เสิ่นอิ๋นหวนเห็นพวกเขาสองคนทำท่าจะทะเลาะกันก็เดินเข้ามาตำหนิ “ทั้งที่เป็เื่ดีแบบนี้แท้ๆ เหตุใดพวกเ้ายังนำมาทะเลาะกันได้อีก ส่วนเ้า…”
นางชี้มายังหลี่อันหราน “คนเขาอุตส่าห์ซื้อรถม้ามาให้เ้า เ้ารับไว้ก็พอแล้วมิใช่หรือ? เหตุใดต้องมากเื่ด้วย?” จากนั้นค่อยหันไปยิ้มให้เจียงเฉิง “เ้าช่างมีน้ำใจนัก ขอบคุณจริงๆ มีรถม้าคันนี้แล้ว ต่อไปนางจะได้ไม่ต้องลำบากกับการเข้าเมืองอีก”
สิ้นเสียงของเสิ่นอิ๋นหวน เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้พากันเดินเข้ามาชมความงดงามของรถม้าคันนี้และพูดว่า “ขนาดครอบครัวที่รวยที่สุดในหมู่บ้านก็ยังไม่มีเงินซื้อรถม้าแบบนี้เลย”
สีหน้าของหลี่อันหรานไม่มีความดีใจแม้แต่น้อย สายตาของนางที่มองมายังเจียงเฉิงฉายชัดถึงความเ็า ก่อนที่นางจะหมุนตัวหนีเดินกลับเข้าห้องตัวเอง นางไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดตัวเองต้องโมโหขนาดนี้ ทำได้เพียงนั่งหงุดหงิดอยู่ที่ขอบเตียง
เจียงเฉิงมองเงาหลังของนาง เพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างสรรเสริญเยินยอเขา แต่เขาไม่มีอารมณ์มาฟังเื่พวกนี้ เขาไล่ตามหลี่อันหรานเข้าไปยังห้องของนาง
เวลานี้หลี่เยวี่ยซือมาหาเจียงเฉิงที่นี่พอดิบพอดี ทว่าใบหน้านางกลับต้องบูดบึ้งทันทีที่เห็นรถม้า นางยืนพิจารณารถม้าคันนี้อยู่ด้านหลังฝูงชน นี่เป็รถม้าใหม่เอี่ยม นอกจากนี้ ม้าสีน้ำตาลตัวนั้นก็รูปร่างสูงใหญ่และงดงามเป็อย่างมาก
นางรู้จากบทสนทนาของชาวบ้านว่านี่เป็รถม้าที่เจียงเฉิงซื้อให้ครอบครัวของหลี่อันหราน นี่ทำให้นางอิจฉาหนักกว่าเดิม
หลี่เยวี่ยซือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางล้มเลิกความตั้งใจแล้วหันตัวเดินจากไป
เจียงเฉิงมายังห้องของหลี่อันหราน เขาพบว่านางกำลังนั่งอยู่ที่ขอบเตียง ดูท่าทางแล้วกำลังโมโหจึงเดินไปหา ทว่านางกลับลุกหนีไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง ไม่ยอมสนใจเขาแม้แต่น้อย
เขาเม้มปากแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามใจเย็นที่สุด “เ้าเป็อันใด? การที่ข้าซื้อของให้มันทำให้เ้าไม่พอใจขนาดนี้เชียวหรือ?”
“เช่นนั้นข้าขอถามท่าน ท่านซื้อกลับมาได้อย่างไร?”
“ก็ต้องใช้เงินตัวเองซื้ออยู่แล้วสิ เ้าวางใจได้ ข้าได้เงินนี้มาโดยสุจริต ไม่ได้ขโมยหรือปล้นใครมา ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็แค่รถม้าคันหนึ่งเท่านั้น ที่เมืองหลวงมีรถม้าเช่นนี้วิ่งอยู่เต็มถนน การซื้อให้เ้าไม่ใช่เื่หนักหนา เหตุใดเ้าต้องไม่พอใจด้วย?”
“อีกอย่าง การมีรถม้าจะช่วยส่งผลดีต่อกิจการของเ้าอย่างใหญ่หลวง เหตุใดผู้ที่มีหัวการค้าเช่นเ้าต้องดื้อรั้นด้วย?”
