การแข่งขันจัดอันดับแบบกลุ่มในรอบถัดไปก็ไม่ใช่เื่ที่น่ากังวลอะไร
บนสนามประลองดาบหมายเลขสี่สิบสี่
อัศวินบรอนซ์เซนต์แห่งเมืองแซมบอร์ดทั้งห้าสิบคนบุกโจมตีอย่างไม่เร่งรีบทั้งสี่รอบ และสามารถขับไล่นักรบเกราะเหล็กคลั่งจากอาณาจักรกู่เต๋อลงจากสนามประลองและคว้าชัยชนะมาอย่างง่ายทั้งสี่รอบ
วินาทีที่พวกเขาบุกโจมตี อัศวินบรอนซ์เซนต์ที่แขนเปลือยเปล่าทั้งห้าสิบนายก็เปลี่ยนจากจังหวะก้าวเดินอย่างช้าๆ เป็พุ่งเข้าใส่ขึ้นมา ราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับทหารม้าเกราะหนักทั้งห้าสิบคนที่พร้อมจะถาโถมเข้ามาบดขยี้ ถึงแม้ว่าในมือของอัศวินบรอนซ์เซนต์จะถือโล่เหล็กสีดำขนาดใหญ่และหนัก แต่พวกเขากลับทำราวกับว่ามันเบามากจนเหมือนไม่ได้ถืออะไรไว้ในมือ อัศวินบรอนซ์เซนต์พุ่งเข้าชนกระบวนทัพของนักรบเกราะเหล็กจากอาณาจักรกู่เต๋ออย่างรวดเร็ว มันเหมือนนำค้อนเหล็กหนักหมื่นจินไปหวดใส่ฟ่างข้าวที่อ่อนแอ นักรบเกราะเหล็กทั้งห้าสิบคนจากอาณาจักรกู่เต๋อไม่อาจยืนหยัดได้แม้แต่วินาทีเดียว ชั่วพริบตา ร่างของพวกเขากระเด็นออกไปประหนึ่งเกล็ดหิมะที่ลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า…
เมืองแซมบอร์ด ปะทะ อาณาจักรกู่เต๋อ ...เมืองแซมบอร์ดเป็ฝ่ายชนะทั้งสิบรอบ!
เสียงของกรรมการผู้ตัดสินบนสนามประลองดาบหมายเลขสี่สิบสี่ส่งผ่านวงเวทขยายเสียงก่อนจะลอยออกไปเข้าหูของทุกคน เพื่อประกาศผลการต่อสู้ของเมืองแซมบอร์ด
ผลการต่อสู้เช่นนี้ เดิมทีก็อยู่ในการคาดเดาของใครหลายๆ คนอยู่แล้ว
แต่เมื่อได้มาเห็นการแข่งขันจริงๆ ั้แ่ต้นจนจบกับตาตัวเอง ในใจของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งไปกับความแข็งแกร่งของเมืองแซมบอร์ด ทุกคนส่วนใหญ่คิดไปในทางเดียวกันว่า ต่อให้ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' อย่างาาแซมบอร์ดผู้เป็ใหญ่ที่สุดในเมืองแซมบอร์ดไม่ลงมือ แต่แค่ยอดฝีมือที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาก็สามารถเอาชนะอาณาจักรกู่เต๋อที่เป็อาณาจักรบริวารแถวหน้าระดับสามได้อย่างง่ายดาย
การแข่งขันจัดลำดับแบบเดี่ยวหกรอบ และการแข่งขันจัดอันดับแบบกลุ่มสี่รอบ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงการต่อสู้ก็จบลงอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าเเลบเสียอีก
หลังจากการแข่งขันจบลง กองกำลังเมืองแซมบอร์ดก็พากันเดินออกจากสนามประลองดาบหมายเลขสี่สิบสี่ทันที ด้านหลังของพวกเขายังคงมีเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
“สิ่งที่เราต้องทำก็ได้ทำไปหมดแล้ว ความแข็งแกร่งของเมืองแซมบอร์ดพวกเ้าก็คงเห็นเช่นกัน เื่ต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว...” าาอาณาจักรกู่เต๋อถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางส่ายหัวเล็กน้อย เขายกมือขึ้นมาตบไหล่ขององค์ชายแดร็นเตอที่อยู่ข้างๆ เบาๆ ความโล่งใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่สง่างาม “การได้เจอกับชาวแซมบอร์ดในรอบแรกถือเป็ความโชคร้ายของพวกเรา แต่ก็ถือว่าเป็ความโชคดีของพวกเราด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าชาวแซมบอร์ดไม่ได้เป็พวกกระหายเืเหมือนในข่าวลือ กองกำลังของพวกเราถึงได้รับความเสียหายไม่มาก หากกลับไปรักษาดีๆ ก็หาย ดังนั้นพวกเราไปเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในกลุ่มผู้แพ้เถอะ ถึงอย่างไรพวกเราก็ยังมีความหวัง!”
