เสิ่นอิ๋นหวนฟังแล้วขมวดคิ้ว “แต่อย่างไรก็เป็ครอบครัวเดียวกัน พวกนางเป็ป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองของเ้า นอกจากนี้ความเป็อยู่ของพวกนางก็ลำบากจริงๆ”
หลี่อันหรานชิงตัดบททันที “พวกนางลำบากที่ใดกัน ท่านแม่ ยามที่ครอบครัวพวกเราอยู่อย่างลำบากคือยามที่พวกนางได้อยู่อย่างสุขสบาย ท่านอย่าได้ถูกถ้อยคำหวานหูพวกนั้นของนางหลอกเอาเด็ดขาด ข้าไม่มีทางเชื่อคนพวกนี้แน่”
เสิ่นอิ๋นหวนยังคงลังเลเล็กน้อยแต่ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะในอดีตนางก็เคยถูกบ้านใหญ่กับบ้านรองเอาเปรียบจริงๆ
“เอาละ ไม่คุยเื่นี้แล้ว เ้าเสร็จงานแล้วหรือ มีอะไรให้แม่ช่วยหรือไม่?”
หลี่อันหรานส่ายมือ “ไม่มีเ้าค่ะ” จากนั้นพลันโพล่งขึ้นเพราะนึกอะไรบางอย่างได้ “ท่านแม่ พวกเรามีที่ดินในหมู่บ้านหรือไม่?”
เสิ่นอิ๋นหวนงุนงงเล็กน้อย “มีที่ดินอยู่หนึ่งแปลง ได้มาตอนแยกบ้าน แต่เนื่องจากครอบครัวเราไม่มีบุรุษโตเต็มวัยและแรงงาน อีกทั้งตอนนั้นแม่ก็หาเงินเลี้ยงดูพวกเ้าด้วยการซักผ้าให้ผู้อื่น ที่ดินแปลงนั้นจึงถูกบ้านสะใภ้รองนำไปใช้งานเพราะทิ้งว่างไว้”
หลี่อันหรานได้ยินดังนี้ก็แปลกใจ “เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงเื่นี้มาก่อน?”
เสิ่นอิ๋นหวนแปลกใจเช่นกัน “แม่เคยพูดเื่นี้ั้แ่ตอนแยกบ้านแล้ว เ้าลืมไปแล้วหรือ?”
หลี่อันหรานนึกย้อนกลับไป นางจำความทรงจำในอดีตได้ไม่มากนัก หรือเพราะ่นั้นนางกำลังปรับตัวเข้ากับกายเนื้อนี้อยู่ ด้วยเหตุนี้จึงหลงลืมเื่ราวบางอย่างไป?
นางตอบเสิ่นอิ๋นหวน “ข้าลืมไปแล้ว ข้าหลงคิดมาโดยตลอดว่าครอบครัวเราไม่มีที่ดิน ในเมื่อบ้านรองใช้ที่ดินของเราในการเพาะปลูก เช่นนั้นพวกนางก็ควรนำผลผลิตที่ได้มามอบให้พวกเราบ้าง แต่ข้าไม่เคยเห็นพวกนางนำสิ่งใดมาให้เราเลย?”
เสิ่นอิ๋นหวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ผลผลิตจากที่นั่นในแต่ละปีไม่ได้มากมาย หากต้องแบ่งให้พวกเราอีกคงไม่เหมาะสมกระมัง”
หลี่อันหรานฟังแล้วไม่พอใจทันที “มีอะไรไม่เหมาะสมกัน พวกเขาใช้ที่ดินของเราก็ควรให้อะไรเราบ้างสิ มีอะไรผิดหรือ?”
“ทางราชสำนักจัดเก็บภาษีที่นาเยอะมาก จ่ายแล้วแทบไม่เหลือให้ครอบครัวตัวเองกิน จะเหลือถึงพวกเราได้อย่างไร”
หลี่อันหรานรู้สึกหงุดหงิดต่อความไม่สู้คนของเสิ่นอิ๋นหวนมาก นางสวนกลับทันควัน “ก็เพราะท่านเป็เช่นนี้อย่างไรเล่า ทุกคนถึงได้เอาแต่รังแกท่าน ท่านไปคุยกับบ้านรองเลยว่าจะเอาที่ดินคืนมา พวกเราจะใช้งานเอง ไม่ให้พวกเขาใช้เพาะปลูกอีกแล้ว”
เสิ่นอิ๋นหวนกะพริบตาถามอย่างไม่เข้าใจ “แต่ผู้ใดในครอบครัวเราจะไปเพาะปลูกกัน เ้าทำงานใช้แรงงานไม่ไหว และด้วยสภาพร่างกายของแม่ เกรงว่าแค่จะขุดดินยังขุดไม่ขึ้นด้วยซ้ำ”
“ท่านวางใจเถิด ข้าย่อมมีวิธีแน่นอน อีกอย่าง ผู้ใดบอกกันว่าต้องเพาะปลูกเท่านั้น?”
