ความเงียบปกคลุมทั่วห้องโถง บรรยากาศกดดันตึงเครียด
แน่นอนว่าสิ่งที่ลวี่หยวนเจี๋ยกล่าวออกมานั้นมีเหตุผล คุณชายผู้สูงศักดิ์ ย่อมไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงภัย ถึงขั้นปลอมตัวเป็ไส้ศึกแน่นอน
ทว่าเมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยถูกหว่านลงไปแล้ว ก็ยากที่จะทำให้ผู้คนเชื่อใจได้อย่างสนิทใจ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายเสแสร้งหรือไม่? หรือบางทีพวกเขาอาจจะร่วมมือกัน คนหนึ่งในที่แจ้งคนหนึ่งในที่ลับ รอจังหวะสำคัญเพื่อหักหลังพวกเราก็เป็ได้!
จริงอยู่ที่พวกเขาต่างสงสัย แต่ก็ไม่มีใครโง่เขลาถึงขั้นออกมาเป็ศัตรูกับสมาคมการค้าห้าแคว้นโดยเฉพาะในยามคับขันเช่นนี้
ลวี่หยวนเจี๋ยรู้สึกขุ่นเคืองใจ เขากลายเป็แพะรับบาปโดยไร้เหตุผล ถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยมิอาจตอบโต้ได้
เหมยซิ้งหงยกมือห้ามปราม บอกให้ทุกคนสงบสติอารมณ์ “ข้าเข้าใจดีว่าก่อนหน้านี้เกาะสามเซียนกับสมาคมการค้าห้าแคว้นเคยมีความเข้าใจผิดกัน แต่ตอนนี้พวกเราต่างก็อยู่บนเรือลำเดียวกัน เหตุใดไม่ลืมเื่บาดหมางในอดีตไปก่อนเล่า? หากมีเื่แค้นเคืองอะไรก็ค่อยว่ากันหลังจากผ่านพ้นภัยพิบัตินี้ไปแล้ว!”
“เหอะ!”
ลวี่หยวนเจี๋ยสบถด่าในใจว่า ‘เ้าจิ้งจอกเฒ่า’ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ท่านเ้าเกาะรอง เมื่อครู่ท่านกล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็แผนการของหอเจินเป่ากับหอการค้าต้าทง ท่านมีหลักฐานหรือไม่? หอเจินเป่านั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะถึงอย่างไรก็เป็เพียงธุรกิจส่วนหนึ่งของหอการค้าต้าทง ต่อให้มีปัญหาจริง ก็มิได้หมายความว่าหอการค้าต้าทงจะมีปัญหาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงของหอการค้าต้าทงก็ไม่เลว หากไม่มีหลักฐาน พวกเราจะเชื่อได้อย่างไร? เื่นี้มิใช่เื่เล็กๆ!”
ผู้คนรอบข้างพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาคิดว่าสิ่งที่ลวี่หยวนเจี๋ยพูดนั้นมีเหตุผล หากเป็ศัตรูกับหอการค้าต้าทงโดยปราศจากเหตุผล คงมิใช่การกระทำที่ฉลาดนัก เพราะหอการค้าต้าทงมิใช่เหยื่อที่ใครจะรังแกได้ง่ายๆ
เวลานี้เ้าเมืองหวู่อันถงจึงกล่าวเสริม “เื่นี้เป็การคาดเดาของเ้าหอหลางฮ้วนคุณชายไป๋เฮ่อ ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ในตอนนี้หอเจินเป่ากลับกลายเป็หอคอยร้าง แม้แต่คนของหอเหนือฟ้าก็ไม่ทราบว่าพวกเขาหายไปไหน นี่แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายวางแผนมาเป็อย่างดี ข้าไม่เชื่อว่าหอการค้าต้าทงจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
“อะไรนะ! เป็เขา!”
“เ้าหอหลางฮ้วน คุณชายไป๋เฮ่อ!”
