เสิ่นเยว่ชวนไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นภาพ...เด็ดแบบนี้
นี่ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองเขาคงจินตนาการไม่ออกเลยว่าคนที่วันๆเอาแต่ทำหน้าเ็าใส่ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้อย่างลู่เป๋าเหยียนเวลาจูบสาวจะเป็ยังไง
พอเห็นแบบนี้แล้วอืม... ลู่เป๋าเหยียนก็เป็ผู้ชายปกตินี่หว่า! เขาไม่ได้รังเกียจผู้หญิง ก็แค่ไม่สนใจผู้หญิงคนอื่นนอกจากูเี่อันเท่านั้น
คนที่เพิ่งเคยเป็ก้างขวางคอชาวบ้านเป็ครั้งแรกอย่างเสิ่นเยว่ชวนลูบปลายมูกเล็กน้อยก่อนจะวางอาหารเช้าและยาโรคกระเพาะของลู่เป๋าเหยียนเอาไว้บนตู้ข้างประตูสุดท้ายจึงประสานมือและโค้งอย่างสุภาพ
“ฉันไม่รู้ว่าพวกนายกำลัง...อะแฮ่ม เอาเป็ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ คิดซะว่าฉันไม่เคยมาที่นี่แล้วกันนะ”
ูเี่อันกับลู่เป๋าเหยียนเคยจูบกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่นี่เป็ครั้งแรกที่ถูกคนสนิทมาเห็นเข้า
ูเี่อันหน้าแดงจนแทบะเิจึงได้แต่เบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะหลับตาลงพลางคิดอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้
เสิ่นเยว่ชวนเป็คนรู้งานพูดจบเขาก็ปิดประตูแทนสองสามีภรรยาก่อนจะรีบเผ่นทันที
ลู่เป๋าเหยียนปล่อยมือจากูเี่อันเสียงของเขาเจือความขบขัน
“เขาไปแล้ว งั้นพวกเรา...”
ูเี่อันเดาออกว่าลู่เป๋าเหยียนจะพูดว่าอะไรเธอก้มหน้าพลางผลักเขาให้ออกห่าง
“นายก็ไปได้แล้ว!”
ลู่เป๋าเหยียนลุกเดินไปที่ประตูทันทีูเี่อันได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาจึงเงยหน้าขึ้นมาพลางมองแผ่นหลังของลู่เป๋าเหยียนอย่างอึ้งๆที่ไหนได้ เขาแค่เดินไปหยิบโจ๊กกับยาก่อนจะเดินกลับมา
เธอรีบก้มหน้าแสร้งทำเป็ไม่สนใจเขา
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากเล็กน้อยเขาลากโต๊ะตัวเล็กมาด้านหน้าูเี่อันและลงมือแกะอาหารเช้าที่เสิ่นเยว่ชวนเอามาให้
โจ๊กหมูไข่เยี่ยวม้าสองถ้วยเสี่ยวหลงเปาอีกหนึ่งเข่ง และไข่ต้มชาอีกสองฟอง
ลู่เป๋าเหยียนปวดกระเพาะเกินทนจนอยากจะกินยาก่อนแตู่เี่อันห้ามเอาไว้
“ยาชนิดนี้ควรกินหลังอาหาร”
ลู่เป๋าเหยียนวางยาลงบนโต๊ะและเริ่มกินโจ๊กอย่างว่าง่าย ูเี่อันเห็นเขาขมวดคิ้วจึงตักโจ๊กขึ้นมาชิมรสชาติธรรมดา มิน่าล่ะลู่เป๋าเหยียนถึงดูไม่ถูกใจนัก
