ในเมือง เ้าของร้านหนังสืออวี๋หลิน จางต้าหย่งมองนิยายที่จ้างให้คนคัดลอกขึ้นมาสองพันเล่มอย่างพึงพอใจ
ตำนานเก้า์!
นิยายเล่มนี้จะเป็อาวุธลับทำให้เขาเอาชนะร้านหนังสือชุ่ยเหวินภายในปีใหม่ที่กำลังจะถึง เขายอมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อซื้อต้นฉบับมาจากผู้ดูแลร้านเจียง เ้าของร้านหนังสือฉีซั่นในอำเภอฟู่หยวน แล้วเร่งให้คนคัดลอกออกมาจำนวนสองพันเล่ม โดยตั้งราคาขายไว้ที่สามตำลึง แต่หากสั่งจองล่วงหน้าจะขายให้สองตำลึง
เขาไปสืบข่าวมาแล้วว่า พรุ่งนี้ร้านหนังสือชุ่ยเหวินจะวางขายนิยายเล่มใหม่เช่นกัน อีกทั้งได้ยินว่าเป็นิยายเล่มใหม่จากเมืองหลวง ราคาสั่งจองขายห้าตำลึง ส่วนราคาขายในร้านคือหกตำลึง
เนื่องจากราคาสั่งจองของร้านเขาถูกกว่า อีกทั้งมีลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีคนมาสั่งจองไว้แล้วกว่าห้าร้อยเล่ม กล่าวคือยังไม่ทันวางขายในวันพรุ่งนี้ เขาก็สามารถถอนต้นทุนคืนมาได้แล้ว
จางต้าหย่งจินตนาการถึงวันพรุ่งนี้ว่าร้านของตนจะมีคนคับคั่งเต็มร้าน ในขณะที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวินกลับเงียบเหงา เพียงแค่คิดเขาก็ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ
ร้านหนังสือทั้งสองแห่งเปิดอยู่ในเมืองเช่นเดียวกัน ทว่าร้านของเขากลับถูกร้านหนังสือชุ่ยเหวินกดข่มมาโดยตลอด จางต้าหย่งอดทนมาหลายปีแล้ว ในที่สุดก็ถึงคราที่เขาจะได้ก้าวขึ้นมาเหนือกว่าเสียที อีกฝ่ายขายนิยายจากเมืองหลวงแล้วอย่างไร!
ยามที่เขาได้อ่านนิยายเื่ตำนานเก้า์คราแรก เขาไม่ชอบสำนวนในการเขียนเอาเสียเลย ทว่าพออ่านไปได้สักพักก็กลับติดหนึบจนวางไม่ลง ถึงขั้นอดหลับอดนอนเพื่อจะอ่านให้จบ เมื่ออ่านจบแล้วก็อยากอ่านเล่มต่อไปอีก เอาแต่คิดว่าตัวเอกชายในเื่จะเจอวิกฤตปัญหาใดบ้าง และจะสามารถผ่านไปได้หรือไม่
ในฐานะผู้ดูแลร้านหนังสือ เขาเคยอ่านนิยายมาแล้วหลายเื่ ทว่าแม้นิยายตำนานเก้า์ที่ไม่เหมือนใครนี้จะไม่มีบทกวีเลยสักบท ทว่าเนื้อเื่กลับน่าติดตามอย่างยิ่ง!
ยามนี้จางต้าหย่งรู้สึกเหมือนเพิ่งได้ของวิเศษล้ำค่ามาครองก็ไม่ปาน เขาคิดฝันวิธีที่จะใช้นิยายเื่นี้ทำเงินให้ตนเองได้อย่างมากมาย และใช้มันเพื่อเหยียบย่ำร้านหนังสือชุ่ยเหวินให้จมดินอีกด้วย
ร้านหนังสือชุ่ยเหวิน
ผู้ดูแลร้านเดินวนไปรอบตัวเ้าของร้านด้วยสีหน้าร้อนใจ “เถ้าแก่ นิยายเื่ตำนานเก้า์ของพวกเรามีราคาสูงเกินไป ทำให้มีคนจองไม่ถึงหนึ่งร้อยคน พรุ่งนี้ร้านหนังสืออวี๋หลินก็จะวางขายนิยายเื่ใหม่พร้อมพวกเราอีก…ข้าไปสืบข่าวมาแล้ว นิยายที่ทางนั้นวางขายก็มีชื่อว่าตำนานเก้า์เช่นกัน”
ผู้ดูแลร้านใช้เงินไปไม่น้อยกว่าจะสืบข่าวเื่นี้มาได้ ครั้นรู้ว่าร้านหนังสืออวี๋หลินจะวางขายนิยายเื่ใหม่ที่มีชื่อเดียวกันก็ถึงกับมึนงงสับสนอย่างยิ่ง ยิ่งเมื่อส่งคนไปสืบราคานิยายซึ่งมีชื่อเื่เดียวกันแล้วพบว่า ราคาจองของอีกร้านเพียงแค่สองตำลึงเท่านั้น หากพรุ่งนี้วางขายพร้อมกัน ร้านของเขาไม่ถูกผู้ที่มาซื้อหนังสือถ่มน้ำลายใส่จนจมน้ำลายตายหรือ
อีกทั้งคนที่สั่งจองไปแล้วต้องมาขอเงินคืนเป็แน่ ยังไม่นับเื่ขาดทุน เพราะลำพังแค่เื่ชื่อเสียง ย่อมส่งผลให้ชื่อเสียงของร้านพวกเขาเสียหายไม่มีชิ้นดีอย่างแน่นอน แล้วหากเป็เช่นนี้ ต่อไปจะทำการค้าขายได้อย่างไร?
