หลังจากนั้นเป็ต้นมา ไป๋หยุนเฟยก็หลุดเข้าสู่วังวนของการฝึกฝนจนแทบไม่กินไม่นอน --- การฝึกฝนที่ว่านั่นก็คือการฝึกวิชาหลอมประดิษฐ์
นับจากวันแรกที่เข้ามายังถ้ำแห่งนี้เพื่อฝึกการหลอมประดิษฐ์ ในวันที่สิบไป๋หยุนเฟยก็มีความชำนาญในการหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับต่ำแล้ว
ในวันที่ยี่สิบ เริ่มชำนาญและมีโอกาสอย่างสูงที่จะหลอมประดิษฐ์ชั้นมนุษย์ระดับกลางได้สำเร็จ
ในวันที่สามสิบ สามารถหลอมประดิษฐ์ชั้นมนุษย์ระดับสูงได้อย่างราบรื่น
พัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นนี้ หากประกาศออกไป เชื่อว่าต้องทำให้ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ถึงเก้าส่วนต้องเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย แม้แต่โค่วฉางคงที่มา‘ตรวจสอบ’ทุกสิบวันก็ยังต้องตกตะลึงกับความก้าวหน้าของมันทุกครั้งที่มา แม้แต่ผู้าุโทั้งสามก็ยังให้ความสนใจและมา‘สังเกตการณ์’ร่วมกัน ในยามที่ไป๋หยุนเฟยสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูงได้สำเร็จ ทุกคนที่มาร่วมชมต่างก็มองดูไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าประหลาดพิกลอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายจึงถอนหายใจแ่เบาก่อนจะเดินจากไป...
แม้ว่าการหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูงจะถือเป็เื่ปกติสำหรับภูติญญาระดับปลาย แต่ไป๋หยุนเฟยเริ่มต้นจากผู้ที่ไม่รู้จักวิชาหลอมประดิษฐ์แม้แต่น้อย กลับสามารถฝึกฝนจนมาถึงระดับนี้ มิหนำซ้ำมันยังเพิ่งฝึกปรือ‘เคล็ดควบคุมไฟ’มาได้เพียงสองเดือนเท่านั้น!
พัฒนาการที่รวดเร็วจนผู้คนต้องตื่นตระหนกเช่นนี้ ในสายตาของโค่วฉางคงแล้วเชื่อว่าสามารถเทียบชั้นได้กับศิษย์พี่ใหญ่ซ่งหลินหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ!
ความก้าวหน้าเช่นนี้ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน แม้แต่โค่วฉางคงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะยกเลิกการทดสอบหลังสามเดือน นั่นก็หมายความว่าโค่วฉางคงคิดจะรับไป๋หยุนเฟยเข้าเป็ศิษย์สายตรงอย่างเป็ทางการแล้วนั้นเอง
แต่ที่จริงแล้ว มีเพียงไป๋หยุนเฟยเท่านั้นที่ทราบอย่างกระจ่าง ว่าความก้าวหน้าอันรวดเร็วจนน่าหวาดหวั่นของตนนี้ ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า‘พร์’ แต่มากจาก --- ประสบการณ์!
ไม่ใช่ประสบการณ์ในการหลอมประดิษฐ์ แต่เป็ประสบการณ์ในการควบคุมพลังธาตุไฟและควบคุมพลังิญญา!
สำหรับการหลอมประดิษฐ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมการหลอมด้วยพลังไฟที่ละเอียดอ่อน บางครั้งผิดพลาดแตกต่างแค่เพียงหุนเดียว ก็อาจจะทำให้การหลอมประดิษฐ์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และการเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อยเช่นนี้ ย่อมเป็เื่ยากที่จะควบคุมได้อย่างชำนาญ ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้เฉินหวงฮัวผู้ที่ถูกไป๋หยุนเฟยกำราบจนได้รับการยอมรับนับถือจากศิษย์ในสำนัก มันเองก็เป็ภูติญญาระดับปลายมาแล้วหนึ่งปี แต่ก็ยังไม่อาจควบคุมพลังิญญาได้อย่างแม่นยำระหว่างการหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูง การหลอมประดิษฐ์สิบครั้งจึงมีเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้นที่ทำสำเร็จ
ทั้งหมดนี้เป็เพราะไป๋หยุนเฟยมีบางอย่างที่ผู้อื่นไม่มี นั่นก็คือ ‘ตัวเลขบ่งบอกปริมาณพลังิญญา’!
