หลังวางค่ายกลสังหารเรียบร้อย หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยก็เฝ้าอยู่ในรั้วป้องกัน รอผลโลหิตทองสุกงอม
เพราะมีค่ายกลสังหารกับรั้วป้องกันที่ปลอดภัยมาก หลิ่วเทียนฉีจึงเอาบุปผาทิพย์กับสมุนไพรทิพย์ที่ซื้อมาบดเป็ผง เริ่มผสมหมึกยันต์ขั้นหนึ่ง
ระหว่างหลิ่วเทียนฉีผสมหมึกยันต์ ก็ได้เฉียวรุ่ยเป็ลูกมือช่วยบดบุปผาทิพย์ สมุนไพรทิพย์และกระดูกสัตว์อสูรในทันที เพราะเขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีเรี่ยวแรงมาก งานเหล่านี้จึงออกมาได้ดั่งใจ พอมีคนรักช่วยเหลือ ความเร็วในการผสมหมึกยันต์ของตนจึงเพิ่มมากขึ้น
.........
สิบวันให้หลัง
เฉียวรุ่ยเห็นหมึกยันต์สามสิบหกขวดที่หลิ่วเทียนฉีวางไว้บนโต๊ะก็ดีใจเป็อย่างยิ่ง
“เทียนฉี หมึกยันต์นี่แพงมากสินะ?” ได้ยินว่าของสิ่งนี้มีราคายิ่งนัก!
“อืม หมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นหนึ่งราคาแปดร้อยก้อนศิลาทิพย์ต่อหนึ่งขวด หมึกยันต์ประเภทป้องกันราคาเจ็ดร้อยก้อนศิลาทิพย์ต่อหนึ่งขวดเชียวล่ะ” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า ตอบตามความจริง
“ว้าว ขวดหนึ่งตั้งเจ็ดแปดร้อยเชียว! ถ้าอย่างนั้นสามสิบหกขวด ก็สองหมื่นกว่าก้อนศิลาทิพย์งั้นหรือ?” พูดจบ สีหน้าของเฉียวรุ่ยตื่นเต้นขึ้นมาโดยพลัน
“แค่หมึกยันต์ขั้นหนึ่ง ยังไม่นับว่าแพงหรอก ระดับขั้นยิ่งสูงยิ่งแพงหนักหนา หากเป็หมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นสอง ราคาขายคือแปดพันก้อนศิลาทิพย์ต่อหนึ่งขวดเชียว”
“อ้อ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าเข้าใจ ในใจคิดว่ากำไรของหมึกยันต์นี่มากมายจริงแท้!
“กระดูกสัตว์อสูรกับเืสัตว์อสูรขั้นหนึ่งใช้หมดแล้ว วันพรุ่งนี้เ้าจะผสมหมึกยันต์ขั้นสองเลยหรือเปล่า?” พอคิดว่าเทียนฉีจะผสมหมึกยันต์ขั้นสองต่อ ในใจก็แอบตื่นเต้นเล็กน้อย
“ฮ่าๆๆ อย่าดีใจเร็วปานนั้น หมึกยันต์ขั้นสองไม่ได้ผสมง่ายเช่นขั้นหนึ่งหรอก หากทำไม่ดีพอ วัตถุดิบจะสูญเปล่าเสียหมด!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางยิ้มเจื่อน ขั้นสองช่างท้าทายนัก
หมึกยันต์ขั้นหนึ่ง หลิ่วเทียนฉีทดลองมาสิบวัน ประเภทโจมตี ประเภทป้องกัน ประเภทฝึกร่างและประเภทช่วยฝึกฝน เขาผสมทีละอย่าง กระบวนการในการผสมนับว่าราบรื่น ไม่เสียวัตถุดิบเปล่า แต่ขั้นสองคงไม่ง่ายเช่นนั้น!
“ไม่หรอก! เทียนฉีฉลาดปานนี้ ต้องทำได้แน่” เฉียวรุ่ยเชื่อมั่นในตัวเขาเต็มร้อย
เห็นเฉียวรุ่ยเชื่อมั่นเขายิ่งกว่าเขาเชื่อมั่นในตนเอง หลิ่วเทียนฉีหัวเราะอย่างจนปัญญา
“เทียนฉี เ้าต้องสู้นะ ตอนบ่ายข้าจะบดผงกระดูกขั้นสองให้เ้าเอง!”
ได้ยินคำนี้ หลิ่วเทียนฉีจับมือสองข้างของเฉียวรุ่ยขึ้นมา มองหนังด้านกลางฝ่ามือน้อย ก่อนก้มศีรษะแล้วจูบอยู่หลายครั้งอย่างรักใคร่
“หลายวันมานี้ เดี๋ยวช่วยข้าบดผงกระดูก เดี๋ยวช่วยข้าบดผงบุปผา เ้าบดจนมือด้านหมดแล้ว!”
