เนี่ยเทียนเพิ่งพูดจบลำแสงเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาใกล้นั้นก็พลันชะลอความเร็ว
พวกอันหรงสามคนเงยหน้าขึ้นมองพบว่าลำแสงนั้น... ไม่ได้ใหญ่โตเท่าหินอุกกาบาตที่มาจากนอกโลกแต่เป็เหมือนลูกกลมที่มีเปลวไฟลุกโชนมากกว่า
“พุ่งมาหาเ้า?” อันหรงประหลาดใจ
เนี่ยตงไห่หน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน“นั่นคืออะไร? เ้าไปหาเื่มันได้อย่างไร?” เขานึกว่าลำแสงเปลวเพลิงนั้นมองเนี่ยเทียนเป็เป้าหมายคิดจะมาสังหารเนี่ยเทียน
“ท่านตามัน... ไม่ได้มีเจตนาร้าย”เนี่ยเทียนอธิบาย
“ฟิ้ว!”
ลำแสงเปลวเพลิงนั้นพลันบินลงต่ำแล้วค่อยๆ ลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้าเนี่ยเทียน
“ฟู่วๆ!”
เปลวเพลิงหลายเส้นคล้ายงูไฟที่เลื้อยขยุกขยิกค่อยๆ ถูกเก็บเข้าไปในเสื้อเกราะ
เวลานี้ทุกคนถึงได้พบว่าวัตถุประหลาดที่มีไฟลุกท่วมราวกับดวงอาทิตย์ชิ้นนั้นคือเสื้อเกราะที่ประณีตงดงามตัวหนึ่ง
เนี่ยเทียนเองก็จ้องเกราะัเพลิงเขม็งสังเกตมันอย่างละเอียด
เมื่อเทียบกับเมื่อหลายวันก่อนลายเส้นเล็กละเอียดมากมายบนพื้นผิวของเกราะัเพลิงไม่เพียงแต่ชัดเจนขึ้นมาเยอะมากอีกทั้งภายในเหมือนจะมีพลังงานมหัศจรรย์คล้ายลาวาไหลรินอยู่ด้วย
แค่เข้าไปใกล้เกราะัเพลิงเขาก็ได้กลิ่นคลื่นเืลมที่ไหลกรากระลอกหนึ่งทันที
ในสายตาของเขาเกราะัเพลิงในตอนนี้ไม่ใช่อาวุธชิ้นหนึ่งอีกต่อไปแล้ว! แต่กลายมาเป็สิ่งมีชีวิตที่มีเืมีเนื้อทั้งยังมีจิติญญาด้วย!
เขายื่นมือออกไปหมายทดลองลูบคลำเกราะัเพลิง
ทว่ามือข้างนั้นของเขายังไม่ทันแตะโดนเกราะัเพลิงชิ้นนั้นก็พลันหดตัวเข้าหากันกลายร่างเป็ลำแสงเปลวเพลิงหนึ่งก้อนแล้วหายวับเข้าไปในกำไลเก็บของของเขา
ปราณกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้โดยนัยมีเพียงใช้จิติญญาไปรับััลอยออกมาจากในเกราะัเพลิง
เขาพลันตระหนักรู้ทันใดหลังจากเกราะัเพลิงดูดซับเอาเส้นผลึกเพลิงพิภพจำนวนมากมาแล้วก็ยังไม่ทันได้ชุบหลอม
เกราะัเพลิง้าค่อยๆ ย่อยผลประโยชน์ที่ได้จากเส้นผลึกเพลิงพิภพอยู่ในกำไลเก็บของของเขาช้าๆเพื่อให้มันแปรสภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“หาย... หายไปแล้ว?”อันหรงตะลึงงัน
เนี่ยตงไห่ตื่นเต้นขึ้นมาโดยพลัน “เสี่ยวเทียนอาวุธวิเศษชิ้นนี้... เป็ของเ้า?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“อาวุธวิเศษที่บินมาหาเ้าด้วยตัวเองด้านในมันมีิญญาของวัตถุอยู่อย่างนั้นหรือ?” เนี่ยตงไห่ร้องอุทานด้วยความใ
เนี่ยเทียนพยักหน้าอีกครั้ง
อันหรงและอันเหอตัวสั่นเยือกอย่างรุนแรงพูดขึ้นพร้อมกัน “อาวุธวิเศษที่มีิญญา! วัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญา?”
