‘ข่าวลือเป็ความจริงแหงๆ ไม่งั้นยอดค้นหาบนเวยป๋อจะเปลี่ยนแปลงในรอบหลายปีเพราะคุณได้อย่างไร!’
‘ราคาหุ้นเวยป๋อตกฮวบฮาบใน่ระยะเวลานี้ ถ้าคุณเป็ผู้ถือหุ้นเวยป๋อจริงหุ้นของคุณจะถูกล็อกไว้หรือเปล่า?’
‘อธิบายมาตรงๆ เถอะนะ พวกเราแฟนคลับหน้าใหม่ไม่อยากขุดคุ้ยว่าคุณทำอะไรใน่สิบปีที่โดนซือน่าแช่แข็ง!’
ในขณะเดียวกันนี้เองก็มีสายจากจิ้วล่างเฉาโทรเข้ามาหาเขา
“ครูครับ ตอนนี้หุ้นดิ่งลงไปเกือบแตะราคาต่ำสุดแล้วนะครับ เราจะทำอย่างไรกันดีครับ!”
เฉินเฟิงหัวเราะคิกคัก
“ตลาดหุ้นยังไม่ถึงเวลาปิดสินะ ถึงเวลาทำให้หุ้นดีดกลับขึ้นมาแล้ว คุณใช้บัญชีทางการของจิ้วล่าง โพสต์สัญญาการโอนหุ้น ห้าเปอร์เซ็นต์ ทั้งสองให้ผมก็พอ ผมยังไม่ได้ลงนามในสัญญาเลย
ฟังนะ วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้หุ้นดีดกลับมาคือทำให้คนเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เชื่อเื่ที่พวกเขาอยากเชื่อ แล้วปล่อยคนหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ไว้ให้พวกเขาไม่เชื่อ อย่างเช่น ถ้าผมบอกผมไม่สนใจเื่เงิน เลยไม่ได้ลงนามในสัญญาล่ะ?”
จิ้วล่างเฉาฟังคำอธิบายของเฉินเฟิงแล้วคิดตาม เขาถึงได้รู้สึกว่าเื่เป็อย่างนั้นจริงๆ
ในที่สุดเขารู้สึกเหมือนได้เห็นฟ้าหลังฝนและสั่งให้เลขาดำเนินการตามแผนทันที
ไม่นานเกินรอบัญชีเวยป๋อจิ้วล่างนิวส์ซึ่งมีผู้ติดตามกว่าหกสิบล้านคน
ก็ได้ทำการโพสต์ภาพสองภาพพร้อมข้อความระบุไว้
[บนโลกนี้ ยังมีคนที่ไม่สนใจเงินหลงเหลืออยู่จริงๆ จิ้วล่างและเวยป๋อ ได้เสนอสัญญาโอนให้คุณเฉินเฟิง เ้าละ ห้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางเราได้ทำการประทับตราบริษัทเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งประธานบริษัทยังลงนามด้วยตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าทางด้านคุณเฉินเฟิงจะสนใจแต่การจัดคอนเสิร์ตกับถ่ายภาพยนตร์อินเทอร์เน็ตมากกว่า ช่างน่าประหลาดใจที่เขาไม่ยอมมาเซ็นสัญญา
คิดดูสิ ต้องเป็คนแบบไหนที่สามารถเมินเฉยต่อส่วนแบ่งมูลค่าสามพันล้าน? ได้โปรด ขอเรียนเชิญคุณเฉินเฟิงมาลงชื่ออย่างเร่งด่วน มิเช่นนั้นหุ้นของเราคงดิ่งถึงจุดต่ำสุด!]
และ!
ท้ายข้อความยังแท็กผู้สอนหนังสือแห่งท้องทุ่งหรือก็คือ แจ็คหม่า
แจ็คหม่าอดทนอดกลั้นทำตัวสงบเสงี่ยมไม่พูดอะไรตลอดเหตุการณ์จนเขารู้สึกอึดอัดมาก
เพราะเฉินเฟิงห้ามให้ทั้งสองหม่ายื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาอย่างโจ่งแจ้ง
แต่มาตอนนี้กลับถูกจิ้วล่างนิวส์แท็กหาเขาโดยตรง แจ็คหม่าจึงอดกลั้นทำตัวนิ่งเงียบไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
[ผมไม่สนใจเงิน ผมไม่เคยแตะต้องเงินเลย ประโยคนี้ผมเป็คนพูดก็จริง แต่ผมไม่ใช่คนแรกที่พูดคำนี้ ผมเรียนรู้จากคนอื่นอีกที การฟังคำสอนของเขามีค่าประหนึ่งการอ่านหนังสือนับสิบปี]
เมื่อแจ็คหม่าผู้มีคนกดติดตามกว่ายี่สิบล้านคนโพสต์เวยป๋อ ทั้งอินเทอร์เน็ตจึงกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง
ทางด้านตลาดหุ้น ก่อนปิดตลาดครึ่งชั่วโมง
หุ้นจิ้วล่างและเวยป๋อที่ร่วงฮวบฮาบ เริ่มดีดตัวกลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถึงขนาดที่ราคาพุ่งทะลุ่ที่หุ้นคงตัวก่อนหน้านี้ พุ่งขึ้นสูงจนราคากลายเป็สองเท่าในทันที
ราคาแตะยอดสูงสุด!