ด้วยประสบการณ์จากกระบวนการอัพเกรด มันสามารถแบ่งพลังิญญาได้อย่างละเอียดจนยากจะหาผู้ใดเทียบได้ ละเอียดจนถึงพลังิญญาระดับ‘หลักหน่วย’ จากนั้นก็นำ‘หนึ่ง’หน่วยนั้นมาแบ่งให้ละเอียดอีกครั้ง!
ยามที่ไป๋หยุนเฟยฉุกคิดถึงวิธีการนี้ได้ มันก็อดหลับอดนอนใคร่ครวญทดลองอยู่หลายคืน ส่วนสำคัญที่สุดของการหลอมประดิษฐ์คือการเปลี่ยนแปลงสั่นกระเพื่อมของพลังิญญา แต่ในยามนี้ภายในหัวของมันกลับสามารถแปรข้อมูลให้กลายเป็ตัวเลขจนละเอียดชัดเจนโดยไม่มีผู้ใดที่จะเทียบได้!
หลังจากใช้วิธีการนี้ มันก็เกิด‘ความก้าวหน้า’ได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่ไป๋หยุนเฟยเองก็คาดคิดไม่ถึงเช่นกัน พลังิญญาที่เปลี่ยนแปลงอย่างยากจะคาดเดาก่อนหน้านี้ กลายมาเป็จำนวนที่ชัดเจนอยู่ในห้วงความคิด ยามที่ทำการหลอมประดิษฐ์จึงราบรื่นง่ายดายกว่าเดิมนับร้อยเท่า!!
นี่เป็เคล็ดลับที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนของไป๋หยุนเฟยซึ่งมีมันทำได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นในสายตาของผู้อื่นจึงมองว่าไป๋หยุนเฟยมี‘พร์’อันน่าทึ่งยิ่งนัก
แต่ว่า ไป๋หยุนเฟยยังคงไม่พอใจอยู่เช่นเดิม --- มันยังไม่สามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีขึ้นมาได้
กระทั่งยามนี้ ไป๋หยุนเฟยจึงค่อยเข้าใจ ว่าโค่วฉางคงกำหนดหัวข้อ‘การทดสอบ’ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้ให้กับมัน!
จะยอมแพ้หรือ?
แน่นอนว่าไม่!
อันที่จริง หากจะให้ถึง‘คุณสมบัติตามกำหนด’ของโค่วฉางคงนั้น สำหรับไป๋หยุนเฟยแล้วถือว่าสามารถทำได้ไม่ยากเย็น เนื่องเพราะ มันมีกระบวนการอัพเกรดอยู่ --- หลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูงจากนั้นจึงอัพเกรด ก็จะกลายเป็ชั้นปฐีในทันที!
แต่ทว่า หากไม่ถึงคราวจำเป็ในยามสิ้นหนทางจริงๆ ไป๋หยุนเฟยยังไม่คิดจะใช้วิธี‘คดโกง’เช่นนี้ พัฒนาการใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้มันเกิดความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ความมั่นใจนี้มาจากที่มันเริ่มต้นหลอมประดิษฐ์กึ่งวัตถุิญญาจนก้าวหน้าถึงวัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูงได้ภายในหนึ่งเดือน จึงเชื่อว่าจะสามารถใช้เวลาที่เหลืออีกครึ่งเดือนในการฝึกฝนจนสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีออกมาได้!
วัตถุดิบที่โค่วฉางคงให้ไว้ครั้งก่อนนั้น ยามนี้ถูกไป๋หยุนเฟยผลาญไปจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งเดือน และหลังจากตัดสินใจที่จะเริ่มฝึกฝนการหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐี มันก็ไปหาศิษย์พี่ใหญ่ซ่งหลินเพื่อขอวัตถุดิบเพิ่มเติมมาอีกชุด ซ่งหลินซึ่งได้รับอนุญาตจากโค่วฉางคงแล้วจึงได้มอบวัตถุดิบหายากที่ใช้ในการหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับกลางให้แก่ไป๋หยุนเฟย กล่าวคือต่อให้ไป๋หยุนเฟยหลอมประดิษฐ์ผิดพลาด แต่ขอเพียงมีโอกาสหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาขึ้นมาได้สำเร็จ แม้ว่าจะดูเป็การ‘ใช้สูญเปล่า’ไปบ้าง ก็จะนับว่าหลอมสร้างวัตถุิญญาชั้นปฐีขึ้นมาได้ --- แน่นอนว่ายังถือว่าแค่‘มีโอกาส’สำเร็จเท่านั้น