“ฮ่าๆๆ ไม่เป็ไร ข้า ข้าไม่มีเื่อื่นให้ทำ พอดีกับได้เป็ลูกมือให้เ้า เช่นนี้เ้าจะได้ไม่ต้องแบ่งสมาธิ แล้วตั้งใจวิจัยสูตรพวกนั้นกับผสมหมึกยันต์ได้อย่างไรเล่า”
หลิ่วเทียนฉีเห็นท่าทางไม่ใส่ใจของคนรักก็จับสองมือของอีกฝ่ายขึ้นมาวางไว้บนใบหน้าตน ใช้ผิวละเอียดบนใบหน้าัักับความสากของสองมือ
“ได้ภรรยาเช่นนี้ สามียัง้าสิ่งใดอีก?” หลิ่วเทียนฉีจ้องรอยยิ้มของคนรัก แต่ละคำล้วนออกมาจากหัวใจ
เป็คนสองชาติภพ ์ให้โอกาสได้พบคนโง่ที่คลั่งรักตนเช่นนี้ แท้จริง์ก็ดีต่อเขาไม่น้อยนะ!
“ข้า ข้าไม่ใช่สักหน่อย!” เฉียวรุ่ยหดมือ หน้าแดงอยากดึงมือกลับ แต่หลิ่วเทียนฉีไม่ยอมปล่อย
“อีกห้าสิบหกวัน พวกเราก็แต่งงานกันแล้วนะ!” หลิ่วเทียนฉีจ้องคนรัก เอ่ยอย่างตั้งใจ
“ข้า ข้ารู้!” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักมีท่าทีจริงจังปานนั้นก็จนปัญญา เขารู้ อีกฝ่ายจริงจังกับตนมากเหลือเกิน!
“ถ้าเช่นนั้น เ้ายังจะบอกว่าไม่ใช่ภรรยาของข้าอีกงั้นหรือ?” หลิ่วเทียนฉีถามอย่างน้อยใจ
“ก็ ก็ยังไม่แต่งงานมิใช่หรือ?”
“การแต่งงานเป็เพียงพิธีกรรมอย่างหนึ่ง ในหัวใจข้า เ้าเป็ภรรยามานานแล้ว ั้แ่ครั้งแรกที่ข้าได้เ้ามา ข้าถือว่าเ้าเป็คนรักของข้า ภรรยาของข้า เป็คนที่ข้าพร้อมรักและถนอมทั้งชีวิต แต่เ้า เ้าไม่เคยคิดเช่นนี้เลยสินะ?” หลิ่วเทียนฉีมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ ถามอย่างจริงจัง
“ไม่ ไม่ใช่นะ ข้าเคยคิด ข้าคิดเช่นนี้เหมือนกัน!” ท่าทางเหมือนโดนทำร้ายของเทียนฉีทำให้เฉียวรุ่ยปวดใจ เทียนฉีรักตนปานนั้น เฉียวรุ่ยย่อมรู้ชัด เขามองว่าอีกฝ่ายเป็คนรักของตน สามีของตนมานานแล้ว
หลิ่วเทียนฉีได้ยินคำตอบถึงพอใจ ยอมปล่อยมือน้อยทั้งสองข้าง
“เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยเรียกชื่อคนรักเสียงแ่ จุมพิตริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างเอาใจ
เห็นเฉียวรุ่ยเป็ฝ่ายขยับเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง กลัวทำให้ตนไม่พอใจปานนั้นจึงยิ้มจางๆ โอบคนรักตัวน้อยเข้ามาในอ้อมแขน
“เทียนฉี ข้าอยากอยู่เคียงข้างเ้าเช่นนี้ทั้งชีวิตนะ!” เฉียวรุ่ยซบศีรษะลงบนหัวไหล่อีกฝ่ายพลางยิ้มบอก
“ดี ขอแค่พวกเรามีชีวิตอยู่ ไม่ปล่อยมือใครสักคนไป พวกเราก็จะเป็ของกันและกัน!” หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะ จับมือเฉียวรุ่ยขึ้นมาประทับจุมพิตอ่อนโยนบนหลังมือ
จับมือเ้า แก่เฒ่าไปด้วยกันกับเ้า เสี่ยวรุ่ย ชีวิตนี้ข้าไม่มีทางปล่อยเ้าไปเด็ดขาด!
