เสิ่นม่านหาวอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไม่รีบร้อน
“หนึ่งพันตำลึง? ท่านได้ยินผู้ใดบอกมาหรือ?”
รัศมีนี้… เฉียนซานเจียงอดไม่ได้ที่จะหรี่ตามองนาง
ชุดผ้าฝ้ายแสนธรรมดาที่มีรูปแบบทั่วไป แต่เป็ระเบียบสะอาดสะอ้าน นางมัดผมขึ้นเป็ทรงหางม้าสูงเฉกเช่นบุรุษ มองแล้วแปลกตา
เนื้อแน่นอวบอัดไม่ผอมบางเหมือนสตรีทั่วไป ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายแวววาว แม้มีท่าทีเรียบง่าย แต่ดูแล้วเหมือนคนเ้าความคิด
เฉียนซานเจียงเคยชินกับการดูคนที่เปลือกนอก แม้หญิงชาวบ้านแสนธรรมดาผู้นี้จะมีรัศมีที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อยู่ในสายตาเขา
“ไม่สำคัญว่าข้าจะได้ยินจากผู้ใด ข้าเพียง้าสูตรเต้าฮวยของเ้า”
พูดจบ เขาลูบไฝบนหน้าและหัวเราะอย่างอันธพาล เห็นฟันทองสะท้อนแสงจนเสิ่นม่านต้องกลอกตามองบน
“แค่สาวชาวบ้านตั้งแผงขายธรรมดาจะหาเงินได้เท่าไหร่กันเชียว? เ้าเอ่ยปากก็คิดจะขายหนึ่งพันตำลึง เรียกราคาไม่ธรรมดา… วันนี้ที่ข้าให้เ้ามา ไม่ได้้าหารือกับเ้า แต่สูตรเต้าฮวยนั้นข้าจะซื้อด้วยราคาห้าร้อยตำลึง เ้าทิ้งสูตรไว้และกลับไปได้”
นี่จะข่มขู่นางหรือ? เสิ่นม่านสีหน้าบึ้งตึงมองคนในห้อง
อืม ทั้งหมดสิบกว่าคน แต่ละคนรูปร่างกำยำ แค่ล้อมห้องนี้ไว้ก็ไม่เห็นทางออกแล้ว หากนางคิดจะหนี? เดาว่าคงเป็ไปไม่ได้
การคบค้ากับคนพันธุ์นี้ ต้องใช้สมองสักหน่อย
เสิ่นม่านย่นคิ้วและเอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ดังนั้นแล้ว หากวันนี้ข้าไม่ทิ้งสูตรไว้ พวกเ้าก็คิดจะสังหารข้าหรือ?”
“แม่นางเสิ่น เ้าควรรู้จักแยกแยะดีชั่ว นายท่านของเราหารือการค้ากับเ้า นับว่าเป็เกียรติของเ้าแล้ว แม้เ้าคิดจะหนี พวกเราก็รู้ที่อยู่บ้านเ้า แล้วก็ลูกชายหนึ่งคนกับหลานอีกสองคนนั่น ถ้าเ้าไม่อยากนำภัยสู่ครอบครัว ก็รีบส่งมอบสูตรออกมาขณะที่นายท่านของเรายังมีความอดทนเสียดีกว่า!”
ข้างกายเฉียนซานเจียงมีบ่าวรับใช้กำหมัดขู่ฟ่อ หมายจะเบ่งท่าน่ากลัวเพื่อข่มขู่ให้คนยินยอม จากนั้นพวกเขาจะได้รีบเลิกงานและไปดื่มสุรา
“นายท่านเฉียน”
เมื่อเอ่ยถึงเด็กๆ ในที่สุดใบหน้าของเสิ่นม่านก็เริ่มมีอารมณ์ กระทั่งั์ตาดำขลับคู่นั้นยังคงแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอันตรายเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม อันตรายยังอยู่เบื้องหน้า เสิ่นม่านรีบปรับสีหน้ายิ้มแย้มและมองเฉียนซานเจียงอย่างอ่อนน้อม
“สูตรเต้าฮวย หากท่าน้า มีหรือข้าจะไม่ให้? แต่ตอนนี้สูตรไม่ได้อยู่กับข้า”
“ไม่ได้อยู่กับเ้าหรือ?”
เฉียนซานเจียงมองนางด้วยความสงสัย ท่าทางชัดเจนว่าไม่เชื่อ
“เ้าคิดจะโกหกข้าหรือ? ข้าได้ยินมาว่าเ้าคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง เต้าฮวยเ้าก็เป็คนทำเอง คนในหมู่บ้านเ้าล้วนเห็นกับตา!”
