ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ในคืนแรกของการได้รับอิสระ ห้าวเหลียงได้หารือกับคนอื่น ๆ เกี่ยวกับหน้าที่ต่าง ๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน พวกเขาได้ข้อสรุปที่ตรงกันก็คือ การเรียนรู้ทำสินค้าของจ้าวจางิ่จะทำร่วมกัน เผื่อวันใดวันหนึ่งคนในกลุ่มไม่อยู่ พวกเขาสามารถทำแทนกันได้
โดยเฉพาะเหว่ยหงกับเสียอี้สองคนนี้ เคยทำงานในสำนักคุ้มภัยมาก่อน ในอนาคตหากการค้าของเ้านายขยายไปต่างเมือง ทั้งสองจะเป็กำลังหลักสำหรับการส่งสินค้าทันที ดังนั้นห้าวเหลียงและทุกคน จึงลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
เมื่อได้กินอิ่มท้องและพักผ่อนเต็มที่ ทำให้สมาชิกใหม่ของจวนตระกูลจ้าว พร้อมใจกันตื่นั้แ่ยามเหม่า และเป็เวลาที่จ้าวจางิ่เตรียมออกไปขายของเช่นทุกวัน ห้าวเหลียงเห็นอุปกรณ์บนรถเข็น ก็รู้สึกเห็นใจสาวใช้ของจ้าวจางิ่ ที่เป็สตรีรูปร่างบอบบาง แต่กลับต้องมายกข้าวของที่มีน้ำหนักมากเช่นนี้ จึงให้เป่าเฟิงกับจงเหลียนช่วยเข็นไปที่ตลาดแทน คนที่เหลือก็คิดไม่ต่างจางห้าวเหลียงนัก
“พ่อบ้าน อย่าหาว่าข้าสอดรู้สอดเห็นไม่เข้าเื่เลย คนในครอบครัวของคุณหนูหายไปที่ใดหมด ถึงปล่อยให้เด็กที่ควรได้วิ่งเล่น ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานหาเงินเช่นนี้” ิเช่อแอบสงสัยเื่ครอบครัวของจ้าวจางิ่ เมื่อเห็นว่าเ้านายพ้นจากประตูจวนไปแล้ว
“อย่าว่าแต่เ้าที่คิดเลยิเช่อ แม้แต่ตัวข้าหรือคนอื่น ๆ ก็คงคิดไม่ต่างกัน พ่อแม่เช่นไรถึงปล่อยให้บุตรสาวหน้าตางดงามแต่เด็กเช่นนี้ ต้องใช้ชีวิตอยู่ลำพังกับสาวใช้อีกสองคน”
หยางไห่ได้ยินเช่นนี้จึงขออาสา สืบเื่ราวของจ้าวจางิ่ เผื่อว่าจะมีศัตรูของครอบครัวนางดักทำร้าย
“พ่อบ้านข้าเคยเป็ทหาร และอยู่ในหน่วยสอดแนมหาข่าวมาก่อน เื่นี้ยกให้เป็หน้าที่ของข้าเถิด ถึงจะเป็เื่ไม่ควรก้าวก่าย แต่อย่างน้อยถ้าได้รู้พวกเราก็สามารถปกป้องคุณหนูได้”
“อืม ก็จริงของเ้านะหยางไห่ เพราะคุณหนูพูดไว้ว่าจะมีกิจการเพิ่มในอนาคต หากรู้ว่าผู้ใดเป็ศัตรูของคุณหนู พวกเราจะได้เตรียมป้องกันไว้แน่เนิ่น ๆ ฝากเ้าด้วยก็แล้วกันนะหยางไห่” ห้าวเหลียงเห็นด้วยจึงยกให้เป็หน้าที่ของหยางไห่