แม้แต่ราคาหุ้นของอาลีบาบากรุ๊ปก็ได้รับผลพลอยได้ ราคาดีดขึ้น สิบเปอร์เซ็นต์
เดิมทีบริษัทที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดคือเพนกวินกรุ๊ป ปรับตัวขึ้น ห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็เพราะผลงานเพลงของเฉินเฟิงที่ถูกเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์มเพนกวินมิวสิค
แต่ตอนนี้ เพนกวินกลับกลายเป็หุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยที่สุด
ชิวเอ๋อหม่าเห็นแบบนี้เริ่มรู้สึกเสียใจ รู้อย่างนี้น่าจะเอาเยี่ยงอย่างพี่ใหญ่ สร้างบัญชีเวยป๋อของตัวเองแสดงตนเป็คนรักกังฟูอะไรทำนองนี้บ้างดีกว่า
เพียงเพราะความพ่ายแพ้ในการปะทะกันระหว่างจิ้วล่างเวยป๋อกับเพนกวินเวยป๋อในอดีต
ส่งผลให้ชิวเอ๋อหม่าซึ่งแต่เดิมก็ไม่ใช่คนที่ชอบเปิดเผยตัวตน ไม่ยอมสมัครบัญชีบนแพลตฟอร์มของคู่แข่ง
แต่ว่า
ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร
เฉินเฟิง คุณครูของพวกเขาเป็ผู้ประสานอาลีและเพนกวิน สองั์ใหญ่แห่งวงการอินเทอร์เน็ต เริ่มต้นให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
ตอนนี้ มีน้องชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
ชิวเอ๋อหม่ารู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องวางอคติแล้วลงทะเบียนบัญชีบนเวยป๋อ
พนักงานออฟฟิศคนไหนในประเทศหลง มีใครบ้างไม่ใช้ We Chat มีใครบ้างไม่มี Ding Talk ใครคนไหนไม่ใช้ QQ มีใครคนไหนไม่จ่ายเงินด้วยอาลีเพย์
ทุกคนต่างแทรกซึมกันและกันอยู่แล้ว
ชิวเอ๋อหม่ารีบต่อสายหาจิ้วล่างเฉาทันที
“ยินดีด้วยกับศิษย์น้องคนสุดท้อง ในที่สุดก็กราบขอเป็ศิษย์ครูได้สำเร็จ ยังอยากขายหุ้นไหม? เพนกวินของผมอยากได้ส่วนแบ่งสักสิบเปอร์เซ็นต์”
จิ้วล่างเฉาได้ยินดังนั้น เขาตอบสนองด้วยการหัวเราะเล็กน้อย
“พี่รองครับ ครูบอกจะช่วยผมให้เป็ั์ใหญ่ในอินเทอร์เน็ตอันดับสาม ตอนนี้เส้นทางผมยังอีกยาวไกล รอให้ผมเทียบเท่าพี่รองก่อน ค่อยพูดเื่ขายหุ้นกันนะครับ!”
ชิวเอ๋อหม่าฟังแล้วยิ้มแห้ง
“ถ้างั้นช่วยสมัครบัญชีเวยป๋อให้ศิษย์พี่รองคนนี้หน่อยสิ เผอิญผมี้เีเกินกว่าจะสมัครเอง สมัครเสร็จแล้วค่อยส่งรหัสพาสเวิร์ดให้ผมแล้วกัน”
จิ้วล่างเฉาหัวเราะหึหึ
“พี่รอง ในที่สุดคุณก็ยอมปล่อยวาง”
หลังจากนั้น บทสนทนาระหว่างสองั์ใหญ่ก็จบลง
ไม่ถึงสิบนาที โพสต์เวยป๋อแรกของชิวเอ๋อหม่าปรากฏขึ้น
[ทุกคนครับ ผมชิวเอ๋อหม่าเอง ใช่แล้วครับ ผมคือหม่าจงแห่งเพนกวินกรุ๊ป ใครๆ ก็มักจะพูดกันว่า ต้องมีโป๋เล่อ [1] จึงจะเห็นม้าพันลี้ ม้าพันลี้มีอยู่ทั่วไป แต่โป๋เล่อสิหาตัวจับยาก บนอินเทอร์เน็ตผู้คนเห็นม้าพันลี้อยู่สองตัว แต่ชื่อของโป๋เล่อกลับไม่เป็ที่รับรู้ ผมขอประกาศ ณ ตรงนี้ โป๋เล่อของผมคือ…]
ชิวเอ๋อหม่าจำคำเตือนของเฉินเฟิงได้ จึงไม่เขียนชื่อเฉินเฟิงออกมาตรงๆ แต่ใช้เครื่องหมาย(...)แทน
จิ้วล่างเฉาเห็นโพสต์เวยป๋อของชิวเอ๋อหม่า ไม่รอช้า เขารีบใช้บัญชีเวยป๋อส่วนตัวโพสต์ข้อความ
[ในเมื่อสองม้าช่างชอบเล่นทายคำ งั้นขอผมร่วมวงด้วย ขอร้องให้ครูเฉินเฟิงรีบมาเซ็นชื่อสักที การที่ไม่สามารถมอบหุ้นอันเป็ของไหว้ครูได้แบบนี้ ช่างน่าอับอายเหลือเกิน ไม่เช่นนั้น ผู้อื่นอาจคิดว่าจิ้วล่างเวยป๋อของผม ใครอยากได้ก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ]
สามั์ใหญ่ต่างคนต่างโพสต์ข้อความโต้ตอบกันบนเวยป๋อเป็เนืองๆ
ไม่ว่าชาวเน็ตคนไหนตราบใดที่สมองยังทำงานปกติ
เขาก็รู้กันหมดแล้ว!
