ความเงียบสงัดในยามค่ำคืนของชนบทจีนในยุค 80 นั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงหวอรถพยาบาลในเมืองใหญ่ที่เจนนี่จากมาเสียอีก ในห้องเก็บของหลังบ้านที่ทั้งเหม็นอับและมืดมิด เจนนี่พยายามขยับร่างกายที่ระบมไปหมดเพื่อสำรวจาแของตัวเอง เธอใช้ปลายนิ้วคลำไปตามซี่โครงและหน้าอก... ไม่มีรอยผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็จากการปั๊มหัวใจ มีเพียงผิวพรรณที่สากกร้านและร่างกายที่ผอมโซจนเห็นกระดูก
"มันไม่ใช่ฝัน... นี่คือความจริงที่บ้าคลั่งที่สุด" เธอพึมพำ น้ำเสียงที่สะท้อนออกมาในความมืดคือเสียงของเด็กสาวที่ชื่อต้าเหนิง
เจนนี่ไม่ยอมแพ้ สมองของนักวิทยาศาสตร์สั่งการให้เธอหาทางออก เธอไม่เชื่อเื่การย้อนเวลาหรือิญญาสวมร่างแบบในนิยายน้ำเน่า เธอต้องหา 'จุดเชื่อมต่อ' บางอย่าง บางทีหากเธอกลับไปที่บ่อน้ำนั้นอีกครั้ง หรือหาทางไปที่โรงพยาบาลที่ทันสมัยที่สุดในเมืองนี้ เธออาจจะพบคำตอบ หรืออย่างน้อยก็พบคนที่จะช่วยเธอวิจัยสิ่งที่เกิดขึ้นได้
เธอใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการงัดแงะบานหน้าต่างไม้เก่าๆ ที่ถูกปิดตายด้วยตะปูสนิมเขรอะ แรงของร่างกายที่ขาดสารอาหารนั้นมีน้อยนิด แต่ความมุ่งมั่นของเจนนี่มีล้นเหลือ เธอใช้เศษเหล็กจากมุมห้องค่อยๆ งัดจนตะปูหลุดออกทีละตัว
เอี๊ยด...
เสียงหน้าต่างเปิดออกดังบาดหู เจนนี่รีบมุดตัวออกจากช่องแคบๆ นั้นอย่างทุลักทุเล เธอตกลงบนกองฟางด้านนอกและรีบหมอบตัวลงต่ำ ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว เธอเห็นรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านใหญ่ นั่นคือรถของพวกแขกนักลงทุน
‘ถ้าฉันแอบขึ้นรถคันนั้นไปได้ ฉันอาจจะเข้าเมืองได้’
เจนนี่อาศัยความมืดพรางตัว วิ่งลัดเลาะไปตามพุ่มไม้รกชัฏ แต่ทว่า... ร่างกายนี้กลับทรยศเธอ ความดันโลหิตที่ต่ำเกินไปทำให้เธอหน้ามืดกะทันหันขณะที่กำลังจะพ้นรั้วบ้าน
"นั่นใครน่ะ!" เสียงะโกร้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากกระบอกไฟฉายที่สาดส่องมาปะทะหน้าเธอ
"เฮ้ย! นั่นมันคุณหนูรองนี่นา!"
"จับตัวไว้เร็ว! คุณท่านสั่งไว้ว่าห้ามให้ออกมา!"
เจนนี่พยายามจะวิ่งหนี แต่คนงานร่างกำยำสองคนพุ่งเข้ามารวบตัวเธอไว้อย่างรวดเร็ว แรงกดที่แขนทำให้เธอเจ็บจนแทบร้อง
"ปล่อยฉัน! ฉันมีสิทธิที่จะไปไหนก็ได้ ปล่อย!" เจนนี่ะโก้อง เธอหลงลืมไปชั่วขณะว่าในยุคสมัยนี้ คำว่า 'สิทธิ' เป็เพียงคำฟุ่มเฟือยสำหรับลูกสาวที่ถูกลืมอย่างเธอ
ห้องโถงใหญ่ของตระกูลหวังยังคงสว่างไสวด้วยแสงจากหลอดไฟนีออนสีส้ม แเื่บางส่วนเดินทางกลับไปแล้ว แต่ความวุ่นวายที่เจนนี่ก่อขึ้นทำให้บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด
เฟยหย่าเดินก้าวเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและฤทธิ์เหล้าที่เพิ่งดื่มไปกับแขก เขาจ้องมองลูกสาวที่ถูกคนงานหิ้วปีกเข้ามาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง
"แกกล้าดียังไง..." เฟยหย่าพูดเสียงสั่นด้วยความโกรธ "แกทำให้ฉันขายหน้าต่อหน้าแขกผู้ใหญ่ แกแอบหนีออกมาเหมือนพวกหัวขโมย!"
"ฉันไม่ใช่ขโมย ฉันแค่้าอิสรภาพ" เจนนี่จ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ "คุณขังฉันไว้แบบนั้นมันผิดกฎหมายนะ!"