“ดี!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า กอดแขนคนรักไว้แน่น แนบชิดร่างกายยิ่งกว่าเดิม
หลังจากนั้น หลิ่วเทียนฉีก็เริ่มผสมหมึกยันต์ขั้นสอง เป็ดังที่คิด หมึกยันต์ขั้นสองผสมไม่ง่ายเลย สามวันแรกเขาเสียวัตถุดิบไปเปล่าๆ มากมาย แต่ผสมหมึกยันต์ออกมาไม่ได้สักขวด
จนกระทั่งวันที่สี่ เขาถึงผสมหมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นสองขวดแรกออกมาได้
.........
ยี่สิบวันให้หลัง
หลิ่วเทียนฉีมองหมึกยันต์สี่สิบขวดบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด
ก่อนหน้านี้ เขาใช้เพียงสิบวันในการผสมหมึกยันต์ขั้นหนึ่งออกมาได้สามสิบหกขวด แต่ตอนนี้ใช้เวลาเป็สองเท่า กลับผสมหมึกยันต์ขั้นสองออกมาได้เพียงสี่สิบขวด
“เทียนฉี เ้าเก่งกาจยิ่ง หมึกยันต์เหล่านี้แพงกว่าหมึกยันต์ขั้นหนึ่งมากนักเชียว!”
“แต่เสียวัตถุดิบไปตั้งมากมาย” แม้กำไรของหมึกยันต์มีอยู่มาก ถึงเสียวัตถุดิบไป หมึกยันต์เหล่านี้ก็เอาต้นทุนคืนกลับมาได้ทั้งหมด แต่หลิ่วเทียนฉีรู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้นัก
ไม่นานมานี้ เขากับเสี่ยวรุ่ยจับสัตว์อสูรขั้นสองได้มากกว่าสัตว์อสูรขั้นหนึ่งอยู่หลายตัว แต่สุดท้าย หมึกยันต์ที่ผสมออกมากลับมากกว่าขั้นหนึ่งแค่สี่ขวด วัตถุดิบหนึ่งในห้าส่วนล้วนถูกตนทำเสียเปล่า ผลลัพธ์นี้สร้างความหงุดหงิดและความไม่พอใจให้เขาเป็อย่างมาก
“เ้าผสมหมึกยันต์ครั้งแรกมิใช่หรือไงเล่า ผสมออกมาได้สี่สิบขวดก็เก่งแล้ว! อย่าท้อแท้เลย เ้าต้องทำได้แน่” เฉียวรุ่ยยังคงเชื่อในตัวคนรัก
หลิ่วเทียนฉีได้ยินเช่นนี้พลันหัวเราะ “มีเ้าเหน็ดเหนื่อยช่วยข้าบดกระดูก สนับสนุนข้าเช่นนี้ ข้าไม่มีทางทำให้เ้าผิดหวังหรอก!”
“ใช่แล้ว ฉะนั้นเทียนฉี พยายามเข้านะ!”
“อืม!” หลิ่วเทียนฉีเอาของว่างเข่งหนึ่งออกมา วางชิ้นหนึ่งไว้ในมือเฉียวรุ่ย
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนพื้น มองกันและกัน กินอาหารด้วยกัน
“เสี่ยวรุ่ย อีกนานไหมกว่าผลโลหิตทองจะสุกงอม? เหมือนจะใกล้งานแต่งงานของพวกเราแล้ว เหลืออีกแค่สามสิบสองวันเอง!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรัก เตือนด้วยนำเสียงจริงจัง
“ใกล้แล้วล่ะ อีกไม่กี่วัน ราวสิบวันน่าจะใช้ได้”
“อืม!” หลิ่วเทียนฉีได้ยินคำตอบก็พยักหน้าพอใจ ขอแค่ไม่กระทบงานแต่งงานของพวกเขาเป็พอ!
“เทียนฉี กระดูกสัตว์อสูรกับเือสูรขั้นสองใช้หมดแล้ว เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราจะผสมหมึกยันต์ขั้นสามกันใช่ไหม?” พูดถึงเื่นี้ เฉียวรุ่ยก็มีสีหน้าตื่นเต้น
“อืม ข้าอยากลองดูสักหน่อย แต่ข้าคิดว่าการผสมหมึกยันต์ขั้นสาม ความยากคงมากกว่าผสมหมึกยันต์ขั้นสองหลายเท่านัก คงคาดหวังสูงไม่ได้” หลิ่วเทียนฉีพูดจบก็ขมวดคิ้วแน่น
ผสมหมึกยันต์ขั้นสองยังไม่ราบรื่นเท่าไร ขั้นสามคงยากมากกว่าเดิมไปอีก
“ไม่ต้องกังวลหรอก ่นี้พวกเราล่าสังหารสัตว์อสูรขั้นสามได้ไม่น้อย วัตถุดิบมีพร้อมยิ่ง”
“ฮ่าๆๆๆ...”
