บริเวณแผงร้านค้าซึ่งเคยมีเสียงพูดคุยจอแจเงียบลงในพลัน บรรดาคนที่เลือกโคมไฟอยู่หน้าร้านคิดในใจ ‘เด็กผู้นี้ช่างมีฐานะร่ำรวยเสียจริง ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่เื่เงิน เขาใช้เงินมือเติบเช่นนี้ต้องตกเป็เป้าหมายของพวกคนไม่ดีแน่!’
“คุณชายน้อย ทำเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ วันนี้มีคนไม่ดีแฝงตัวอยู่มากมาย คุณชายน้อยอาจจะได้รับอันตรายได้” ชายผู้หนึ่งกล่าวเตือนอย่างหวังดี
ทว่าเด็กอ้วนผู้นี้กลับเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง “ผู้ใดมันกล้ามาขโมยของของข้า ท่านพ่อของข้าคือนายอำเภอ!”
ประโยคนี้ทำให้ผู้อื่นที่คิดจะกล่าวเตือนต่างเงียบปาก ไม่กล่าวคำใดออกมาอีก
ด้านเถ้าแก่ได้ยินเช่นนี้ย่อมต้องยกโคมรูปเสือให้แก่เด็กอ้วนอยู่แล้ว “คุณชายน้อย ท่านนำโคมไปเถิดขอรับ ส่วนเงินข้าไม่กล้ารับไว้” ถึงอีกฝ่ายยืนยันจะให้แต่ก็ไม่กล้ารับไว้ ถึงแม้คุณชายน้อยผู้นี้จะจำไม่ได้ว่าตนเป็ใคร หากผู้ติดตามสองคนที่ตามมาด้วยต้องจำได้แน่นอน เช่นนี้แล้วมีหรือจะกล้าล่วงเกิน หากผู้ติดตามสองคนนี้มาคิดบัญชีกับตนทีหลังจะทำอย่างไร
เด็กอ้วนได้ยินดังนั้นยิ่งเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส ถือโคมรูปเสือเดินจากไปอย่างวางท่า
รอจนเด็กอ้วนจากไปแล้ว เถ้าแก่หันมาเอ่ยขออภัยกับกู้อวี้และเจินเจิน “ข้าต้องขออภัยพวกท่านทั้งสองด้วย ข้าไม่กล้าล่วงเกินคนกลุ่มนั้นจริงๆ ขอพวกท่านยกโทษให้แก่ข้าด้วย พวกท่านเลือกดูโคมอันใหม่ดีหรือไม่ แล้วข้าจะให้เพิ่มอีกอันเป็การชดเชย”
เวลานี้เองคนผู้หนึ่งเอ่ยว่า “เถ้าแก่ เพียงเขาบอกว่าบิดาคือนายอำเภอท่านก็เชื่อหรือ หากข้าบอกว่าบิดาของข้าคืออ๋องหย่งโจวเล่า”
“ฮ่าๆ ข้าไม่กล้ามีบิดาเป็ถึงอ๋องหย่งโจว เป็แค่เ้าเมืองก็พอ”
“เถ้าแก่ เช่นนี้แล้วท่านก็จะให้โคมไฟพวกเราคนละอันโดยไม่คิดเงินเหมือนกันใช่หรือไม่”
“ข้าไม่รู้จักคุณชายน้อยผู้นั้น แต่จำผู้ติดตามสองคนที่อยู่ข้างกายเขาได้ ผู้ที่จูงมือคุณชายน้อยนั่นคือมือปราบของทางอำเภอ ซึ่งปกติมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของถนนสายนี้” เถ้าแก่กล่าวอย่างจนปัญญา
สิ้นวาจาของเถ้าแก่ทุกคนหยุดหัวเราะในทันใด ด้านกู้อวี้หันไปเอ่ยถามเจินเจิน “เ้าจะเลือกอันใหม่หรือไม่”
เจินเจินส่ายศีรษะ นางชอบโคมรูปเสืออันนั้นที่สุด เฮ้อ หากนางไม่ได้อยู่กับพี่ชายแล้วละก็ คงเข้าไปยื้อแย่งโคมรูปเสือกับเด็กอ้วนผู้นั้นไปแล้ว
“ไปเดินเที่ยวต่อเถอะ” กู้อวี้อุ้มเจินเจินขึ้นแล้วพาออกเดิน สามพี่น้องกู้ที่เดินตามมาด้านหลังกระซิบกระซาบกันว่าบุตรชายของนายอำเภอผู้นั้นช่างวางท่าใหญ่โตนัก ขณะที่หยวนเหล่าเอ้อร์ก็หันไปพูดกับจ้าวซื่อเช่นกันว่า “คอยดูเถิด ยิ่งมีคนรู้ว่าเด็กนั่นเป็บุตรของนายอำเภอยิ่งมีโอกาสที่จะถูกปล้น มีหรือที่พวกโจรจะปล่อยไป”
