อู๋เสียนจงถูกเซียวหนิงหลงลงโทษจนหมดสภาพ เขากลายเป็คนพิการยิ่งกว่าหลานชายของตน แต่เซียวหนิงหลงไม่ได้ใจดำจนเกินไปนัก ยังอนุญาตให้เจียวมิ่งไปเชิญท่านหมอเกามาช่วยรักษาแผลของอู๋เสียนจง ก่อนจะจ่ายเงินจ้างสำนักคุ้มภัยนำตัวไปส่งถึงหน้าประตูจวนพร้อมกับจดหมายไม่มีชื่อผู้เขียน ระหว่างการเดินทางอู๋เสียนจงได้แต่นอนอยู่บนรถม้า เื่ส่วนตัวของเขาทุกอย่าง ล้วนต้องรบกวนคนของสำนักคุ้มภัยช่วยจัดการทั้งสิ้น
ตอนนี้ได้แต่คิดว่าสิ่งที่ตนลงมือทำนั้น เป็สิ่งที่เห็นแก่ตัวอย่างที่เซียวหนิงหลงกล่าวมาไม่มีผิด แต่มาคิดเสียใจทีหลังมันก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขเื่นี้ได้ ตนเองเคยเข้าไปเยี่ยมหลานชายอย่างอู๋เจี้ยนหาว ยามที่นอนอยู่บนเตียงทั้งยังพูดจาเหยียดหยาม ที่เขากลายเป็คนพิการขาเป๋ั้แ่อายุยังน้อย
ยามนั้นเขามีเพียงความสะใจที่เห็นบุตรชายของพี่ใหญ่ต้องพิการ แต่พอนึกถึงสภาพของตนที่อเนจอนาถยิ่งกว่าหลานชาย ก็เกรงว่ายามกลับถึงจวนตนเองจะถูกผู้อื่นกระทำกับตนเช่นนั้นเหมือนกัน บางทีอาจจะรุนแรงมากกว่าหลายเท่าก็เป็ได้ อู๋เสียนจงได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ ว่าทำไมเซียวหนิงหลงไม่ฆ่าเขาให้ตายไปเสีย เหตุใดต้องทำให้เขากลายเป็ตัวตลกต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้ด้วย
ด้วยการเดินทางที่ไม่อาจหยุดพักตลอดทาง ทำให้ขบวนส่งคนของสำนักคุ้มภัยครั้งนี้ เดินทางมาถึงเมืองหลวงภายในยี่สิบวัน ขบวนคุ้มกันบังคับรถม้าตรงไปยังจวนตระกูลอู๋ ที่พวกเขาถามทางกับชาวบ้านตามถนน จนรู้ว่าจวนตั้งอยู่ทิศทางใด เมื่อมาถึงหน้าจวนแล้วหัวหน้าผู้คุ้มกัน จึงเดินเข้าไปแจ้งกับบ่าวหน้าประตูจวนทันที
“น้องชายข้าและสหายมาจากสำนักคุ้มภัยเมืองหย่งจิน ได้รับการว่าจ้างให้พาคุณชายของจวนนี้มาส่ง รบกวนพวกเ้าพาคนมารับคุณชายลงจากรถม้าด้วยเถิด เพราะยามนี้เขาได้รับาเ็สาหัสพอสมควร หากน้องชายไม่เชื่อจะขึ้นไปดูคนก่อนก็ย่อมได้ ว่าคนบนรถม้าใช่คุณชายของจวนนี้ตามที่ข้าบอกไปหรือไม่”
“เช่นนั้นคงต้องขออนุญาตพี่ชายท่านแล้วขอรับ ข้าขอขึ้นไปดูว่าใช่คุณชายของพวกเราหรือไม่ ท่านรอข้าสักประเดี๋ยวนะขอรับ” บ่าวที่รับแจ้งเื่จึงขึ้นไปดูบนรถม้า พอเห็นร่างที่คุ้นตาเท่านั้นถึงกับะโเสียงดังออกมาทีเดียว