“ท่านรีบคิดหาวิธีเถิด หลานชายของท่านใช่ถูกหลอกแล้วหรือไม่”
หยางหงรุ่ยขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายศีรษะ “ข้าเคยเจอเพื่อนร่วมสำนักของไป๋เฮ่าผู้นั้น เขาไม่น่าใช่คนเช่นนั้น”
ผู้ดูแลร้านแทบจะร้องไห้ออกมา “แต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ!” เขาพูดพร้อมกับคิดในใจ ‘ไฉนท่านถึงไม่ระวังนะ!’
“เถ้าแก่ คุณชายไป๋มาแล้วขอรับ” เวลานี้เองเสี่ยวเอ้อร์ของร้านได้เดินเข้ามารายงานในห้อง
“รีบเชิญเขาเข้ามา” หยางหงรุ่ยกล่าวอย่างร้อนใจ หลานชายผู้นี้มาได้เวลาพอดี เขากำลังคิดจะส่งคนไปตามในอำเภออยู่พอดี เพียงแต่ท่าทางยามเดินเข้ามาในห้องนั้นดูแปลกพิกล เหมือนเป็ดกระนั้น สองขาหนีบเข้าหากันขณะเดินเข้ามา
“เ้าเป็อะไรไป” หยางหงรุ่ยเอ่ยถามพลางเข้าไปประคองหลานชาย
“ข้ารีบเร่งขี่ม้ามาเพราะกลัวจะไม่ทันประตูเมืองปิด ฮือๆ ท่านลุงสาม ข้าเจ็บขาเหลือเกิน แล้วก็เจ็บก้นด้วย!”
เขาเจ็บและทรมานเหลือเกิน!
“เ้ารีบมาหาข้าในเมืองเช่นนี้ คิดว่ามีเื่ใหญ่เกิดขึ้นใช่หรือไม่” หยางหงรุ่ยเอ่ยถาม
“ท่านลุงสาม มีคนลอกเลียนนิยายเื่ตำนานเก้า์ แม้แต่ชื่อก็ไม่เปลี่ยน!”
ผู้ดูแลร้านตบเข่าดังฉาด “ดูสิ เมื่อครู่นี้ข้าพูดว่าอย่างไร จะต้องเป็ผู้แต่งเอานิยายไปขายให้สองร้านเป็แน่ เช่นนี้ก็แย่แล้ว เถ้าแก่ พรุ่งนี้พวกเราอย่าวางขายนิยายเื่นี้เลย รีบคืนเงินให้แก่ผู้ที่สั่งจองไปเถิด ยอมขาดทุนเพื่อรักษาชื่อเสียงของร้านไว้ดีกว่า!”
ไป๋เฮ่า “…”
ชายหนุ่มมีสีหน้างุนงง
ผู้ดูแลร้านหมายความว่าอย่างไร?
“คุณชายไป๋ เพื่อนร่วมสำนักของท่านผู้นี้ไม่ใช่คนดี ท่านต้องอยู่ให้ห่างเขาเอาไว้ เถ้าแก่ พวกเราไปแจ้งเื่นี้แก่ทางการเถิด ในเมื่อเขาทำสัญญากับพวกเราแล้ว แต่กลับขายนิยายเื่เดียวกันให้กับร้านอื่นด้วย แบบนี้ใช้ได้ที่ใด!”
ครั้นได้ยินวาจานั้นไป๋เฮ่าจึงเข้าใจเื่ราวทั้งหมด จากนั้นเอ่ยว่า “ไม่ใช่นะท่านอาผู้ดูแล กู้อวี้ไม่ใช่คนแบบนั้น เขาสามารถจดจำกฎหมายของต้าจิ้งได้ขึ้นใจ ย่อมไม่มีทางทำเื่เช่นนี้ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ให้ตนเองต้องเข้าไปอยู่ในคุก หรือทำเื่ดับเส้นทางในอนาคตของตนเองให้จบสิ้นอย่างแน่นอน!”
