รุ่งเช้าวันต่อมา ถังเหล่ยนั่งอยู่บนก้อนหินเพียงลำพังเพื่อฟื้นตัวจากความบอบช้ำหลังกินยาคลั่งรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา
ยาเหล่านี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้เพียงชั่วคราวแต่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก ยาคลั่งรุนแรงถือว่าเป็ยาที่ดีระดับหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาเหลืออยู่เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น
ยาคลั่งรุนแรงที่ได้รับการขัดเกลาสามเม็ดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามหากศึกเมื่อคืนถังเหล่ยไม่ได้ใช้ยาคลั่งรุนแรงพลังปราณในร่างของเขาคงไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นลูกปัดทมิฬ
ถังเหล่ยก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง ปรากฏว่าจุดสีดำบนฝ่ามือของเขาได้จางลงไปเล็กน้อย เขาพยายามควบคุมเปลวเพลิงสีทองให้ลบเลือนจุดสีดำบนฝ่ามือ
“ผลกระทบของลูกปัดทมิฬนั้นรุนแรงเกินไป!” ถังเหล่ยพึมพำกับตัวเอง
ตราบใดที่ิญญายุทธ์ภายในร่างของถังเหล่ยยังไม่ตื่นขึ้น เขาไม่สามารถใช้ลูกปัดทมิฬได้อีก
ในขณะนี้ถังเหล่ยเหลือยาคลั่งรุนแรงเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ได้ผ่านเมืองหุยฉือมาแล้ว เหลือเพียงด่านจิงเซินเท่านั้นที่เขาจะต้องผ่านไปให้ได้
ด่านจิงเซินตั้งอยู่ที่ชายแดนขวางกั้นระหว่างจักรวรรดิซือฉีและูเาจู่หุน เนื่องจากจักรวรรดิซือฉีมีความวุ่นวาย ดังนั้นทางจักรวรรดิจึงให้ความสำคัญกับด่านจิงเซินเป็อย่างมาก
ซึ่งในปัจจุบันถังเหล่ยเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับผู้ชำนาญยุทธ์เท่านั้น จึงเป็เื่ยากที่เขาจะเอาชนะทหารที่ประจำการอยู่ด่านจิงเซินได้
อย่างไรก็ตามถังเหล่ยได้บอกจุดหมายปลายทางของเขากับท่านเ้าเมืองเหอไปแล้ว เมื่อตี้เหยียนได้รับรายงานก็อาจจะวางแผนร่วมกับผู้พิทักษ์ที่ด่านจิงเซินไว้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาอย่างเปิดเผยได้ ดังนั้นเขาจะต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปด้วย
ระยะทางจากเมืองหุยฉือไปยังด่านจิงเซินยังอีกยาวไกลและการเดินทางก็ลำบากเหมาะแก่การหลบหนีของถังเหล่ย เส้นทางนี้เป็เส้นทางที่ทหารกลุ่มใหญ่ของตี้เลี่ยไม่สามารถเข้าไปได้ และที่สำคัญทหารกลุ่มเล็กไม่สามารถทำอันตรายต่อถังเหล่ยได้
หลังจากที่ถังเหล่ยฟื้นตัวแล้ว เขาก็เริ่มเดินทางไปด่านจิงเซินทันที
อีกด้านหนึ่งข่าวการเคลื่อนไหวของถังเหล่ยที่เมืองหุยฉือได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานรายงานเกี่ยวกับถังเหล่ยก็ไปถึงเมืองหลวงจิ่วหั่ว
“ูเาจู่หุน? เหตุใดถังเหล่ยจึง้าไปทีู่เาจู่หุน?” ตี้เหยียนขมวดคิ้วด้วยความคับข้องใจ เพราะการไปทีู่เาจู่หุนจะต้องผ่านด่านจิงเซิน