หลิ่วเทียนฉีได้ยินคำให้กำลังใจของคนรัก รู้สึกอบอุ่นหัวใจนิดหน่อย ก้มตัวลงจูบใบหน้าน้อย “ขอเพียงเ้าเชื่อในตัวข้า ข้าต้องทำสำเร็จแน่!”
“แน่นอน ข้าย่อมเชื่อในตัวเ้า เทียนฉีเป็ผู้ใช้ยันต์ยอดที่สุด ร้ายกาจที่สุด ต้องผสมหมึกยันต์ขั้นสามออกมาได้อยู่แล้ว!” เฉียวรุ่ยมองคนรักนิ่ง เอ่ยคำนี้ออกมาอย่างมั่นใจ
“อืม!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าเบาๆ ก่อนโอบเขาไว้
ผู้อื่นล้วนไม่สำคัญ ขอเพียงมีการสนับสนุนและความเชื่อมั่นของเสี่ยวรุ่ย ย่อมเป็แรงผลักดันและความพอใจที่ใหญ่ที่สุดให้เขาได้
.........
สิบสองวันให้หลัง
หลิ่วเทียนฉีมองหมึกยันต์ขั้นสามสิบเอ็ดขวดบนโต๊ะ รู้สึกหมดกำลังใจอยู่บ้าง
สิบวันแรกเขาผสมหมึกยันต์ขั้นหนึ่งออกมาได้สามสิบหกขวด สิบวันที่สองเขาผสมหมึกยันต์ขั้นสองออกมาได้ยี่สิบขวด แต่สิบวันที่สี่เขากลับผสมหมึกยันต์ขั้นสามออกมาได้เพียงสิบเอ็ดขวด
หากไม่มีประสบการณ์ผสมหมึกยันต์ขั้นหนึ่งกับขั้นสอง เริ่มต้นมาผสมหมึกยันต์ขั้นสามเลยทันที เกรงว่ากระทั่งสิบเอ็ดขวดคงผสมออกมาไม่ได้
แม้เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว แต่พอเห็นวัตถุดิบเสียไปถึงหนึ่งในสามส่วน เขาก็ปวดใจนัก
“เทียนฉี เ้าเก่งกาจนัก ถึงกับผสมหมึกยันต์ขั้นสามได้มากเช่นนี้!” เฉียวรุ่ยหยิบหมึกยันต์ขั้นสามบนโต๊ะขึ้นมาดูขวดหนึ่งอย่างสงสัยใคร่รู้
“เปลืองวัตถุดิบไปมากมายเชียว!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็แอบเสียดายเล็กน้อย
“กลัวอะไรเล่า? สัตว์อสูรพวกเราค่อยล่าอีกก็ได้นี่! สมุนไพรทิพย์พวกเรายังซื้ออีกได้ รอออกจากที่นี่ เอาหนังสัตว์อสูรกับผลึกสัตว์อสูรในมือข้าไปขายให้หมดก็พอซื้อสมุนไพรทิพย์ให้เ้าแล้ว!” เฉียวรุ่ยพูดเหมือนเป็เื่ถูกต้อง
“เ้านี่นะ!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักเชื่อมั่นในตัวเขาอยู่เสมอ ยืนหยัดให้กำลังใจและสนับสนุนตนมาตลอดพลันยิ้มอย่างอ่อนใจ
“เทียนฉี อย่าท้อใจนัก ครั้งนี้เ้าผสมหมึกยันต์ครั้งแรก หลังจากนี้ย่อมเก่งกาจขึ้นอีก ข้าเชื่อในตัวเ้า!” เฉียวรุ่ยจับมือคนรักก่อนปลอบประโลมเสียงเบา
“อืม ข้ารู้!” หลิ่วเทียนฉีกุมมือน้อยไว้กลางฝ่ามือ พยักหน้าหลายหน
“เทียนฉี ข้ารู้สึกว่าอีกสองวันผลโลหิตทองจะสุก พวกเราต้องระวังให้ดี” เฝ้าปกป้องมาหนึ่งเดือนกว่า เฉียวรุ่ยย่อมไม่หวังให้ผลไม้ถูกผู้อื่นแย่งชิงไป
“ได้ คืนนี้พวกเราเริ่มเปิดค่ายกลกัน!”
ในเมื่อผลไม้ทิพย์กำลังจะสุก ก็ควรป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ เขาไม่อยากตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่นหรอกนะ
