เปลวเพลิงลุกโชนโชติ่ หินหนืดไหลรินดั่งสายธารา จอมยุทธ์นับไม่ถ้วนมุ่งหน้ามายังูเาไฟแห่งหนึ่ง
“ขั้น์ ศัสตราวุธิญญาขั้น์!” ขั้นนิพพานพูดหนักแน่น
ใครๆ ต่างก็ััได้ว่า บริเวณนี้มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ จะต้องข้องเกี่ยวกับหอกเล่มนั้นโดยไม่ต้องสงสัย กระทั่งขั้น์ปฐียังต้องขับเคลื่อนลมปราณต่อต้านอุณหภูมิสูงเหนือจินตนาการ
ถึงเป็ขั้น์ปฐีก็ทำได้แค่ยืนดูสถานการณ์ตรงเชิงเขา พวกเขาไม่สามารถปีนขึ้นไปได้เลย
ขืนพยายามปีนขึ้นไป พวกเขาก็จะเป็เหมือนกับกองเถ้าถ่านที่เห็นอยู่ตรงหน้า
แม้ขั้นนิพพานจะปีนขึ้นไปได้ แต่ก็ยังห่างจากหอกหลายขุม เกรงว่าคงมีแค่ขั้นมหันตเท่านั้นที่จะได้ศัสตราวุธิญญาขั้น์
จูชิงมองหอกที่ปักอยู่บนยอดเขา เขาเองก็ยังหวาดหวั่นกับอุณหภูมิที่สูงจนน่าพรั่นพรึง ถึงเขาจะสำเร็จวิชาลับปีศาจเพลิงแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถต้านทานอุณภูมิสูงขนาดนั้นได้
ศัสตราวุธิญญาขั้น์ นอกจากขั้นมหันตแล้ว ผู้ที่มีขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำกว่านั้นแทบไม่เคยเห็นใครศัสตราวุธิญญาขั้น์เลย
เพลานี้หอกได้ประจักษ์อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะอาหาร สุภาษิตนี้เป็ความจริง ถึงข้างหน้าจะมีไฟลุกโชนโหมกระหน่ำ ทว่าก็ยังมีคนบุกบั่นพุ่งไปโดยไม่ลังเล
“หาที่ปักหลักก่อนเถอะ อุณหภูมิรอบๆ ูเาไฟน่าอัศจรรย์มาก น่าจะใช้หล่อหลอมลูกแก้วัอัคคีของเ้าได้” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงพยักหน้า เดาว่าไม่น่ามีใครที่จะปืนขึ้นไปบนยอดเขา ่ชิงหอกเล่มนั้นไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ มัวยืนดูอยู่ตรงนี้ก็เสียเวลาเปล่า
เขาใช้ฝ่ามือทลายกำแพงูเาเพลิงแล้วเข้าไปข้างใน
“ร้อนมาก!” จูชิงปาดเหงื่อจากหน้าผาก อุณหภูมิในูเาไฟสูงกว่าข้างนอกถึงสองเท่า แม้แต่จูชิงที่สำเร็จวิชาปีศาจเพลิงรู้สึกได้ว่ามันร้อนเกินไป
ทว่าจูชิงไม่ใช่คนธรรมดา เขารอดชีวิตมาได้ภายใต้ความช่วยเหลือจากพลังของปีศาจเพลิง หลังจากนั้น ครึ่งชั่วยาม ร่างกายก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิในูเาไฟ
เขาฝังลูกแก้วัอัคคีไว้บนเนินเขา แม้ว่าจะถูกสร้างขึ้นโดยผิดวิธี ทว่าเน่ยตันก็เป็ของั หากเงื่อนไขเพียงพอก็ยังสามารถสำแดงพลานุภาพัออกมาได้
