ทุกคนที่เห็นฉากการตายอันไร้ปราณีของเหนียนจีก็ตกตะลึงและมีสีหน้าหวาดกลัวไปตามๆกัน
"ปะ-เป็ไปได้อย่างไร!?"
"พี่ใหญ่!?"
จากนั้นอักขระ 血 กลางขม่อมของไป๋เฉินค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้าๆ ดวงตาเ็าปราดมองกลุ่มนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก "เอาล่ะ พวกเ้าเป็รายต่อไป..."
กลุ่มเผ่ามารที่อยู่ฝั่งเดียวกับเหนียนจีก็ตัวสั่นด้วยความสิ้นหวังครั้นได้ยินประโยคที่เปล่งออกมาจากปากของไป๋เฉิน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหนียนจีได้ถูกสังหารไปโดยจักรพรรดิมารที่พวกมันเพิ่งจะให้คำนิยามว่าอ่อนแอเมื่อครู่!
ไป๋เฉินเหลือบมองกลุ่มมารที่ต่อต้านพลางกล่าวด้วยเสียงเย็นะเื "คุกเข่าลง!"
"วู้ม!"
จิตสังหารอันไร้ขอบเขตเข้าปกคลุมกลุ่มทั้งสิบคนที่ไม่ยอมคุกเข่า จนพวกมันทั้งหมดตระหนักได้ถึงแรงกดดันที่รุนแรงราวกับว่ามีภูผากดทับเหนือศีรษะ
"ตึ้ง!"
ด้วยแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ทุกคนทรุดตัวลงในลักษณะแนบชิดกับพื้นราวกับมีค้อนปอนด์ั์ตอกเข้าที่ร่างของมันอย่างจัง วินาทีนั้นบังเกิดหลุมลึกสองเมตรพร้อมกันกับเสียง 'กร๊อบ!' จากกระดูกลั่นทั่วทั้งร่างของคนทั้งกลุ่ม
วินาทีต่อมาพลันได้ยินเสียงไพเราะเสนาะหูจากกระดูกทั่วทั้งร่างของคนกลุ่มนั้นแหลกละเอียดเป็เสี่ยงๆ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะตายตกไปโดยที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังและความไม่เต็มใจ!
"อ๊าก!"
"ฝ่าา! ข้า-"
"ไม่! ฝ่าาข้ายอมแล้ว!"
"..."
เสียงกรีดร้องพวกมันก้องกังวานด้วยความทุกข์ทรมาน โดยที่มีไป๋เฉินยืนกอดอกและมองดูฉากที่น่าอภิรมย์ตรงหน้าด้วยการผงกศีรษะอย่างพึงพอใจ
เมื่อเห็นจิตใจที่เหี้ยมหาญและอำมหิตนั้น หลิงเมิ่งรวมถึงคนอื่นๆที่อยู่ในท่าคุกเข่าต่างก็หน้าถอดสีด้วยความกลัวสุดขีด
เห็นได้ชัดว่าไป๋เฉินมิได้มีความคิดจะปล่อยพวกมันไป หากแต่ยืนยิ้มอ่อนๆรอดูพวกมันทรมานและค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ...
หวู่ฉางอันที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบประสานมืออย่างเร่งรีบ "ฝะ-ฝ่าา ท่านไม่ควรจะทำเช่นนั้น"
เห็นได้ชัดว่าชายชรายังคงหวงแหนกองกำลังและความแข็งแกร่งของสกุลเทียนอยู่ หากกลุ่มของเหนียนจีถูกสังหารไป ความแข็งแกร่งของสกุลเทียนจะหายไปถึง 3 ใน 10 ส่วนโดยทันที
แต่การแสดงออกทางสีหน้าของไป๋เฉินมิได้เปลี่ยนไปก่อนจะยิ้มและเอ่ยถาม "หืม? เ้าสงสัยในการตัดสินใจของข้างั้นรึ?"
