ในห้องลับที่เงียบงัน มีคลื่นความร้อนโหมซัดออกมา
เปลวเพลิงสีฟ้าลุกโชนที่ปลายนิ้วของจั๋วอวิ๋นเซียน ราวกับมีภูตตัวน้อยเริงระบำอยู่ในเปลวเพลิง
ไม่ว่าพลังิญญาอัสนีหรือพลังิญญาเพลิง ล้วนเป็พลังที่ดุร้ายรุนแรงและควบคุมยากทั้งนั้น
แต่กระนั้น จั๋วอวิ๋นเซียนก็กำลังทดลองปรับตัวเข้ากับมันอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่การใช้วิชาและการต่อสู้จริงของเขานั้น ยังคงอ่อนประสบการณ์ไปบ้าง
คลื่นน้ำสีเืนับว่าเป็โอกาสฝึกฝนที่ดี แต่ตอนนี้เขายังไม่คิดจะเปิดเผยพลังของตัวเอง การเก็บซ่อนตัวตลอดหลายปีทำให้เขาคุ้นเคยกับการซ่อนตัวในที่มืด ทำเช่นนี้เขาจะยิ่งรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น นิสัยแบบนี้ของเขาสงบนิ่งไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มเลยจริงๆ
……
จั๋วอวิ๋นเซียนเก็บซ่อนกลิ่นอาย เขายังคงนั่งรถเข็นออกจากห้องลับ
่เวลาครึ่งเดือนที่เขาปิดด่านฝึกตน ถึงแม้สถานการณ์ของเกาะสามเซียนจะตึงเครียด แต่ก็มิได้เลวร้ายมากนัก
เ้าเกาะทั้งสามร่วมมือกับยอดฝีมือจำนวนมากต่อกรกับคลื่นน้ำสีเื พวกเขายังคงสามารถป้องกันได้อีกสักระยะเวลาหนึ่ง หากกำลังเสริมของกองทัพต่างๆ มาถึง อันตรายของเกาะสามเซียนจะหมดไปทันที
แต่ในใจของจั๋วอวิ๋นเซียนยังคงสงสัยอยู่ตลอด เหตุใดหอการค้าตงทงจึงสมคบคิดกับเผ่าสมุทร? เพื่อผลประโยชน์หรือมีเป้าหมายอื่น? หรือเขาคาดเดาผิดไปเอง หรือทุกอย่างล้วนเป็เพียงเื่บังเอิญ
หอการค้าต้าทง…เผ่าสมุทร…เกาะสามเซียน…ทะเลล่วนซิง…
ในสมองของเขานึกถึงความเป็ไปได้นับไม่ถ้วน ทว่ากลับไม่มีคำตอบที่แน่นอน เหมือนเขามองข้ามข้อมูลสำคัญบางอย่างไป ถึงอย่างไรเขาเองก็เพิ่งมาทะเลล่วนซิงได้ไม่นานนัก มีความลับมากมายที่เขายังไม่ล่วงรู้
……
ขณะที่กำลังครุ่นคิด จั๋วอวิ๋นเซียนก็ออกมาจากหอตำราแล้ว
ทว่าทันใดนั้นก็มีแขกมิได้รับเชิญปรากฏตัวในห้องตำราอย่างไร้สุ้มเสียง จากนั้นเดินไปหาจั๋วอวิ๋นเซียนอย่างเปิดเผย
“คุณชายไป๋เฮ่อ มิได้พบกันนาน ่นี้สบายดีหรือไม่?”
“เ้าเองหรือ?”
จั๋วอวิ๋นเซียนตะลึงเล็กน้อย ในใจเกิดความรู้สึกหนาวสั่นอย่างห้ามมิได้ นางก็คือเถ้าแก่หอเจินเป่าที่เคยเจอกันครั้งหนึ่ง…จูหยวนหยวน
เขาประมาทเกินไป!