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เสิ่นเยว่ชวนกลับมาอีกครั้ง
เขาแค่ยื่นหัวเข้ามาก่อนเอ่ย“เมื่อกี้ฉันลืมบอกไป มื้อเช้าฉันซื้อมาจากร้านอาหารเล็กๆแถวโรงพยาบาลนี่เองรสชาติอาจจะธรรมดา พวกนายก็ทนกินหน่อยนะ เดี๋ยวฉันจะออกไปหาร้านอาหารดีๆรับรองว่ามื้อเที่ยงของพวกนายจะไม่ต้องฝืนกินอาหารแบบนี้อีก”
เมือง Z เป็แค่เมืองเล็กๆที่ยังไม่พัฒนานักคงยากที่จะหาร้านอาหารที่รสชาติถูกปากลู่เป๋าเหยียน อีกอย่างเสิ่นเยว่ชวนเองก็ไม่ใช่คนพื้นที่คงลำบากในการหาร้านน่าดู
เสิ่นเยว่ชวนเองก็รู้ดีเขานิ่งไปก่อนพูดขึ้นว่า “แต่ทางที่ดีฉันว่าพวกนายกลับเมือง A จะดีกว่า”
ูเี่อันหลุบตาลงอย่างใช้ความคิดลู่เป๋าเหยียนปรายตามองเธอก่อนจะบอกให้เสิ่นเยว่ชวนออกไปก่อน
เสิ่นเยว่ชวนเห็นดังนั้นก็รู้ทันทีว่าูเี่อันไม่ยอมกลับไปเมื่อกี้เพิ่งจูบกันแท้ๆ นี่ลู่เป๋าเหยียนยังจัดการเธอไม่อยู่หมัดอีกเหรอ? ว่าแล้วเขาไปทำธุระของเขาต่อดีกว่า
หลังกินอาหารเช้าเสร็จลู่เป๋าเหยียนก็เปิดโน้ตบุ๊กเพื่อสะสางงานของบริษัทเขายุ่งถึงขนาดไม่มีเวลาแม้แต่จะหันมามองูเี่อันสักนิด
เมื่อเทียบกันแล้วูเี่อันสบายกว่ามากเธอนอนนิ่งไม่มีอะไรทำอยู่บนเตียง สิ่งเดียวที่ทำได้คือมองลู่เป๋าเหยียนทำงานอย่างเงียบๆ
ใกล้เที่ยงสารวัตรเหยียนกับสารวัตรสิงก็มาเยี่ยมูเี่อันโดยมีเสียวอิ่งและเจียงเส้าข่ายมาด้วย
คนทั้งหมดรวมตัวกันในห้องพักผู้ป่วยทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวากว่า่เช้ามาก
ลู่เป๋าเหยียนปิดโน้ตบุ๊กก่อนจะลุกขึ้น“คุยกันไปนะ ฉันออกไปข้างนอกก่อน”
“อ้อ”ูเี่อันตอบรับ เธอมองตามลู่เป๋าเหยียนที่ค่อยๆเดินออกจากประตูไปในใจรู้สึกอธิบายไม่ถูก
เจียงเส้าข่ายโบกไม้โบกมืออยู่ตรงหน้าูเี่อัน
“เขาก็แค่ออกไปข้างนอกแป๊บเดียวต้องอาลัยอาวรณ์ขนาดนั้นเลย?”
“อย่ามาแกล้งฉันหน่า”ูเี่อันปัดมือเจียงเส้าข่ายออกไป “นายมาได้ไงเนี่ย”
“มาทำงานแทนเธอน่ะสิ”เจียงเส้าข่ายตอบพลางถอนหายใจ “ถ้ารู้ว่าเธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ฉันคงไม่ยอมให้เธอมาที่นี่หรอก”
ูเี่อันคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ย“ฉันมาที่นี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์นะ”