“คุณชายสาม!!! ใช่ท่านจริง ๆ ด้วยขอรับเหตุใดถึงได้าเ็หนักเช่นนี้ได้ ท่านรอบ่าวก่อนนะขอรับบ่าวจะรีบไปแจ้งพ่อบ้านและพาคนมาช่วยพาท่านลงไป”
“ข้าไม่ได้พูดโกหกใช่ไหมน้องชายรบกวนเ้ารีบจัดการด้วย เพราะข้าต้องรีบเดินทางกลับเมืองหย่งจินเช่นกัน”
“ขอบคุณพี่ชาย ข้าจะรีบไปแจ้งท่านพ่อบ้านเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”
เมื่อบ่าวผู้นี้พูดจบเขาก็รีบวิ่งเข้าไปในจวน เรียกหาตัวพ่อบ้านจนเสียงดังไปทั่วทันที จนมาเจอพ่อบ้านคุมบ่าวไพร่อยู่ในห้องโถง เขาวิ่งเข้าไปประชิดจนพ่อบ้านแทบหงายหลัง
“นี่เ้าจะรีบร้อนวิ่งเข้ามาทำไม หากข้าหงายหลังล้มลงาเ็เ้าจะโดนลงโทษไม่น้อยเลยนะ” พ่อบ้านอู๋ตะคอกบ่าวผู้นี้เสียงดังจนเขาย่นคอเบี่ยงหน้าหลบไปอีกทาง
“ขออภัยขอรับท่านพ่อบ้าน แต่ข้ามีเื่ด่วนมาก ๆ มาบอกท่าน ๆ รีบตามข้าไปที่หน้าจวนตอนนี้ และตามบ่าวที่ร่างกายแข็งแรงไปด้วยสักสามสี่คนนะขอรับ”
“มีเื่อะไรเกิดขึ้นที่หน้าจวนรึ ทำไมต้องพาบ่าวที่ร่างกายแข็งแรงหลายคนตามไปอีก รีบพูดมาให้ข้าเข้าใจเดี๋ยวนี้อย่ามัวแต่อมพะนำเอาไว้” พ่อบ้านอู๋เริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ที่หน้าจวนมีรถม้าจากสำนักคุ้มภัยเมืองหย่งจิน พาคุณชายสามมาส่งตามการว่าจ้าง ตะ ตะ แต่ว่าคุณชายสามาเ็หนักมาก ไม่อาจลุกขึ้นเดินได้ด้วยตนเองเช่นแต่ก่อนขอรับ”
“อะไรนะ!! คุณชายสามาเ็หนักจนลุกเดินเองไม่ได้ ตายแน่ ๆ ๆ รีบไปเร็วเข้า เื่ใหญ่เกิดกับตระกูลอู๋อีกแล้วหรือนี่ พวกเ้าสี่คนหยุดมือก่อนแล้วรีบตามข้าไปที่หน้าจวนเดี๋ยวนี้”
พ่อบ้านอู๋รีบวิ่งตามบ่าวคนที่มาบอกข่าวกับตน พร้อมบ่าวชายที่แข็งแรงอีกสี่คน พอถึงหน้าจวนก็เห็นมีรถม้าจอดรออยู่ กับคนจากสำนักคุ้มภั เขารีบเข้าไปสอบถามกับคนเป็หัวหน้า ถึงเื่ราวของคุณชายสามทันที
“น้องชายท่านนี้พอจะบอกได้หรือไม่ ว่าผู้ใดให้เ้ามาส่งคุณชายของข้า”
“ขอบอกท่านตามตรงคนที่ให้นำคุณชายท่านนี้มาส่ง ข้าเองก็ไม่ทราบว่าชื่อแซ่อันใดเช่นกัน ตอนที่นายจ้างส่งมอบงานมาให้ บนรถม้าก็มีคุณชายท่านนี้นอนรออยู่ก่อนแล้ว และมีจดหมายไม่ลงนามฝากมาถึงบิดาของคุณชายด้วยขอรับ” หัวหน้าชุดคุ้มกันพูดจบจึงยื่นจดหมายให้กับพ่อบ้านอู๋
“ขอบใจพวกเ้ามาก ที่คอยดูแลคุณชายของข้ามาตลอดทาง คงลำบากไม่น้อยเงินในถุงนี้อาจจะไม่มาก แต่ก็ถือเป็น้ำใจตอบแทนพวกเ้าทุกคนก็แล้วกันนะ” พ่อบ้านอู๋มอบถุงใส่เงินจำนวนสิบตำลึงเงิน เป็การตอบแทนชุดคุ้มกัน ที่คอยดูแลทำความสะอาดให้กับอู๋เสียนจงมาตลอดทาง