ผู้ใดจะไปคิดว่าในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ คนของหอเจินเป่าไม่เพียงไม่ซ่อนตัว แต่กลับมาหาเื่เขา เรียกได้ว่าใจกล้าบ้าบิ่นยิ่งนัก
แต่เมื่อลองมองอีกมุมหนึ่งแล้ว โบราณเคยกล่าวว่า ‘ใต้โคมไฟมักเป็เงา’ ยิ่งเป็สถานที่ที่อันตรายที่สุด ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด หอเจินเป่าซ่อนอยู่ข้างกายเ้าเกาะทั้งสาม กลับปลอดภัยมากกว่าที่อื่น
“คุณชายไป๋เฮ่อยังจำข้าน้อยได้ ข้าน้อยยินดียิ่งนัก”
เมื่อกล่าวจบจูหยวนหยวนเดินมาหยุดตรงหน้าจั๋วอวิ๋นเซียน นางมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจ ทั้งยังเผยเรือนร่างอวบอ้วนของตัวเองเป็บางครั้ง
จั๋วอวิ๋นเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สงบจิตใจตนเองพลางกล่าวว่า “เถ้าแก่จู งานประมูลคือแผนการของพวกเ้าสินะ? คิดไม่ถึงว่าพวกเ้ายังกล้าโผล่หน้าออกมาอีก หรือเ้าไม่กลัวขั้วอำนาจอื่นๆ จะจับเ้าฉีกเป็ชิ้นๆ?”
“ว้าย น่ากลัวเสียจริง!”
จูหยวนหยวนตบที่อก แสร้งกล่าวว่า “คุณชายไป๋เฮ่อเป็ห่วงข้าน้อยด้วยหรือ? เดิมทีข้าน้อยกำลังจะหนีไปแล้ว แต่ข้าน้อยลืมคุณชายมิได้ แล้วก็…สถานะผู้สืบทอดสำนักเทียนกงก็มีค่าพอให้ข้าน้อยเสี่ยงมิใช่หรือ? คุณชายตามข้าน้อยไปดีๆ เถอะ วันนี้ข้าน้อยจะดูแลท่านอย่างดีเลย”
ตอนนี้เกาะสามเซียนกับเผ่าสมุทรกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด จึงไม่มีเวลามาสนใจเื่อื่นแล้ว นี่ทำให้หอเจินเป่ากล้าซ่อนตัวอยู่ในเมืองซานเซียนได้ตามอำเภอใจ
“ฮิฮิ!”
จูหยวนหยวนเอามือกุมปากพลางกล่าวด้วยเสียงหัวเราะเ้าเล่ห์ “คุณชายไป๋เฮ่อกำลังคิดว่าเ้าเกาะทั้งสามจะมาช่วยท่านใช่หรือไม่? ท่านวางใจเถอะ ที่นี่ถูกข้าผนึกเอาไว้แล้ว ไม่ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น จะไม่มีผู้ใดรับรู้ ดังนั้นไม่มีใครมาช่วยท่านได้หรอก”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “จับข้าไป พวกเ้าก็หนีไม่รอดเช่นกัน! ถึงอย่างไรที่นี่ก็คือเกาะสามเซียน หากเ้าเกาะทั้งสามปลีกตัวออกมาได้ พวกเ้าก็จบสิ้นอยู่ดี”
“เกาะสามเซียนในตอนนี้ดูแลตัวเองยังมิได้ จะปลีกตัวออกมาได้อย่างไร? อีกอย่างท่านคิดว่ากำลังเสริมมาถึงแล้วก็จะไม่เป็ไรหรือ? คุณชายใสซื่อเกินไปแล้ว!”
จูหยวนหยวนกล่าวไม่ทันจบ ห่างไกลออกไปมีเสียงะเิดังสนั่น ูเาสะท้านผืนดินะเื!
“ตูมมมม!”
คลื่นั์โหมกระหน่ำ ท้องฟ้าเปลี่ยนสี
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกึกก้องพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้า พลังบางอย่างกระแทกค่ายกลเกาะสามเซียนจนเกิดเป็รูขนาดใหญ่ คลื่นน้ำสีเืหลั่งไหลเข้ามากลืนกินเกาะสามเซียนทีละน้อยๆ
……
“ดูท่าค่ายกลเกาะสามเซียนจะพังทลายแล้วสินะ”
จูหยวนหยวนหัวเราะหนักยิ่งขึ้น เหมือนทุกอย่างอยู่ในกำมือ “อีกเดี๋ยวเกาะสามเซียนก็จะกลายเป็ซากปรักหักพังแล้ว คุณชายไป๋เฮ่อรีบตามข้าไปเถอะ ข้าน้อยมีวิธีพาท่านออกไป”
“พาข้าไปหรือ?” จั๋วอวิ๋นเซียนครุ่นคิด “แล้วสหายของข้าเล่า?”
