หัวใจของถังเยี่ยนเต้นรัวไม่เป็จังหวะ นางนั่งรอรัชทายาทอยู่บนเตียงด้วยใจจดจ่อ ภายในห้องหอประดับตบแต่งด้วยผ้าสีแดงสด บนเตียงโรยด้วยดอกเหมยแสดงถึงความรักมั่นคงยาวนาน หญิงสาวชะเง้อคอมองรัชทายาทเป็ระยะแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงปกปิด ถังเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าจนสุด รอเวลาร่วมหอกับรัชทายาท ทว่าเสียงฝีเท้าที่ผ่านไปมานั้นเป็เพียงแค่เสียงฝีเท้าของเหล่าทหาร ไม่มีแม้วี่แววของรัชทายาทจะเสด็จมาพบ
ถังเยี่ยนนั่งรอจนรู้สึกว่าเวลายาวนานเกินไปนางค่อย ๆ เปิดผ้าคลุมออก แล้วลุกเดินวนเวียนไปมาในห้อง ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่แล้วปิดผ้าคลุมหน้าลง เพื่อนั่งรอเขาต่อไปอย่างมีความหวัง
เฟยหยางกลับมาจากนอกพระราชวัง นางตรงมายังตำหนักของฮองเฮา เมื่อเห็นว่าไฟในห้องของฮองเฮาดับลงแล้ว จึงเบี่ยงกายเข้ามายังห้องพักของตัวเอง นางเปิดประตูเข้ามาพร้อมความมืดมิด ก่อนจะเอื้อมไปจุดตะเกียงที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“เ้าไปไหนมา!” สุรเสียงดังขึ้นจนหญิงสาวสะดุ้งใ ก่อนจะหันไปยังเตียงนอนของตัวเอง พบรัชทายาทในชุดสีแดงนั่งประทับจับจ้องมองตรงมา
“รัชทายาท!” นางอุทานขึ้นด้วยความใ ก่อนเขาจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงมายังเฟยหยาง
“วันนี้เป็งานมงคลของข้า เหตุใดจึงไม่อยู่ร่วมพิธี” เฟยหยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะถอยหลังหนีเขาหนึ่งก้าว พลันน้อมกายลงเล็กน้อย
“ทูลรัชทายาท หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ไม่ควรอยู่ในห้องหม่อมฉันเช่นนี้เพคะ”
“วังหลวงเป็สถานที่ของข้า ข้าจะอยู่ที่ใดย่อมได้เสมอ เ้ามีสิทธิ์ไล่ข้าด้วยงั้นเหรอ เ้ายังไม่ตอบว่าหายไปไหนมาทั้งวัน เหตุใดจึงไม่อยู่ร่วมพิธี” เขาถามพลางจับจ้องมายังอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ
“หม่อมฉันออกไปที่ตลาดมาเพคะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“ใครอนุญาต”
“ฮองเฮาเพคะ” เฟยหยางตอบพลางเตรียมเบี่ยงตัวออกจากห้อง ก่อนเขาจะคว้ามือนางไว้ แล้วเดินไปปิดประตูห้องในทันที ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของเฟยหยางแสดงออกมา
“รัชทายาทเพคะ หากใครรู้เข้าว่าพระองค์อยู่ในห้องหม่อมฉัน จะไม่งามนะเพคะ” เขายิ้มเล็กน้อย
“ในวังหลวงนอกจากเสด็จพ่อแล้ว มีคนกล้าต่อว่าข้าด้วยรึ” เขาถามพลางย่างเท้าเข้ามาหาเฟยหยาง ก่อนนางจะเบี่ยงกายหลบ หากแต่ชายหนุ่มเอื้อมไปรั้งตัวนางแล้วดึงเข้ามาใกล้
“ในเมื่อเ้าแกล้งลืมเื่ของเรา ข้าจะไม่พูดถึงอีก ข้าอยากรู้ว่าเ้าจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อข้าได้จริงหรือ?” เจี้ยนหัวขยับเข้ามาใกล้ ก่อนเฟยหยางจะรีบเตือนสติ