หลี่อันหรานได้ยินดังนี้ก็ไม่รู้ว่าควรโต้ตอบอย่างไร “ข้าถามท่าน ท่านคิดว่าการมอบรถม้าให้ข้าจะทำให้ท่านรู้สึกว่าตอบแทนบุญคุณข้าหมดแล้วใช่หรือไม่ จากนั้นตัวเองจะได้ไปจากที่นี่ใช่หรือไม่?”
เจียงเฉิงแน่นิ่งไปทันที ที่แท้นางก็คิดเื่นี้ เขาพลันใจอ่อนยวบเมื่อรู้ว่านางกำลังประชด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินไปหานางอีกครั้ง ครั้งนี้นางไม่ได้ถอยหนี
เจียงเฉิงกล่าวเสียงแ่เบา “ไม่ใช่ รถม้าคันนี้เป็เพียงของขวัญจากข้าเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใด เ้าอย่าเอาแต่คิดเหลวไหล อย่าเอาแต่คิดว่าทุกอย่างที่ข้าทำเป็การทำเพื่อตอบแทนบุญคุณ”
“แต่ทุกสิ่งที่ท่านทำก็เป็การตอบแทนบุญคุณมิใช่หรือ หรือว่าท่านจะทำเพราะมีจุดประสงค์อย่างอื่น?”
เจียงเฉิงนิ่งเงียบ เขาไตร่ตรองคำพูดนี้ของนางอย่างจริงจัง การที่เขาทำดีกับนาง ทำสิ่งต่างๆ เพื่อนาง ทั้งหมดเป็เพราะเพื่อตอบแทนบุญคุณจริงหรือ? ไม่มีอะไรอย่างอื่นแล้วจริงหรือ?
หลี่อันหรานอยากฟังเขาอธิบาย อยากได้ยินว่าเขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร ทว่าเขากลับไม่ตอบอะไรเลย นางเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโมโหกับเื่นี้โดยไม่มีมูลเหตุ ครั้นคิดได้ดังนั้น นางจึงผุดลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้ทำอะไรแต่กลับได้รับสิ่งตอบแทน ท่านมอบของขวัญให้ข้าชิ้นใหญ่แบบนี้ มันทำให้ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไร”
“ความจริงท่านไม่จำเป็ต้องทำสิ่งเหล่านี้เพื่อข้า การช่วยงานใน่ที่ผ่านมาของท่านเพียงพอสำหรับตอบแทนบุญคุณที่ข้าช่วยชีวิตท่านแล้ว ที่สำคัญคือ มันไม่ถือว่าเป็การช่วยชีวิตด้วยซ้ำ ท่านได้รับาเ็ ส่วนข้าก็เพียงแต่มอบที่พักรักษาตัวให้ก็เท่านั้น ท่านเลิกใส่ใจเื่นี้ได้หรือไม่ ไปทำในสิ่งที่ตัวเองควรทำเถิด หากจะไปก็ไปได้เลย ไม่ต้องเป็ห่วงอะไรที่นี่ทั้งนั้น ไม่ต้องถามว่าข้าจะทำอะไร ข้าไม่้าเลยจริงๆ”
คำพูดของนางทำให้เจียงเฉิงรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไร “ได้ นี่เป็สิ่งที่เ้าพูดเองนะ ในเมื่อเ้าพูดออกมาแล้ว เช่นนั้นข้าจะถือว่าการมอบรถม้าคันนี้เป็การตอบแทนบุญคุณที่เ้าช่วยชีวิต อยากจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่เ้าเลย”
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าจะนำตัวคนที่ข่มเหงเ้ามาสั่งสอน ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าคือผู้ใด”
หลี่อันหรานฟังแล้วใ นางเงยหน้ามองเขาทันที “ท่านรู้หรือว่าเขาคือผู้ใด รู้ได้อย่างไร ผู้ใดบอกท่าน”
“เ้าไม่ต้องสนใจว่าข้ารู้จากผู้ใด เอาเป็ว่าข้ารู้แล้วก็พอ คนผู้นั้นก็คือหนิงเชินใช่หรือไม่?”