อย่างน้อยเธอก็ได้ยินคำสามคำนั้นจากปากของลู่เป๋าเหยียนถึงแม้เธอยังอดคิดไม่ได้ว่าเื่เมื่อเช้ามันเป็แค่ความฝันหรือเปล่า
เจียงเส้าข่ายรู้จักูเี่อันมานานสีหน้าเธอในตอนนี้คงไม่ได้พูดถึงเื่งานอยู่แน่ๆ เขาจึงยิ้มออกมา
“ไหนได้ประโยชน์เื่อะไรบ้างว่ามาสิ”
ูเี่อันได้ยินดังนั้นจึงรีบปรับสีหน้าเข้าสู่โหมดจริงจังพร้อมทำงานเต็มที่เธอบอกเบาะแสทุกอย่างที่ได้จากการชันสูตรศพเมื่อวานให้กับเจียงเส้าข่ายรวมถึงข้อมูลของจุดเกิดเหตุที่ไม่ใช่ที่เดียวกันกับคดีแรก
เจียงเส้าข่ายจดข้อมูลทั้งหมดลงในสมุดบันทึกพลางพยักหน้า
“ไม่เลวนี่เห็นหมอบอกว่าหัวเธอโดนกระแทก แต่ก็ยังจำเื่สำคัญได้หมดนี่หน่า”
“แค่หัวกระแทกไม่ได้กระทบกับสติปัญญาฉันสักหน่อย” ูเี่อันี้เีจะเถียงกับเขาจึงพูดเสริม
“มีอีกอย่างเมื่อวานฉันเอาสารประกอบสำคัญจากศพของเหยื่อที่ต้องเอาไปทำการทดลองต่อออกมาด้วยฉันใส่ไว้ในกระเป๋าถือและวางไว้ใต้ต้นไม้ตอนที่ลงเขามา”
“เมื่อวานพวกเราเอากลับมาแล้วล่ะ”สารวัตรเหยียนกล่าว “อุปกรณ์ของที่นี่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย เจียงเส้าข่ายเลยต้องไปขอยืมห้องแล็บของที่ว่าการเมืองเพื่อทำการทดลองเจี่ยนอัน เมื่อวานเธออุตส่าห์รีบไปที่เกิดเหตุทำให้พวกเราได้ข้อมูลสำคัญขนาดนี้ ไม่ต้องห่วงงานที่เหลือนะพวกเราจะทำต่อเอง พักรักษาตัวให้สบายใจเถอะ”
ูเี่อันแบมือเล็กน้อย“ต่อให้อยากทำงานก็ทำไม่ได้แล้วล่ะค่ะตอนนี้”
“าเ็ขนาดนี้ผอ.ลู่ของเธอคงไม่ปล่อยให้เธอทำงานหรอก” เสียวอิ่งเอ่ยพลางยิ้มร่า“เมื่อวานตอนที่เขาฝ่าลมฝนไปช่วยเธอบนเขา เขาหาเธอเจอก่อนหน่วยกู้ภัยมืออาชีพอีกนะพวกเราถึงกับช็อกไปเลย เมื่อก่อนพวกเราเคยอิจฉาที่เขาดีกับเธอมากแต่มาวันนี้ขนาดชีวิตเขาก็คงยอมสละเพื่อเธอเลยมั้งน่ะ”
ูเี่อันกระแอมเล็กน้อย“ไม่ใช่ว่างานยุ่งกันเหรอ ทำไมยังว่างมาเม้ามอยเื่คนอื่นกันอีกเนี่ย”
สารวัตรเหยียนถลึงตาใส่เสียวอิ่งไปหนึ่งที“เป็งานเป็การหน่อยได้ไหม!”
หลังดุเสร็จเขาก็หันมาหาูเี่อัน“พักรักษาตัวดีๆนะ เดี๋ยวพวกเราคงต้องกลับไปที่โรงพักก่อนยังมีเื่ที่ต้องทำรอพวกเราอยู่อีกเยอะ”
“คุณซูครับ” คนที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดอย่างสารวัตรสิงพูดขึ้น“ผมเป็ตัวแทนของทีมงานทุกคนมาเยี่ยมคุณ หวังว่าคุณจะหายไวๆนะครับ ขอบคุณมากที่ทุ่มเทให้กับคดีขนาดนี้”