สีหน้าของหวู่ฉางอันปรากฏร่องรอยความลังเลใจ "แต่พวกมันแข็งแกร่ง-"
ไม่ทันที่หวู่ฉางอันจะได้เอ่ยจนจบ ไป๋เฉินกลับกล่าวแทรกขึ้นมาโดยพลัน "สิ่งที่ข้า้าไม่ใช่ความแข็งแกร่งหรือจำนวนคน แต่ข้า้าคนที่ภักดีต่อข้า แน่นอนว่าหากเ้าไม่เห็นด้วยเ้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ได้...แต่ในฐานะร่างไร้ิญญา"
คำตอบของไป๋เฉินทำให้เผ่ามารทั้งหมดทำได้เพียงก้มหน้าลงและไม่มีผู้ใดปริปากอีกต่อไป
หลังจากบรรยากาศเงียบลงมีเพียงเสียงกรีดร้องโอดครวญของเหล่าสมุนภายใต้เหนียนจีที่ค่อยๆเงียบลง ไป๋เฉินถอนหายใจอย่างช้าๆและกล่าวว่า "สำหรับข้าแล้วไม่มีโอกาสครั้งที่สอง ข้าจะรักษาและช่วยสนับสนุนผู้ที่เชื่อฟัง และผู้ใดที่ไม่เชื่อฟังไม่จำเป็สำหรับการเป็บริวารของข้า"
"เมล็ดพันธุ์ที่เน่าเสีย ไม่จำเป็ต้องดูแลมันอีกต่อไป... เ้าเข้าใจหรือไม่?" ดวงตาสีแดงของไป๋เฉินเหลือบมองและถามย้ำ
หลิงเมิ่งและคนอื่นๆทำได้เพียงก้มหน้าลงก่อนจะชำเลืองกลุ่มคนที่กำลังกรีดร้องราวกับจะสิ้นลมด้วยแววตาสั่นไหว
จิตใจของเผ่ามารทั้งหมดสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวในความเด็ดขาดที่แสดงออกมาโดยไป๋เฉิน
นั่นเป็เพราะจักรพรรดิมารในอดีตเป็ผู้ที่มีเมตตาและพยายามให้โอกาสคนอื่นๆเสมอมา เนื่องจากที่ว่าเขาเป็ผู้ที่ช่วยเหลือเผ่าใต้พิภพทั้งหมดด้วยตัวของเขาเอง ดังนั้นจัหรพรรดิมารจึงหวนแหนเผ่าใต้พิภพเป็พิเศษแม้นว่าบางคนจะมีความคิดต่อต้านเขาก็ตามที
แต่บัดนี้อากัปกิริยาที่แสดงมาโดยไป๋เฉินนั้นสุดขั้วเกินไป เขาไม่มีแม้แต่จะให้โอกาสได้แก้ตัวหรือให้คำอธิบายดีๆ แต่เขากลับมีความคิดจะสังหารผู้เห็นต่างทันทีโดยที่ไม่จำเป็ต้องทบทวน!
ความคิดเช่นนี้โเี้เกินไป! ราวกับว่าไม่ใช่จักรพรรดิมารที่พวกมันรู้จัก!