“เฮ้อ… สิ่งที่พวกเขาสามารถเห็นได้ แล้วจะเรียกว่าสูตรลับได้หรือ?”
เสิ่นม่านมีแผนในใจ นางตบหน้าขา “ข้าเป็เพียงสาวชาวบ้านหยาบกระด้าง ไหนเลยจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้? สูตรนี้ข้าได้มาจากญาติผู้พี่ เขารู้จักกับพ่อครัวในเมืองหลวงที่คิดค้นสูตรเต้าฮวยนี้ ครั้งนี้เขากลับมาเยี่ยมญาติ เห็นว่าหญิงหม้ายอย่างข้าต้องเลี้ยงเด็กสามคนอย่างยากลำบาก ดังนั้นจึงสอนการทำเต้าฮวยให้ข้า ทว่า...”
พอเสิ่นม่านเริ่มพูดจาหว่านล้อมชักนำ เฉียนซานเจียงก็หลงเชื่อตามคาดพร้อมทั้งถามอย่างร้อนใจ
“ทว่าอะไร?”
เสิ่นม่านแสร้งทำเป็ขบริมฝีปากล่างอย่างลำบากใจ “ญาติผู้พี่ข้าสอนแค่ขั้นตอนทั่วไป ส่วนขั้นตอนที่สำคัญ เขาจะปิดประตูทำเองคนเดียวทุกครั้ง ดังนั้นวิธีการทำเต้าฮวยที่แท้จริง ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด ท่านคงต้องไปสอบถามญาติผู้พี่ของข้า”
หลังจากพูดจบ นางแสร้งทำเป็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย
“เฮ้อ ที่จริงแล้วข้าก็้าเงินห้าร้อยตำลึง มันเยอะกว่าไปนั่งขายเต้าฮวยเองมากนัก ข้าขายเต้าฮวยหมดแล้วยังต้องกลับไปแบ่งให้ญาติผู้พี่อีกหกส่วน เหนื่อยทั้งวันแต่ได้เงินน้อยนิด ในสายตาคนนอกดูเหมือนข้าหาเงินได้มากมาย แต่ความขมขื่นในนั้น ใครเล่าจะรู้?”
นางพูดสมจริงสมจัง เฉียนซานเจียงเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรคือเื่จริง เขากลอกตาไปมาและถามนาง
“จริงหรือ?”
“จริงสิ! ชีวิตของครอบครัวข้าอยู่ในมือท่าน ข้ามีหรือจะกล้าหลอกลวง?”
เสิ่นม่านชูสามนิ้วเพื่อสาบาน เฉียนซานเจียงเดาว่านางคงไม่กล้าพูดปด จึงพาคนมุ่งหน้าไปหมู่บ้านโม๋ผาน
เสิ่นม่านออกมาจากจวนตระกูลเฉียน ขณะนี้กำลังนึกละอายใจเงียบๆ
ขอโทษด้วย ญาติผู้พี่
อับจนสหายได้ แต่มิอาจอับจนหนทาง คงต้องเสียสละตัวเ้าก่อน รอจนข้าผ่านพ้นไปได้ แล้วค่อยคิดหาทางช่วยเ้า!
หากหนิงโม่ถูกจับ พวกเขาไต่สวนไม่นานก็คงพบเงื่อนงำ ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดการต่อสู้ ไม่รู้ว่าร่างผอมแห้งเช่นหนิงโม่จะสู้ชายกำยำนับสิบได้หรือไม่
เสิ่นม่านกัดนิ้วและเริ่มกังวลขึ้นมาจริงๆ
ตระกูลเฉียนมีอํานาจในตำบลนี้ ทั้งยังมีกุนซือเฉียนเป็ที่พึ่งพิง หากเกิดเื่จริง เกรงว่าคนที่เสียเปรียบคงเป็นาง
ให้ตายสิ ขายเต้าฮวยมานาน นางไม่เคยผูกมิตรกับคนที่มีอำนาจบารมีบ้างเลยหรือ?
