“กฎสำนัก”
หลังจากปล่อยพลังิญญาแทรกซึมลงไปในแผ่นหยก สิ่งที่เยี่ยเฉินเฟิงเห็นเป็สิ่งแรกก็คือกฎระเบียบของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ ทว่ากฎเ่าั้มีไว้ใช้กับผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เยี่ยเฉินเฟิงจึงอ่านเนื้อหาคร่าวๆ อย่างรวดเร็วจนจบ แล้วข้ามไปดูเนื้อหาอย่างอื่นต่อ
จากนั้น แผนที่แสดงรายละเอียดพื้นที่ภายในสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ก็ปรากฏขึ้นสู่สายตา สัญลักษณ์อย่างละเอียดบนแผนที่แสดงถึงพื้นที่พิเศษขนาดใหญ่แปดแห่งของสำนัก แบ่งออกเป็หอศาสตราวุธ หอเคล็ดิญญา หอโอสถิญญา ถ้ำแรงโน้มถ่วง โรงอาหาริญญา ค่ายกลรวมิญญา สนามประลองยุทธ์ ตึกภารกิจและค่ายกลิญญาฟ้า
และพื้นที่พิเศษทั้งแปดแห่งที่กล่าวไปก็คือรากฐานของการก่อตั้งสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ เป็กุญแจสำคัญที่ช่วยให้สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ผลิตยอดฝีมือระดับจอมพลอสูรโลกาได้มากมาย
แต่ถ้า้าจะใช้พื้นที่พิเศษทั้งแปดเพิ่มพูนพลังที่แท้จริง จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็ผลึกิญญาระดับต่ำตามจำนวนที่ถูกกำหนดไว้ ทำให้ผลึกิญญาระดับต่ำเป็ที่้าของคนในสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์มาก
“ไม่รู้ว่าผลึกิญญาระดับต่ำสองพันกว่าก้อนที่มีอยู่จะเพียงพอให้ข้าใช้จ่ายได้นานแค่ไหนกัน” เมื่ออ่านเนื้อหาคร่าวๆ ในแผ่นหยกจนจบแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
ผลึกิญญาระดับต่ำสองพันก้อนไม่ใช่จำนวนที่น้อยๆ เลย แต่เยี่ยเฉินเฟิงรู้ดีว่าแค่นี้มันยังไม่พอให้เขาผลาญตอนอยู่ในสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์หรอก ดังนั้นนอกจากการบ่มเพาะพลังแล้วเขายังต้องคิดหาวิธีแย่งชิงผลึกิญญาระดับต่ำเพิ่มด้วย
ซึ่งช่องทางการเพิ่มผลึกิญญาระดับต่ำก็มีอยู่สามอย่างคือ ค่ายกลิญญาฟ้า สนามประลองยุทธ์และตึกภารกิจ ในบรรดานั้นเยี่ยเฉินเฟิงรู้สึกสนใจค่ายกลิญญาฟ้ามากที่สุด
ค่ายกลิญญาฟ้าเป็ค่ายกลที่มีทั้งหมดเก้าชั้น ภายในมิติของค่ายกลแต่ละชั้นจะมีศัตรูที่ระดับเขตแดนสูงต่ำแตกต่างกันไป ทุกครั้งที่ฝ่าฟันผ่านค่ายกลแต่ละชั้นได้ ค่ายกลิญญาฟ้าก็จะจัดลำดับตามจำนวนและระดับเขตแดนของศตรูที่ทำการสังหารไปได้แล้วแบ่งของรางวัลให้ตามระดับคะแนนของแต่ละคน
ศิษย์ที่ได้คะแนนสูงจะได้รับเกียรติให้เข้าไปอยู่บนป้ายอันดับพลังยุทธ์อัคคี์ที่ผู้าุโหลิวพูดถึง