“มันเป็งานของฉันไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ” ูเี่อันนึกขึ้นได้ว่าสารวัตรสิงเป็คนที่นี่จึงเอ่ยปาก“จริงสิคะ สารวัตรสิง ฉันมีเื่อยากจะถามคุณ”
“ว่ามาเลยครับ ถ้าผมรู้จะรีบบอกคุณทันที”สารวัตรสิงเอ่ย
ูเี่อันรู้สึกเกรงใจแต่เมื่อคิดถึงลู่เป๋าเหยียนที่ช่างเลือกกินเหลือเกิน เธอจึงพูดออกไป
“พอจะมีร้านอาหารอร่อยๆในตัวเมืองแนะนำบ้างไหมคะ”
สารวัตรสิงไม่นึกเลยว่าูเี่อันจะถามเขาเื่นี้หลังนิ่งไปชั่วอึดใจเขาก็ตอบไปว่า
“ถามถูกคนแล้วล่ะครับ”เขาจดชื่อและที่อยู่ของร้านอาหารหลายร้านลงในกระดาษก่อนจะส่งใหู้เี่อัน“ร้านอาหารในเมืองผมไปมาเกือบหมดทุกที่แล้ว ร้านที่ผมเขียนให้รสชาติไม่เลวเลยคุณลองชิมดูนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ”พูดจบทีมตำรวจก็ออกจากห้องกันไป
หลังจากนั้นไม่นานลู่เป๋าเหยียนก็กลับมาจากข้างนอกเขาขมวดคิ้วพลางโทรศัพท์สั่งงานผู้ช่วยอยู่ตลอดอย่างอ่อนเพลีย
อยู่ที่เมือง Z แบบนี้เขาคงทำงานลำบากไม่น้อยสินะ
หลังลู่เป๋าเหยียนวางสายูเี่อันก็ขอยืมมือถือของเขาเพื่อส่งที่อยู่ของร้านอาหารที่สารวัตรสิงแนะนำมาให้กับเสิ่นเยว่ชวนตอนจะคืนมือถือกลับไปให้เขา ูเี่อันก็ทำท่าเหมือนอย่าจะพูดอะไรแต่พูดไม่ออก
ลู่เป๋าเหยียนรู้จักเธอดีว่าสีหน้าแบบนี้ของเธอหมายความว่ายังไงจึงถามออกไปตรงๆ
“เธออยากจะพูดอะไร”
“นะ...นายจะกลับไปก่อนไหม”ูเี่อันถาม “ถ้านายอยู่ที่นี่ต่อแล้วที่บริษัทจะทำยังไง”
“ถ้าฉันกลับไปแล้วเธอล่ะ?” ลู่เป๋าเหยียนมองูเี่อันนิ่ง“เื่ที่บริษัทอยู่ที่นี่ฉันจัดการได้ทุกอย่าง แต่เื่ของเธอฉันจะทำยังไง”
ูเี่อันประสานมือก่อนตอบ“ฉันไม่ได้เจ็บหนักขนาดนั้น อีกอย่างทั้งพี่ชาย ทั้งเจียงเส้าข่ายก็อยู่ที่นี่เื่ของฉันนายไม่ต้องเป็ห่วงหรอก รอคดีคลี่คลายเมื่อไรฉันก็กลับไปแล้ว”
เธอไม่อยากให้ลู่เป๋าเหยียนต้องเหนื่อยแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับตีความไปอีกทาง
เขาหรี่ตาลงอย่างน่ากลัว“เธอจะบอกว่าเจียงเส้าข่ายสามารถดูแลเธอได้งั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้หมายความว่า...”
ูเี่อันยังพูดไม่ทันจบก็โดนขัดเสียก่อน
“พี่คงดูแลน้องไม่ได้แล้วล่ะคืนนี้พี่ต้องบินกลับเมือง A” จู่ๆซูอี้เฉิงก็ผลักประตูเข้ามา “ถึงพี่เป็พี่ชายของน้องแต่ก็คงดูแลน้องดีสู้เป๋าเหยียนไม่ได้หรอกจริงมั้ย?”