มีอำนาจบารมี… จริงสิ!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ใบหน้าของเสิ่นม่านก็ปรากฏภาพใบหน้าของใครบางคน จากนั้นนางก็วิ่งหน้าตั้ง
ประมาณห้าถึงหกนาทีต่อมา เสิ่นม่านก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ที่แสนโอ่อ่าแห่งหนึ่ง นางเคาะประตูและมีบ่าวเฝ้าประตูออกมา เสิ่นม่านบอกธุระกับเขาอย่างรวบรัดและรอบ่าวรับใช้เข้าไปรายงาน
หลังจากนั้นไม่นาน เสิ่นม่านก็ถูกเชิญเข้าไปในจวนตระกูลจาง
ตระกูลจางเป็ตระกูลร่ำรวยอันดับต้นๆ ในตำบล แม้ตระกูลเฉียนจะบ้าอำนาจอย่างไร ก็ต้องเกรงกลัวบารมีของตระกูลจางอยู่บ้าง
เสิ่นม่านตัดสินใจเดิมพัน
หลังจากเข้าไปในจวนตระกูลจาง นางก็ถูกพาไปยังเรือนของนางเฉิน
นางเฉินกำลังหยอกล้อกับลูกในห้อง เมื่อได้ยินว่านางมา จึงรีบให้คนนำชามาต้อนรับ เสิ่นม่านไม่มีเวลามาพิธีรีตองกับนาง หลังจากยกน้ำชาขึ้นซดจนหมดเกลี้ยง ก็โพล่งจุดประสงค์การมาของตนในอึดใจเดียว
หลังจากฟังจบ นางเฉินก็เรียกสาวใช้ไปเชิญจางหงเหวินมาจากห้องตำรา เพื่อให้เขาพาบ่าวรับใช้สิบกว่าคนติดตามเสิ่นม่านกลับหมู่บ้าน
เสิ่นม่านใกับความเด็ดขาดของครอบครัวนี้ ขณะที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว พอรู้ตัวอีกทีนางก็อยู่ระหว่างทางกลับบ้านแล้ว
ระหว่างทาง เสิ่นม่านเพิ่งได้รู้ว่าเื้ัของตระกูลจางไม่ได้ธรรมดาอย่างที่นางคิดไว้
ปู่ของจางหงเหวินเป็ขุนนางในเมืองหลวง ส่วนพี่ชายของเขา จางหงอี้ ก่อนหน้านี้คือบัณฑิตจิ้นซื่อ [1] คนใหม่ แต่เพราะทำงานผิดพลาดเล็กน้อยในราชสำนัก จึงถูกลงโทษให้มาฝึกฝนในสถานที่กันดารอันไกลโพ้นแห่งนี้
ถ้าจะพูดให้ง่ายดายก็คือถูกส่งมาทำงานนอกพื้นที่
ส่วนครอบครัวฝั่งมารดาของนางเฉินอยู่ในตำบลอยู่แล้ว จางหงเหวินไม่ชอบเส้นทางบัณฑิตและรักการค้าขาย สองสามีภรรยาจึงย้ายมาที่ตำบลนี้เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นก็ทำการค้าและช่วยเหลือเกื้อหนุนพี่ชาย จนได้มีชีวิตสุขสงบดั่งงูเ้าที่
ฟังจากคำพูดของจางหงเหวิน ตระกูลเฉียนเมื่ออยู่ต่อหน้าจางหงอี้ที่เป็นายอำเภอแล้ว การอวดเบ่งบารมีนั้นไม่ต่างกับการผายลม
ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ เสิ่นม่านก็สบายใจขึ้นไม่น้อย
จะพูดอย่างไรดี? การมีูเาใหญ่ที่มั่นคงให้พึ่งพิง ชีวิตต่อไปในภายภาคหน้าของนางที่ตำบลนี้ ก็นับว่าราบรื่นงดงามแล้วกระมัง?
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาทุกคนก็มาอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเสิ่นม่าน
ยังไม่ทันจะผลักประตูเข้าไป เสิ่นม่านก็ได้ยินเสียงโหยหวนราวหมาป่าดังออกมาจากลานบ้าน…
-----
เชิงอรรถ
[1] จิ้นชื่อ 进士 คือผู้ที่สอบผ่านการสอบระดับสูงสุด ซึ่งเป็การสอบหน้าพระพักตร์ที่ฮ่องเต้ทรงออกข้อสอบเอง ผู้ที่สามารถสอบผ่านจะได้เลื่อนเป็จิ้นซื่อ (进士) และผู้ที่สอบได้ที่ 1, 2 และ 3 จะได้ตำแหน่ง จ้วงหยวน (状元) ปั๋งเหยี่ยน (榜眼) และทั่นฮวา (探花) ตามลำดับ หากบัณฑิตคนใดสอบได้เป็จิ้นซื่อ ก็เท่ากับมีโอกาสได้เป็ขุนนางในราชสำนักค่อนข้างแน่นอนแล้ว