เฉินเฟิงไม่เพียงมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับจิ้วล่างเวยป๋อ แต่เขายังมีเส้นสายกับอาลีและเพนกวินด้วย
แม้กระทั่ง!
ความสัมพันธ์ระหว่างอาลีกับเพนกวินและเฉินเฟิงนั้น เกิดขึ้นก่อนจิ้วล่างเวยป๋อจะเข้าร่วมวงด้วยเสียอีก
ด้วยอินเทอร์เน็ต ทุกอย่างล้วนโปร่งใส ผู้คนจำนวนมากรีบค้นหาโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทต่างๆ เพื่อขุดคุ้ยรายละเอียด
เมื่อพวกเขาค้นพบ
น่าทึ่ง!
เฉินเฟิงถือหุ้นเพนกวินกรุ๊ป ห้าเปอร์เซ็นต์
เฉินเฟิงถือหุ้นอาลีกรุ๊ป ห้าเปอร์เซ็นต์
เฉินเฟิงถือหุ้นจิ้วล่างกรุ๊ป ห้าเปอร์เซ็นต์ และถือหุ้นเวยป๋ออีก ห้าเปอร์เซ็นต์
แม้ว่าเฉินเฟิงจะยังไม่ได้เซ็นชื่อในสัญญาการโอนหุ้นกับจิ้วล่างเวยป๋อ แต่การซื้อขายส่วนตัวเสร็จสิ้นลงแล้ว และอีกฝ่ายยังทำการประทับตราบริษัทเป็ที่เรียบร้อย
ดังนั้น เฉินเฟิงจึงนับว่าเป็ผู้ถือหุ้นของจิ้วล่างเวยป๋อได้
ด้วยเหตุนี้เอง ก่อนการปิดตลาดหุ้นห้านาทีสุดท้าย ราคาหุ้นของอาลีและเพนกวินดีดสูงขึ้นอีกครั้ง
แม้จะไม่ถึงขั้นแตะขีดจำกัดสูงสุดรายวัน [2] แต่ก็นับว่าพุ่งสูงขึ้น
ทำให้สินทรัพย์ส่วนบุคคลของแจ็คหม่ากับชิวเอ๋อหม่า เพิ่มขึ้นอย่างน้อยหมื่นล้านในชั่วพริบตา!
ชาวเน็ตจำนวนมากทำการแคปหน้าจอ ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นที่เฉินเฟิงถือครอง ซึ่งพวกเขาพบในเว็บไซต์โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทต่างๆ และโพสต์ลงบนเวยป๋อของพวกเขา
นี่ถือเป็วันที่อินเทอร์เน็ตเดือดที่สุดวันหนึ่งเลยก็ว่าได้
‘เฉินเฟิงนี่รวยมหาศาล เขาถือหุ้น ห้าเปอร์เซ็นต์ ของสามั์ใหญ่ ทั้งอาลี เพนกวิน แล้วจิ้วล่างอีก’
‘เป็ไปได้ไหมว่าหุ้น ห้าเปอร์เซ็นต์ พวกนี้นับเป็ของเซ่นเพื่อกราบเขาเป็ครู?’
‘เฉินเฟิงสอนอะไรพวกเขากันแน่ ถึงกับมีค่าสอนเป็หุ้นมูลค่าตั้งสองแสนห้าหมื่นล้าน’
เชิงอรรถ
[1] โป๋เล่อ เทพผู้ดูแลอาชา์ ชาวจีนจึงนำโป๋เล่อมาใช้เรียกผู้ที่มีความสามารถในการดูม้า ว่าเป็ม้าดีหรือม้าเลว บางครั้งก็นำมาเปรียบเปรยกับผู้คนว่ามีความสามารถหรือไร้ความสามารถ
[2] ขีดจำกัดรายวัน ในตลาดหุ้นจะมี่การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์อนุญาตให้เกิดขึ้นภายในแต่ละวัน อธิบายง่ายๆ ก็คือ หุ้นแต่ละตัวในตลาดจะมีขีดจำกัดการดิ่งลงหรือบินไปแตะดวงจันทร์ในแต่ละวัน