และเวลานี้เองชาวเมืองเฮยอวิ๋นหลายคนที่อยู่บนถนนห่างออกไปต่างก็ล้อมเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังอยากรู้ว่าตรงนี้เกิดเื่อะไรขึ้น
เนี่ยเทียนที่กำลังจะอธิบายจึงปิดปากฉับทันทีไม่ได้เอ่ยถึงที่มาของเกราะัเพลิง
“ผู้เฒ่าอันผู้เฒ่าเนี่ยเมื่อครู่นี้พวกท่านเห็นหรือไม่ว่ามีลำแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งร่วงลงมา?” คนผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความอกสั่นขวัญหาย
อันหรงมองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้งแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มองเห็นแล้วดูเหมือนว่าจะบินไปตกอยู่ในหินอุกกาบาตที่มาจากนอกโลกก้อนนั้นแล้ว”
“หา!”
“ผู้เฒ่าอันอนุญาตให้พวกเรา... ไปตรวจสอบดูหน่อยได้หรือไม่?”
คนเ่าั้เอ่ยอ้อนวอน
อันหรงยักไหล่กล่าวอย่างไม่คิดมาก “ตามใจพวกเ้า”
“เสี่ยวเทียนพวกเรากลับตระกูลเนี่ยกัน” เนี่ยตงไห่เอ่ย
เนี่ยเทียนพยักหน้า
คนทั้งกลุ่มเดินผ่านชาวเมืองเฮยอวิ๋นที่คาดหวังว่าจะได้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์ไปไม่สนใจเื่ของตระกูลอวิ๋นอีกแต่ตรงดิ่งไปที่ตระกูลเนี่ย
เมื่อครู่นี้พวกเขาสังเกตเห็นว่าทิศทางที่พวกจ้าวไห่เฟิงจากไปไม่ใช่ป่ารกร้างที่พวกอันซืออี๋มุ่งหน้าไป
นี่หมายความว่าจ้าวไห่เฟิงสามคนนั้นไม่เพียงแต่ยอมละทิ้งกุญแจประตู์ที่เนี่ยเทียนแม้แต่กุญแจที่ปรากฏในป่ารกร้างก็ถูกทอดทิ้งไปด้วย
และก็ด้วยเหตุนี้พวกอันหรงจึงไม่กังวลเื่ความปลอดภัยของพวกอันซืออี๋ถึงได้กลับมาที่ตระกูลเนี่ยด้วยความใจเย็น
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่เข้าใจว่าการที่จ้าวไห่เฟิงระมัดระวังตัวมากถึงเพียงนั้นก็เพราะหวาดกลัวว่าหลังจากผู้แข็งแกร่งที่ฝึกคาถาวิเศษเปลวเพลิงคนหนึ่งมาถึงเมืองเฮยอวิ๋นแล้วจะรีบเดินทางไปที่ป่ารกร้างต่อจึงจำต้องถอดใจละทิ้งไป
ตอนที่กลับมาถึงตระกูลเนี่ยท้องฟ้าก็สว่างโร่แล้ว
ในห้องลับเนี่ยเทียนเผชิญหน้ากับเนี่ยตงไห่อันหรงและอันเหออธิบายที่มาของเกราะัเพลิงอย่างง่ายๆ บอกพวกเขาว่าได้เกราะัเพลิงมาจากงานพินิจของวิเศษและไม่ให้พวกเขาเผยข้อมูลนี้ให้คนอื่นรับรู้
ความลับระหว่างแกนเืและเกราะัเพลิงเนื่องจากมีอันหรงและอันเหออยู่ด้วยเนี่ยเทียนจึงไม่ได้เล่าอย่างละเอียด
ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้คนทั้งสามที่แน่ใจแล้วว่าเกราะัเพลิงคือวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาชิ้นหนึ่งต่างก็ตื่นตะลึงถึงขีดสุด
“วัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญา...” เนี่ยตงไห่จมจ่อมอยู่กับความปีติยินดีล้นเหลือ
อันหรงและอันเหอมองเขาด้วยท่าทางเหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เส้นทางการเติบโตของเนี่ยเทียนพวกเขารู้เห็นชัดเจนเมื่อไม่กี่ปีก่อนเนี่ยเทียนที่อยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นยังไม่มีชื่อเสียงทั้งยังถูกคนตระกูลเนี่ยด้วยกันเล่นงานคอยปัดแข้งปัดขา
ใครก็คิดไม่ถึงว่าเนี่ยเทียนในวันนี้ไม่เพียงแต่กลายเป็ลูกศิษย์ของอูจี้ทั้งยังวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาชิ้นหนึ่งด้วย!
วัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญานั้นหมายถึงอะไรพวกเขารู้ชัดเจนดีอยู่แก่ใจพวกเขาเชื่อว่าขอแค่เนี่ยเทียนยังมีชีวิตอยู่ฝึกบำเพ็ญตบะต่อไปอย่างมั่นคงต่อไปในอาณาจักรหลีเทียนแห่งนี้ต้องมีตำแหน่งสำหรับเนี่ยเทียนอย่างแน่นอน!
“ผู้เฒ่าเนี่ยท่านมีหลานชายที่ดีจริงๆ” อันหรงปลงอนิจจังอย่างถึงที่สุด
เนี่ยตงไห่หัวเราะร่า
“คุณหนูอันกลับมาแล้ว!”
และเวลานี้เองเสียงเอะอะของคนตระกูลเนี่ยที่อยู่ด้านนอกก็ดังลอยมาพวกเนี่ยเทียนที่มาหลบอยู่ในห้องลับจึงรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เขามองปราดเดียวก็เห็นรอยยิ้มเต็มใบหน้าของอันซืออี๋และบนหลังมือซ้ายขาวนวลของนางก็มีภาพประตูเหมือนของเขาประทับอยู่
เจียงหลิงจูแห่งหอหลิงเป่าก็มีความสุขจนกลั้นไม่อยู่โบกมือให้ทุกคนดูด้วยรอยยิ้มร่าเริง
บนหลังมือของนางก็มีรูปประตู์อยู่เช่นกันนี่หมายความว่านางเองก็ได้รับสิทธิ์ไปฝึกบำเพ็ญตบะในประตู์
หันมามองพันเทาอันอิ่งเย่กูโม่และเนี่ยเฉี่ยนที่รีบติดตามทุกคนไปกลับพบว่าพวกเขาหน้าม่อยคอตกถอนหายใจเฮือกๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผลพวงอะไรกลับมา
“ยินดีด้วย” เนี่ยเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
อันซืออี๋อมยิ้มมุมปากเหลือบตามองเขาหนึ่งครั้งกล่าว “ถ้าเป็อย่างนี้ข้าก็ได้เข้าไปในประตู์เหมือนเ้าแล้วถึงเวลานั้นพวกเราเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าจะได้รับผลประโยชน์จากประตู์ลึกลับบานนั้น”
“เนี่ยเทียนเมื่อครู่ข้าได้รับข่าวจากท่านอาลี่แล้วเขาบอกให้พวกเรากลับสำนักได้แล้วล่ะ” เจียงหลิงจูพูดพร้อมยิ้มตาหยี “พวกคนของวังยมบาลที่ล้อมสำนักเอาไว้พากันถอยไปหมดแล้วตามที่ท่านอาลี่บอกใน่ระยะเวลาสั้นๆ นี้อาณาจักรหลีเทียนจะไม่มีาใหญ่เกิดขึ้นอีกแม้แต่ประตู์ที่เปิดขึ้นในวังยมบาลก็จะอนุญาตให้ผู้ที่มีกุญแจเหยียบย่างเข้าไปวังยมบาลจะไม่ยื่นมือเข้าแทรกอีก”
“ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือ?” เนี่ยเทียนประหลาดใจ
เจียงหลิงจูอารมณ์ดีถึงขีดสุดพยักหน้ารับพูดต่อว่า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเื่เป็ไงมาไงแต่อย่างไรก็ตามดูจากข่าวที่ได้มาก็คงไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นชั่วคราวล่ะนะ”
“มีข่าวของท่านลุงหลิวและพี่หญิงซินจากทางเทือกเขาชื่อเหยียนบ้างหรือไม่?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
พอได้ยินคำถามเช่นนี้สีหน้าของเจียงหลิงจูจึงมืดมนขึ้นมาเล็กน้อยส่ายหน้ากล่าว “ยังไม่ได้ข่าวเลย”
พอพูดถึงเทือกเขาชื่อเหยียนอันซืออี๋ อันอิ่งและพันเทาต่างก็นิ่งขรึมไปอย่างฉับพลัน
ความเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่เทือกเขาชื่อเหยียนย่อมทำให้หอหลิงเป่าเสียหายอย่างใหญ่หลวงเมื่อผ่านานี้ไปหอหลิงเป่าอาจจะยังดำรงอยู่ต่อไปได้ทว่าศักยภาพต้องถูกสำนักอื่นๆ แซงหน้าแน่นอน
พวกเขาล้วนเป็ลูกศิษย์ของหอหลิงเป่าเมื่อก่อนนี้ศักยภาพของหอหลิงเป่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าสำนักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้นี่ทำให้พวกเขามีความมั่นใจอย่างมาก
ทว่ามาบัดนี้...