“แต่ว่าคืนนี้ เป็คืนเข้าหอ...” ยังไม่ทันที่นางพูดจบ
“เ้ากำลังจะพูดถึงถังเยี่ยนงั้นเหรอ แล้วยังไง” เฟยหยางถอยหนีเขาไปเรื่อย ๆ จนเท้าของนางติดขอบเตียงแล้วเอ่ยขึ้น
“พระสนมถังเยี่ยนจะรอเพคะ”
“ใครใช้ให้นางอยากแต่งกับข้า” เขาเลิกคิ้วถามกลับ พร้อมเดินเข้ามาใกล้แนบชิดหญิงสาวมากขึ้น จนนางแทบขยับหนีไม่ได้
“หากพระองค์ขยับมาอีก หม่อมฉันจะร้องให้คนช่วย” ร่างเล็กพูดขู่ด้วยน้ำเสียงเข้ม พร้อมรอยยิ้มของเขาเผยออกมาอีกครั้ง
“เ้าจะเรียกผู้ใดให้ช่วย ทหารด้านนอก? หากข้าสั่งคำเดียวพวกเขาก็กลับกันไปหมด ส่วนเสด็จแม่เข้าบรรทมนานแล้ว” เฟยหยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“เสียงหัวใจเ้า เต้นดังเพียงนั้น ยังกล้าปฏิเสธข้าอีกงั้นเหรอ” เขาถาม พลางก้มลงแล้วหอมแก้มอีกฝ่ายช้า ๆ เพียงแค่ััอบอุ่นของรัชทายาททาบลงกายเท่านั้น หัวใจของเฟยหยางก็เต้นรัวไม่เป็จังหวะ นางรีบเบี่ยงตัวเดินออกห่างจากเขา หากแต่ชายหนุ่มหันกลับมาคว้าร่างของนางไว้ แล้วดันกายนางนอนลงบนเตียงทันที
“รัชทายาท!” เฟยหยางอุทานขึ้น ก่อนใบหน้าหล่อเหลาของเขาจะแนบชิดติดพวงแก้ม จับมือทั้งสองข้างของนางขึงไว้แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คนที่ข้าอยากแต่งงานด้วยมีเพียงเ้า ดังนั้นคืนนี้ข้าจะเข้าหอกับเ้า” พูดจบ รัชทายาทก็ก้มลงหอมแก้มหญิงสาว ทว่ายิ่งนางขัดขืนมือหนาก็รัดแน่นมากขึ้น
“ข้าไม่เชื่อ ว่าเ้าจะลืมเื่ของเราจนสิ้นแล้ว” พูดจบก็ซุกไซร้ไปยังซอกคอเรียวระหงนั้น ก่อนมือทั้งสองข้างของนางที่ขัดขืนจะค่อย ๆ ผ่อนแรงลง เจี้ยนหัวใช้โอกาสนี้ เลื่อนมาลิ้มรสในเรียวปากน้อย ๆ มือหนาค่อย ๆ ถอดอาภรณ์ของอีกฝ่ายออกช้า ๆ เผยให้เห็นผิวกายขาวนวลผุดผ่อง
“ข้าจะทำให้เ้า ไม่ลืมข้าอีกต่อไป” เขากระซิบข้างหู ก่อนจะซุกไซร้ซอกคอของหญิงสาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางไม่อาจทำให้เขาหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือหนาเลื่อนไปเคล้าคลึงบางส่วนของนาง จนหญิงสาวจะสะดุ้งเล็กน้อย หากแต่ชายหนุ่มกลับใช้เรียวปากประกบปิดเสียงนั้นไว้ แล้วรวบรัดนางไว้ภายใต้พันธนาการของเขาโดยไม่ให้อีกฝ่ายชอกช้ำแม้เพียงปลายเล็บ
แสงสว่างจากด้านนอกค่อย ๆ ส่องเข้ามาในห้องหอ หลี่ถังเยี่ยนยังคงนั่งรอรัชทายาทจนถึงเช้าตรู่ พร้อมน้ำตาร่วงหล่นมือกำแน่นจนสั่นระริก รู้ตัวว่าไม่สามารถดึงใจรัชทายาทให้เข้ามาร่วมหอกับนางได้
“รัชทายาท ท่านมองข้าไม่ต่างจากเสี่ยวเอิน ท่านทำกับข้าเหมือนที่ทำกับเสี่ยวเอินงั้นเหรอ” น้ำเสียงสั่นเครือของถังเยี่ยนเก็บซ่อนความเ็ปไว้อย่างแสนสาหัส
