ยามที่หนทางด้านหน้าอันตราย ประสบการณ์ที่เฟื่องฟูบางครั้งสำคัญกว่าพละกำลังเสียอีก
แต่เดิมตู้เซ่าฝู่ไม่ได้มีประสบการณ์ใดๆ ทว่า่ที่ผ่านมานี้ได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้นเยอะมาก ตู้เซ่าฝู่รู้สึกขอบคุณสำหรับการปรากฏตัวของสตรีคนงามยอดฝีมือนางนั้น ไม่รู้ว่าขณะนี้นางยังคงอยู่ที่เทือกเขาอสุรกายแห่งนี้หรือไม่
“มีอสูรไล่ตามมา รีบหนีเร็ว”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มบางๆ เขาพุ่งกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ สีหน้ารีบร้อน เขาเคลื่อนไหวผ่านไปทางกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวอย่างรวดเร็ว
“อสูร”
คนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวทั้งห้าคน เมื่อได้ยินเสียงคนะโว่าอสูร ก็รีบหันหน้ากลับไปอย่างระมัดระวัง และตั้งท่าป้องกัน ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน มีบุรุษคนหนึ่งะโถามว่า “เ้าหนู มีอสูรที่ไหน?”
“ด้านหลัง ด้านหลังมีอสูร...”
ตู้เซ่าฝู่วิ่งไปทางบุรุษห้าคนนั้นด้วยสีหน้าร้อนใจและตื่นตระหนก
“ด้านหลังมีอสูรที่ไหนกัน...”
บุรุษร่างั์ที่กำลังพูดอ้าปากพูดยังไม่ทันจบ ตู้เซ่าฝู่ก็ปรากฏอยู่ด้านหน้าเขาแล้ว ในมือตู้เซ่าฝู่ร่ายพลัง เกิดแสงเย็นห่อหุ้มมือ เขาคว้าจิกไปที่บริเวณลำคออย่างรวดเร็วดั่งฟ้าแลบ ทำให้คำพูดที่บุรุษร่างั์คนนั้นจะพูดหยุดอยู่ที่กลางลำคอ
หลังจากจัดการนักล่าอสูรไปได้คนหนึ่ง สีหน้าที่ตื่นตระหนกของตู้เซ่าฝู่ก็กลายเป็รอยยิ้มเย็นะเื เขาดึงมือกลับมาตั้งท่า จากนั้นก็กำหมัดเหวี่ยงไปที่กลางอกของนักล่าอสูรคนที่สอง ต่อมาก็ส่งพลังปราณไปห่อหุ้มหมัดด้านซ้าย ปล่อยหมัดพลังคลื่นพลังที่น่าอัศจรรย์ใส่ไปที่หน้าอกของนักล่าอสูรคนที่สาม
“ปึงๆๆ!”
เกิดการกระทบกระทั่งเสียงดังสนั่น หมัดหนึ่งทำให้นักล่าอสูรคนที่สามกระเด็นถอยหลังลอยไปไกล อีกหมัดหนึ่งทำให้นักล่าอสูรคนที่สองล้มกระแทกพื้น กลางอกของเขายังมีมีดสั้นปักอยู่ด้วย บริเวณรอบร่างของเขามีโลหิตไหลนองออกมา
มีดสั้นนั้นมาจากคนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวที่ตู้เซ่าฝู่ปลิดชีพไปเมื่อวาน เขาใช้เวลาเพียงน้อยนิดก็จัดการนักล่าอสูรไปได้สามคน ไล่จัดการตามอันดับเหมือนเรียงแถว ความเร็วไวดั่งฟ้าแลบไวมากจนเป้าหมายตั้งตัวได้ไม่ทัน
“เ้าคือใคร...เ้าคือคนฆ่าหัวหน้ากลุ่มสามใช่หรือไม่...”
หลังจากนั้นไม่นาน นักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวที่เหลืออีกสองคนก็ตั้งตัวได้สติขึ้นมา
“ปึง!”