และตอนนี้เองสัตว์สายฟ้านิลกาฬตัวนั้นที่จากไปก่อนหน้านี้พลันร้องคำรามต่ำๆ แล้วบินโผลงมาจากท้องฟ้า
มันหยุดนิ่งลงบนลานบ้านตระกูลเนี่ย
คราวนี้สายตาของมันจ้องมองมาที่เนี่ยเทียนเพียงคนเดียว
“มันมารับเ้า” อันซืออี๋พูดขึ้นเบาๆ
ดูจากดวงตาของสัตว์สายฟ้านิลกาฬเนี่ยเทียนเองก็มองออกว่าการมาของสัตว์สายฟ้านิลกาฬครั้งนี้น่าจะเป็การพาเขากลับไปอยู่ข้างกายอูจี้คราวนี้ไม่ว่าอันซืออี๋จะมอบหินสายฟ้ามรกตให้มากเพียงใด สัตว์สายฟ้านิลกาฬก็ไม่ยอมพานางไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนนะ?”
หลังจากบอกลากับทุกคนแล้วเนี่ยเทียนก็ะโขึ้นไปบนหลังของสัตว์สายฟ้านิลกาฬ จากนั้นสัตว์สายฟ้านิลกาฬก็กางปีกออกบิน
เมื่อก้มหน้าลงมองเขาค่อยๆ เห็นทุกคนกลายมาเป็จุดเล็กๆ แล้วหายไปจากเส้นสายตาของเขา
ไม่นานสัตว์สายฟ้านิลกาฬก็พาเขามาส่งทีู่เาด้านหลังสำนักหลิงอวิ๋นมองปราดเดียวเขาก็เห็นอูจี้ที่กำลังเหม่อลอย
“ท่านอาจารย์” เขาทำความเคารพ
อูจี้ฟื้นตื่นจากการครุ่นคิดลึกซึ้งมองหน้าเขาหนึ่งครั้งพยักหน้ารับเบาๆแล้วเอ่ยถามทันที “ข่าวเื่ประตู์เ้าเป็คนยืมใช้ชื่อข้าเพื่อบอกต่อออกไปรึ?”
“ใช่แล้วขอรับ” เนี่ยเทียนยอมรับผิดแต่โดยดี “หลังจากที่ข้าได้ข่าวนี้ก็รู้สึกว่าจำเป็ต้องให้ทุกคนรู้ความจริงจึงทำได้เพียงเอ่ยอ้างชื่อท่าน”
“เ้าทำถูกต้องแล้ว” อูจี้ไม่ได้สนใจแต่กลับถามว่า “แต่เ้ารู้ข่าวนี้มาได้อย่างไร?”
“หัวมู่ที่เคยช่วยชีวิตข้าครั้งหนึ่งมาหาข้าที่เมืองเฮยอวิ๋นเขาเป็คนบอกข่าวนี้แก่ข้าขอรับ” เนี่ยเทียนตอบอย่างตรงไปตรงมา
“หัวมู่? แพทย์ที่มาจากต่างแดน?” อูจี้ตะลึงงัน
“เขานั่นแหละขอรับ”
