การแทรกแซงด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า? ในวัดของพวกลามะไม่มีทางที่จะมีของพรรค์นี้แน่ แต่มีความเป็ไปได้ที่พวกมันจะได้รับความช่วยเหลือมาจากพวกอื่น ซึ่งจะต้องเป็กองกำลังที่มีเทคโนโลยีระดับสูงอย่างแน่นอน
ทุกคนต่างรู้สึกได้ว่าสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงไปทุกที พวกเขารู้ว่าตอนนี้บลูสตอร์มเริ่มที่จะเคลื่อนไหวแล้ว!
“นี่มันเหมือนกับที่พวกมันปิดบังข่าวสารเราใน่ที่เข้าไปตรงชายแดน เราไม่สามารถติดต่อกับพวกเขาและหัวเป่าได้!” เย่จื่อกล่าว
สีหน้าอาจารย์หยุนเหมี่ยวเริ่มเปลี่ยนไป นางมองไปยังหยางเฉินอย่างแปลกใจ
“เ้าไม่ได้บอกเราว่าพวกมันเดินทางไปยังวัดเพื่อสังเกตการณ์ พวกมันไปถึงได้อย่างไร?”
“อะไรกัน... ไม่ใช่ว่าพวกคุณ้าให้ผมหยุดบลูสตอร์มไว้ที่นี่เหรอ?” หยางเฉินกล่าว
“พวกมันมาแล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเราไม่อาจนั่งรออยู่ที่นี่ได้อีก” อาจารย์หยุนเหมี่ยวพูดขึ้น
หยางเฉินคลี่ยิ้มก่อนพูดขึ้นมาเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ควรจะไปกันได้แล้ว อยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีความสำคัญอะไรอีก”
ไห่เซี่ยวและเย่จื่อมองหน้ากันและกันก่อนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะอุปกรณ์ของพวกเขาทำงานผิดปกติ นั่นทำให้พวกเขาทำงานต่อไม่ได้ นอกจากนี้พวกเขายังกังวลเื่การต่อสู้ข้างหน้าด้วย
ด้วยการนำของหยางเฉิน คนห้าคนติดอาวุธอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังวัดัขดโบราณ
ในเวลาเดียวกันนั้นหัวเป่ากับต้วนเหรินและคนอื่นๆ เดินเข้ามาจนถึงโถงหลักของวัดแล้ว พวกเขามองไปรอบๆ ก่อนมองไปยังตรงกลางของโถงอย่างตกตะลึง
ลามะตันเซิงและลามะคนอื่นๆ อยู่ที่นี่พวกมันสวมเสื้อคลุมสีแดงสว่าง พวกมันนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงกลางของห้องโถง ภายใต้พระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่พร้อมทั้งสวดมนต์
เสียงบทสวดมนต์สะท้อนเข้าไปยังโสตประสาทของทุกๆ คน...
ทั้งสองข้างของห้องโถงเป็ลานโล่งที่ดูเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา ถึงแม้ว่ามันจะเคยถูกชโลมไปด้วยน้ำมันเคลือบสีแดงในสมัยก่อนก็ตามที เบื้องหน้าของพระพุทธรูปมีหมู่เครื่องหอมและธูปถูกจุดอยู่ กลิ่นควันตลบอบอวลไปรอบข้าง ทำให้ไม่สามารถเห็นพื้นที่ทั้งหมดของห้องโถงหลักได้ ควันธูปปกคลุมทั่วทั้งห้อง ดูคล้ายหมอกควันใน่รุ่งสางของวัน
ลามะตันเซิงดูคล้ายจะเป็ชายชราผิวขาวรูปร่างผอมแห้ง แต่มีแววตาแหลมคมประดุจเหยี่ยว เขาลืมตาขึ้นมาก่อนจ้องไปยังกลุ่มคนห้าคนที่บุกเข้ามายังห้องโถงหลัก เบื้องหน้าของเขามีลามะอีกสี่รูปแห่งนิกายมหายานนั่งอยู่ แต่ละรูปกอปรด้วยใบหน้าเปี่ยมล้นปัญญาและความเมตตา รอบๆ กายเปล่งรัศมีออกมาสว่างไสว หูห้อยยานลงมา ใบหน้าอิ่มเอิบดูคล้ายกับชายวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเอง
ในห้องโถงหลักนั้นแทบจะไม่สามารถมองเห็นเงาคนอีกครึ่งหนึ่งได้ หัวเป่าเป็ผู้ใจร้อนที่สุด เมื่อเขาเห็นว่าลามะที่เขาแกะรอยติดตามมาไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ เขาก็ยกปืนกลขึ้นมายิงทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ะุสี่นัดพุ่งลงไปที่พื้นเบื้องล่าง “ลามะตันเซิง ยกมือขึ้นเหนือพระพุทธรูปเดี๋ยวนี้!” หัวเป่าะโอย่างเกรี้ยวกราด
ลามะดันเซิงไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ยังคงท่องพระสูตรต่อไปเรื่อยๆ
“กวงเฟิง นายเร็วที่สุด รีบเข้าไปค้นหาภายในวัด เราสี่คนจะจับตาดูคนพวกนี้เอง!” ต้วนเหรินออกคำสั่งทันที
กวงเฟิงรับคำสั่ง ก่อนจะสาวเท้าวิ่งเข้าไปภายในด้วยความเร็วที่น่าใ แต่ไม่ทันรอให้กวงเฟิงเข้าไปภายในปราสาทร่างของเขาชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นทันที!