ทว่ากว่าจะไหวตัวได้ก็สายไปเสียแล้ว เสียงโจมตีดังสนั่น บุรุษร่างั์คนหนึ่งตัวลอยกระเด็นถอยหลังอยู่บนฟ้า ในปากพ่นเืกระฉูดออกมา
สุดท้ายตู้เซ่าฝู่ก็เข้าใกล้บุรุษร่างั์ที่เหลืออยู่คนสุดท้าย เขาทำสีหน้าเคร่งขรึม แววตาโเี้ พูดด้วยเสียงต่ำว่า “กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวมีทั้งหมดกี่คน มีกี่คนที่เป็ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภา หัวหน้ากลุ่มสองและหัวหน้ากลุ่มใหญ่ฌานอยู่ในระดับขั้นใด?”
“กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวของพวกข้ามีสมาชิกมากกว่าร้อยคน มีผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาห้าคน หัวหน้ากลุ่มสองอยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง ส่วนหัวหน้ากลุ่มใหญ่อยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว เ้าบังอาจฆ่าคนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว เ้าไม่มีทางมีชีวิตรอดออกจากเทือกเขาอสุรกายแน่”
บุรุษร่างั์มองตู้เซ่าฝู่ ลำตัวสั่นเบาๆ ด้วยความกลัว คำพูดที่เขากล่าวออกไปทำเพื่อเรียกความกล้าให้กับตัวเอง จู่ๆ เขาก็ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในเสื้อทางหน้าอกแล้วหยิบนกหวีดออกมา จากนั้นวางมันที่ปากเป่ามันจนเกิดเสียงแหลมดังขึ้นในทันที
“รอให้เ้าเรียกสหายของเ้าอยู่พอดี”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ เขากระโจนเข้าไปหานักล่าอสูรที่ยังเหลือรอดอยู่แค่ตัวคนเดียว เขาเริ่มปล่อยพลังปราณให้ไหลเวียน จากนั้นก็ปล่อยหมัดไปอีกครั้ง ต่อยไปที่กลางอกของบุรุษคนนั้น แม้ชายคนนั้นจะเห็นว่าหมัดถูกส่งเข้ามาหา ทว่าก็ไม่มีกำลังมากพอที่จะหลบได้ เมื่อแรงหมัดกระแทกโดนที่อกของเขา ก็เกิดเสียงหักร้าวเสียงดังของซี่โครง อวัยวะในร่างทุกส่วนของเขาก็ได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย แตกหักบดขยี้จนยับเยิน
หลังจากสังหารนักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวคนสุดท้ายที่พบได้แล้ว ตู้เซ่าฝู่ก็รีบเข้าไปค้นตัวทั้งห้าคนนั้น เสียดายที่ไม่พบยาวิเศษที่เขา้า จึงรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย
ยาวิเศษทุกชนิดล้วนมีมูลค่ามหาศาล บุรุษห้าคนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งสักเท่าไร ตำแหน่งที่อยู่ในกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวก็ไม่สูงสักเท่าไร ดังนั้นยาวิเศษที่พบในเทือกเขาอสุรกายคงไม่ตกอยู่ในมือของพวกเขา
ตู้เซ่าฝู่ลากร่างไร้ิญญาของทั้งห้าคนมากองด้วยกันให้เรียบร้อย เมื่อตู้เซ่าฝู่มองดูบริเวณรอบๆ ป่าทึบ พบว่ามีเงาตะคุ่มๆ ของคนเหาะมุ่งมาทางเขาทั่วทุกสารทิศจากไกลๆ
จากคำบอกกล่าวของบุรุษที่ตู้เซ่าฝู่เพิ่งปลิดชีพไปคนสุดท้าย ทำให้เขารู้ว่ากลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวมีผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาทั้งหมดห้าคน เขาสังหารไปแล้วหนึ่ง ขณะนี้เหลืออีกสี่คน หัวหน้ากลุ่มสองมีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง หัวหน้ากลุ่มใหญ่มีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ หากถูกล้อม ผลที่ตามมาน่าจะไม่ค่อยดีสักเท่าไร
“กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว”
ตู้เซ่าฝู่บ่นพึมพำกับตัวเอง สีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นรีบหมุนตัวหนีออกไปจากบริเวณนั้น
กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวกว่าร้อยคนกำลังควานหาตัวตู้เซ่าฝู่ เขาต้องหาวิธีหลบหนีไปให้ได้ คนที่อยู่โดยรอบถูกเรียกมาที่นี่ทั้งหมดแล้ว เช่นนี้เขาจึงหนีไปได้สะดวก นี่คือกลยุทธ์ส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิมรูปแบบหนึ่ง
ก่อนที่คนจำนวนมากจะมาปรากฏในสถานที่เกิดเหตุเมื่อสักครู่นี้ ตู้เซ่าฝู่ก็เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้อำพรางตัวเองไปเสียก่อนแล้ว
“นายท่านรอง คนของพวกเราถูกฆ่า”
หลังจากนั้น คนกว่าสามสิบคนก็มองไปทางบุรุษอ้วนคนหนึ่งด้วยท่าทางเคารพนบนอบ
บุรุษอ้วนคนนั้นสีหน้าเคร่งเครียด เขาก้มตัวลงไปนั่งยองๆ ตรวจร่างของบุรุษั์ทั้งห้าคนที่เป็พรรคพวกของเขา จากนั้นสีหน้าก็ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น กล่าวว่า “ผู้ลงมือจะต้องเป็ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาแน่นอน ร่องรอยาแคล้ายกับของหัวหน้ากลุ่มสาม ต้องเป็เ้าหนุ่มคนนั้นแน่ เ้าบ้านั่นยังอยู่ใกล้ๆ ตามมันไป ต้องจับมันมาสับเป็ชิ้นๆ ให้ได้!”
ในเวลา่โพล้เพล้ บริเวณที่วางศพของชายห้าคนในป่าทึบ รอบๆ ไม่ได้มีร่องรอยจากการต่อสู้ ผู้ลงมือลงมือได้เฉียบขาดมาก ในเวลาอันสั้นก็จัดการไปได้แล้วห้าคน
“ไอ้สารเลวนั่น ทุกคนหา ต้องหาเ้าเลวนั่นให้พบให้ได้”
บุรุษร่างอ้วนใหญ่คนนั้นะโออกคำสั่ง สีหน้าเครียดโกรธแค้นจนถึงขีดสุด แววตาเต็มไปด้วยแรงอาฆาต
่เวลาโพล้เพล้ สีห้วงนภาเริ่มมืดครึ้ม ในป่าทึบเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโกรธแค้นลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
“บ้าเอ๊ย ประกาศออกไป ไอ้เด็กบ้านั่นขโมย ‘วิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะ’ ของพวกเรากลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวไป ข้าจะบีบมันให้จนมุมไม่มีทางหนีรอด ไม่มีที่ให้หลบไปเลย” มีร่างนักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวจำนวนหนึ่งกองอยู่ข้างทาง บุรุษตัวอ้วนใหญ่คนนั้นคำรามอย่างโมโห
จากนั้นไม่กี่วันต่อมา เทือกเขาบริเวณรอบๆ ก็มีการแพร่กระจายข่าวสารอันน่าตะลึงใออกไป ว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งขโมย “วิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะ” ของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวไป และมีคนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวหลายคนสิ้นชีพเพราะน้ำมือของเด็กชายคนนั้น เขาเคลื่อนไหวไปมาได้รวดเร็วอย่างกับภูตผี กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวต่างหวาดกลัวระส่ำระสายกัน
“ไม่รู้ว่าเ้าเด็กหนุ่มนั่นมาจากไหน กล้าไปมีเื่กับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวด้วย”
“เฝ่ยหลงกับโซ่วหู่ของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวไม่สมควรไปมีเื่ด้วยเลย แค่เด็กหนุ่มคนเดียวจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาได้อย่างไร”
