กู้อวี้มองเจินเจินอย่างอ่อนใจ แต่ก็ไม่กล้าหักหน้านางต่อหน้าคนอื่น จึงยอมให้ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ไท่ซือเพื่อรินน้ำชาให้สหาย อย่าได้เห็นว่านางเป็เด็กเชียว ทำอะไรคล่องแคล่วว่องไวมาก ตอนที่รินน้ำชาใส่ถ้วยก็ไม่หกเลอะเทอะเลยแม้แต่น้อย
“ขอบใจมาก” ไป๋เฮ่ายื่นมือไปหมายจะลูบศีรษะเจินเจิน แต่กู้อวี้กลับยื่นมือมาอุ้มลงไปจากเก้าอี้เสียก่อน
“เ้าเหลือคัดอักษรอีกแค่ไม่กี่ตัว รีบไปคัดให้เสร็จเถอะ จะได้ออกไปกินเต้าฮวยเชื่อม”
เจินเจินจึงได้แต่ต้องกลับไปนั่งทะเลาะกับตัวอักษรหลังโต๊ะหนังสือต่อ
“ทางในเมืองเป็อย่างไรบ้าง ท่านลุงของเ้าว่าอย่างไร” กู้อวี้เดินไปนั่งข้างไป๋เฮ่าพร้อมเอ่ยถาม
อีกฝ่ายตอบด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง “เ้าคงไม่ทราบ นิยายเล่มที่เ้าให้ข้าไปได้วางขายในเมืองเช่นกัน อีกทั้งร้านที่นำไปขายก็เป็ร้านคู่แข่งกับร้านของท่านลุง ร้านหนังสืออวี๋หลินไม่เพียงขายของลอกเลียนแบบ ทว่ายังวางขายในวันเดียวกันด้วย วันที่วางขายเถ้าแก่ของร้านหนังสืออวี๋หลินยังวิ่งมาแย่งลูกค้าไปจากร้านท่านลุงข้าเลย แต่ปรากฏว่า...คิดแล้วก็น่าหัวเราะ เพราะหนังสือทั้งสองเล่มมีข้อแตกต่างอย่างชัดเจน พอผู้อ่านนำมาเปรียบเทียบกันก็รีบนำหนังสือไปขอเงินคืนที่ร้านหนังสืออวี๋หลินทันที”
กู้อวี้ฟังอย่างเงียบๆ ขณะที่เจินเจินซึ่งเดิมทีต้องตั้งใจคัดอักษร ทว่าเวลานี้กลับเงี่ยหูฟังบทสนทนาของพี่ชายกับสหาย ซึ่งนางรู้สึกว่าสนุกกว่านิทานที่นักเล่านิทานในโรงน้ำชาเล่าเสียอีก
อีกทั้งเื่ราวที่ไป๋เฮ่าเล่ามา ทำให้นางได้รับรู้ถึงสิ่งหนึ่งนั่นคือ...กู้อวี้ถูกรังแก!
พี่ชายของนางถูกรังแก! นางโมโหยิ่งนัก!
“ว่าแต่เ้าจะไปรายงานตัวที่สำนักศึกษาในอำเภอเมื่อใด” ไป๋เฮ่าเปลี่ยนเื่ “แล้วพอถึงตอนนั้นจะพักอยู่ที่บ้านหรือพักในสำนักศึกษา”
“ข้าทำเื่เข้าเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดเรียนก็จะกลับไปพักที่บ้าน” กู้อวี้ตอบ ชายหนุ่มไม่ชอบพักร่วมกับผู้อื่น ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะเข้ากันได้หรือไม่ ทุกคนล้วนมีวิถีการใช้ชีวิตและนิสัยแตกต่างกัน หากพักอยู่ด้วยกันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความอึดอัดไม่สะดวกสบาย อีกทั้งนิสัยส่วนตัวของเขายังมีนิสัยเ็า และไม่ชอบความลำบาก
“หากเ้าพักอยู่ที่บ้าน เช่นนั้นข้าก็จะไม่พักที่สำนักศึกษา” ไป๋เฮ่าพูด ก่อนหน้านี้เขาวางแผนเอาไว้ว่า หากกู้อวี้พักอยู่ที่สำนักศึกษา เขาก็จะขอพักห้องเดียวกัน ในแต่เมื่ออีกฝ่ายออกมาพักที่บ้าน เช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องเอาตัวเองไปลำบากพักอยู่ที่นั่น
“แล้วเ้าอยู่ห้องใด” ไป๋เฮ่าถามต่อ
“ห้องที่หนึ่ง” กู้อวี้ตอบ
ไป๋เฮ่าฟังแล้วถึงกับตาโต “ห้องที่หนึ่งมีแต่ซิ่วไฉ แม้แต่ถงเหนียนสักคนก็ไม่มี เ้าเองก็ไม่ใช่ถงเหนียนแต่กลับได้เรียนห้องนี้!” พูดจบก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้ “บอกมาว่าซูเสียนเป็คนช่วยเ้าใช่หรือไม่”
กู้อวี้เหลือบตามองด้วยแววตาเ็า “ระวังวาจาด้วย ข้าแค่เคยทำข้อสอบกับคนในห้องนั้นแล้วได้ที่หนึ่งมาก็เท่านั้น”
ไป๋เฮ่า “…”
เขารู้สึกเหมือนถูกคนเอาไม้ฟาดอย่างแรง เป็หนอนหนังสือนี่มันดีจริงๆ!