อุณหภูมิที่ผิดปกติโดยรอบๆ เป็ทรัพยากรชั้นดีที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงลูกแก้วัอัคคี ถ้าลูกแก้วัอัคคีดูดซับพลังปราณธาตุอัคคีในูเาไฟ่ระยะหนึ่ง บางทีมันอาจทะลวงจากขั้นลึกลับกลายเป็ศัสตราวุธขั้นปฐีก็เป็ได้
“ครืนนน!” ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือูเาไฟพลันสั่นไหว จูชิงหายไปจากูเาไปในพริบตา แหงนหน้ามองเสาน้ำแข็งประจักษ์กลางอากาศ
“ขั้นมหันต ขั้นมหันตลงมือแล้ว!” จอมยุทธ์ที่ยืนอยู่ตรงเชิงเขาอุทานเสียงดัง
มีสมบัติเพียงไม่มากนักในเอกภพฟ้าดินที่เข้าตาขั้นมหันต ซึ่งหอกขั้น์ก็คือหนึ่งในนั้น
ดูจากวรยุทธ์เดาว่าน่าจะใช้ธาตุน้ำแข็งเป็หลัก ถึงเสาน้ำแข็งจะอยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงเกินหยั่งถึง ทว่ามันกลับไม่ละลาย อย่างไรเสีย ขั้นมหันตก็คือขั้นมหันต เมื่อใดที่ลงมือ มิว่าใครล้วนต้องหวั่นผวาทั้งสิ้น
หากแต่หอกเล่มนั้นใช่ว่าจะ่ชิงได้ง่ายๆ มันตอบสนองกลับในทันที เปลวเพลิงพวยพุ่ง ก้อนหินหลายต่อหลายก้อนหอบลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
“ครืนนน!” ขั้นมหันตไม่ได้กลัวแต่อย่างใดแล้วผลักมือซ้าย ลมปราณควบแน่นกลายเป็กำแพงน้ำแข็ง ก่อนที่จะเอื้อมมือขวาหมายมาด่ชิงหอกเป็ของตน
“นางพญาเหมันต์ หอกเล่มนี้เป็ศัสตราวุธิญญาธาตุอัคคี หาได้เหมาะสมกับเ้าไม่!” ชายกำยำผมสีแดงฉานหัวเราะลั่น เหวี่ยงดาบเก้าห่วงโจมตีขั้นมหันตที่ยืนอยู่กลางท้องฟ้า
นางพญาเหมันต์หน้าเย็นเยือก “ผีเกศาชาด เ้ากล้าดีอย่างไรมาหยุดข้า?”
“เพราะว่ามันไม่เหมาะกับเ้า ถอดใจเสียเถอะ” ผีเกศาชาดแสยะยิ้ม
ผีเกศาชาดสมดั่งคำล่ำลือ เส้นผมเป็สีแดงชาดดุจดั่งเปลวเพลิง กอปรกับใบหน้าอำมหิตเหี้ยมให้ความรู้สึกน่าครั่นคร้าม
เขาก็เป็ขั้นมหันตเช่นเดียวกัน ทั้งยังเป็ผู้บำเพ็ญเพียรธาตุอัคคี สามารถปีนขึ้นไปบนยอดูเาไฟได้ด้วยเท้าเปล่า
“หอกที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้น มีเพียงข้าที่คู่ควร!” ผีเกศาชาดคว้าหอกยาว
เปลวเพลิงลุกโชนท่วมทั้งตัวหอกราวกับ้าสลัดตัวเองให้หลุดจากฝ่ามือของผีเกศาชาด
ดวงตาของผีเกศาชาดจรัสแจ้ง มันเป็ศัสตราวุธิญญาขั้น์ ถ้าสามารถปราบปรามได้อย่างง่ายดายก็คงน่าเบื่อเกินไป
“ยังจะต่อต้านอีกงั้นรึ!” ผีเกศาชาดออกแรงมากกว่าเดิม ลมปราณมหาศาลถั่งโถมเข้าใส่หอกยาว
“ฟู่!” เปลวเพลิงที่อยู่บนหอกมอดดับ เผยให้เห็นสองอักษรที่สลักอยู่
เขี้ยวั หอกที่สร้างจากเขี้ยวของั ศัสตราวุธิญญาขั้น์ระดับต่ำ!