หยางหงรุ่ยนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เอ่ยถามว่า “ข้าได้ยินจากเ้าว่า บิดามารดาของเขาสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงไม่ใช่หรือ เป็เพราะที่บ้านขาดแคลนเงินถึงได้มาเขียนนิยายขาย อีกทั้งเ้ายังเคยพูดให้ฟังว่า เขาถูกรถม้าชนจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด และแม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ขากลับพิการทั้งสองข้าง เป็ไปได้หรือไม่ว่าเป็เพราะเขาเห็นว่าตนเองเป็คนพิการ หมดหวังในการสอบเข้ารับราชการแล้วถึงได้…”
“ไม่มีทาง ท่านลุงสามหยุดพูดเถิด!” ไป๋เฮ่าตัดบทผู้เป็ลุง ก่อนจะเอ่ยว่า “ยามนี้บิดามารดาของเขาสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว ส่วนอาการของตัวเขาเองก็ดีขึ้นเช่นกัน ท่านลุงสามลองดูนิยายเล่มนี้ก่อนเถิด กู้อวี้ซื้อนิยายเล่มนี้มาจากร้านหนังสือฉีซั่นในอำเภอ”
ไป๋เฮ่าหยิบนิยายเื่ตำนานเก้า์ออกมาจากในอกเสื้อแล้วยื่นส่งให้ลุงของตน “กู้อวี้บอกให้ข้าเอามาให้ท่าน บอกว่าหากท่านเห็นแล้วก็จะรู้ว่าควรต้องทำเช่นไร”
หยางหงรุ่ยรับนิยายเล่มนั้นไปเปิดดู อ่านตอนต้นเื่สองสามหน้า ตรงกลางเื่สองสามหน้า และตอนท้ายของเื่อีกสองสามหน้า อ่านจบมุมปากและหางตาก็สั่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็ซับซ้อน จากนั้นส่งนิยายเื่นี้ให้แก่ผู้ดูแลร้าน
ผู้ดูแลร้านรับมาเปิดอ่านดูอยู่นานกว่าจะเอ่ย “หากเป็นิยายเื่ตำนานเก้า์เล่มนี้ก็สมควรแล้วที่จะขายแค่สองตำลึง”
ถึงแม้ต้าจิ้งไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการลอกเลียนแบบ ทว่าผลงานที่ลอกเลียนแบบแล้วยังคุณภาพต่ำถึงเพียงนี้มีแต่จะถูกผู้อ่านดูิ่ ผู้ดูแลร้านสามารถคาดเดาได้ว่า หากพรุ่งนี้ร้านหนังสือทั้งสองร้านวางขายนิยายเื่ตำนานเก้า์เหมือนกัน ร้านหนังสืออวี๋หลินจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเช่นไร
นี่ไม่ใช่เื่ของเงินแค่ไม่กี่ตำลึง ทว่าโดยแท้จริงแล้วผู้อ่านทุกคนล้วนมีหลักการของตน นิยายเื่ใดไม่สามารถซื้อได้ก็จะไม่ซื้อ หากซื้อของปลอมไปก็มีแต่จะถูกผู้อื่นดูถูก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบรรดาบุตรหลานเศรษฐีและคนที่มีกำลังซื้อเลย พวกเขาไม่้าหน้าตาหรือไร?
หยางหงรุ่ยเอ่ยถามเพื่อให้แน่ใจ “เ้ากล้ารับรองได้หรือไม่ว่ากู้อวี้ไม่ได้ขายนิยายเื่เดียวสองครั้ง และนิยายเล่มที่เ้าเอามานี้ไม่ใช่ของปลอมที่ผู้อื่นจงใจปล่อยออกมาเพื่อให้หลงกล”
ทำการค้าต้องระมัดระวังและรอบคอบ หาไม่แล้วอาจจะหลงกลลูกไม้ของผู้อื่นเข้าก็เป็ได้
“ไม่ใช่แน่นอน ก่อนจะมาที่นี่ข้าได้ซื้อตัวเสี่ยวเอ้อร์ของร้านหนังสือฉีซั่นแล้วถามเื่นี้ให้ชัดเจนมาแล้ว นิยายเื่นี้วางขายอยู่ในร้านนั้นได้หนึ่งเดือนแล้ว ทั้งยังขายดีมาก!”
จบประโยคนี้หยางหงรุ่ยหันไปหาผู้ดูแลร้าน “นิยายเื่นี้ขายดีในอำเภอ เหตุใดเ้าถึงไม่ทราบ”
ผู้ดูแลร้าน “…”