'หมาป่าดำ' แดร็นเตอพยักหน้า
ที่าาเฒ่าพูดก็ถูก ความแข็งแกร่งของชาวแซมบอร์ด เดิมทีก็ไม่ใช่สิ่งที่อาณาจักรกู่เต๋อสามารถต้านทานได้
เมื่อย้อนนึกไปถึงตอนที่ประมือกับนักธนูผมบลอนด์คนนั้น ลูกธนูที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้าราวกับห่าฝน ทั้งยังแฝงมาด้วยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ชื่อเสียงในฐานะยอดฝีมือของเชื้อพระวงศ์ที่แข็งแกร่งในอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรของตัวเองคงป่นปี้ไปหมดแล้วแน่ๆ แต่การที่ต้องเผชิญหน้ากับคนไร้ชื่อจากเมืองแซมบอร์ดที่แข็งแกร่งคนนั้น แค่เอาชีวิตรอดกลับมาก็ถือว่าโชคดีแล้ว หากคนคนนั้น้าสังหารเขา ไม่แน่ว่าตอนนี้ตัวเองคงกลายเป็ศพไปนานแล้ว!
“ถ้าอยากจัดการกับาาแซมบอร์ด พวกเ้าก็ใช้พลังของตัวเองออกไปสู้กับเขาเถอะ พวกเาาวกู่เต๋อจะไม่เป็เครื่องมือของพวกเ้าอีกต่อไป!”
……
……
ห้าชั่วโมงต่อมา
การแข่งขันการจัดอันดับทั้งห้าเขตาในวันแรก ในที่สุดก็ได้ปิดฉากลงก่อนพลบค่ำ
ผลการต่อสู้ของเมืองแซมบอร์ดก็เป็ไปตามที่ทุกคนคาดการณ์ พวกเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงก้าวเข้าสู่รอบที่สองของการแข่งขันการจัดอันดับพร้อมกับอาณาจักรอื่นๆ อีกยี่สิบสี่อาณาจักรในกลุ่มผู้ชนะของเขตาภาคเหนือ ในวันที่สองจะดำเนินการตัดสินการแข่งขันการจัดอันดับรอบที่สอง ทุกเขตาจะต้องแย่งชิงตำแหน่งสิบอันดับแรกของยอดฝีมือและสิบอันดับแรกกองกำลังที่แข็งแกร่ง เพื่อเข้าสู่รอบที่สามในการแข่งขันการจัดอันดับ
และในการต่อสู้ทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสองรอบใน่บ่ายก็ปรากฏยอดฝีมือออกมาเป็จำนวนมาก
เมืองแซมบอร์ดสามารถจบการต่อสู้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาใช้เวลาในการแข่งขันแต่ละรอบน้อยที่สุด
แต่เป็เพราะว่าอาณาจักรในเขตาทางภาคเหนืออย่างอาณาจักรบริวารระดับหนึ่ง อาณาจักรเวสต์คอสต์และอาณาจักรไคเซอร์ กับอาณาจักรบริวารระดับสองอย่างอาณาจักรซองส์ อาณาจักรทั้งสามต่างรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถคว้าชัยชนะมาได้ เมื่อต้องพบกับเมืองแซมบอร์ด ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะยอมแพ้พร้อมกัน หลังจากยอมรับความพ่ายแพ้ พวกเขาก็เข้าสู่กลุ่มผู้แพ้ทันที แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงมีความหวังว่าจะเป็ผู้ชนะในกลุ่มผู้แพ้ และด้วยเหตุนี้ อาณาจักรทั้งสี่จึงผ่านเข้ารอบที่สองมาได้แบบมือไม่เปื้อนเื