“เฮ้อ คุณหนูของพวกเราผ่านเื่เลวร้ายอันใดมา ถึงทำให้มีจิตใจเข้มแข็งั้แ่เด็กเช่นนี้นะ” ซีหยุนที่จำสายตาที่เด็ดเดี่ยวของจ้าวจางิ่ได้ ยิ่งทำให้อยากรู้ถึงสิ่งเลวร้ายที่นางต้องพบเจอ
“เอาล่ะ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองเถิด ข้าจะไปดูคนเจ็บเสียหน่อย” ห้าวเหลียงจะไปสอบถามคนที่เรือนเล็ก ว่ามีอะไรให้เขาช่วยหรือไม่ เพราะสังเกตว่าเ้านายจะให้ความสำคัญกับพวกเขาไม่น้อย
“ขอรับท่านพ่อบ้าน”
ด้านเป่าเฟิงกับจงเหลียนที่เลิกตะลึง กับแถวลูกค้าที่รอซื้อเ้าลูกชิ้นปิ้ง ซึ่งเป็กิจการที่จ้าวจางิ่เคยบอกพวกเขา แต่ไม่คิดว่ามันจะขายดีมากถึงเพียงนี้ ลูกค้าหนึ่งคนซื้อไม่ต่ำกว่าสิบไม้ ทั้งสองคนจึงไม่อยู่เฉยรีบเข้าไปปิ้งลูกชิ้น และให้หนิงอวี่กับฮุยอินไปช่วยจ้าวจางิ่แทน
ส่วนทุกคนภายในจวนต่างช่วยกันทำงาน ทั้งงานสวนการดูแลหาหญ้าให้ม้ากิน การขัดล้างกวาดเศษใบไม้ ถางหญ้าที่เริ่มรกรอบ ๆ จวนด้านใน ทางด้านห้องครัวก็มีแม่ครัวหงชิง กับสาวใช้อีกสี่คนที่ช่วยกันเตรียมทำอาหาร และนี่จะเป็ครั้งแรกที่นางทำอาหารออกมารสชาติดี เนื่องจากหนิงอวี่ได้อธิบายเกี่ยวกับเครื่องปรุงรส ที่จ้าวจางิ่ซื้อออกมาจากในระบบให้นางฟังไว้ก่อนแล้ว
ในส่วนของห้าวเหลียงที่มายังเรือนเล็ก ก็พบเข้ากับเสิ่นหนิงเทียนกำลังเดินออกมา จึงเข้าไปสอบถามเื่ที่อยากให้ช่วยเหลือ
“คารวะคุณชะ..”
“ท่านลุงห้าวอย่าได้เรียกข้าเช่นนั้นเลย ท่านเรียกข้าว่าอาเทียนก็พอ” เสิ่นหนิงเทียนไม่อยากทำตัวแปลกแยก จึงรีบห้ามห้าวเหลียงไว้เสียก่อน
“อ้อ ได้ ๆ ๆ อาเทียนอาการาเ็เป็อย่างไรบ้าง มีอะไรอยากให้พวกข้าช่วยหรือไม่” ห้าวเหลียงไม่ดันทุรัง เมื่อเ้าตัวไม่้าให้ทำความเคารพ
“ข้าาเ็เพียงเล็กน้อย ได้ยาจากคุณหนูจ้าวรู้สึกดีขึ้นมาก”
“ถ้าอยากให้ข้าช่วยเหลืออันใดก็บอกได้นะ เพราะท่าทางของเ้าคงมิใช่บุตรหลานชาวบ้านทั่วไป ข้าเคยอยู่จวนขุนนางมาก่อน จึงพอดูลักษณะท่าทางของเ้าออก”
“จะว่าไปแล้วข้ามีเื่อยากทำอยู่เื่หนึ่ง หากท่านลุงห้าวมีใจช่วยเหลือจริง ๆ ช่วยหากระดาษพร้อมหมึกกับพู่กันมาให้ได้ไหม ข้า้าเขียนจดหมายถึงครอบครัว เพื่อให้พวกเขาสบายใจเื่ที่ข้าหายเงียบไปหลายเดือนเช่นนี้” เสิ่นหนิงเทียนเห็นว่าห้าวเหลียงพูด เพราะอยากช่วยจริง ๆ จึงได้บอกสิ่งที่ตน้ากลับไป
