบระหว่างทั้งสอง”
หลงเฟยเยี่ยที่ฟังไป ก็พยักหน้าไปอย่างครุ่นคิด
หานอวิ๋นซีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังบอกความจริงอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านอ๋อง หากท่านไม่บอกข้า ข้าก็ไม่สังเกตว่าสิ่งนี้มีพิษ ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย หากท่านรีบ ก็ต้องตอบคำถาม ไม่เช่นนั้นข้าคงจัดการไม่ได้”
นี่เป็ครั้งแรกที่หานอวิ๋นซีได้พบกับยาพิษที่ไม่รู้จัก นาง้าที่จะคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แต่ต้องใช้ทักษะมากมายในการทำงาน
เห็นได้ว่าของสิ่งนี้ไม่ง่ายสำหรับหลงเฟยเยี่ยที่จะพูดมันออกมา ทว่านาง้าให้เขาพูดออกมาให้ชัดเจน
ใครจะไปรู้ จู่ๆ หลงเฟยเยี่ยก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ฮ่าฮ่า ก็แล้วแต่เ้า ข้าไม่ได้รีบร้อน”
หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะคำพูดของหลงเฟยเยี่ยแต่เป็เพราะรอยยิ้มของเขา ถ้านางจำไม่ผิด นี่คงจะเป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นรอยยิ้มจริงๆ จากเขากระมัง ก่อนหน้านั้นมากที่สุดที่นางเคยเห็นก็แค่ยกยิ้มมุมปาก
น้ำแข็งพันปีละลายในชั่วพริบตา ฤดูใบไม้ผลิกลับสู่โลก ทุกอย่างฟื้นตัว มันสวยงามและอ่อนโยนเช่นนี้เลยหรือ?
ปรากฏว่าูเาน้ำแข็งใหญ่ก้อนนี้ก็สามารถยิ้มได้ด้วยสินะ
ในตอนที่ออกไป ก็เห็นศพของคนมีพิษที่ประตู หานอวิ๋นซีจึงถามหลงเฟยเยี่ยว่าคนเหล่านี้อยู่ภายใต้อำนาจของคังอ๋องแห่งเป่ยลี่หรือไม่ และหลงเฟยเยี่ยพยักหน้า
“คนผู้นี้อันตรายเกินไป เขากำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่?” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง
การเลี้ยงพิษแบ่งออกเป็คนมีพิษ ศพมีพิษ และคนปรุงพิษ แม้ว่าคนมีพิษจะเป็วิธีการต่ำที่สุดในการเลี้ยงพิษ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะเลี้ยงจำนวนมากขนาดนี้!
ตอนนี้ถ้าจะให้หานอวิ๋นซีเลี้ยงออกมา นางก็ไม่สามารถทำได้ เพราะนางมียาอยู่ในมือ แต่นางไม่รู้วิธีเลี้ยงพิษ
หานอวิ๋นซีรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย คังอ๋องแห่งเป่ยลี่ต้องมีแผนการ และเป็แผนการที่ใหญ่มากแน่ๆ
สิ่งที่หานอวิ๋นซีกังวลคือสิ่งที่หลงเฟยเยี่ยกำลังคิดอยู่
เมื่อมองย้อนกลับไปยังป้อมปราการที่มีซากศพเกลื่อนไปทั่ว หลงเฟยเยี่ยชักกระบี่ออกมาและทิ้งรอยกระบี่ที่เป็สัญลักษณ์ของตัวตนไว้ที่ประตู พร้อมกับพูดอย่างเ็าว่า “ครั้งนี้ ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะบังคับให้เขาออกมาไม่ได้!”
ที่นี่อยู่ใกล้กับเมืองยามากและเป็ฐานลับของคังอ๋องในเมืองยา ยิ่งกว่านั้น ปรมาจารย์พิษหญิงผู้นั้นยังเป็มือขวาของคังอ๋อง หลงเฟยเยี่ยใช้เวลาทั้งคืนในการสังหารทั้งป้อมปราการ ดังนั้นเขาไม่เชื่อว่าคังอ๋องจะสามารถทนได้และไม่คิดจะโต้กลับ!
กล้าที่จะซุ่มโจมตีสายลับในเทียนหนิง กล้าที่จะเล่นเล่ห์เหลี่ยมสตรีภายใต้ชื่อของเขา ชั่วร้ายยิ่งนัก ข้าจะทำให้เ้าเสียใจ!
เมื่อเห็นความหนาวเย็นกระหายเืที่มุมปากของหลงเฟยเยี่ย หานอวิ๋นซีก็ตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว นึกย้อนกลับไปถึงรอยยิ้มที่สดใสเมื่อครู่ นางคิดว่าตัวเองคงมองผิดไปเอง
ชายผู้นี้เ็าเกินจะบรรยาย เขาจะไปอ่อนโยนได้อย่างไร?