ถ้าจะบอกว่า ผู้ชนะของเขตาทางภาคเหนืออยู่ในความคาดหมายของทุกคนก็คงจะไม่ผิด แต่เขตาภาคอื่นๆ อีกสี่ภาคกลับเกิดเหตุการณ์พลิกผันอย่างคาดไม่ถึงขึ้นมา
เขตาทางภาคใต้
อาณาจักรบริวารระดับหกอาณาจักรไบแซนไทน์กลายเป็ม้ามืดเอาชนะอาณาจักรบริวารระดับสาม อาณาจักรเค่อจินไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ การแข่งขันการจัดอันดับแบบเดี่ยวหกรอบ อาณาจักรไบแซนไทน์ชนะไปสามรอบ และการแข่งขันแบบกลุ่มสี่รอบ อาณาจักรไบแซนไทน์ก็คว้าชัยชนะมาได้ถึงสามรอบ การแข่งขันทั้งหมดสิบรอบ ชนะหกรอบได้เข้าสู่กลุ่มผู้ชนะ ในระหว่างการแข่งขันาาคอนสแตนตินแห่งไบแซนไทน์สามารถเอาชนะองค์ชายอาณาจักรเค่อจิน หนึ่งใน 'เจ็ดหมาป่า' ฉายา 'หมาป่าพิโรธ' มาได้อย่างงดงาม ความแข็งแกร่งที่เขาได้แสดงออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึง โดยเฉพาะหมัดแปลกๆ อย่าง 'หมัดเจ็ดพิการ' พลังโจมตีของมันร้ายกาจมาก ยอดฝีมือหลายคนต่างคิดว่า หากาาแห่งไบแซนไทน์ต่อสู้ได้ดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าอาจก้าวเข้าสู่สิบอันดับแรกของยอดฝีมือในเขตาภาคใต้ก็เป็ได้!
เขตาทางภาคตะวันออก
คนจากอาณาจักรกู่ต้งที่ถูกฝูงชนดูถูกว่าเป็พวกบ้านป่าเมืองเถื่อนก็ได้แสดงผลงานที่น่าทึ่งออกมา ในชนเผ่าของพวกเขาปรากฏเด็กหนุ่มอัจฉริยะยอดนักรบออกมาถึงสองคน นั่นก็คือฮุลกีและกานูเต้ ทั้งสองคนอาศัยเพียงกระบองไม้ก็สามารถเอาชนะยอดฝีมือทั้งหกคนจากอาณาจักรกาบอง อาณาจักรบริวารระดับสามติดต่อกันถึงหกรอบ และยังนำนักรบคนเถื่อนอีกสามสิบคนรบชนะในการแข่งขันการจัดอันดับแบบกลุ่มทั้งสี่รอบ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าสู่รอบที่สองไปได้อย่างงดงาม
เด็กหนุ่มทั้งสองคนมีร่างกายกำยำแข็งแรงและเรี่ยวแรงมหาศาล ตราบใดที่ไม้กระบองอยู่ในมือก็ไม่มีศัตรูหน้าไหนสยบพวกเขาได้ แม้แต่ยอดฝีมือของอาณาจักรกาบองที่เป็ถึงนักรบระดับสี่ดาวก็ไม่อาจยืนหยัดอยู่บนสนามประลองได้ พวกเขาถูกเด็กหนุ่มทั้งสองคนหวดไม้กระบองใส่จนร่างกระเด็นตกสนามประลอง…
อาณาจักรกู่ต้งคือม้ามืดของเขตาทางภาคตะวันออก
ฮุลกีและกานูเต้กลายเป็ตัวแทนยอดฝีมือดาวรุ่งดวงใหม่อีกสองดวงที่น่าสนใจ
เขตาทางภาคตะวันตก
อาณาจักรเม็ตซ์ อาณาจักรบริวารระดับหนึ่งที่เป็อาณาจักรของ 'หนึ่งดาบ' โชคไม่ดีเท่าไรที่ต้องมาพบกับอาณาจักรดิ๊กที่เป็อาณาจักรบริวารระดับเดียวกันในรอบแรก การต่อสู้ระหว่างสองอาณาจักรที่แข็งแกร่งดุเดือดมาก แต่ผู้ที่ได้รับชัยชนะไปก็คืออาณาจักรเม็ตซ์ และน่าเสียดายที่ 'หนึ่งดาบ' ที่ทุกคนตั้งตารอชมฝีมือนั้น กลับไม่ออกมาแสดงฝีมือในการต่อสู้เลย ทำให้ผู้ที่ชื่นชมและคลั่งไคล้ในตัว 'หนึ่งดาบ' พากันผิดหวังเป็อย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้คนต่างพากันสงสัยในความแข็งแกร่งของ 'หนึ่งดาบ' มากยิ่งขึ้น