ทุกคนต่างตกตะลึง ภาพของเด็กหนุ่มชุดขาวที่นั่งอยู่บนรถเข็นผุดขึ้นมาในหัว
จวงซวี่เหยาพยักหน้า “ไป๋เฮ่อเป็เ้าหอตำราหลางฮ้วนของพวกเรา ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแอแต่จิตใจเฉียบแหลม มีสติปัญญาเป็เลิศ ก่อนงานประมูลเริ่มขึ้น เขาเคยเตือนพวกเราเกี่ยวกับหอการค้าต้าทงแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นพวกเรามิได้ใส่ใจ มิเช่นนั้นคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เช่นนี้”
ลวี่หยวนเจี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาอดมิได้ที่จะกล่าวว่า “ท่านเ้าเกาะทั้งสาม เื่สำคัญเช่นนี้ ไร้ซึ่งหลักฐาน เพียงแค่คำคาดเดาของเด็กหนุ่มคนเดียว ท่านก็เชื่อแล้วหรือ?”
ถึงแม้ว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะเคยช่วยเหลือสมาคมการค้าห้าแคว้นมาก่อน แต่เื่นี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของสมาคมการค้าห้าแคว้นเขาจึงต้องโต้แย้ง
กงหยางอวี่ซ่านกำลังจะะเิโทสะ เหมยซิ้งหงรีบยกมือห้าม “เอาละทุกคน ตอนนี้มิใช่เวลาที่จะมาถกเถียงว่าใครถูกใครผิด รีบหาวิธีรับมือกับภัยพิบัติคลื่นน้ำสีเืกันก่อนเดี๋ยวนี้!”
“……”
ทุกคนเงียบกริบอีกครั้ง เพราะติดอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรอความช่วยเหลือหรือรอให้เผ่าสมุทรล่าถอยไปเอง
“เฮ้อ!”
เหมยซิ้งหงถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า “บอกตามตรง พลังของค่ายกลเกาะสามเซียนของเรารับมือได้อีกไม่นาน ทุกคนเตรียมใจเอาไว้ให้ดี!”
“ท่านเ้าเกาะ ท่าน...ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ใช่แล้วท่านเ้าเกาะ ที่เกาะสามเซียนยืนหยัดในทะเลล่วนซิงได้นับพันปี ก็เพราะมีค่ายกลป้องกัน เหตุใดถึงรับมือได้อีกไม่นานเล่า?”
ทุกคนต่างตื่นตระหนก พวกเขาไม่คิดว่าเหมยซิ้งหงกำลังขู่ให้กลัว
หวู่อันถงอธิบายด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ทุกท่านคงไม่ทราบ ค่ายกลของเกาะสามเซียนเรานั้นเป็ค่ายกลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หลังจากนั้นเ้าเกาะรุ่นแรกได้ปรับปรุงดัดแปลงจึงมีพลังอำนาจดังเช่นทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่เปิดใช้งานค่ายกลสามเซียน นอกจากจะต้องใช้พลังต้นกำเนิดวารีจากเส้นชีพจรแล้ว ยังต้องใช้ศิลาิญญาจำนวนมหาศาล...”
“ศิลาิญญาไม่เห็นจะเป็อะไร ทุกคนร่วมกันออกคนละนิดคนละหน่อยก็ได้แล้วมิใช่หรือ?”
“ใช่แล้ว ้าศิลาิญญาเท่าไร ท่านเ้าเมืองหวู่บอกมาได้เลย พวกเรามีคนมากมายเช่นนี้ มีหรือจะขาดแคลนศิลาิญญา?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!”
ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกัน พวกเขาลดความกังวลในใจลงได้ไม่น้อย ขอแค่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ก็มิใช่ปัญหา
ทว่าสีหน้าหวู่อันถงกลับดูแย่กว่าเดิม “พวกเ้าลืมไปแล้วหรือว่า เพื่อการประมูลครั้งนี้ พวกเราต่างทุ่มศิลาิญญาไปมากเท่าไร ตอนนี้ศิลาิญญาที่เหลือในเกาะสามเซียนมีไม่ถึงร้อยล้านก้อน การคงอยู่ของค่ายกลสามเซียนต้องใช้ศิลาิญญาวันละล้านกว่าก้อน หากเป็เช่นนี้ต่อไป ค่ายกลสามเซียนคงอยู่ได้อีกไม่เกินสามเดือน”
เมื่อสิ้นเสียง ทุกคนต่างส่งเสียงโวยวายขึ้นมา
“อะ...อะไรนะ!?”