จูหยวนหยวนส่ายศีรษะ “ขออภัยด้วย พวกเราพาไปได้มากสุดคนเดียวเท่านั้น”
“พวกเ้าเช่นนั้นหรือ นอกจากเ้าแล้ว ยังมีใครอีก?”
“ก็ยังมี…”
จูหยวนหยวนกำลังจะตอบ แต่จู่ๆ ก็ระแวงขึ้นมา “คุณชายไป๋เฮ่ออย่ามาหลอกถามข้า ข้าจะไม่บอกสิ่งใดทั้งนั้น แล้วก็ท่านอย่าได้ขัดขืนเลย จะเจ็บตัวเปล่าๆ”
“ดูท่าข้าจะไร้ทางเลือกสินะ?” จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
จูหยวนหยวนกล่าวต่อ “รู้จักเอาตัวรอดเป็ยอดคน เกาะสามเซียนถูกกำหนดให้ล่มสลาย ข้าน้อยเห็นว่าท่านเป็คนมีความสามารถ จึงอยากจะพาท่านไปด้วย เหตุใดท่านต้องตายไปพร้อมกับพวกเขาด้วย?”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จูหยวนหยวนเอ่ยด้วยความปลง “ชีวิตมีเพียงครั้งเดียว ซึ่งมันก็ล้ำค่ามากทีเดียว”
“ใช่แล้ว ชีวิตนั้นล้ำค่ามาก”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แล้วถามกลับไปว่า “ในเมื่ออยากให้ข้าเข้าร่วมกับพวกเ้า ก็ต้องบอกข้าก่อนว่าพวกเ้าคิดจะทำสิ่งใด? แล้วมีเป้าหมายอะไรกันแน่?”
จูหยวนหยวนปฏิเสธทันที “ตอนนี้ยังมิได้ ท่านอ่อนแอเกินไป รู้มากเกินไปจะไม่เป็ผลดีกับท่าน ข้าน้อยบอกได้แค่ว่า ขั้วอำนาจเื้ัพวกเรา มิใช่สิ่งที่ท่านสามารถจินตนาการได้…อีกไม่นานทั้งทะเลล่วนซิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน ไม่เพียงแต่ทะเลล่วนซิง สถานการณ์ของทวีปไท่เซวียนก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน”
“……”
จั๋วอวิ๋นเซียนเงียบกริบ เขาผุดความคิดมากมายขึ้นมาในใจ
จูหยวนหยวนเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนไม่พูดไม่จา นางคิดว่าอีกฝ่ายใกลัว จึงกล่าวปลอบประโลม “ไม่ต้องกังวล ขอแค่ร่วมมือกับพวกเรา ท่านจะมีอนาคตที่สดใสแน่นอน อยากได้สิ่งใดก็ได้ อยากทำสิ่งใดก็ได้ทำ ท่านช่างโชคดีมากที่เข้ามาใน่เวลาที่ดีที่สุด ในอนาคตบนทวีปไท่เซวียนต้องมีที่ยืนให้ท่านแน่นอน”
เมื่อสงบใจลงแล้ว จั๋วอวิ๋นเซียนจึงกล่าวอย่างจริงจัง “เถ้าแก่จู ตอนนี้ข้าอยากถามว่า พวกเ้าก่อเื่มากมายเช่นนี้ เคยเห็นแก่ชีวิตบริสุทธิ์นับแสนที่อยู่บนเกาะสามเซียนบ้างหรือไม่?”
“ที่ข้าบอกว่าชีวิตนั้นล้ำค่า หมายถึงชีวิตของตัวข้าเอง”
จูหยวนหยวนยิ้มอย่างเบิกบานใจและหัวเราะด้วยความเ็า “ก็แค่มดฝูงหนึ่ง ตายไปแล้วก็ตายไป ผู้ประสบความสำเร็จไม่สนเื่เล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้นทะเลล่วนซิงเดิมก็เป็แดนสังหารอยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องมีคนตาย”
จั๋วอวิ๋นเซียนไม่พูดไม่จา สองมือกุมรถเข็นแน่น ความโกรธพวยพุ่งออกมาจากหัวใจ