ยอดฝีมือรุ่นเก๋าส่วนใหญ่คิดว่า ในบรรดายอดฝีมือของอาณาจักรบริวารในตอนนี้ มีเพียง 'หนึ่งดาบ' เท่านั้นที่สามารถต่อกรกับ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' าาแซมบอร์ดในการแข่งขันการจัดอันดับรอบชิงชนะเลิศได้
เขตาภาคกลาง
อาณาจักรบริวารระดับหนึ่งทั้งสี่อาณาจักรต่างมารวมตัวกันที่เขตนี้ แม้แต่อาณาจักรบริวารระดับสองและอาณาจักรบริวารระดับสามก็มารวมตัวอยู่ที่นี่มากที่สุดเช่นกัน ดังนั้น สถานกาณ์ในการสู้รบของที่นี่จึงรุนแรงมากที่สุด แค่วันแรก สถานการณ์การต่อสู้ของเขตนี้ก็เริ่มร้อนระอุขึ้นมาบ้างแล้ว
แน่นอนว่าอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งทั้งสี่อาณาจักรสามารถผ่านเข้ารอบที่สองไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีม้ามืดอะไรปรากฏตัวขึ้นมาทั้งนั้น แต่สิ่งที่น่าแปลกใจมีเพียงอย่างเดียวก็คือ การที่อาณาจักรกานา อาณาจักรบริวารระดับสี่สามารถเอาชนะอาณาจักรบริวารระดับสองมาได้อย่างฉิวเฉียด และเข้าสู่กลุ่มผู้ชนะในเขตาภาคกลาง
……
หลังจากการแข่งขันในวันแรกสิ้นสุดลง ในค่ายทหารอาณาจักรบริวารก็เริ่มคึกคักขึ้นมา
ราชอาณาจักรได้ยกเลิกการเคอร์ฟิวและการควบคุมอย่างเข้มงวดกับเหล่าอาณาจักรบริวารทั้งหมด บวกกับการแข่งการซ้อมรบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทำให้เหล่าพ่อค้าเร่ นับรบกับนักเวทพเนจร ขุนนางตกอับ กลุ่มทหารรับจ้าง โสเภณี พ่อค้าอาวุธ ช่างตีเหล็ก หมอ พ่อค้าขายทาส หรือแม้แต่กองกำลังที่ทรงอิทธิพลในราชอาณาจักรก็พากันหลั่งไหลเข้ามาในค่ายทหารอาณาจักรบริวารไม่ขาดสาย
ในเวลาสั้นๆ ทั้งค่ายต่างเต็มไปด้วยฝูงชนจำนวนมากจนแน่นขนัด
ถ้าตอนนี้มีคนยืนมองลงมาจากเทือกเขามอร์โร จะเห็นเพียงแสงสว่างที่หนาแน่นบนพื้นที่ราบท่ามกลางความมืด มันเหมือนหมู่ดาวที่ลอยพร่างพรายบนท้องฟ้า ดูงดงามและน่าหลงใหล
พลบค่ำ การต่อสู้ของวันนี้ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว มีทั้งคนที่ดีใจและคนที่กลุ้มใจปะปนกันไป
เหล่านักรบที่เผชิญหน้ากับความตึงเครียดจากการต่อสู้ของวันนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ได้มานั่งอยู่หน้ากองไฟอย่างสบายๆ ร่ำสุรากินเนื้อย่างท่ามกลางสายลมเย็นๆ ที่พัดโชยมา เสียงซดเหล้าอย่างกักขฬะของเหล่านักรบผู้หยาบกระด้าง และเสียงกรีดร้องกับเสียงด่าทอของเหล่าสาวๆ ที่ดังขึ้นมาเป็ระยะๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและความดิบเถื่อน