ปัง!
เสียงร่างและกำแพงปะทะกันทำให้กวงเฟิงกระเด็นออกมา กวงเฟิงหันกลับมาในท่าตั้งรับพร้อมต่อสู้ ก่อนมองไปยังภายในปราสาทด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อในเื่เมื่อครู่
มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมปลอกแขนสีขาวเดินออกมาจากด้านข้างของปราสาท เธอใส่เสื้อรัดรูปสีน้ำเงิน ค่อยๆ เดินออกมาช้าๆ ด้วยบูทสีดำสนิท ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังบุคคลข้างหน้าเธอก่อนจะพูดขึ้นด้วยภาษาจีนแปร่งๆ
“สวัสดี”
หญิงสาวผมทองเดินเข้ามายังเบื้องหน้าของโถงหลัก บรรยากาศเริ่มเยือกแข็งลงทันที
บลูสตอร์ม... ต้าเจี่ยวหน้างอลงทันทีก่อนจะะโกลบเกลื่อนว่า “เธอเข้ามาได้ยังไง? แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?”
“หัวหน้าทีม... ข้อมูลที่มีผิดพลาด สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายมาก” กวงเฟิงกล่าว
ต้วนเหรินกัดฟัน “ความผิดพลาดทางกลยุทธ์และสติปัญญาเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เทคโนโลยีของศัตรูเหนือกว่าของเรา ตอนนี้ที่ทำได้คือทำให้พวกมันสะกดรอยเราได้ยากขึ้น”
ในตอนนั้นเอง เทียนหลงก้าวออกมาข้างหน้า “จับตัวไอ้หัวโจกก่อน การถอยนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว เราต้องจัดการพวกผู้าุโลามะนั่น!”
เมื่อสิ้นเสียง เทียนหลงเตรียมตัวที่จะบุกโจมตี แต่ทันใดนั้น สี่ลามะก็ยกมือขึ้นมาก่อนลุกขึ้นยืน เทียนหลงใช้กระบวนท่ากรงเล็บัของตนทันทีก่อนมองไปยังลามะตันเซิงที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน
ลามะสององค์เดินออกมาข้างหน้าก่อนใช้มือของทั้งคู่เข้าสกัดกรงเล็บัของเทียนหลงทันที ทำให้พลังของกระบวนท่ากรงเล็บัของเขาลดลง
“งั้นจะเริ่มจากพวกเ้าทั้งสองคนก่อนหรือ?” เทียนหลงกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่ดูน่าเกลียดขึ้นทุกที
“อามิตตาพุทธ ท่านผู้ใจบุญ ท่านเทียนหลงแห่งวัดเส้าหลินโปรดตระหนักถึงความคุ้มค่าของการลงมือครั้งนี้และผลที่จะตามมาด้วยเถิด”
เทียนหลงเค้นเสียงออกมาทางจมูกอย่างเ็า กระดูกในร่างกายลั่นเสียง กร็อบ! แกร็บ!
“ดูเหมือนเ้าจะพอมีวิชาอยู่บ้าง จึงสามารถสกัดกระบวนท่าแห่งวัดเส้าหลินของข้าได้สินะ แต่มันจะไม่มีครั้งที่สองอีกแน่!” เทียนหลงคำรามแล้วพุ่งเข้าหาสองลามะอีกครั้ง
คนสามคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนได้ยินเสียงกระทบกันไปมาคล้ายกับระฆังที่ถูกตีด้วยเหล็กอย่างรุนแรงหลายต่อหลายครา
ต้วนเหรินกับคนอื่นไม่กล้าที่จะสอดมือเข้าไปยุ่งกับการต่อสู้อันดุเดือดนี้ ส่วนหัวเป่ายกปืนกลหนักขึ้นกราดยิงไปทางบลูสตอร์ม
หญิงสาวผมทองดูเหมือนไม่ได้หวาดกลัวดงะุที่พุ่งเข้ามาหา เธอเพียงยกมือขึ้นมาจากนั้นโล่ป้องกันก็คลุมร่างเธอป้องกันะุที่สาดเข้ามามากมาย
“บ้าจริง นังนี่เป็ผีหรือไงวะ!”
“ข้ามาแล้ว!” ต้าเจี่ยวเข้ามาร่วมสู้ด้วย ก่อนสาวเท้าขึ้นมาพร้อมเตะใส่บลูสตอร์มอย่างรวดเร็ว
หญิงผมทองหยิบปืนเงินที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบพิเศษออกมายิงใส่ต้าเจี่ยว อีกมือหนึ่งยังคงบังคับโล่ป้องกันของเธอเพื่อกันะุที่สาดเข้ามาจากปืนกลของหัวเป่า
กระบวนท่าเตะของต้าเจี่ยวนั้นคล้ายกับสายลมที่พัดอย่างรุนแรง มันประกอบไปด้วยความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่ขาและกระบวนท่าที่ฝึกฝนมานาน ต้าเจี่ยวระดมเตะใส่โล่ป้องกันอย่างรุนแรงจนกระทั่งโล่เริ่มมีรอยร้าวออกมา!