“.....”ูเี่อันเม้มปากไม่พูดไม่จา
ซูอี้เฉิงส่งสายตาเป็สัญญาณให้ลู่เป๋าเหยียนออกไปก่อนลู่เป๋าเหยียนจึงลุกออกไปอย่างหงุดหงิด
ตอนนี้ในห้องจึงเหลือแค่ซูอี้เฉิงกับูเี่อันแค่สองคน
ซูอี้เฉิงถามตรงๆ“ทำไมไม่ยอมกลับไปกับเขา เวลาแบบนี้เขาคงไม่ยอมทิ้งน้องกลับไปคนเดียวแน่”
“หนูไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเขายังไงนี่คะ”ูเี่อันก้มหน้าอย่างสับสน “เขาบอกอะไรบางอย่างกับหนู แต่ตอนนี้ความรู้สึกของหนูเหมือนกับตอนที่อยู่ๆพี่ก็บอกเสี่ยวซีว่าเื่ของพี่กับเธอมันเป็ไปได้หนูรู้สึกเหมือนที่เสี่ยวซีรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเหมือนเป็แค่ฝันหนูเลยอยากจะทำเื่นี้ให้ชัดเจนก่อนจะกลับไป”
“ยังจะมีอะไรให้คิดอีกล่ะ”ซูอี้เฉิงยิ้ม “น้องบอกว่าน้องไม่มั่นใจในตัวเอง ลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ต่างกันเขานึกว่าน้องชอบคนอื่นเลยได้แต่ทำดีกับน้องโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักอย่างแถมยังกลัวว่าถ้าทำดีกับน้องเกินไปน้องจะรู้สึกกดดัน เขาเองก็ลำบากอยู่นะถ้าเป็พี่ พี่คงไม่มีความอดทนขนาดนั้น พี่คงกำจัดศัตรูหัวใจให้พ้นๆหน้า ก่อนจะยึดน้องเอาไว้คนเดียวแล้ว”
“แต่เขาบอกว่า...”ูเี่อันรู้สึกเขินขึ้นมาจึงอ้ำๆอึ้งๆก่อนจะบอกกับพี่ชายเื่ที่ลู่เป๋าเหยียนบอกว่าชอบเธอั้แ่ก่อนแต่งงาน
หลังได้ยินดังนั้นซูอี้เฉิงก็อึ้งไปเล็กน้อยและยิ้มออกมา
“พี่ว่าแล้วว่าทำไมเขาถึงดีกับน้องนักที่แท้ชอบน้องมาตั้งนานแล้วนี่เอง” ซูอี้เฉิงส่ายหน้าพลางเอ่ย“พวกน้องนี่สุดยอดไปเลย เวลาปกติแสดงออกกันอย่างชัดเจนขนาดนั้น แต่กลับไม่รู้ตัวซะได้พูดไปพูดมาก็เพราะพวกน้องไม่มั่นใจในตัวเองมันถึงได้เป็แบบนี้”
“เจี่ยนอันเขาชอบน้องจริงๆ ด้วยนิสัยของเขา เขาไม่จำเป็ต้องดีกับน้องขนาดนี้ด้วยซ้ำต่อให้ครั้งนี้เขาทำผิดจริง แต่น้องก็ควรยอมได้แล้วคนแบบลู่เป๋าเหยียนไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้นนะ”
“คนแบบลู่เป๋าเหยียนคือยังไงคะ”ูเี่อันพูดแทงใจดำพี่ชาย “พี่เองก็พอกันไม่ใช่เหรอ?”
“โอเคๆ พี่ยอมรับ”ซูอี้เฉิงยอมแพ้ “คืนนี้พี่จะกลับเมือง A แล้วน้องพักอยู่ที่นี่อีกสักสองวันก็ควรกลับไปได้แล้ว อย่าดื้อล่ะ เข้าใจมั้ย?”
ูเี่อันตอบอย่างเซ็งๆ“เข้าใจแล้วค่ะ”
ซูอี้เฉิงลูบหัวน้องสาวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องและได้เห็นลู่เป๋าเหยียนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ปลายระเบียงทางเดิน
เขาเดินเข้าไปหยิบบุหรี่ออกจากมือของลู่เป๋าเหยียน
“เลิกสูบเถอะกลับเข้าไปถ้าน้องสาวฉันได้กลิ่นบุหรี่เดี๋ยวก็งอนอีก เธอก็เป็แบบนี้ ถึงจะดื้อแต่ก็ขี้ใจอ่อนถ้าอีกสองวันนายยังเอาเธอไม่อยู่ ก็ใช้ไม้แข็งซะ”
ซูอี้เฉิงตบไหล่ลู่เป๋าเหยียนเบาๆก่อนจะออกจากโรงพยาบาล
ลู่เป๋าเหยียนผลักหน้าต่างให้เปิดออกสายลมที่พัดเข้ามาทำให้กลิ่นบุหรี่ที่ติดอยู่บนร่างกายของเขาค่อยๆจางหายไป...