“เช่นนั้นพวกข้าต้องขอตัวก่อนนะขอรับ เพราะต้องรีบเดินทางกลับเมืองหย่งจินก่อนที่จะเกิดา” หัวหน้าชุดคุ้มกันมีภารกิจอีกหนึ่งอย่างที่ได้รับมอบหมายมาด้วย นั่นคือการปล่อยข่าวเื่า
“นะ นะ น้องชายท่านนี้ เมื่อครู่เ้าบอกว่าจะมีางั้นรึ าระหว่างแคว้นไหน เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อนเล่า” พ่อบ้านอู๋ที่ถามกลับไปด้วยเสียงที่ดัง ทำให้ชาวบ้านแถวนั้น หูผึ่งขึ้นมาทันใดและเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ๆ ทีละนิด เพื่อฟังข่าวเื่านี้ด้วย
“ข้าขอไม่ปิดบังท่านพ่อบ้าน เมื่อสัปดาห์ก่อนที่เมืองหย่งจินกับตำบลหย่งฝู ได้ต่อสู้กับทหารแคว้นตงหนานพวกมันบุกเข้ามาทางูเาจำนวนหลักหมื่น แต่ยังถือว่าโชคดีที่มีทหารจากเมืองหลวงไปช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงเสียเมืองหย่งจินให้แคว้นตงหนานแล้วขอรับ และตอนนี้ที่ชายแดนกำลังตึงเครียดเป็อย่างมาก เพราะกองทัพของเรายังเดินทางไปไม่ถึง ส่วนแคว้นตงหนานเองกำลังรวบรวมกำลังทหารให้ได้มากที่สุด ด้วย้าสังหารแม่ทัพใหญ่อย่างชินอ๋อง
ให้ได้ในสนามรบ ข้ากับลูกน้องจึงต้องรีบเดินทางกลับ เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์าอีกครั้งน่ะ” หัวหน้าชุดคุ้มกันพูดจบก็มีชาวบ้านคนหนึ่งทนไม่ไหวรีบเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจทันที
“นี่พี่ชายที่ท่านบอกว่าจะมีาระหว่างแคว้นเร็ว ๆ นี้ เป็เื่จริงอย่างนั้นหรือ”
“ที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริงพวกท่านควรซื้อเสบียงเก็บเอาไว้ได้แล้วนะ หากข่าวนี้มาถึงเมืองหลวงข้าวสารอาหารแห้งย่อมขึ้นราคาเพิ่มอีกหลายเท่า ข้าต้องขอตัวเดินทางกลับเมืองหย่งจินแล้ว” หัวหน้าชุดคุ้มกันตอบคำถามของชาวบ้านจบ ก็ขึ้นม้าพร้อมกับลูกน้องออกมาจากบริเวณนั้นทันที
“ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบไปซื้อข้าวสารกับแป้งเก็บไว้ดีกว่า ก่อนที่ราคาจะแพงเมื่อข่าวเื่ามาถึงเมืองหลวง”
“ข้าไปด้วย ๆ พวกเราไปพร้อมกันเถอะ”
พอชาวบ้านกระจายตัวออกไปจากหน้าจวนตระกูลอู๋แล้ว พ่อบ้านจึงให้บ่าวที่พามาขึ้นไปอุ้มร่างของอู๋เสียนจง กลับเข้าจวนไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากให้ใครได้เห็นสภาพของเขานั่นเอง