ผ่านไปเพียงแค่สิบลมหายใจ กลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงร้องครวญครางก็ค่อยๆลดลงหลงเหลือแค่เพียงเสียงของคนสามคนเท่านั้น
เมื่อจ้องมองฉากตรงหน้าจะเห็นได้ว่าทั้งหมดที่เงียบงันไปได้ตายตกไปโดยที่มีดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังและความรู้สึกผิดที่ได้ตัดสินใจเช่นนั้น
ในใจของพวกมันที่ตายตกไปมีเพียงความเสียใจและโกรธเคืองตัวเอง
ในอดีตจักรพรรดิมารเป็ผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยพวกมันจากการคุมขังเป็ทาสรับใช้โดยเผ่ามนุษย์โดยที่ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวใดๆ ซ้ำแล้วจักรพรรดิมารในยามนั้นยอมได้รับาเ็สาหัสเพื่อช่วยเหลือทุกชีวิตของเผ่าใต้พิภพจนถึงที่สุด
พวกมันรู้สึกเสียใจและโทษตัวเองว่าพวกมันได้หักหลังผู้มีพระคุณที่ช่วยให้มันมีชีวิตและมีชีวิตที่ดีเฉกเช่นปัจจุบัน
"สุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่อง จุดจบก็เป็เช่นนี้" มุมปากของไป๋เฉินยิ้มจางๆในขณะนิ่งดูดายจนสามคนสุดท้ายตายตกไป ก่อนที่หางตาชำเลืองมองกลุ่มของหลินเมิ่งพลางกล่าวว่า "หลังจากนี้เป็ต้นไป หากมีผู้ใดมีความคิดเฉกเช่นเดียวกับพวกมัน...ผลลัพธ์ก็จะเป็เฉกเช่นเดียวกับพวกมันเช่นกัน"
"พวกเ้าจงไตร่ตรองดูให้ดีว่าลูกหลานของเ้าและเ้าที่อยู่ในจุดๆนี้เป็เพราะใคร?"
"ใครกันที่ช่วยเหลือเ้าจากความทุกข์ทรมานที่โดนทำร้ายกดขี่จากเผ่ามนุษย์?"
"ใครกันที่ยอมสละชีวิตของตัวเองเพื่อพยายามช่วยเหลือเผ่าใต้พิภพโดยที่ไม่มีแม้แต่ความรักตัวกลัวตาย?"
"มิใช่ว่าข้าจะเอ่ยเพื่อให้พวกเ้ารู้สึกว่าจำต้องทดแทนบุญคุณ แต่สิ่งที่ข้าจะสื่อคือหากมีผู้ใดคิดจะทรยศข้าก็จงตรึกตรองเสียให้ดี มิเช่นนั้นมิใช่แค่ตัวของเ้าเท่านั้นที่จะถูกกำจัด...แต่เป็เก้าชั่วโคตร!" ไป๋เฉินตอกย้ำด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
"พะยะค่ะ"
"ขอรับ"
หลิงเมิ่งและกลุ่มตอบรับอย่างทันควันโดยที่ไม่มีแม้แต่ผู้ที่เห็นต่าง
ในระหว่างที่ไป๋เฉินกล่าว พวกมันหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ไป๋เฉินกล่าวออกมาทุกอิริยาบถ สิ่งนั้นทำให้พวกมันย้ำเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า พวกมันที่มีความแข็งแกร่งหรือมีชื่อเสียงมาถึงตอนนี้ได้นั้นเป็เพราะใคร
เมื่อเห็นสีหน้าที่ตระหนักของทั้งกลุ่มไป๋เฉินพลันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "เอาล่ะ ลุกขึ้นเถิด พวกเรากำลังจะออกเดินทาง"
หลิงเมิ่งพยักหน้าอย่างนอบน้อมพร้อมกันกับหวู่ฉางอันที่ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ "ฝ่าา เป้าหมายของพวกเรานับจากนี้คืออะไร?"