หญิงผมทองยังคงจดจ่อป้องกันการโจมตีจากต้าเจี่ยวก่อนจะรู้ว่าหัวเป่าได้โอกาสโจมตีใส่เธอ ะุจากปืนกลหนักพุ่งเข้าไปปิดการเคลื่อนไหวรอบๆ ตัวเธอ!
หญิงสาวยังไม่ยอมแพ้ที่จะสู้ เธอปัดะุออกจากตัวเธอ ก่อนวิ่งไปหลบซ่อนยังลานที่ดูทรุดโทรมด้านข้างโถงหลัก ด้วยการเตะอย่างรวดเร็วของต้าเจี่ยวทำให้หญิงสาวผมทองไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้ จนต้องถอยหนีออกไป
หัวเป่ามองไปยังต้าเจี่ยวด้วยอารมณ์ที่เย็นลงก่อนเล็งปากกระบอกปืนไปยังลามะตันเซิง เขารู้ว่าตอนนี้ต้องจัดการให้จบเสียก่อนแล้วค่อยมาอธิบายทีหลัง
ไม่มีความจำเป็อะไรที่จะต้องลังเลใจอีกต่อไป
เคร้ง! เสียงปืนกลที่หัวเป่าถืออยู่แตกออกเป็เสี่ยงๆ
โดยไม่รอให้หัวเป่าได้ลั่นไก ปืนกลของเขาถูกทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ในทันที!
เมื่อเขามองไปบนเพดานของโถงหลัก ก็พบกับหนุ่มชาวต่างชาติผมน้ำตาลคนหนึ่งสวมชุดหนังสีน้ำเงิน ในมือถือปืนเลเซอร์พร้อมส่งยิ้มกลับมาทางเขา
“บัดซบ! ส่งปืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เขา้าที่จะยิงไอ้เด็กนั่นให้ร่วงลงมาให้ได้ โทษฐานที่มาทำลายปืนกลสุดที่รักของเขา
“นั่นมันเด็กชาวปาเลสไตน์!” หัวเป่าถอนหายใจออกมาสั้นๆ อย่างขุ่นเคือง
เขารู้สึกไม่ดีหากไม่มีปืนของเขาอยู่ข้างกาย
“วิ้ว...” ฝรั่งผิวขาวมองดูหัวเป่าที่ไม่มีปืนอยู่ในมือพร้อมกับผิวปากออกมาอย่างสนุกสนาน
เขาเริ่มที่จะฮัมเพลงพร้อมผิวปากไปพร้อมๆ กัน “แอนดี้! พังค์! คาร์ลอส! ได้เวลาเริ่มแสดงแล้ว!”
หลังจากนั้น มีชายชุดดำเดินออกมาจากด้านข้างของโถงหลัก พวกเขาสวมใส่แว่นตาสีดำเผยให้เห็นยิ้มเหี้ยมเกรียม ทั้งหมดค่อยๆ ก้าวออกมาล้อมพวกหัวเป่าและต้าเจี่ยว หนึ่งในนั้นเป็หญิงสาวผมทองที่ปะทะกันก่อนหน้า ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รับความเสียหายอะไรมากจากการต่อสู้ครั้งก่อนหน้านี้
“เรากำลังจนมุม...”ต้าเจี่ยวเหงื่อไหลเป็ทางยาว กลุ่มคนพวกนี้ค่อยๆ เผยไพ่ที่ซ่อนอยู่ทีละใบจนพวกเขาหมดหนทางรอด ในตอนนั้นเองกวงเฟิงและต้วนเหรินยังคงต่อสู้อยู่กับลามะสองรูป ส่วนเทียนหลงก็ติดพันการต่อสู้กับสองลามะ ด้วยจำนวนศัตรูที่มากมายเช่นนี้ มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะชนะได้ในเวลาสั้นๆ
“บัดซบ! ไม่ใช่ว่าพวกมันมีแค่สามคนเรอะ!” หัวเป่ามองไปยังคนทั้งห้าอย่างระมัดระวัง
ต้าเจี่ยวกดลงไปยังปุ่มของวิทยุสื่อสาร แต่สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงรบกวนการสื่อสารเท่านั้น “การติดต่อล้มเหลว เราไม่สามารถติดต่อไปยังอีกกลุ่มได้!”
หัวเป่าเริ่มเหนื่อยล้า แต่ก็ไม่แสดงอาการลนลานออกมาแต่อย่างใด เขาหยิบปืนพกออโต้ขึ้นมาอีกกระบอกจากด้านหลังก่อนถ่มน้ำลายลงพื้นข้างหน้า
“ถ้าจะตายข้าก็จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ฆ่ามันให้หมด!!”