และพ่อบ้านอู๋ไม่ลืมสั่งบ่าวอีกคน ให้รีบไปตามท่านหมอมาตรวจอาการของอู๋เสียนจงที่เรือน เมื่อเข้ามาในจวนพ่อบ้านอู๋จึงวิ่งไปที่เรือนของอู๋เจียงสงเพื่อรายงานเื่คุณชายสาม รวมถึงเื่าที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเ้าของจวน
แม้จะเหนื่อยหอบหายใจแทบไม่ทัน แต่พ่อบ้านอู๋ยังต้องรายงานโดยเร็ว “แฮ่ก ๆ ๆ นายท่าน ๆ เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับคุณชายสามได้รับาเ็หนัก คนจากสำนักคุ้มภัยเมืองหย่งจินพามาส่ง ที่สำคัญตอนนี้ที่ชายแดนเมืองหย่งจินกำลังจะมีาระหว่างแคว้นขอรับ”
“เ้าว่าอะไรนะ!!! เสียนจงาเ็หนักได้อย่างไร แล้วาระหว่างแคว้นอะไรนั่นใช่เื่จริงงั้นรึ” อู๋เจียงสงที่กำลังปวดหัวกับเื่บัญชีร้านค้า ถึงกับะโเสียงดังเมื่อฟังเื่ที่พ่อบ้านบอกมา
“เป็เื่จริงขอรับ หัวหน้าชุดคุ้มกันบอกด้วยตนเอง เพราะว่าพวกเขาเพิ่งจะรอดพ้นจากน้ำมือทหารแคว้นตงหนาน นี่เป็จดหมายที่มีคนฝากมาพร้อมกับคุณชายสามขอรับ” พ่อบ้านอู๋ยื่นจดหมายให้อู๋เจียงสง
เมื่ออู๋เจียงสงรับเอาจดหมายมาเปิดอ่าน เขาถึงกับโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันใด นี่เ้าเสียนจงมันกล้าวางแผนเพื่อแย่งชิงของผู้อื่นเช่นนั้นรึ ไม่แปลกใจเลยที่จะโดนฝ่ายนั้นจัดการและส่งกลับมา
“ไม่ได้เื่!!! ไม่ได้เื่สักคนเ้าลูกไร้ประโยชน์พวกนี้ ทำไม ๆ ข้าจะต้องมีบุตรชายไร้ความคิดเยี่ยงนี้ด้วย ไป!! ข้าจะไปดูน้ำหน้าเ้าลูกสารเลวนั่นเสียหน่อย”
“ข้าน้อยให้บ่าวไพร่แบกคุณชายสามไปส่งที่เรือน และไปตามท่านหมอมาตรวจอาการแล้วขอรับ” อาการกรุ่นโกรธของนายท่านเช่นนี้ เขาไม่เคยเห็นมานานมากแล้ว ั้แ่คุณชายรองถูกไล่ออกจากจวน
อู๋เจียงสงเดินออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าไปที่เรือนของบุตรชายคนที่สามอย่างรวดเร็ว พ่อบ้านอู๋ก็รีบวิ่งตามหลังไปอย่างไว เกรงว่าครั้งนี้เรือนอนุเจินคงลำบากเสียแล้ว
พอเข้ามาใกล้เรือนของอู๋เสียนจง พวกเขาสองคนก็ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญ ซึ่งเป็เสียงของอนุเจินดังเล็ดลอดออกมาจากในห้องนอน ที่ตอนนี้มีท่านหมอกำลังตรวจอาการ ด้วยสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกว่าแค่รักษาชีวิตจนรอดกลับมาก็โชคดีมากแล้ว