“นางพญาเหมันต์ ดูเหมือนว่าในเอกภพฟ้าดินนี้จะไม่มีสมบัติใดที่เหมาะสมกับเ้า เพราะงั้นไปจากที่นี่เสียเถอะ” ผีเกศาชาดแบกหอกเขี้ยวัไว้บนบ่า หัวเราะเสียงดังลั่น
นางพญาเหมันต์หน้าเขียวคล้ำ แม้ว่านางจะใช้หอกเขี้ยวัไม่ได้ แต่มันก็เป็ศัสตราวุธิญญาขั้น์ระดับต่ำ มูลค่าสูงล้ำฟ้า สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็สมบัติล้ำค่าได้จำนวนไม่น้อย ผีเกศาชาดที่่ชิงมันไปต่อหน้าต่อหน้าเช่นนี้ มีหรือจะยอม นางไม่เคยเสียเปรียบเฉกเช่นนี้มาก่อน
“ผีเกศาชาด! เอาหอกเขี้ยวัมาซะ!” ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากกายาของนางพญาเหมันต์ เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า หินหนืดใต้ล่างถูกแช่แข็งพลันทันใด
“นางพญาเหมันต์!” ผีเกศาชาดเป็โทสะ เปลวเพลิงลุกท่วมสรรพางค์กาย ละลายน้ำแข็งที่แช่ฝ่าเท้าของตน
ปรากฏการณ์แปลกประหลาดปรากฏบริเวณรอบๆ ูเาไฟ หิมะโปรยปรายดุจดั่งเหมันต์ เปลวเพลิงด้านล่างโชติ่ชัชวาล น้ำแข็งปะทะกับเปลวเพลิงบนท้องฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า
มันคือการต่อสู้ระหว่างขั้นมหันต ถึงพวกเขาจะไม่ได้ลงมือจริงจัง แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้จอมยุทธ์นับไม่ถ้วนอกสั่นขวัญแขวน
ขั้นมหันตคือผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงสุด กระทั่งขั้นนิพพานยังดับสิ้นวายชีวาในกระบวนท่าเดียว จอมยุทธ์ส่วนใหญ่มิอาจต่อต้านคลื่นพลังของขั้นมหันตทั้งสอง จึงรีบเหยียดเท้าถอยหนี
ทันใดนั้น ูเาไฟก็สั่นะเื ก่อนที่จะแตกเป็เสี่ยงๆ เส้นแสงสีแดงชาดพุ่งออกมาทั่วทุกสารทิศ!
“เกิดอะไรขึ้น?” จอมยุทธ์ที่อยู่ห่างไปไกลมองเส้นแสงเ่าั้ด้วยความประหลาดใจ พวกเขาคิดว่าผีเกศาชาดกับนางพญาเหมันต์เปิดศึกกันแล้ว
“แคร่ก!” ฝ่ามือขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากูเาไฟราวกับ้าคว้าแสงเ่าั้ ทว่ามันเร็วมาก พริบตาเดียวก็หายวับไป
หมู่ชนรวมถึงผีเกศาชาดกับนางพญาเหมันต์จ้องมองฝ่ามือเพลิงเป็ตาเดียว ฝ่ามือนั่นใหญ่มาก ใหญ่เทียบเท่ากับูเาลูกหนึ่ง
“เผ่าค้ำ์!” ผีเกศาชาดเบิกตาทั้งสองกว้าง ในความทรงจำของเขา ผู้ที่มีร่างกายใหญ่ั์เฉกเช่นนี้มีแต่เผ่าค้ำ์ ทว่าในเอกภพฟ้าดินนี้มีเผ่าค้ำ์อยู่ได้อย่างไร!
“หวืด!” ฝ่ามือั์บดบังฟ้าดิน จอมยุทธ์หลายพันคนยังทันได้หลบหนีก็ถูกจับโยนเข้าไปในูเาไฟ
“กรวบ กราบ!” เสียงเคี้ยวน่าขนลุกดังกังวาน สัตว์ประหลาดที่อยู่ในูเากำลังกินคน!