…………
เวลาล่วงเลยผ่านไป วันนี้ก็เหลืออีกห้าวันจะครบกำหนดสามเดือนแล้ว
ไป๋หยุนเฟยอยู่ในถ้ำหลอมประดิษฐ์บนยอดเขาประจิม ประกายจากลูกไฟแตกกระจายออกโดยรอบจนถ้ำสว่างไสว ขณะเดียวกันอากาศที่ปากถ้ำก็เกิดบิดเบี้ยว เห็นได้ชัดว่าอุณภูมิภายในถ้ำพุ่งขึ้นสูงเพียงใด
ไป๋หยุนเฟยนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เบื้องหน้าคือกระถางหลอมประดิษฐ์ขนาดใหญ่ใบนั้น มือขวาที่ว่างเปล่าของมันแตะไปที่ด้านข้างกระถางพร้อมกับพลังธาตุไฟอันเข้มข้นไหลผ่านฝ่ามือเข้าไป ภายในกระถางมีกระบี่ยาวสามเชียะเล่มหนึ่งล่องลอยอยู่ การควบกลั่นใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงแปรเปลี่ยนความเข้มของพลังไฟที่ใช้หลอมอีกไม่กี่ครั้ง วัตถุิญญาชิ้นนี้ก็จะหลอมประดิษฐ์เสร็จโดยสมบูรณ์
“ไม่ได้ ระดับความเข้มยังไม่เพียงพอ!” ไป๋หยุนเฟยเพ่งตามองไปที่กระบี่ยาว หยาดเหงื่อที่หลั่งรินบนใบหน้าเมื่อถูกความร้อนก็ระเหยกลายเป็ไอ มันครุ่นคิดคำนวณในใจ “ระดับความเข้มของไฟหลอมเปลี่ยนแปลงไปเพียงห้าร้อยหกสิบสี่ครั้งเท่านั้น ระดับการควบกลั่นยังไม่เพียงพอ ต่อให้หลอมประดิษฐ์สำเร็จอย่างมากก็เป็แค่ชั้นมนุษย์ระดับสูงเท่านั้น...”
ภายใต้ข้อจำกัดของวัตถุดิบ การควบกลั่นในขั้นตอนสุดท้าย จำนวนครั้งในการแปรเปลี่ยนความเข้มของไฟหลอมหรือจำนวนครั้งของการควบกลั่นนี้จะเป็ตัวตัดสินว่าวัตถุิญญานี้จะเป็ชั้นใด แม้วัตถุดิบในครั้งนี้เพียงพอจะหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับต่ำได้ แต่หากจำนวนครั้งของการควบกลั่นไม่เพียงพอ ต่อให้สำเร็จระดับของวัตถุิญญาก็ลดต่ำลง
“ข้าต้องไม่ยอมแพ้ ควบกลั่นอีกรอบเถอะ!” ไป๋หยุนเฟยกัดฟันนำมือซ้ายมาแตะด้านข้างของกระถางจากนั้นก็ถ่ายทอดพลังิญญาเข้าไป ลูกไฟในกระถางก็ลุกพรึบร้อนแรงขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งส่วน จากนั้นก็เริ่มสั่นระริกอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปชั่วครู่ สีหน้าไป๋หยุนเฟยก็แปรเปลี่ยนไป ก่อนจะร้องขึ้นว่า “ผิดท่าแล้ว! เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป!”
“ปัง!”
ขณะเดียวกันนั้น ก็มีเสียงแตกะเิดังออกมาจากกระถาง เปลวไฟลุกโชนขึ้นชั่วครู่จากนั้นจึงสงบลง หลงเหลือไว้แต่เพียงเศษวัตถุที่แตกกระจายอยู่ในกระถางหลอมประดิษฐ์
“บัดซบ! ล้มเหลวอีกแล้ว!” ไป๋หยุนเฟยลอบสบถในใจ จากนั้นจึงสะบัดมือขวา แล้วลูกไฟก็หอบเอาเศษวัตถุลอยออกจากกระถางหลอมประดิษฐ์ไปกองรวมกันอยู่ที่ด้านขวา --- ที่จริงยามนี้เศษอาวุธและวัสดุต่างๆกองอยู่จนกลายเป็ูเาขนาดย่อมจนไม่น่ามองเท่าใดแล้ว
ไป๋หยุนเฟยเหม่อมองกระถางที่ว่างเปล่าอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็กัดฟันแแ่ “ลองอีกครั้ง!!”
หลังจากสะบัดมือขวา วัตถุดิบจำนวนมากก็ถูกโยนลงกระถางหลอมประดิษฐ์ ในนั้นยังมีศิลาผงทองขนาดเท่าชามอ่างจำนวนสามก้อน ไป๋หยุนเฟยกลับไม่คิดจะเสียดายวัตถุดิบเหล่านี้แม้แต่น้อย เพียงคิดอย่างเดียวว่าจะหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาระดับสูงออกมาให้ได้!