“ฮือ ๆ ๆ ลูกแม่ ผู้ใดกันลงมือทำร้ายเ้าได้ถึงเพียงนี้ ช่างโเี้เกินมนุษย์ยิ่งนัก ท่านหมออาการลูกชายข้าเป็อย่างไรบ้างท่านพอจะรักษาได้หรือไม่” อนุเจินที่ร้องไห้จนดวงตาปูดบวมไม่น่าดู หันไปถามอาการของอู๋เสียนจงกับท่านหมอที่มาทำการตรวจรักษา แต่คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้อนุเจินรับไม่ได้กับอาการาเ็ของบุตรชาย
“เฮ้อออ ขอตอบท่านตามตรง อาการของคุณชายสามไม่สามารถรักษาได้แล้ว แม้แต่หมอเทวดาก็ยังไม่อาจช่วยได้ขอรับ ข้าเองก็จนปัญญาจริง ๆ เพราะเส้นเอ็นถูกตัดขาด และปล่อยทิ้งเอาไว้นานเกินไป จากนี้ต้องนอนอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิตเท่านั้นขอรับ”
“ท่านหมอโปรดช่วยคิดหาทางช่วยลูกของข้าด้วยเถอะ ค่ารักษาแพงแค่ไหนข้าก็ยอมจ่าย ขอเพียงท่านช่วยลูกข้าได้ ฮือ ๆ ๆ”
“คิดทำชั่วจนกลายเป็เช่นนี้ก็สมควรแล้วที่จะถูกสั่งสอน ข้าส่งเ้าไปทำการค้าของตระกูลแต่เ้ากลับโลภมากเห็นแก่ตัว ถึงกับคิดแย่งชิงสมบัติของผู้อื่นจนถูกเล่นงานกลับมาแทน” อู๋เจียงสงพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังจนอนุเจินยังใ แต่นางก็รีบเข้าไปขอร้องสามีให้ช่วยหาทางรักษาบุตรชาย
“นายท่านเ้าคะ ได้โปรดหาทางช่วยรักษาจงเอ๋อร์ด้วยเถิดเ้าค่ะ เขาทุ่มเททำงานเพื่อตระกูลไม่เคยเห็นแก่ตัวอย่างแน่นอนเ้าค่ะ ฮือ ๆ ๆ” อนุเจินไม่เชื่อว่าบุตรชายของนาง จะเกิดความโลภเช่นที่อู๋เจียงสงกล่าวมา
“ท่านหมอก็บอกเ้าแล้วว่า แม้แต่หมอเทวดาก็ยังไม่อาจช่วยได้ แล้วเ้าจะให้ข้าไปตามหาใครมารักษากัน หากเ้าไม่เชื่อว่าลูกของเ้าทำเื่ชั่วช้าจนกลายเป็เช่นนี้ ก็อ่านจดหมายนี่เอาเองก็แล้วกัน จากนี้ไปเ้ากับลูกสะใภ้ก็ช่วยกันดูแลเสียนจงกันเองเถิด อย่าให้เดือดร้อนมาถึงข้าเด็ดขาด” อู๋เจียงสงปาจดหมายใส่ใบหน้าของอนุเจิน แล้วเดินกลับไปยังห้องทำงานของตน เพื่อคุยเื่าที่พ่อบ้านอู๋ได้พูดค้างเอาไว้
“ฮือ ๆ ๆ จงเอ๋อร์ทำไมเ้าถึงได้คิดทำเื่เช่นนั้นเล่า แม่แค่อยากให้พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว” อนุเจินที่ได้อ่านจดหมายบอกเล่าเื่ราวชั่วร้ายของอู๋เสียนจงก็ได้แต่ตัดพ้อออกไป
อู๋เสียนจงที่พูดไม่ได้มีเพียงเสียงอือ ๆ ออกมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ เพราะเขาเองก็เสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้นด้วยความโลภบังตาโดยแท้ ส่วนอู๋เจี้ยนหาวพอรู้ว่าท่านอาสามที่เคยเหยียดหยามตน ว่าเป็คนพิการแต่ตอนนี้ตัวเขานั้นเป็คนพิการยิ่งกว่าก็หัวเราะอย่างสะใจ