“ศิลาิญญา ศิลาิญญาของพวกเราเอาไปประมูลหมดแล้ว!”
“มารดามันเถอะ! หอเจินเป่ามีปัญหาจริงๆ หอการค้าต้าทงไม่มีทางไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง!”
“ปกติหอการค้าต้าทงวางตัวเป็กลาง ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างขั้วอำนาจต่างๆ เหตุใดถึงร่วมมือกับชนต่างเผ่ามาเล่นงานพวกเรากันเล่า?”
“น่าโมโหชะมัด น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่สามารถส่งข่าวออกไปได้ มิเช่นนั้นจะต้องให้หอการค้าต้าทงชดใช้อย่างสาสม!”
……
บางคนโกรธแค้น บางคนยังคงสงบ
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้มิใช่การคิดบัญชี แต่เป็การหาวิธีเอาชีวิตรอด พวกเขาไม่มีทางหนีรอดไปได้ ต้องรอคอยความช่วยเหลือหรือไม่ก็รอให้เผ่าสมุทรล่าถอยไปเอง อย่างไรเสียหอการค้าต้าทงก็มีกิจการมากมาย คงไม่สามารถหนีหายไปไหนได้
จวินซางเห็นว่าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปคงไม่เป็ผลดี เขาจึงเป็คนแรกที่เสนอตัว “ท่านเ้าเกาะทั้งสาม ท่านมีแผนการอันใดก็บอกมาได้เลย ตอนนี้ไม่มีใครสามารถอยู่นิ่งเฉยได้แล้ว”
เหมยซิ้งหงพยักหน้าให้หวู่อันถง
หวู่อันถงจึงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ทุกท่าน สัตว์อสูรเผ่าสมุทรได้ปิดล้อมน่านน้ำของเกาะสามเซียนเอาไว้แล้ว พวกมันยังสร้างแท่นบูชาของเผ่าสมุทรอีกด้วย แต่ผู้นำของเผ่าสมุทรกลับไม่ยอมปรากฏตัว นั่นแสดงว่าพวกมัน้าขังพวกเราไว้ที่นี่ เมื่อใดที่ค่ายกลถูกทำลาย เช่นนั้นเกาะสามเซียนก็จะถูกตีแตก”
จวินซางพอจะเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย “แทนที่จะนั่งรอความตาย เช่นนั้นออกไปสู้ดีกว่า...ท่านเ้าเกาะมีแผนการอันใดหรือไม่?”
เหมยซิ้งหงมิได้รู้สึกละอายใจ เขาจึงกล่าวตามตรง “หนึ่ง ขอให้ทุกขั้วอำนาจกับผู้บำเพ็ญพเนจร แบ่งออกเป็สามกลุ่ม ป้องกันแกนกลางค่ายกลของเกาะทั้งสาม เมื่อถึงเวลาคับขันจะได้สนับสนุนซึ่งกันและกัน…”
“สอง ข้าหวังว่ายอดฝีมือระดับเปิดชีพจรจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โจมตีแท่นบูชาเผ่าสมุทรโดยเร็วที่สุด ทำลายการปิดล้อมน่านน้ำนี้ เพื่อส่งข่าวออกไปขอความช่วยเหลือ...”
“สาม ภัยพิบัติคลื่นน้ำสีเืครั้งนี้รุนแรงนัก ข้าหวังว่าทุกคนจะลืมเื่บาดหมางในอดีต ร่วมมือร่วมใจกันฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปด้วยกัน”
เมื่อได้ยินความคิดเห็นกับคำแนะนำของเหมยซิ้งหง ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ทันใดนั้นหวู่อันถงก็นึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาได้ หากคนบาปแห่งนิกายโม่เหมินยินยอมร่วมมือด้วย โอกาสสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นไม่น้อย
น่าเสียดายที่ผู้แข็งแกร่งระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างอิสระ ผู้ไร้หัวใจไร้ความรู้สึกคนหนึ่ง จะมาสนใจชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ทะเลล่วนซิงทั้งหมดจะตกอยู่ในาอย่างแน่นอน…