"เป้าหมาย? ข้าเองก็ไม่รู้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้" คำตอบจากปากของไป๋เฉินทำให้สีหน้าของเผ่ามารต่างก็มึนงง พวกเขามองหน้ากันและพูดไม่ออก
จู่ๆหางตาของไป๋เฉินปราดมองไปยังกลุ่มคนด้านหลังของหลิงเมิ่ง จนกระทั้งพบเจอกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีผิวสีซีดและมีแววตาเป็กังวล
ไป๋เฉินเดินตรงไปยังหญิงสาวผู้นั้นด้วยรอยยิ้ม สายตาของเขาพบเจอกับหญิงสาวอีกหนึ่งคนที่มีใบหน้าอ่อนหวาน หากจะให้ประมาณการร่างของหญิงสาวนางนั้นเทียบเท่ากับเด็กหญิงอายุ 11 ขวบเท่านั้น
จู่ๆเขาก็กล่าวขึ้นในขณะปราดมองหญิงสาวที่มีใบหน้าซูบซีด "ที่แท้เ้าก็อยู่ที่นี่ จื่อเมี่ยน"
"ฝ่าา" สองแม่ลูกย่อตัวทำความเคารพอย่างสุภาพ
ที่แท้ทั้งสองคือภรรยาและบุตรสาวของโม่หลินที่ได้ช่วยเหลือเขาให้ลงมายังที่แห่งนี้… ทั้งสองมีนามว่าจื่อเมี่ยนและโม่หลินซวง
ปรากฏว่าโม่เฉิงได้หลอกใช้โม่หลินมาโดยตลอดโดยการใช้ภรรยาและบุตรสาวของเขาเป็ตัวประกัน ทั้งๆที่ภรรยาและบุตรสาวของเขาอยู่ในที่แห่งนี้
ไป๋เฉินถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าที่กังวลของหญิงสาวทั้งสอง "พวกเ้าไม่จำเป็ต้องกังวล โม่หลินยังคงปลอดภัยดี"
เมื่อได้ยินประโยคนั้นราวกับจื่อเมี่ยนถูกไฟช็อต ดวงตาของนางฉายไปด้วยความกังวล "ฝ่าา ขออภัยที่เสียมารยาท ท่านไปพบเจอกับพี่หลินมาแล้วงั้นหรือ?"
ไป๋เฉินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "โม่หลินเป็ผู้ที่ช่วยเหลือข้าให้ลงมายังที่แห่งนี้ได้ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเขา"
เมื่อได้ยินชื่อแซ่นั้นสีหน้าของหวู่ฉางอันก็ยิ่งโกรธจัด "โม่หลิน? คนทรยศผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่อีกงั้นรึ!?"
ใบหน้าของจื่อเมี่ยนก็ยิ่งซีดเผือดเมื่อได้ยินดังนั้น นางทำได้เพียงก้มหน้าและกัดริมฝีปากจนเืไหล
ไป๋เฉินจ้องเขม็งไปยังหวู่ฉางอันด้วยแววตาเ็า "เฒ่าหวู่ โม่หลินมิได้เป็อย่างที่พวกเ้าคิด ก่อนหน้านี้เป็เขาที่ช่วยเหลือข้าให้ลงมายังที่แห่งนี้ได้"
เขากล่าวสรุปคร่าวๆเกี่ยวกับสาเหตุของการทรยศของโม่หลินให้แก่กลุ่มได้ฟัง หลิงเมิ่งและหวู่ฉางอันที่ได้ยินความจริงจากปากของไป๋เฉินต่างก็มีสีหน้าหนักอกหนักใจ
เพราะในอดีตโม่หลินนั้นเป็ผู้ที่สังหารเผ่าใต้พิภพจากสกุลเทียนไปมากที่สุด โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าภรรยาและบุตรสาวของเขานั้นไม่ได้ถูกจับไปโดยโม่เฉิงั้แ่แรก
หวู่ฉางอันที่ได้ยินดังนั้นก็กล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด "พวกเราเข้าใจเ้านั่นผิดไปจริงๆ"
ไป๋เฉินโบกมือเบาๆ "ยามนี้โม่หลินกำลังใช้ชีวิตของเขาเข้าแลกเพื่อถ่วงเวลาให้แก่ข้าได้มายังที่แห่งนี้ หากโม่เฉิงรับรู้ความจริง โม่หลินอาจจะตกอยู่ในอันตราย"
"เพราะฉะนั้นข้าให้เวลาแก่พวกเ้าครึ่งก้านธูปในการเตรียมตัวออกจากที่แห่งนี้" สิ้นสุดคำสั่งของไป๋เฉิน หลิงเมิ่งและคนอื่นๆต่างก็แยกย้ายไปรวบรวมสัมภาระทั้งหมด โดยที่ไป๋เฉินหายไปจากตำแหน่งเดิมและเดินไปยังทิศเหนือของคุกน้ำแข็งที่ซึ่งมีสมบัติของมารเก้าเนตรซ่อนไว้...