“อืม เื่กระดาษเขียนจดหมาย คงต้องรอคุณหนูกลับมาไว้ข้าจะขอแบ่งจากคุณหนูมาให้เ้าก็แล้วกันนะ ประเดี๋ยวยามถึงมื้ออาหารเช้า ข้าจะไหว้วานให้ซูเจียยกอาหารมาให้ เพราะคนของเ้ายังต้องรักษาาแอีกหลายวัน” ห้าวเหลียงเข้าใจเื่ที่เสิ่นหนิงเทียนบอกกับตน หากมีคนในครอบครัวหายไปคนที่เหลือย่อมเป็ห่วง
“ขอบคุณท่านลุงห้าวมาก”
เนื่องจากทุกคนรู้หน้าที่ของตนเองเป็อย่างดี งานทุกอย่างจึงทำออกมาเรียบร้อย พอดีกับจ้าวจางิ่กลับจากการขายของ เมื่อเดินเข้ามาในจวนก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยาก และพยักหน้าให้กับลูกจ้างที่นางได้ซื้อมาทุกคน
โดยมีห้าวเหลียงมายืนรับจ้าวจางิ่อยู่หน้าจวน ก่อนจะแยกย้ายไปทานอาหารมื้อเช้า นางได้บอกกับพ่อบ้านห้าวว่า ต้นยามซื่อให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องครัว เพื่อเรียนวิธีการทำลูกชิ้นสำหรับการค้าขาย ซึ่งตอนนี้ลูกชิ้นปิ้งของนางวันละห้าร้อยไม้ เริ่มไม่พอขายให้ลูกค้าแล้ว
“ท่านลุงพ่อบ้าน หลังทานอาหารเสร็จแล้ว รบกวนให้ใครก็ได้ไปซื้อเนื้อหมูสักสี่สิบจินนะ และบอกทุกคนด้วยว่าไปพบข้าที่ห้องครัวในยามซื่อ วันนี้ข้าจะสอนพวกท่านทำลูกชิ้นหมู ซึ่งเป็สินค้าสำหรับกิจการของข้าในยามนี้ นี่คือเงินสำหรับซื้อเนื้อหมูหากมีเงินเหลือ ไว้ข้าค่อยคุยกับท่านลุงพ่อบ้านเื่การทำบัญชีอีกครั้ง”
“รับทราบขอรับคุณหนู บ่าวจะจัดการตามคำสั่งให้เรียบร้อย เอ่อ คุณหนูขอรับคุณชายเสิ่นอยากได้กระดาษ พร้อมหมึกกับพู่กันขอรับ” ห้าวเหลียงรีบบอกจ้าวจางิ่ ถึงสิ่งที่เสิ่นหนิงเทียน้า ยามที่ตนได้ไปสอบถามตามหน้าที่เมื่อยามเช้าที่ผ่านมา
“ท่านนำไปให้คุณชายเสิ่นได้เลยเ้าค่ะ อ้อ ข้าฝากรถเข็นไปเก็บให้ด้วยนะเ้าคะ”
“คุณหนูรถเข็นอุปกรณ์พวกนี้ ให้เป็หน้าที่ของบ่าวเถิดขอรับ คุณหนูกับหนิงอวี่และฮุยอินไปพักผ่อนจะดีกว่าขอรับ” เป่าเฟิงอาสานำรถเข็นที่ค่อนข้างหนักไปเก็บแทน แม้ยามนี้จะไม่มีลูกชิ้นหลายร้อยไม้อยู่แล้ว แต่แค่อุปกณ์ที่ทำจากเหล็กก็ยังหนักอยู่ดี
“ขอบใจมากเป่าเฟิง วันนี้หากไม่ได้เ้ากับจงเหลียนไปช่วย คุณหนูคงเหนื่อยมากเช่นก่อนหน้าเป็แน่” หนิงอวี่เอ่ยขอบใจลูกจ้างคนใหม่ ที่จ้าวจางิ่เปลี่ยนสถานะให้เมื่อวานนี้