“ได้ยินว่าหนุ่มน้อยคนนั้นก็อยู่ขั้นเบิกนภาแล้ว น่าจะเป็ผู้สืบทอดของสำนักหรือพรรคใหญ่ มิเช่นนั้นคงไม่กล้ามีเื่กับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวหรอก แต่อย่างไรคราวนี้กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวเสียหน้าหน้าแตกยับเยินไปแล้ว”
“หากพวกเราได้พบเข้าหนุ่มคนนั้น ก็น่าจะจัดการเขาเหมือนกันนะ เพราะวิทยายุทธขั้นพลิ้วไหวก็ร้ายกาจมากแล้ว”
“ได้ยินว่าโซ่วหู่ไปช่องเขาจิตพิภพแล้ว มีข่าวร่ำลือว่าพลังจิตของที่นั่นรุนแรงมาก เหมือนว่ายาวิเศษขั้นสูงกำลังจะถือกำเนิดขึ้นแล้ว”
“ยาวิเศษขั้นสูง เป็มหาสมบัติที่ล้ำค่ามากๆ พวกเราก็ไปดูกันเถิด ไม่แน่ว่าโอกาสครั้งนี้จะเป็ของพวกเรา”
ในบริเวณรอบเทือกเขา ได้ยินเสียงกลุ่มคนพูดคุยกันอยู่ประปราย หัวข้อสนทนาของพวกเขาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเ้าหนุ่มลึกลับกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว
“ยาวิเศษขั้นสูง”
ตู้เซ่าฝู่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเดินออกมาจากที่ซ่อนตัว แววตาของเขาเป็ประกาย การฝึกร่างตามที่วิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองจำเป็ต้องใช้ยาวิเศษจำนวนมาก ระดับขั้นของยาวิเศษยิ่งสูง ฤทธิ์ของมันก็ยิ่งได้ผลดียิ่งขึ้น
“แต่ก็อันตรายและเสี่ยงมากๆ”
ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้ว กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวปล่อยข่าวลือไปว่าเขาขโมย “วิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะ” ไป วิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะ สามารถช่วยกระตุ้นชีพจรลมปราณ เป็วิทยายุทธของผู้ฝึกฌานในขั้นชีพจรพลิ้วไหว ราคาของวิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะเองก็มีค่ามากเหลือหลาย พอทำให้นักล่าอสูรและนักล่าสมบัติที่อยู่ที่นี่ต่างอยากลงมือจัดการเขากัน
หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ปรากฏตัวในที่แจ้งไม่นาน ครู่เดียวเขาก็หายตัววับไปไม่เห็นเงาของเขาอีก
ตะวันกำลังอัสดง แสงอาทิตย์เหลือเพียงน้อยนิดลอดผ่านจากกลีบเขา ท้องนภาแต่งแต้มด้วยสีแสดไปครึ่งฟ้า
“เ้าหมอนั่นอยู่ข้างหน้า รีบตามไปเร็ว”
“เ้าเด็กนั่นมีวิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะอยู่กับตัว อย่าให้เขาหนีไป”
บริเวณขอบเทือกเขาอสุรกายอันเงียบสงบในยามโพล้เพล้ จู่ๆ ก็มีเสียงหมู่คนะโไล่ฆ่าคนดังออกมา เกิดเป็เสียงดังทั่วป่าบริเวณนั้น
“เ้าบ้านั่นอันตรายจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่วิ่งนำหน้าฝูงชนรีบร้อนอย่างเอาเป็เอาตาย ในปากก็งึมงำด่าคนพวกนั้นเบาๆ ระหว่างทางก็ถ่มน้ำลายใส่พุ่มไม้ข้างทาง เขาขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียด คิดไม่ถึงว่าก่อนหน้าเพิ่งสังหารคนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวไปจำนวนหนึ่ง ก็มีคนที่อยู่ใกล้ๆ ปรากฏตัวขึ้นมา สุดท้ายเลยต้องมาถูกคนไล่ฆ่าเช่นนี้
“เ้าเด็กบ้า จะหนีไปไหน วันนี้แกตายแน่!”