ถังหลี่ติดตามพวกเขาไปจนถึงด้านนอกของเมืองหลวง หานอวิ๋นซีรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อชายผู้นี้ออกมา เขาไม่ได้ดูถูกนางมากเท่ากับตอนที่เข้าไป อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้พูดจาประชดประชันอีกต่อไป
ถังหลี่ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปในเมือง ก่อนจะออกไป เขาก็โยนถุงใส่ของถุงหนึ่งให้หานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีรับมันอย่างรวดเร็ว รู้สึกถึงความหนักอึ้ง ทันทีที่เปิดมัน นางก็เห็นว่ามันเป็เข็มทองหนึ่งกำมือใหญ่ มีหลายรูปแบบ และมีวัสดุคุณภาพสูงไม่น้อย มันดีกว่าที่ถังลี่โยนทิ้งไปบนโต๊ะหินก่อนหน้านี้อย่างมาก!
“ให้ข้าหรือ?” หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจ
“ใช้เข็มดอกหลีฮวาพายุฝนได้ไม่เลว ไม่ทำให้ข้าเสียหน้า ข้าให้รางวัลเ้าก็แล้วกัน” ถังหลี่พูดอย่างอวดดี
แม้ว่าเขาจะอวดดี ทว่าเขาก็ยังชื่นชมนาง
อาวุธลับของสำนักถังไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน แม้ว่าพวกเขาจะมีการฝึกฝนเหมือนกัน แต่อาวุธของสำนักถังนั้นประณีตกว่าอาวุธอื่นๆ และใช้งานง่ายกว่ามาก
หานอวิ๋นซีที่ตอบอย่างไม่เกรงใจ “ขอบคุณนะ”
“เ้าสามารถเพิ่มความแม่นยำได้ด้วยการพ่นพิษลงไปในอาวุธลับได้ ในเวลาสั้นๆ อย่างน้อยเ้าก็สามารถป้องกันตัวเองได้” ถังหลี่พูดอีกครั้ง
ประเด็นนี้ตรงกับที่หานอวิ๋นซีคิดไว้ นางรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งและพูดเชิญชวนว่า “เข้ามาที่เมืองสักสองสามวันสิ จะได้สอนข้าใช้สิ่งเหล่านี้ด้วย”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หลงเฟยเยี่ยซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังก็นางมองลงมาทันทีและเลิกคิ้วที่หล่อเหลา แต่หานอวิ๋นซีกลับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ใบหน้าเองก็เต็มไปด้วยความสุข
ถังหลี่ตกตะลึง หลงเฟยเยี่ยเคยบอกว่าถ้าหานอวิ๋นซีมีชีวิตรอดกลับมาได้ จะสอนวิธีใช้เข็มให้นาง
หาได้ยากที่ฉินอ๋องอยากจะสอนด้วยตัวเอง นี่เป็สิ่งที่สตรีหลายคนในโลกใฝ่ฝัน หานอวิ๋นซี มือใหม่อย่างเ้าจะไม่ได้รับอภิสิทธิ์มากเกินไปหน่อยหรือไร?
เมื่อมองไปที่ใบหน้าเ็าของหลงเฟยเยี่ยอีกครั้ง ถังหลี่ก็ตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว รีบหันหัวม้าโดยทันที โบกมือ และออกไป...
เขาคิดว่า สิ่งที่ฉู่ซีเฟิงสงสัยว่าหลงเฟยเยี่ยดูเหมือนจะ “สนใจ” สตรีผู้นี้ คงจะมีความเป็ไปได้
เมื่อเห็นถังหลี่จากไปโดยไม่ตอบ หานอวิ๋นซีก็รู้สึกงุนงง หลังจากที่นางเก็บเข็มทองถุงใหญ่ นางก็ตระหนักว่าหลงเฟยเยี่ยที่อยู่ข้างหลังไม่ได้พูดอะไรเป็เวลานาน
อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้บอกว่าจะสอนนางใช้อาวุธลับด้วยเข็มทองเหล่านี้
หานอวิ๋นซีหันศีรษะไปมองโดยไม่รู้ตัว และเห็นว่าเห็นหลงเฟยเยี่ยจ้องมองนางด้วยความเ็าในดวงตาที่ลึกราวกับทะเล
“ท่านอ๋อง...” หานอวิ๋นซีรู้สึกว่าตัวเองต้องอธิบายบางอย่าง แต่นางพูดไม่ออก
หลงเฟยเยี่ยไม่ได้พูดอะไร เงยหน้าขึ้นและมองไปข้างหน้า เขาไม่ได้เปลี่ยนเป็รถม้าแต่กลับตรงเข้าไปในเมือง ในเวลานี้เป็เวลาบ่ายและเป็่เวลาที่วุ่นวายที่สุดในเมือง
ม้าตัวสูงนั้นน่าดึงดูดใจมากอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับชายหญิงบนหลังม้า ชายหนุ่มที่หล่อเหลาราวกับเทพสรวง์และหญิงสาวที่งดงามจนล่มเมืองได้ ดึงดูดฝูงชนให้มาดูทันที
ผู้คนที่ไม่รู้จักต่างก็ประหลาดใจว่านี่คือคู่ที่์สร้างขึ้น แต่ผู้ที่จำพวกเขาได้ล้วนตกตะลึง ข่าวลือเป็จริงสินะ!
หานอวิ๋นซีเป็ที่โปรดปรานจริงๆ นางได้ขี่ม้าตัวเดียวกับฉินอ๋อง โอ้พระเ้า นี่ก็ถือว่าฉินอ๋องยอมรับอย่างเป็ทางการใช่หรือไม่ว่านางคือฉินหวังเฟย?