“โธ่ หนิงอวี่เ้าอย่าได้พูดเช่นนั้นเลย พวกข้าเต็มใจและดีใจเสียอีกที่ได้ช่วยแบ่งเบางานของคุณหนู ของพวกนี้เบาเสียที่ไหนกัน” เป่าเฟิงไม่คิดว่านี่เป็การมีน้ำใจอันใด เพราะเป็งานที่พวกเขาควรทำ
“ใช่แล้วหนิงอวี่ อีกอย่างข้ารู้สึกชอบการขายของขึ้นมาเสียแล้ว ลูกค้าแต่ละคนก็มีความชอบไม่เหมือนกัน ทั้งยังใช้การค้าเพื่อหาข่าว หากในอนาคตคุณหนู้าขยายกิจการไปเมืองข้างเคียง ย่อมเป็เื่ง่ายที่ได้รู้ข่าวสารเกี่ยวกับพ่อค้าแม่ค้าในเมืองนั้น ๆ ด้วย” จงเหลียนพูดออกจากใจของตน เขาชื่นชอบการค้าเพราะเล็งเห็นประโยชน์ จากเื่นี้คนที่จะบอกเล่าเื่สินค้าหรืออาหารได้ดี ก็คือลูกค้าทั้งหลายอย่างไรเล่า
“เป็ความคิดที่ดีไม่เลวเลย พี่จงเหลียนข้ากำลังคิดจะหาร้านค้า ในเมื่อท่านชื่นชอบเื่นี้ท่านช่วยหาร้านค้า ที่อยู่ในทำเลดี ๆ และสามารถมองเห็นได้ง่าย สอบถามราคาจากนั้นค่อยหาช่างมาปรับปรุง เพราะต่อไปนอกจากลูกชิ้นปิ้งนี้แล้ว ยังมีอาหารรายการอื่นอีกมากเ้าค่ะ”
“ขอบคุณคุณหนูที่ไว้วางใจ ท่านเชื่อมือข้าได้เลยรับรองไม่ผิดหวังแน่นอนขอรับ” จงเหลียนดีใจ เมื่อจ้าวจางิ่ยกเื่นี้ให้เขารับผิดชอบ
“ฮ้ายย พวกเ้าหยุดพูดก่อนเถิด ให้คุณหนูได้กลับเรือนไปพักผ่อนเสียหน่อย ยามซื่อยังต้องมาสอนพวกเราทำลูกชิ้นอีกนะ คุณหนูกลับไปทานอาหารและพักผ่อนก่อนเถิด เื่อื่น ๆ ในจวนบ่าวจะดูแลให้เองขอรับ” ห้าวเหลียงรีบตัดบทสนทนาไว้เพียงเท่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเลยเวลาทานอาหารเช้าของจ้าวจางิ่ได้
เมื่อแยกกันไปทานอาหารมื้อเช้า ห้าวเหลียงให้หลิงฉีกับจื่อถงรีบไปตลาด หลังจากทานเสร็จก่อนใครเพื่อซื้อเนื้อหมู จำนวนสี่สิบจินตามที่จ้าวจางิ่้า และพวกเขาก็ไปรออยู่ที่ห้องครัวก่อนยามซื่อเล็กน้อย ถึงไม่มีใครพูดออกมาก็เดาได้ว่ากำลังตื่นเต้น
พอใกล้ถึงเวลาจ้าวจางิ่มาถึงห้องครัว ก็พบว่าลูกจ้างทั้งหมดมารออยู่ก่อนแล้ว และหนึ่งในนั้นยังมีเสิ่นหนิงเทียนอีกคน ที่สนใจอยากรู้ว่าเ้าลูกชิ้นนั้นทำอย่างไร มันถึงออกมาเป็ลูกกลม ๆ ขนาดเท่ากันได้
จ้าวจางิ่ไม่พูดมากให้เสียเวลา นางเริ่มแนะนำอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้เสียก่อน ค่อยตามด้วยวิธีเติมส่วนผสมไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