หลี่อันหรานกำชับซ้ำอีกครั้ง “อย่าลืมนะเ้าคะ ไปเอาที่ดินคืนมาจากบ้านรอง หากท่านไม่ไป เช่นนั้นข้าจะเป็ฝ่ายไปคุยเอง หากนางไม่คืนให้ ข้าจะนำเื่นี้ไปให้ท่านย่ากับถิงจั่งช่วยตัดสิน จะได้รู้กันไปเลยว่าที่ดินเป็ของผู้ใดกันแน่”
เสิ่นอิ๋นหวนกลัวเหลือเกินว่าหลี่อันหรานจะทำให้เื่ราวบานปลายใหญ่โต นางรีบตอบว่า “ได้ๆๆ แม่จะไปคุยเื่นี้ให้ เ้าอย่าเพิ่งไปเองนะ เอาไว้ให้แม่ไปคุยกับบ้านรองก่อนค่อยว่ากัน”
เื่ราวเป็อันตกลงตามนี้
สองวันต่อมา เหอชุนฮวามายังบ้านของเสิ่นอิ๋นหวนตามลำพัง ยามที่นางมาถึง หลี่อันหรานเพิ่งออกไปส่งน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดที่เมืองพอดี หลายวันนี้กิจการของนางรุ่งเรืองกว่าเดิม มีรายรับก้อนใหญ่เข้ามาทุกวัน
คนภายนอกรู้เพียงแต่ว่าครอบครัวพวกนางร่ำรวยขึ้น บางคนคาดเดากันว่าแต่ละวันมีรายรับเท่าไร ทว่าสิ่งที่พวกเขาคาดเดานั้นกลับยังห่างไกลจากรายรับของหลี่อันหรานมากนัก
นอกจากนี้คือหลี่อันหรานไม่เคยทำตัวให้เป็จุดสนใจ ไม่เคยโอ้อวดกับคนภายนอกว่ามีเงินเท่าไร นางรู้ว่าหากเปิดเผยเื่พวกนี้ออกไปก็มีแต่จะนำปัญหามาสู่ตัว ด้วยเหตุนี้จึงเลือกที่จะทำตัวให้ดูยากจนเข้าไว้และคอยขยายกิจการของตัวเองอย่างลับๆ
ยามที่เหอชุนฮวามาถึง เสิ่นอิ๋นหวนกำลังเตรียมตัวจะออกไปตัดหญ้าข้างนอกมาให้ม้ากิน ตอนนี้หลี่อันหรานมีรถม้าแล้ว นางใช้งานทุกครั้งที่เดินทางเข้าเมือง นอกจากนี้ยังพาลูกจ้างไปด้วยหนึ่งคนเสมอ
หลี่อันอันกับท่านลุงจางจากข้างบ้านกำลังล้างบ่อปลาหลังบ้านตามคำสั่งของหลี่อันหราน ส่วนเจียงเฉิงออกไปั้แ่เช้าแล้ว
จังหวะที่เสิ่นอิ๋นหวนกำลังจะปิดประตูบ้าน นางก็เห็นเหอชุนฮวาเดินมาพอดี “พี่สะใภ้รอง ท่านมาได้อย่างไร?”
“เ้าจะออกไปข้างนอกหรือ?” เหอชุนฮวาเข้ามาคุยด้วยรอยยิ้ม
เสิ่นอิ๋นหวนเผยยิ้ม “พี่สะใภ้รอง ท่านมีธุระอันใดหรือ?”