หลังจากส่งพลังิญญาเข้าไป วัตถุดิบทั้งหลายก็ถูกหลอมด้วยลูกไฟที่โอบล้อมอยู่ภายในกระถาง ได้ยินเสียง‘แกร๊ก’ดังขึ้น แล้วเบ้ารูปดาบยาวสามเชียะก็ปรากฏขึ้น จากนั้นวัตถุดิบที่ถูกหลอมเหลวก็ไหลลงสู่เบ้า สุดท้ายวัตถุดิบรองหลากหลายชนิดที่ถูกโยนเข้าไป หลังจากถูกลูกไฟห่อหุ้มไว้ก็กลายเป็ของเหลวไหลเวียนอยู่ภายใน
การผสมขึ้นรูปครั้งนี้ใช้เวลาไปถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม เมื่อผสมวัตถุดิบรองที่หลอมเหลวรวมเข้าไปแล้ว ไป๋หยุนเฟยก็เตรียมที่จะเริ่มกระบวนการควบกลั่น...
จู่ๆก็มีเสียงอันสดใสดังขึ้นที่ปากถ้ำ
“คิกคิก พี่หมวกฟาง หาพี่พบจนได้!!”
เสียงนี้ดังขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ไป๋หยุนเฟยเสียสมาธิเพียงชั่ววูบ การหลอมในกระถางหลอมประดิษฐ์ก็หยุดชะงักลง จากนั้นพลังอันมหาศาลจากด้านในก็ปะทุออก
ไป๋หยุนเฟยหลั่งเหงื่อเย็นเยียบโซมกาย นี่คือเหตุการณ์ที่เรียกว่ากระถางะเิ --- กระถางะเิคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในยามหลอมประดิษฐ์ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ไม่เพียงแต่จะหลอมไม่สำเร็จเท่านั้น แต่ยังอาจเป็อันตรายถึงชีวิต แน่นอนว่าครั้งนี้ไป๋หยุนเฟยหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาระดับไม่สูงนัก ดังนั้นจึงไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าอันตราย แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยไร้เื่ราว --- จะย่ำแย่เพียงไหน ขอเชิญย้อนกลับไปอ่านยามที่เฉินหวงฮัวปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกดูก็ได้
มือทั้งสองข้างบีบกด ภายใต้แรงะเิของพลังิญญาพลังธาตุไฟอันเข้มข้นก็ะเิปะทุออกทุกทิศทาง ลูกไฟภายในกระถางหลอมประดิษฐ์ที่หลุดจากการควบคุมนั้นสุดท้ายก็ถูกถูกกำราบให้สงบลง แต่จากนั้นก็มีเสียง‘แกร๊ก’ดังขึ้น แล้ววัตถุิญญาที่อยู่ภายในกระถางนั้นก็กลับกลายเป็เศษเล็กเศษน้อยไป
“เฮ้อ...” ไป๋หยุนเฟยทอดถอนใจ สุดท้ายก็สะบัดมือสลายลูกไฟในกระถาง พลังธาตุไฟที่อยู่โดยรอบก็จางหายไป จากนั้นไป๋หยุนเฟยจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวด้วยความเหนื่อยหน่าย “ศิษย์น้องหญิงต้ายต้าย ไฉนเ้ามาถึงนี่ได้?”
ผู้ที่จู่ๆก็บุกเข้ามาที่แท้ก็เป็องค์หญิงน้อยแห่งสำนักช่างประดิษฐ์ ศิษย์น้องหญิงคนเล็กหวงฝู่รุ่ย
หวงฝู่รุ่ยยังคงกอดเ้าสุกรน้อยเสี่ยวโหรวโหรวเอาไว้ ใบหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของนางประดับด้วยรอยยิ้มอันสดใส จากนั้นจึงกล่าวขึ้น “คิกคิก พี่หมวกฟางช่างด้อยฝีมือนัก เพียงเท่านี้ก็ถูกรบกวนสมาธิได้ ต้ายต้ายถูกก่อกวนมากกว่านี้ยังมีสมาธิหลอมประดิษฐ์ได้”
“...” ริมฝีปากไป๋หยุนเฟยชักกระตุก ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดขึ้นว่า ผู้ใดจะกล้าไปเทียบพร์กับเ้าเล่า มันมองดูเด็กสาวด้วยสีหน้าอับจนปัญญาก่อนจะกล่าวว่า “ศิษย์น้องหญิง เ้ามาทำอะไรถึงที่นี่?”