หลี่อันหรานต้องใอีกครั้ง นางนึกไม่ถึงว่าเขาจะสืบถึงตัวหนิงเชินได้เร็วขนาดนี้ “ท่านไม่ต้องยุ่งเื่ของข้า ข้าเคยอธิบายไปแล้วว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ข่มเหงข้า ข้ายังคงบริสุทธิ์ แต่ไม่มีผู้ใดเชื่อที่ข้าพูดก็เท่านั้น อีกอย่าง ด้วยรูปลักษณ์ของข้าในตอนนี้ก็ถูกพวกเขาดูแคลนอยู่แล้ว ข้าไม่้าให้ท่านพิสูจน์อะไรเพื่อข้าทั้งนั้น”
เจียงเฉิงตั้งใจจะพูดบางอย่างแต่ถูกนางชิงพูดก่อน “ข้าขอบอกท่านไว้ ท่านอย่ายื่นมือเข้ามายุ่งกับเื่นี้ เื่นี้จบลงไปนานแล้ว ถึงแม้ชื่อเสียงภายในหมู่บ้านของข้าจะไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เลิกนินทาเื่นี้ลับหลังแล้ว”
“หากท่านขุดคุ้ยเื่นี้ขึ้นมาใหม่ มันมีแต่จะกลายเป็เื่ที่ทุกคนพูดถึง ท่านคิดว่าแบบนั้นมันดีต่อข้าแล้วจริงหรือ? ทุกวันนี้ข้าทำงานเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างชื่อเสียงด้านดีขึ้นมาใหม่ ทุกคนจะได้มองข้าดีขึ้นบ้าง ตอนนี้ข้าก็กำลังพยายามในด้านนี้อยู่ แต่ท่านกลับจะนำแผลเป็ที่เจ็บที่สุดของข้าออกมาให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง มันดีต่อข้าแล้วจริงหรือ? ท่านตรองดูให้ดีเถิด”
กล่าวจบ หลี่อันหรานกลอกตาใส่เขาแล้วเดินออกไปทันที นางมองไปยังเหล่าเพื่อนบ้านที่มามุงดูรถม้าคันนั้น เสิ่นอิ๋นหวนกำลังยิ้มไม่หุบอยู่กลางฝูงชน
เกรงว่านี่จะเป็่เวลาที่เสิ่นอิ๋นหวนมีความสุขที่สุด ในอดีต ครอบครัวนางยากจนข้นแค้น ไม่มีอาหารให้กินอิ่มท้อง เดินไปที่ใดก็มีแต่คนดูถูกดูแคลน
แต่ตอนนี้นางได้อยู่บ้านใหม่ ไม่ต้องกังวลเื่อาหารหรือเครื่องนุ่งห่มอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีรถม้าที่ดีขนาดนี้ ทุกคนเห็นว่านางได้ดีก็พากันเข้ามาผูกมิตร เสิ่นอิ๋นหวนจะมีความสุขก็ไม่แปลก
ทว่าสำหรับหลี่อันหรานแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่นับเป็อะไรทั้งนั้น นางต้องเติบโตและพัฒนาให้มากกว่านี้ วิสัยทัศน์ของนางยาวไกลกว่านี้ นางมองคนเหล่านี้แล้วรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยจึงเดินไปทางหลังบ้าน ตัดสินใจหนีไปทำงานที่สระน้ำด้านหลังแทน
หลังจากที่นางออกไป เจียงเฉิงยืนนิ่งค้างอยู่ภายในห้อง เขาใคร่ครวญถึงคำพูดเมื่อครู่ของนางแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล หากเขาขุดคุ้ยเื่นี้ออกมาอย่างเห็นแก่ตัว มันมีแต่จะทำให้กลายเป็ที่พูดถึงของชาวบ้านอีกครั้ง ไม่ส่งผลดีต่อนางแต่อย่างใด
ต่อให้หนิงเชินจะยอมรับว่าไม่ได้ข่มเหงหลี่อันหราน แต่จะมีสักกี่คนที่เชื่อกัน?
สำหรับสตรีคนหนึ่งแล้ว การมีหรือไม่มีพรหมจรรย์ไม่ใช่เื่น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือคำนินทาว่าร้ายของคนเราต่างหาก