ด่านจิงเซินคือสถานที่ที่อยู่ภายใต้การปกครองของผู้าุโใหญ่โดยตรง และผู้บัญชาการของด่านจิงเซินยังได้รับเลือกจากผู้าุโสูงสุด สิ่งที่ตี้เหยียนกังวลก็คือเขาไม่สามารถส่งสารลับไปยังด่านจิงเซินได้ เพราะเขาไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้าุโได้
อย่างไรก็ตามที่ด่านจิงเซินนั้นตี้เลี่ยก็ไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้พิทักษ์ลงมือกับถังเหล่ยเช่นกัน เว้นแต่ผู้าุโใหญ่จะออกคำสั่งให้ลงมือด้วยตัวเอง
ในขณะนี้ตี้เหยียนกำลังเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถส่งสารลับไปยังด่านจิงเซินได้ และแน่นอนว่าหากเป็เช่นนี้เขาจะไม่สามารถช่วยถังเหล่ยได้
ในเวลานี้ตี้เชียนเสวี่ยก็รับรู้สถานการณ์ของถังเหล่ยจากตี้เหยียนแล้ว และยังรู้ว่าถังเหล่ยได้บุกทะลวงแนวป้องกันของเมืองหุยฉือออกมาได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย สิ่งนี้ทำให้ตี้เชียนเสวี่ยรู้สึกโล่งใจได้เปราะหนึ่ง
แต่สิ่งที่ทำให้ตี้เชียนเสวี่ยสับสนก็คือจุดหมายปลายทางของถังเหล่ย นางไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับูเาจู่หุนเลย นางรู้เพียงแค่มันอยู่ติดกับจักรวรรดิซือฉีของนางเท่านั้น
“ท่านพ่อเหตุใดถังเหล่ยจึง้าไปทีู่เาจู่หุน?” ตี้เชียนเสวี่ยถามตี้เหยียนด้วยความร้อนใจ
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ข้ารู้ว่าูเาจู่หุนนั้นอันตรายมาก แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่กล้าเข้าไป”
ตี้เหยียนกล่าวพร้อมกับส่ายหัว เขากังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของถังเหล่ยเมื่อไปถึงูเาจู่หุน หากอีกฝ่ายยังคงอยู่ภายในจักรวรรดิซือฉีเขาสามารถปกป้องอีกฝ่ายได้ แต่เขาไม่สามารถคุ้มกันความปลอดภัยของอีกฝ่ายเมื่อไปถึงูเาจู่หุนได้
ตี้เชียนเสวี่ยตกตะลึงเป็อย่างมาก นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดถังเหล่ยจึง้าไปยังสถานที่ที่มีความอันตรายเช่นนั้น
“แล้วเราควรทำอย่างไรดี? เราเรียกเขากลับมาได้หรือไม่?” ตี้เชียนเสวี่ยถามด้วยความร้อนใจอีกครั้ง
“เพราะเหตุใดเ้าจึง้าให้เขากลับมา ทีู่เาจู่หุนต้องมีความสำคัญกับเขาอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ไป” ตี้เหยียนถอนหายใจและส่ายหัว
ตี้เชียนเสวี่ยพยักหน้าตอบรับและจากไปทันที แม้แต่ตี้เหยียนก็ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
ตี้เหยียนได้ตามตี้ม่อให้เข้ามาพบ จากนั้นไม่นานตี้ม่อก็เข้ามา ตี้เหยียนกล่าวว่าเขา้าออกไปด้านนอกจึงขอให้ตี้ม่อรักษาการแทนสักระยะหนึ่ง
“อย่าปล่อยให้เชียนเสวี่ยออกไปด้านนอก ตอนนี้ที่ด้านนอกนั้นวุ่นวายเหลือเกิน!”