เหอชุนฮวามองนางนิ่งๆ แล้วว่า “ข้าจะไม่รบกวนเ้าดีกว่า หากเ้าจะออกไปข้างนอก เช่นนั้นข้าค่อยมาใหม่วันหลัง”
ครั้นอีกฝ่ายมีท่าทีดังนั้น เสิ่นอิ๋นหวนจึงรีบพูด “ไม่รบกวนๆ ท่านมีอันใดก็พูดมาเถิด เชิญเข้ามาด้านในก่อน”
นางพูดแล้วเชิญเหอชุนฮวาเข้าบ้านและรินน้ำชาให้ เหอชุนฮวารอจนเสิ่นอิ๋นหวนทำทุกอย่างเสร็จจึงค่อยพูดว่า “นับวันความเป็อยู่ของครอบครัวเ้าก็มีแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้แทบจะไม่เป็สองรองผู้ใดในหมู่บ้านแล้ว นึกไม่ถึงว่าผ่านมาไม่ถึงปี พวกเ้าไม่เพียงแต่จะได้อยู่บ้านใหม่ แต่ยังได้มีรถม้าด้วย ชีวิตรุ่งเรืองโชติ่ราวกับเปลวเพลิง”
เสิ่นอิ๋นหวนมีความระแวดระวังเล็กน้อยเพราะมีคำเตือนที่ได้รับจากหวางเถาฮวาก่อนหน้านี้ “ทั้งหมดเป็เพราะอันหราน นางทำงานค้าขายด้วยความลำบากและเหนื่อยยาก ความจริงไม่ได้มีอะไรมากมายหรอกเ้าค่ะ”
“เ้าไม่ต้องมาถ่อมตัว ด้านนอกต่างลือกันว่าลูกชายเ้าได้ไปเรียนที่สำนักศึกษาในเมือง ไม่ใช่แค่เขา กระทั่งลูกชายของป้าหวางข้างบ้านพวกเ้าก็ยังถูกอันหรานส่งไปเรียนด้วย นี่เป็เื่ที่รู้กันถ้วนทั่ว”
เสิ่นอิ๋นหวนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ชะ ใช่เ้าค่ะ”
เหอชุนฮวาแอบกลอกตามองบนใส่นางก่อนจะกล่าวต่อ “ไม่รู้ว่าพวกเ้าคิดอะไรอยู่ ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน แต่นี่ข้ากลับต้องไปยืมเงินค่าเล่าเรียนของจิ่งเทียนมาจากผู้อื่น ตอนนี้ครอบครัวข้ามีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ นับวันก็ยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ ผิดกับบ้านเ้าโดยสิ้นเชิง พวกเ้าอย่าได้ลืมว่ายังมีพวกข้าที่เป็ญาติอยู่ละ”
“เ้าค่ะ พี่สะใภ้รองกล่าวได้ถูกแล้ว”
“เ้าดูอันหรานทำเข้าสิ หากคนในหมู่บ้านรู้เข้าคงพูดว่านางกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา ทั้งที่นางเป็สมาชิกในครอบครัวของเราแต่กลับไปส่งเสียลูกคนอื่น หากเื่นี้แพร่งพรายออกไปคงไม่ดีต่อชื่อเสียงของนาง”
“เ้าค่ะ พี่สะใภ้รองกล่าวได้ถูกแล้ว”
เหอชุนฮวาเห็นว่าเสิ่นอิ๋นหวนเอาแต่ขานรับแบบนี้ก็แค่นเสียงเย็นอย่างหงุดหงิด “ข้าไม่ได้อยากว่าเ้านะ ข้าพูดด้วยความหวังดี น้องสามจากโลกนี้ไปไว เื่บางเื่ก็ควรให้บ้านใหญ่กับบ้านรองช่วยดูแล พวกเ้าแม่ลูกต้องอยู่กันตามลำพัง เื่บางเื่ก็จัดการเองไม่ได้ ข้าพูดถูกหรือไม่?”
“เ้าเอาแต่ไปสนใจลูกคนอื่นเช่นนี้ หากวันหน้าเจอปัญหาขึ้นมา สุดท้ายแล้วคนที่จะช่วยเ้าได้ก็มีแต่ครอบครัวเดียวกันเท่านั้น”
“เ้าค่ะ พี่สะใภ้รองกล่าวได้ถูกแล้ว”
“เ้าพูดคำอื่นไม่เป็หรือ ในเมื่อเ้าบอกว่าข้าพูดถูก เช่นนั้นข้าก็จะบอกจุดประสงค์ที่มาในวันนี้โดยไม่อ้อมค้อมก็แล้วกัน ข้ายืมเงินที่ส่งจิ่งเทียนไปเรียนมาจากผู้อื่นและยืมมาเป็จำนวนไม่น้อย สถานภาพทางการเงินไม่ค่อยดีนัก”