“แล้วปีนี้เ้าจะสอบหรือไม่” ทันทีที่ไป๋เฮ่าถามประโยคนี้ แต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าถามออกไปเลย
“สอบ” กู้อวี้ตอบ “ว่าแต่เื่โจรลักพาตัวเด็ก เ้าจัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”
“ข้าเป็คนจัดการเสียอย่าง เ้าวางใจได้เลย พอข้าเข้าไปในเมืองก็เร่งจัดการเื่นี้ทันที ก่อนจะมาที่นี่ข้าได้แวะไปถามข่าวกับพ่อบ้าน เขาบอกว่านายอำเภอได้ส่งตัวซุนเซิ่งและมารดาออกจากจวนไปแล้ว แต่ดูเหมือนฮูหยินนายอำเภอจะไม่ค่อยพอใจกับการจัดการเช่นนี้สักเท่าไร จึงได้พาซุนอวี้บุตรชายของตัวเองย้ายออกจากจวนไปด้วย นอกจากนั้นพ่อบ้านยังสืบข่าวมาได้อีกว่า ฮูหยินนายอำเภอพาซุนอวี้กลับไปที่บ้านเดิมของตนเอง เื่นี้คาดว่านายอำเภอต้องออกตัวปกป้องซุนเซิ่งเป็แน่ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็หลิ่นเซิง ไม่แน่ต่อไปภายภาคหน้าอาจจะสอบผ่านระดับสองหรือระดับจิ้นซื่อก็เป็ได้ บ้านเดิมของฮูหยินนายอำเภอแม้จะมีฐานะดี แต่เป็ตระกูลพ่อค้า พวกเขาคงต้องเกลี้ยกล่อมบุตรสาวให้ยอมเป็แน่”
กู้อวี้หลุบตาลงมองถ้วยชาในมือก่อนเอ่ยว่า “ค่อยว่ากันก็แล้วกัน”
ไป๋เฮ่ายกมือเกาศีรษะ “ความจริงข้าสามารถขอให้ท่านลุงช่วยได้…”
กู้อวี้ส่ายหน้า “ไม่จำเป็ อย่าได้ลากชาวบ้านธรรมดาให้เข้าไปยุ่งกับข้าราชการเลย เื่นี้พอแค่นี้เถอะ แต่อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณเ้ามากที่ช่วยเป็ธุระจัดการเื่นี้ให้”
ครั้นเห็นสหายไม่อยากสืบสาวราวเื่กับเื่นี้ต่อ ไป๋เฮ่าจึงไม่พูดอะไรอีก อีกอย่างเขารู้จักนิสัยของกู้อวี้ดี อีกฝ่ายไม่ชอบติดหนี้น้ำใจผู้ใด ยกเว้นตน เพราะตนคือสหายสนิท ซึ่งเื่นี้นับเป็ความรู้สึกภูมิอกภูมิใจอย่างมาก
ไป๋เฮ่านึกว่ากู้อวี้ไม่อยากยุ่งยากเลยคิดจะยืมมือฮูหยินนายอำเภอมาจัดการ ทว่าที่ไป๋เฮ่าไม่ทราบก็คือ สหายสนิทของเขานั้นมีวิธีอื่นอยู่แล้ว
“ครั้งนี้เคราะห์ดีที่เ้าเอาหนังสือเล่มนั้นมาให้ ท่านลุงสามของข้าเลยสามารถกำจัดคู่แข่งไปได้โดยไม่ต้องลงมือ ด้วยเหตุนี้ท่านลุงเลยเตรียมของตอบแทนให้ข้านำมามอบให้เ้า ลองดูว่าจะนำกลับไปเก็บไว้ที่บ้านหรือจะเก็บไว้ที่จวนใหม่แห่งนี้ดี”
“เก็บไว้ที่นี่ดีกว่า” กู้อวี้นิ่งคิดอยู่สักครู่ถึงค่อยเอ่ย “ข้าจะให้ท่านแม่ดูว่ามีของที่ใช้ที่นี่ได้หรือไม่”
“ได้ เช่นนั้นข้าจะให้คนยกเข้ามาไว้ในจวน”
เจินเจินเห็นกู้อวี้เดินออกไปข้างนอกก็รีบวิ่งตามไปจับมือเอาไว้ ขณะที่ตามองไปทางโน้นทีทางนี้ที
กู้อวี้ไม่ได้ติดใจเื่ที่เจินเจินยังคัดอักษรไม่เสร็จ เขาจูงมือพาเด็กหญิงเดินออกมาข้างนอกจวน
ขณะเดียวกันไป๋เฮ่ากำลังสั่งให้คนขับรถขนของลงจากรถม้า กู้อวี้รับรู้ได้ถึงคำขอบคุณอย่างมากล้นจากสิ่งตอบแทนที่ลุงของไป๋เฮ่ามอบให้ ฝ่ายนั้นถึงกับมอบของตอบแทนให้เต็มรถม้าเลยทีเดียว