ตี้เหยียนกล่าวกับตี้ม่ออย่างเด็ดขาด จากนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดธรรมดาและออกจากจวนไปเพียงลำพังทันที
อีกด้านหนึ่งตี้เลี่ยก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับถังเหล่ยเช่นกัน ภายในสารนั้นรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนที่ถังเหล่ยบุกออกจากแนวป้องกัน และยังกล่าวว่าอีกฝ่ายลงมือสังหารทหารหลายร้อยนายพร้อมกับผู้นำเจิ้งซิงได้ในไม่กี่ลมหายใจราวกับภูตผีปีศาจ
“มีแต่พวกไร้ประโยชน์ทั้งนั้น!” ตี้เลี่ยกล่าวออกมาด้วยความโกรธ เขาเผาสารที่ได้รับเป็เถ้าถ่านทันที สิ่งที่เขา้าก็คือรายงานการตายของถังเหล่ยเท่านั้น!
“ท่านอ๋องไม่จำเป็ต้องกังวล การที่ถังเหล่ยปรากฏตัวที่เมืองหุยฉือทำให้เราสามารถคาดเดาได้ว่าเขาจะต้องไปทีู่เาจู่หุนอย่างแน่นอน!”
ชิงจือที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวอย่างเ็า เขาอยู่ในจักรวรรดิซือฉีมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้เขารู้เส้นทางเกือบทั้งหมดรอบจักรวรรดิซือฉี
“เหตุใดถังเหล่ยจึง้าไปทีู่เาจู่หุน? เป็เพียงแค่ผู้ชำนาญยุทธ์ยังกล้าเข้าไปทีู่เาจู่หุน ช่างรนหาที่ตาย?” ตี้เลี่ยกล่าวด้วยความโกรธ
“ข้าเกรงว่าเป็เพราะถังเหล่ยมีปัญหากับผู้มีอำนาจในจักรวรรดิซือฉี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่สามารถกลับไปที่จักรวรรดิเทียนอวี่ได้อีกด้วย ตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงมุ่งหน้าไปยังูเาจู่หุนเพราะไม่เหลือที่พึ่งแล้ว!”
การอนุมานของชิงจือนั้นค่อนข้างสมเหตุสมผล แม้ว่าชิงจือจะไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของถังเหล่ย แต่นอกเหนือจากูเาจู่หุนแล้วถังเหล่ยก็ไม่มีที่ไปจริงๆ
“การออกจากจักรวรรดิซือฉีไปยังูเาจู่หุนจะต้องผ่านด่านจิงเซิน” ตี้เลี่ยพึมพำกับตัวเอง
“ผู้บัญชาการที่ดูแลด่านจิงเซินได้รับการแต่งตั้งโดยผู้าุโสูงสุด ข้าไม่มีอำนาจสั่งการให้พวกเขาลงมือกับมัน!” ตี้เลี่ยถอนหายใจและกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
สิ่งที่ตี้เลี่ยกังวลมากที่สุดก็คือด่านจิงเซินไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายภายในจักรวรรดิซือฉี ตี้เลี่ยจึงไม่รู้ว่าผู้ใดเป็ผู้บัญชาการด่านจิงเซิน
“ท่านอ๋องไม่จำเป็ต้องกังวล แม้ว่าผู้บัญชาการด่านจิงเซินจะไม่ช่วยเรา แต่อย่างน้อยเราก็รู้เส้นทางของถังเหล่ย หากไม่มีผู้ใดช่วยเราจริงๆ เราก็สังหารถังเหล่ยด้วยตัวของเราเอง!” ชิงจือกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ตกลง เพื่อเป็การล้างแค้นให้กับเซิ่งเอ๋อร์ข้าจะสังหารถังเหล่ยด้วยตนเอง!”
ตี้เลี่ยกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเร่งรีบ ทันใดนั้นพลังปราณในร่างของเขาก็พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เคราของเขาก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
ในเวลานี้ตี้เลี่ยมีความมั่นใจเป็อย่างมาก เขาเชื่อว่าการลงมือเองจะสามารถสังหารถังเหล่ยได้!
……