“เอาล่ะในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว ท่านลุงพ่อบ้านช่วยยกเครื่องมือสำคัญ ที่เก็บอยู่ในตู้ด้านหลังออกมาทั้งสี่ชิ้นให้ข้าทีเ้าค่ะ” ยังดีที่จ้าวจางิ่นำเครื่องมือทั้งหมด มาเก็บไว้ในห้องเก็บของให้ห้องครัวก่อนแล้ว
“ขอรับคุณหนู”
ห้าวเหลียงพยักหน้าให้เหว่ยหงกับซีหยุน ช่วยกันยกเครื่องมือที่จ้างจางิ่บอก และนำมาวางบนโต๊ะทันที ทุกคนที่เห็นสิ่งของแปลกตาก็งุนงงอยู่บ้าง ว่าจ้าวจางิ่จะนำมาทำสิ่งใด
“ทุกคนข้าจะอธิบายให้พวกท่านฟัง เครื่องมือสองชิ้นด้านขวามือคือเครื่องบดเนื้อหมู เราจะหั่นเนื้อหมูไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป จากนั้นใส่ลงในเครื่องบดนี้และออกแรงหมุนที่ด้ามจับ เนื้อหมูที่ถูกบดจะไหลออกมาด้านหน้ารูเล็ก ๆ เราจะบดซ้ำจนกว่าเนื้อจะละเอียดมากที่สุด”
“ส่วนเครื่องมืออีกสองชิ้นนี้เรียกว่า เครื่องทำลูกชิ้นโดยนำเนื้อหมูที่ผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ เสร็จ ใส่ลงไปจากนั้นกดด้ามจับอันแรก ให้เนื้อหมูออกมาจากรูด้านล่าง กะขนาดน้ำหนักมือให้ลูกชิ้นมีขนาดพอดี โดยจะวางเครื่องไว้บนขอบของหม้อใบใหญ่ ที่ต้มน้ำจนเดือดและลดไฟให้อ่อนเพื่อลวกลูกชิ้นให้สุก”
“เอ่อ คุณหนูเ้าคะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกชิ้นมันสุกหรือไม่สุกเ้าคะ” เฟิ่นอินเอ่ยถามเมื่อนางสงสัย
“การสังเกตว่าลูกชิ้นสุกแล้วหรือไม่นั้นง่ายมาก เมื่อลูกชิ้นที่ต้มในหม้อลอยขึ้นมานั่นหมายความว่า ลูกชิ้นสุกแล้วให้ตักไปแช่น้ำเย็น รอให้หายร้อนก็นำมาเสียบไม้ หรือจะนำไปทอดหรือผัดใส่ผัก ก็อร่อยได้ไม่ต่างกันเอาล่ะถ้าอยากรู้ว่าเป็อย่างไร ควรลงมือทำดีไหมเ้าคะ” จ้าวจางิ่เห็นทุกคนสนใจ จึง้าให้ลงมือทำจะได้เห็นผลจริง
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
จ้าวจางิ่ให้เหล่าบุรุษช่วยกันบดเนื้อ เพราะต้องใช้แรงมากในการหมุนเครื่องบด ส่วนฝั่งสตรีช่วยกันเตรียมเครื่องปรุง สำหรับใช้ผสมกับเนื้อหมูตามปริมาณที่เหมาะสม พร้อมกับติดเตาตั้งหมอใส่น้ำต้มให้เดือด ทุกคนตั้งใจทำและร่วมมือกันเป็อย่างดี แต่ยกเว้นเสิ่นหนิงเทียนไว้หนึ่งคน เขาเพียงอยากเห็นว่าทำอย่างไรเท่านั้น และยังลอบมองคุณหนูของจวน ซึ่งกำลังสอนลูกจ้างอย่างเอาจริงเอาจัง