‘เฮอะ กล้ามาแย่งโคมไฟของบุตรสาวของเขา เ้าต้องถูกโจรปล้นเป็แน่!’ หยวนเหล่าเอ้อร์สาปแช่งอีกฝ่ายอยู่ในใจ
ทั้งหมดเดินเที่ยวงานกันต่อ เจินเจินถูกใจโคมที่ร้านค้าอีกแห่งหนึ่ง กู้อวี้กวาดตามองปริศนาเพียงแค่ครู่เดียวก็สามารถเอ่ยคำตอบถูกต้องออกมาได้ ขณะที่เถ้าแก่กำลังหยิบโคมไฟลงมาเตรียมจะยื่นให้แก่ลูกค้าทั้งสองคน เด็กอ้วนคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และอ้างเช่นเดิมว่าบิดาของข้าคือนายอำเภอ ก่อนจะแย่งโคมจากเจินเจินจนสำเร็จไปอีกหนึ่งอัน
เด็กหญิงพยายามบอกกับตนเองว่าห้ามโมโห ทว่าอีกฝ่ายก็ช่างเหลือเกิน ไม่ว่านางเลือกโคมไฟอันใดเด็กอ้วนผู้นั้นก็จะมายื้อแย่งเอาไปทุกครา
“ข้าไม่ซื้อแล้ว!” เจินเจินเอ่ยอย่างขึ้งโกรธ หากนางไม่ซื้อ เด็กอ้วนก็จะได้ไม่มาแย่งไปอีก
เด็กอ้วนซึ่งเป็บุตรชายของนายอำเภอเห็นเจินเจินมีท่าทีไม่พอใจก็ทำหน้าผีล้อเลียนใส่
หยวนเหล่าเอ้อร์โมโหจะแย่อยู่แล้ว เด็กอ้วนผู้นี้นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย!
เวลาเดียวกันนี้เองกู้อวี้บังเอิญเห็นคนรู้จักจึงส่งเจินเจินให้หยวนเหล่าเอ้อร์อุ้ม “ข้าเจอเพื่อนร่วมสำนักศึกษา ท่านอารองหยวน ข้าฝากเจินเจินไว้กับท่านสักครู่”
“ได้ พวกเราจะไปรอเ้าที่ใต้ต้นหลิวริมสะพานโค้งตรงแม่น้ำตรงนั้น” หยวนเหล่าเอ้อร์รับคำ เจินเจินอยากจะเดินตามชายหนุ่มไปด้วย ทว่าถูกหยวนเหล่าเอ้อร์ห้ามเอาไว้ “แถวนั้นคนเยอะ อีกทั้งพี่ชายของเ้าแค่ไปหาสหายเท่านั้น หากเ้าติดตามไปด้วยจะไม่สะดวก เขาไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับมา”
“แต่ข้าต้องปกป้องพี่ชาย” เจินเจินเถียง
“พี่ชายของเ้าไม่มีทางเป็อันใดไปหรอก” กู่ซื่อยิ้มปลอบ “พวกเราไปรอตรงนั้นกันเถิด อีกไม่นานเดี๋ยวกู้อวี้ก็กลับมา”
เมื่อทุกคนช่วยกันกล่อม ในที่สุดเจินเจินก็ยอมอยู่รอตรงจุดนัดพบ
ทุกคนเดินไปยังใต้ต้นหลิว ตรงนั้นมีร้านน้ำชาตั้งอยู่ร้านหนึ่ง ภายในร้านไม่มีที่นั่งแล้ว ทว่ากู้ซิ่วไฉเห็นว่ามีบางโต๊ะที่มีคนนั่งอยู่แต่มิได้สั่งน้ำชาจึงเรียกเ้าของร้านมาสอบถาม ก่อนจะส่งเงินให้เป็สินน้ำใจเล็กน้อย เถ้าแก่จึงจัดการขอที่นั่งจากคนเหล่านี้ให้แก่กลุ่มของกู้ซิ่วไฉ ซึ่งได้มาสองที่นั่งเพียงพอให้กู่ซื่อกับจ้าวซื่อนั่งพักเท่านั้น
หยวนเหล่าเอ้อร์ส่งแก้วชาที่วางอยู่บนโต๊ะให้กู่ซื่อกับจ้าวซื่อถือ ก่อนจะใช้แขนเสื้อของตัวเองเช็ดโต๊ะ จากนั้นนั่งลงโดยเหลือพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งให้แก่กู้ซิ่วไฉ
กู้ซิ่วไฉ “…”
ให้เขานั่งบนโต๊ะน้ำชาเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง ทว่าท่าทางตอนที่อีกฝ่ายเชิญชวนให้นั่งลงนั้นดูกระตือรือร้นอย่างยิ่ง เขาจึงไม่กล้าปฏิเสธ
“ไฟไหม้!”
ทั้งหมดเพิ่งจะนั่งลงก็ได้ยินเสียงร้องะโดังมาจากจุดที่กู้อวี้เดินไปหาสหาย บริเวณนั้นสับสนวุ่นวายเป็อย่างมาก มีทั้งเสียงร้องใและเสียงร้องไห้หวาดกลัว
“อย่าเบียด!”
“เหยียบโดนข้าแล้ว!”