กู่ซื่อที่เดินตามออกมามองกู้อวี้อย่างลำบากใจ “ของมากมายขนาดนี้ หากรับไว้ทั้งหมดคงไม่ค่อยเหมาะกระมัง” ของเ่าั้มีทั้งผ้าไหม ของกินเล่นและสุรา สหายของบุตรชายให้ของตอบแทนมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“ท่านแม่ ท่านรับไว้อย่างวางใจเถิด ข้าช่วยท่านสุงสามของไป๋เฮ่าเอาไว้ครั้งใหญ่ ท่านลุงก็เลยให้ของตอบแทนเหล่านี้มา” กู้อวี้พูดบอกมารดา
“ใช่แล้วท่านป้า รับเอาไว้เถิดขอรับ กู้อวี้ช่วยท่านลุงสามของข้าเอาไว้ ของตอบแทนแค่นี้นับว่าเล็กน้อย ขอท่านอย่าได้รังเกียจ” ไป๋เฮ่ารู้ดีว่ากู้อวี้ปิดบังเื่เขียนหนังสือกับครอบครัว คนภายนอกที่รู้มีแค่เขากับท่านลุงสามเท่านั้น ทว่ายามนี้มีคนรู้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้วนั่นคือเจินเจิน แต่อีกฝ่ายเป็แค่เด็ก คงฟังไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้เขากับกู้อวี้พูดเื่อะไรกัน
กู่ซื่อ “…”
บุตรชายของนางเติบใหญ่ขึ้น ความสามารถจึงมากขึ้นตามไปด้วย ช่างเถอะ ในเมื่อเขาไม่บอก นางก็จะไม่ถาม รู้แค่ว่าของเหล่านี้กู้อวี้เป็คนหามาได้ก็เพียงพอแล้ว
“ท่านแม่ ข้าจะไปส่งไป๋เฮ่า แล้วจะพาเจินเจินไปกินเต้าฮวยเชื่อมด้วย”
“ไปเถอะ นำเงินไปพอใช้หรือไม่” กู่ซื่อยิ้มอย่างเห็นดีเห็นงามที่บุตรชายจะพาเจินเจินไปกินขนม
ยังไม่ทันที่กู้อวี้จะตอบ เป็ไป๋เฮ่าที่พูดแทน “ท่านป้าไม่ต้องเป็ห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน ข้าก็จะไปกินเต้าฮวยเชื่อมด้วย กู้อวี้ ข้าไปกับเ้าด้วย”
พูดจบหันไปพูดกับคนขับรถม้า “เ้ากลับไปก่อนได้เลย เดี๋ยวข้าค่อยกลับเอง”
คนขับรถม้าพยักหน้ารับคำ
ไป๋เฮ่าเห็นสหายจูงมือเจินเจินก็คิดอยากจะจูงบ้าง ทว่าจู่ๆ กู้อวี้กลับเปลี่ยนจากจูงมือเป็อุ้มเสียอย่างนั้น เขากลอกตามองบน ‘สหายของเขาช่างใจแคบเสียจริง มีน้องสาวแล้วเจ๋งนักหรืออย่างไร’
ใช่ มีน้องสาวแล้วเจ๋งจริงๆ นั่นแหละ
ไว้กลับถึงจวนเมื่อไหร่เขาจะบอกให้ท่านพ่อท่านแม่ขยันๆ จะได้มีน้องสาวเพิ่มมาสักคน ถึงตอนนั้นเขาจะได้ไม่ต้องมาอิจฉาสหายแล้ว
ทั้งหมดมุ่งหน้าจะไปกินเต้าฮวยเชื่อม ระหว่างทางเดินผ่านร้านหนังสือฉีซั่นก็พบว่าประตูร้านปิดสนิท
“พวกเ้าจะมาซื้อหนังสือหรือ เปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นเถิด ไม่รู้เถ้าแก่ร้านนี้ไปล่วงเกินผู้ใดเข้า เมื่อเช้าเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมาพังข้าวของจนเสียหายไปหมด ทั้งยังเผาหนังสือไปอีกหลายเล่ม” คนงานของร้านข้างๆ ะโบอกมาจากในร้าน
ไป๋เฮ่าได้ยินเช่นนี้ก็เดินเข้าไปในร้านที่คนเพิ่งะโออกมา เขาแสร้งทำเป็ซื้อของสองสามอย่างพลางถามถึงรายละเอียดของเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า