"กฎหมายงั้นเหรอ?" เฟยหย่าแค่นยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "ในบ้านหลังนี้ ฉันคือหน้าตา ฉันคือคนจ่ายเงินเลี้ยงแกมาตลอดสิบกว่าปีที่แกเกิดมาเป็ตัวซวยของบ้าน! แล้วแกยังจะมาพูดเื่กฎหมายกับฉันงั้นเหรอ!"
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าซีกซ้ายของเจนนี่อย่างแรงจนหน้าเธอสะบัด เืสีแดงสดซึมออกมาจากมุมปาก ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า ตามมาด้วยความเ็ปที่แสบร้อน
เจนนี่หันกลับมามองเขา ดวงตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยน้ำตาเหมือนที่ต้าเหนิงคนก่อนเคยเป็ แต่มันคือแววตาที่แข็งกร้าวและเ็าจนเฟยหย่าถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
"แก... แกกล้าจ้องหน้าฉันงั้นเหรอ!"
"ตบฉันอีกสิคะ" เจนนี่ท้าทายเสียงเรียบ "ถ้าการตบลูกสาวตัวเองช่วยให้ปมด้อยในใจของคุณที่เคยทำธุรกิจล้มเหลวมันหายไปได้ ก็ตบเลย!"
คำพูดนั้นเหมือนเข็มทิ่มแทงเข้าไปในแผลใจของเฟยหย่า เื่ที่เขาเคยถังแตกตอนที่ต้าเหนิงเกิดเป็เื่ที่เขาพยายามลืมมาตลอด
"นังลูกบ้า! แกมันวิปลาสไปแล้วจริงๆ!" เฟยหย่าะโอย่างเสียสติ "พวกแกรออะไรอยู่! ลากมันไป! เอาโซ่มาล่ามประตูห้องเก็บของไว้ อย่าให้มันเห็นเดือนเห็นตะวันอีก!"
"คุณพ่อคะ อย่าโกรธไปเลยค่ะ ต้าเหนิงมันบ้าไปแล้วจริงๆ ดูสิคะ มันพูดจาเหมือนไม่ใช่คนเดิมเลย" ถิงถิงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่มุมห้องเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง "ขังไว้หลังบ้านน่ะดีแล้วค่ะ ถ้าใครรู้ว่าคนสกุลหวังมีลูกสาววิกลจริต หนูคงแต่งงานกับใครไม่ได้แน่ๆ"
เจียวจูพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะคุณพ่อ หนูอายเพื่อนจะแย่แล้ว"
เจนนี่ถูกลากกลับไปยังห้องเก็บของหลังบ้านอีกครั้ง คราวนี้มือของเธอถูกมัดด้วยเชือกหยาบๆ เฟยหย่าสั่งให้คนงานตอกไม้กระดานทับหน้าต่างที่เธอเพิ่งงัดออกไปจนมิดชิด
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงค้อนตอกตะปูดังสะท้อนอยู่ในอกของเจนนี่ เธอถูกโยนกลับเข้าไปในความมืดพร้อมกับเสียงโซ่ที่ล่ามคล้องประตูไว้จากภายนอก
เธอนอนขดตัวบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ััได้ถึงรสคาวเืในปากและความบวมโย้บนใบหน้า น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ไหลออกมาในที่สุด ไม่ใช่เพราะความเสียใจที่ถูกทุบตี แต่เป็ความคับแค้นใจในความไร้ทางสู้ของร่างกายนี้
‘เจนนี่... เธอคือศัลยแพทย์มือหนึ่งนะ... เธอผ่านการผ่าตัดที่ยากที่สุดมาได้...’ เธอปลอบใจตัวเองในใจ ‘ไอ้บ้านนี่มันก็แค่กรงขังชั่วคราว ความเจ็บพวกนี้คือเครื่องเตือนใจว่าเธอต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเอาคืนพวกมันทุกคน’
เจนนี่ใช้ฟันพยายามแกะปมเชือกที่มัดมือออกอย่างใจเย็น แม้จะยากลำบากเพียงใดเธอก็ไม่หยุด ท่ามกลางความมืดที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น ความคิดเดียวที่เหลืออยู่ในหัวของเธอคือ... เธอต้องแข็งแรงขึ้น เธอต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโลกนี้ให้ได้มากที่สุด และเธอต้องหา 'พันธมิตร' ที่จะพาเธออกไปจากนรกแห่งนี้
"คอยดูเถอะ... หวังเฟยหย่า... หวังถิงถิง..." เจนนี่พึมพำผ่านริมฝีปากที่บวมช้ำ "ฉันจะทำให้พวกคุณรู้ว่า 'คนบ้า' คนนี้ล่ะ ที่จะทำลายโลกจอมปลอมของพวกคุณทิ้งเอง"
ในคืนนั้น ลมหนาวพัดผ่านช่องลมเล็กๆ เข้ามาปะทะร่างที่สั่นเทา แต่ไฟแห่งความแค้นและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของแพทย์สาวจากอนาคต กลับเริ่มลุกโชนขึ้นมาอย่างช้าๆ ในความมืดมิดนั้นเอง