“ฮือๆ ท่านพ่อ ท่านแม่…”
“อวี้เอ้อร์!” กู่ซื่อร้องเรียกบุตรชายคนโตด้วยใบหน้าซีดขาว นางลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปตามหาบุตรชาย แต่ถูกกู้ซิ่วไฉห้ามเอาไว้เสียก่อน “เ้าไม่ต้องไป อวี้เอ้อร์ต้องคิดหาวิธีออกจากแถวนั้นมาได้แน่ เ้าเข้าไปมีแต่จะทำให้เื่ยุ่งยิ่งกว่าเดิม”
“บริเวณที่ไฟไหม้ใกล้แม่น้ำ อีกไม่นานเดี๋ยวก็คงดับไฟได้”
“ใช่แล้ว ด้วยร่างกายของท่านหากเข้าไปอาจเป็อันตรายได้ ท่านอย่าได้เข้าไปเลย รออยู่ที่นี่ก่อนเถิด อวี้เอ้อร์ต้องหาทางกลับมาหาพวกเราอย่างปลอดภัยแน่นอน” หยวนเหล่าเอ้อร์ช่วยปลอบอีกคน
ทั้งหมดมองไปยังบริเวณที่เกิดเื่อย่างร้อนใจและเป็กังวล
และแล้วก็เป็ดั่งที่กู้ซิ่วไฉว่าเอาไว้ บริเวณที่ไฟไหม้อยู่ใกล้แม่น้ำ เพียงไม่นานเ้าหน้าที่ก็สามารถดับไฟได้ และเนื่องจากมีสะพานเดินข้ามไปยังอีกฝั่ง หลังจากนั้นไม่นานผู้คนก็สลายหายไปหมด
เวลาต่อมากู้อวี้ก็มาปรากฏตัวในร้านน้ำชา ทุกคนจึงค่อยระบายลมหายใจอย่างโล่งอก
กู้อวี้เอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่งขรึม “เจินเจินเล่า”
“เจินเจินอยู่…” ยังไม่ทันที่หยวนเหล่าเอ้อร์จะพูดจบก็ต้องชะงักไป เจินเจินซึ่งเดิมทีอยู่ข้างตัวเขา ทว่าเวลานี้ไม่รู้หายไปที่ใดแล้ว สีหน้าหยวนเหล่าเอ้อร์เปลี่ยนเป็ซีดขาวในพลัน
จ้าวซื่อมีสีหน้าตระหนกเช่นกัน บุตรสาวของนางหายไปที่ใดแล้ว?
ทุกคนช่วยกันมองหาในร้านน้ำชาทว่าไม่เห็นแม้แต่เงา ขณะที่ช่วยกันะโเรียกหาอยู่นั้น ก็มีหลายคนที่กำลังะโตามหาบุตรหลานของตนเองเช่นกัน
ยามนี้ภายในใจของทุกคนเกิดสัญชาตญาณอย่างรุนแรง แย่แล้ว ต้องมีพวกโจรลักพาตัวมาลักพาตัวพวกเด็กๆ ไปเป็แน่!
ถึงแม้เจินเจินจะมีเรี่ยวแรงมหาศาล แต่หากพวกโจรลักพาตัวใช้ยาสลบเล่า เพียงแค่นี้ก็สามารถพาตัวไปได้อย่างง่ายดายแล้ว
“ท่านแม่ ท่านพาน้องรองน้องสามน้องสี่กลับไปที่โรงเตี๊ยมก่อนแล้วรออยู่ที่นั่น ส่วนข้ากับคนอื่นจะไปตามหาเจินเจินเอง” กู้อวี้กล่าวกับมารดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เวลานี้เขารู้สึกเสียใจเหลือเกินที่ยามนั้นเลือกจะสะกดรอยตามซุนเซิ่งไป และฝากเจินเจินไว้กับท่านอารองหยวน
ทุกคนรีบทำตามที่กู้อวี้บอก คนที่ต้องกลับโรงเตี๊ยมก็กลับไป ที่ต้องออกตามหาเด็กหญิงก็ไปอีกทาง
เจินเจินถูกโจรลักพาตัวไปจริงๆ นางเห็นบริเวณที่พี่ชายเดินไปมีไฟไหม้จึงคิดจะไปตามหา แต่เนื่องจากบริเวณนั้นมีผู้คนมากมาย ต่างคนต่างพากันหนีเอาตัวรอด เพราะไม่ทันระวังจึงถูกพวกโจรโปะยาสลบแล้วพาตัวมา
ถึงแม้นางจะเป็เด็กที่มีความพิเศษกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่อาจต้านทานยาสลบได้ นางจึงสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเองไปชั่วขณะ
พวกโจรลักพาตัวได้พาตัวนางมาไว้ในตรอกแห่งหนึ่ง ที่นี่มีเด็กหลายคนถูกจับตัวมาเช่นกัน และในบรรดาเด็กกลุ่มนี้ก็มีเด็กอ้วนที่แย่งโคมไฟกับนางก่อนหน้าได้ถูกจับตัวมาที่นี่ด้วย