ภายในเมืองหลวงเพียงหนึ่งชั่วยาม หลังจากชาวบ้านที่ได้รับรู้เื่า ต่างไปหาซื้อข้าวของตามร้านค้าและบอกเล่าปากต่อปาก เพียงไม่นานทั้งเมืองหลวงก็รับรู้ว่ากำลังจะมีาระหว่างแคว้น ตอนนี้กองทัพของเซียวชินอ๋อง ออกเดินทางไปชายแดนได้ครึ่งทางแล้ว
ผู้คนเริ่มจะจับจ่ายซื้อหาสิ่งของจำเป็ กลับเข้าบ้านด้วยกลัวว่าพรุ่งนี้ราคาจะสูงขึ้นกว่าเดิมจนซื้อไม่ไหว ซึ่งข่าวการทำานี้ก็ได้เดินทางมาถึงจวนตระกูลเยี่ยของเสนาบดีกรมการโยธาเช่นกัน
องครักษ์ของเสนาบดีเยี่ยเกาจง รีบกลับเข้ามารายงานเ้านาย ทันทีที่เขาได้ยินข่าวเื่นี้ “นายท่านขอรับ ๆ ด้านนอกมีข่าวลือว่า ตอนนี้กองทัพทหารหลายแสนนายภายใต้การนำของเซียวชินอ๋อง ออกเดินทางไปชายแดนเมืองหย่งจินได้ครึ่งทางแล้วขอรับ และซื่อจื่อเองยังไปจัดการทหารแคว้นตงหนาน ที่กำลังจะข้ามูเาด้านหลังตำบลหย่งฝูได้อีกด้วยขอรับ”
“เพล้ง!! เพล้ง!! เป็ไปไม่ได้ กองทัพทหารตั้งหลายแสนนายจะออกเดินทาง โดยที่พวกมันสามารถหลุดรอดสายตาของข้าไปได้อย่างไรกัน ปัง!!” เสนาบดีเยี่ยถึงกับขว้างปาข้าวของด้วยความโมโห
“ข้าน้อยคิดว่านี่คงจะเป็แผนที่ชินอ๋องวางไว้อย่างแน่นอนขอรับ ทางนั้นคงได้รับข่าวว่าแคว้นตงหนาน จะบุกยึดชายแดนเมืองหย่งจินจึงวางอุบายหลอกนายท่าน เพราะไม่้าให้ท่านได้รู้ว่าพวกเขาจะเคลื่อนกองทัพไปชายแดน”
“หนอยยยย ชินอ๋องผู้นี้ช่างเป็ก้างชิ้นโตที่คอยขัดขาข้าไปเสียทุกเื่ จะลงมือชิงบัลลังก์ก็ยังไม่อาจทำได้ เพราะต้องพึ่งพาทหารของแคว้นตงหนานเพื่อช่วยเื่นี้”
เสนาบดีเยี่ยถึงกับเคร่งเครียดจนคิดอะไรไม่ออก เขายังคงตามแผนการของชินอ๋องไม่ทัน จะส่งข่าวไปถึงฝั่งนั้นก็ยิ่งไม่ทันการณ์แล้ว
“เื่นี้ต้องรายงานให้พระสนมด้วยหรือไม่ขอรับ หลังจากนี้พวกเราจะทำอย่างไรต่อไป”
“ไม่ต้องรายงานพระสนม ถึงอย่างไรเื่นี้ย่อมส่งไปถึงตำหนักของฝ่าา คนในวังคงนำไปพูดต่อ ๆ กันเอง ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชินอ๋องผู้นี้จะเ้าเล่ห์ วางแผนตลบหลังข้าได้อย่างแเี อย่าให้ถึงทีของข้าบ้างก็แล้วกัน ข้าจะสับพวกมันเป็หมื่น ๆ ชิ้นถึงจะสาแก่ใจของข้า! แค่ก ๆ ๆ อัก พรวดดดด ตุบ”