มีบุรุษวัยกลางคนคนหนึ่งรูปร่างอ้วนท้วม ทว่าความเร็วเร็วมากจนน่ากลัว เขายิ้มด้วยสีหน้าร้ายกาจ เขาไล่ตามตู้เซ่าฝู่ไป ร้องะโขู่ไป ด้านหลังมีเงาของคนจำนวนมากะโเรียก และไล่ฆ่าตู้เซ่าฝู่จนเกิดความวุ่นวายในแนวเขาบริเวณนั้น
ตู้เซ่าฝู่ไม่กล้าช้า หากถูกรุมโจมตีเขาต้องแย่แน่ ว่ากันว่ามีสองหมัดอย่างไรก็ต่อยชนะคนสี่คนได้ยาก
บุรุษอ้วนท้วมคนนั้นหรี่ตา มองเงาของเด็กหนุ่มที่หนีไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น เพราะความเร็วของเด็กนั่นเร็วกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้
“ดูสิว่าเ้าจะหนีไปไหน บาทาั!”
บุรุษอ้วนท้วมคนนั้นสูดหายใจแล้วพ่นปล่อยพลังปราณออกมารอบร่างของเขา มือและเท้าของเขามีพลังปราณพุ่งออกมา จากนั้นร่างของเขาเหมือนได้รับพลังส่งมาช่วยจาก์ อยู่ดีๆ ความเร็วก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว พุ่งนำหน้าขึ้นมาตามตู้เซ่าฝู่ทัน ระยะห่างของพวกเขาใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ
“วิทยายุทธวิชากาย”
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ถึงลมแรงพุ่งมาจากด้านหลัง จึงรีบหันหลังไปมอง เขาใมาก พบว่าบุรุษอ้วนท้วมคนนั้นใช้วิทยายุทธวิชากายชนิดหนึ่ง ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว รอบตัวของตู้เซ่าฝู่เริ่มมีประกายแสงสีเหลืองทองอ่อนๆ จากนั้นความเร็วของตู้เซ่าฝู่ก็เพิ่มขึ้นมาก ทำให้รักษาระยะหนีได้ จึงรีบมุ่งไปทิศทางที่ออกจากเทือกเขา
สองคนนี้ไล่ตามกัน คนหนึ่งไล่ตามอีกคนหนึ่ง คนมากมายที่อยู่ด้านหลังร้องะโข่มขู่ดังสนั่นทั่วแนวเขา ทว่าไม่มีใครที่มีความเร็วสู้บุรุษอ้วนท้วมวัยกลางคนคนนั้นได้ หลังจากนั้น จึงเหลือแค่ชายคนนั้นที่ไล่ตามตู้เซ่าฝู่มาติดๆ
“เ้าหนู ต่อให้เหาะได้วันนี้ก็หนีไม่รอดแล้ว”
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม บุรุษอ้วนท้วมวัยกลางคนคนนั้นตามตู้เซ่าฝู่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สีหน้าของเขาเปี่ยมล้นด้วยจิตอาฆาต เขาสะบัดแขน ใช้กำหมัดเป็แรงส่งพลังปราณเกิดเป็เส้นพลังสี่สายพุ่งไปหาหลังของตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกถึงคลื่นพลังที่ส่งมาจากด้านหลัง จึงหันหลังไป รวบรวมพลังปราณไว้ที่มือขวา จากนั้นปล่อยพลังคลื่นหมัดเพื่อต้านพลังปราณที่บุรุษคนนั้นโจมตีมา