ใครพูดจาไม่เข้าหูก็ประเคนมือและเท้าให้กิน หรือไม่ก็เมาปลิ้นนอนเกลือกกลิ้งอยู่ข้างกองไฟ
ฉากนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ไม่แน่ว่า การขึ้นสนามประลองดาบของพวกเขาในวันพรุ่งนี้อาจจะเป็วันสุดท้ายของชีวิตก็ได้ นี่คือชะตากรรมของนักรบ ทั้งชีวิตของพวกเขาต้องเดินอยู่ท่ามกลางดงดาบ ชะตาชีวิตของพวกเขาแม้จะเกิดต่างกันแต่จุดจบกลับคล้ายกันจนน่าใ หากไม่ตายในสนามรบก็ต้องตายในสนามประลอง ดังนั้น บางคนจึงเลือกที่จะเพลิดเพลินไปกับเหล้าและสาวๆ เพื่อใช้ชีวิตให้คุ้ม แต่บางคนก็เลือกที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ อย่างน้อยก็ต่อชีวิตของตัวเองให้ยาวนานขึ้นอีกวัน
ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
ชาวเมืองแซมบอร์ดพากันเฉลิมฉลองกับชัยชนะของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศในงานเลี้ยงฉลองตอนนี้คึกคักมาก เหล้ารสเลิศและเนื้อย่างชั้นดีก็เพียงพอที่จะสร้างความสุขและเสียงหัวเราะของทุกคน กลิ่นหอมของเหล้าและเนื้อย่างแพร่กระจายไปทั่วทั้งค่าย
กองไฟสีเหลืองเข้มส่องสว่างไปทั่วค่าย ใบหน้ายิ้มแย้มของเหล่านักรบทุกคนพลันริบหรี่ ดวงตาปรือปรอย อกแกร่งที่แน่นตึงกระเพื่อม ลมหายใจขึ้นลงอย่างถี่รัว ด้านหน้ากองไฟทั้งสองกองที่ลุกโชนสูงกว่าสิบเมตร มีเงาร่างอรชรอ้อนแอ้นของเหล่าหญิงงามกำลังยักย้ายส่ายเอวอย่างยวนใจ
ด้านนอกค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด มีผู้คนจำนวนมากกำลังเฝ้าดูงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดด้วยสายตาอิจฉาริษยา
จุดศูนย์รวมของสายตาอิจฉาริษยาของผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็คือเหล่าสาวงามที่กำลังเต้นระบำอยู่ด้านหน้ากองไฟ
สาวงามเหล่านี้ล้วนอวบอิ่มไปทุกสัดส่วน ผิวของพวกนางขาวนวลราวกับน้ำนม ทั้งยังงามผุดผาดไปทั่วร่าง เอวบางร่างน้อยดูนุ่มนิ่มทุกส่วน เมื่อเทียบระหว่างสาวงามเหล่านี้กับเหล่าโสเภณีในค่ายที่สวมชุดกระโปรงลินินหยาบๆ คอยชม้ายชายตาเชิญชวนลูกค้าพร้อมน้ำหอมฉุนๆ ราคาถูก …นี่มันนางฟ้ากับแม่หมูในเล้าชัดๆ
สาวงามเหล่านี้ เป็สาวงามที่ราคาแพงที่สุดในถ้ำสีทองที่เป็หอนางโลมระดับสูงในเมืองหลวง
หลังการต่อสู้ในวันนี้สิ้นสุดลง าาแห่งเมืองแซมบอร์ดก็ได้เชื้อเชิญเหล่าสาวงามกลุ่มนี้มาที่ค่ายทหาร
------------------