“นายท่าน!!! นายท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับ” องครักษ์ของเสนาบดีเยี่ยถึงกับใ รีบเข้าไปประคองร่างของเ้านายเอาไว้
เสนาบดีเยี่ยเดิมทีมีเื่ทำให้เกิดความเครียดอยู่แล้ว พอได้ยินเื่ของชินอ๋องเคลื่อนขบวนกองทัพนับแสน หลบหลีกสายตาของตนไปได้ ก็ยิ่งเพิ่มความเครียดเข้าไปอีกจึงทำให้เืลมสะท้อนกลับ จนกระอักเืออกมาและหมดสติไปทันที
“พ่อบ้าน ๆ ๆ รีบไปตามหมอมาเร็วเข้านายท่านหมดสติไปแล้ว”
“นายท่าน!! ทำไมนายท่านถึงได้หมดสติกะทันหันเช่นนี้เล่า”
“อย่าเพิ่งถาม รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า”
พ่อบ้านไม่รอช้ารีบวิ่งไปตามหมอประจำตระกูล มาตรวจอาการของเสนาบดีเยี่ยอย่างรวดเร็ว เมื่อท่านหมอตรวจดูแล้วจึงได้บอกกับทั้งสองคนว่าไม่ได้เป็อะไรมาก เพียงแค่มีอาการเครียดสะสมจนทำให้เืลมติดขัดเท่านั้น
“พวกเ้าอย่าได้กังวล ท่านเสนาบดีเยี่ยไม่ได้เป็อะไรมาก เพราะมีความเครียดสะสมทำให้เืลมในร่างกายติดขัด ข้าจะเขียนเทียบยาบำรุงและยาสงบใจสักสองสามเทียบ พวกเ้าต้มให้ดื่มวันละสามครั้งหลังอาหาร เป็เวลาเจ็ดวันก็จะหายเป็ปกติ”
“ขอบคุณท่านหมอมากขอรับ” พ่อบ้านคำนับขอบคุณท่านหมอประจำตระกูลและเดินออกไปส่งยังด้านนอก
องครักษ์ของเสนาบดีเยี่ยเกาจงยังคงยืนคุ้มกันอยู่ในห้อง เขาคิดทบทวนเื่ข่าวาที่ได้ยินมา และเกิดความสงสัยว่าผู้ใดเป็คนบอกเล่า จนทำให้เมืองหลวงเกิดความวุ่นวาย รวมถึงเื่ข้าวของที่มีราคาแพงเช่นนี้ ไหนจะเื่ที่ชินอ๋องสามารถเคลื่อนทัพนับแสน ออกจากเมืองหลวงอย่างเงียบ ๆ นั่นอีก
หรือฮ่องเต้จะทรงรับรู้แล้วว่า แคว้นตงหนานจะบุกแคว้นฉู่จากชินอ๋องก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้นชินอ๋องจะเอาความกล้าจากที่ใด ในการสั่งเคลื่อนกำลังกองทัพที่มีขนาดใหญ่ ออกจากเมืองหลวงได้โดยไม่มีผู้ใดรับรู้แม้แต่คนเดียว ฝ่าากับชินอ๋องจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ฮ่องเต้กับพระอนุชาได้วางแผนให้ขุนนางกังฉินเหล่านี้ เป็หมากที่ต้องเดินตามแผนที่วางไว้ั้แ่แรก และที่สำคัญในจวนของขุนนางทุกคน ล้วนมีหน่วยลับของชินอ๋องปะปนเข้าไป เพื่อสืบข่าวของแต่ละจวนมาได้พักใหญ่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในกำมือของชินอ๋องไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ขุนนางกังฉินทั้งหมดก็ไม่อาจหนีรอดจากบทลงโทษอันหนักหน่วงนี้ไปได้