“ตู้มมม!” ทันใดนั้นูเาไฟสลายเป็ผุยผง เผ่าค้ำ์ตัวใหญ่ั์ค่อยๆ ปีนออกมาจากูเา
ทั่วสรรพางค์กายของเผ่าค้ำ์ผู้นั้นล้อมรอบด้วยเปลวเพลิง ต่างกับเผ่าค้ำ์ที่จูชิงเคยเห็นราวฟ้ากับเหว
“มีขั้นมหันตอยู่อีกสองคนงั้นรึ เหตุใดไม่มาเป็อาหารให้ข้าเสียดีๆ ล่ะ?” เผ่าค้ำ์แสยะยิ้ม แสงเพลิงสว่างวาบ ตัวใหญ่ั์หดเล็กลงอย่างรวดเร็วเท่ากับมนุษย์
ผีเกศาชาดกับนางพญาเหมันต์เหยียดเท้าถอยหลังอย่างอดไม่ได้ เผ่าค้ำ์ในเอกภพฟ้าดินต่างกับเผ่าค้ำ์ข้างนอกโดยสิ้นเชิง เขาสามารถควบคุมขนาดร่างกายของตัวเองได้อิสระ ซึ่งมีเพียงเผ่าค้ำ์ในยุครุ่งเรืองเท่านั้นที่ทำได้ หลังจากเผ่าค้ำ์ถดถอย พวกเขาสูญเสียความสามารถนั้นไป มีความเป็ไปได้เผ่า์ที่พวกเขาเห็นอาจเป็เผ่าในสมัยนั้น!
แม้ว่าเผ่าค้ำ์ในปัจจุบันจะแข็งแกร่ง แต่ถ้าเทียบกับเผ่าค้ำ์สมัยก่อนนั้น ต่างกันยิ่งราวฟ้ากับเหว!
เผ่าค้ำ์มองผีเกศาชาดกับนางพญาเหมันต์พลางยิ้ม ไม่ได้เห็นขั้นมหันตทั้งสองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!
“ต้องหนี!” ผีเกศาชาดตัดสินใจฉับไว เผ่าค้ำ์แปลกประหลาดมากเกินไป ถึงเป็เขาก็ประมือไม่ไหว
“จะหนีงั้นรึ?” เผ่าค้ำ์กระตุกยิ้ม กายาแปรเปลี่ยนประจักษ์ตรงหน้าผีเกศาชาด ฝ่ามือเพลิงบีบคอผีเกศาชาด เปลวเพลิงร้อนเร่าเกินหยั่งถึง
ผีเกศาชาดขั้นมหันตอยู่ในเงื้อมมือเผ่าค้ำ์ ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ กายาก็สลายกลายเป็ผุยผง
เผ่าค้ำ์หยิบหอกเขี้ยวั “สยบข้ามาตั้งนาน สุดท้ายก็กลายเป็ของข้า”
หอกเขี้ยวัสั่นไหวคล้ายกับกลัวเผ่าค้ำ์!
นางพญาเหมันต์มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ผีเกศาชาดแข็งแกร่งทัดเทียมกับนาง ทว่ากลับต่อต้านเผ่าค้ำ์ไม่ได้เลย คนผู้นั้นเป็ใครมาจากที่ไหน?
เผ่าค้ำ์ฆ่าผีเกศาชาดในกระบวนท่าเดียว ทำให้จอมยุทธ์ที่อยู่ในบริเวณนั้นกรีดร้องบ้าคลั่ง กระทั่งขั้นมหันตยังสู้สัตว์ประหลาดนั่นไม่ได้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องวิ่งหนี
แต่เห็นได้ชัดว่าเผ่าค้ำ์ผู้นั้นไม่คิดที่จะปล่อยคนพวกนั้นไป ถูกสยบมานานหลายปี ท้องหิวแทบทนไม่ไหวแล้ว
“อย่าหนีสิ!” เผ่าค้ำ์ยิ้มให้กับนางพญาเหมันต์ กายาอันตรธานหาย จากนั้นก็ปรากฏกายอีกครั้ง กายาใหญ่ั์ประหนึ่งขุนเขา อ้าปากกลืนกินคนหลายร้อยคนเข้าไปในครั้งเดียว