หากได้เป็ยอดฝีมือที่มีรายชื่ออยู่บนป้ายอันดับพลังยุทธ์อัคคี์ ก็จะได้รับผลึกิญญาระดับต่ำจำนวนหนึ่งทุกเดือนเป็รางวัลโดยไม่ต้องออกไปทำภารกิจใดใด
และถ้าหากขึ้นเป็สิบอันดับแรกบนป้ายอันดับพลังยุทธ์อัคคี์ได้ รางวัลที่จะได้รับในทุกเดือนนั้นล้ำค่าเพียงพอที่จะทำให้ผู้าุโอิจฉาตาร้อนได้
ทว่าจำนวนรายชื่อบนป้ายอันดับพลังยุทธ์อัคคี์มีจำกัด มีเพียงรายชื่อห้าสิบอันดับแรกเท่านั้นจึงจะได้ขึ้นไปอยู่บนป้าย ดังนั้นการแข่งขันแย่งชิงจึงดุเดือดเป็อย่างมาก
ศิษย์ที่ไม่สามารถขึ้นไปเฉิดฉายอยู่บนป้ายจัดอันดับพลังยุทธ์อัคคี์ได้ จำเป็จะต้องไปรับภารกิจจากตึกภารกิจหรือท้าประลองกับศิษย์คนอื่นแล้วพนันผลึกิญญาระดับต่ำแทน
แต่ไม่ว่าจะเป็ค่ายกลิญญาฟ้า สนามประลองยุทธ์หรือว่าตึกภารกิจ ต่างก็ต้องอาศัยพลังที่แท้จริงด้วยกันทั้งนั้น หากว่าพลังที่แท้จริงมีไม่มากพอ ไม่เพียงแต่จะต้องพบเจออุปสรรครอบด้านในการฝึกฝนที่สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์แต่อาจจะถูกผู้อื่นกดข่มรังแกได้อีกด้วย
“ถ้าข้าเพิ่มพูนเืลมในร่างกายจนเต็มเปี่ยมได้ ไม่รู้ว่าจะปีนป่ายขึ้นไปบนป้ายอันดับพลังยุทธ์อัคคี์ได้ไหม” เยี่ยเฉินเฟิงพูดบ่นพึมพำ และตัดสินใจว่าจะลองดูดซับพลังของปะการังโลหิตที่ขูดรีดมาจากเซินถูเสวี่ยก่อน แล้วค่อยดูดซับพลังจากเม็ดยาหยกขาวตะวันชาดตามไปเพื่อเพิ่มพูดเืลมในร่างกายที่ยังขาดแคลนให้เต็มเปี่ยมสักที
ราตรีกาลมืดมิดเข้าไปทุกที แต่เรือนที่พักซึ่งอยู่ภายใต้การปกคลุมของค่ายกลกลับเงียบสงบ
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและปรับร่างกายให้อยู่ในสภาพพร้อมมากที่สุด เยี่ยเฉินเฟิงก็นำถุงเอกภพที่ขู่กรรโชกมาจากเซินถูเสวี่ยออกมา แล้วล้วงหยิบปะการังโลหิตที่วางอยู่ด้านใน
“คุณภาพของปะการังโลหิตชิ้นนี้ไม่เลวเลย”
แม้เยี่ยเฉินเฟิงจะรู้สึกปริมาณเืลมในปะการังโลหิตห่างไกลกับโสมโลหิตจักรพรรดิพันปี แต่ก็นับเป็ของล้ำค่าในการเพิ่มพูนเืลม ถ้าหากตนเองหลอมรวมจนหมดแล้วน่าจะเพิ่มปริมาณเืลมที่ยังขาดหายในร่างกายได้ประมาณแปดส่วน
เยี่ยเฉินเฟิงใช้มือข้างหนึ่งวางทับบนปะการังโลหิต ปิดเปลือกตาลง แล้วปลดปล่อยเส้นไหมิญญาแทรกซึมเข้าไปในปะการังโลหิต
เกิดเสียงดัง “วิ้ง” ปะการังโลหิตที่เป็สีแดงสดทั้งชิ้นแต่ไร้ประกายบนพื้นผิว เมื่อถูกกระตุ้นโดยเส้นไหมิญญาจึงเกิดสั่นะเืขึ้นมาอย่างฉับพลัน แสงสีเืสะท้อนออกมาจากตัวปะการังโลหิตจนทั่วห้องกลายเป็สีแดงฉานสุดแปลกประหลาด
“ดูดกลืน”
เมื่อเห็นว่าพลังเืลมภายในปะการังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็รีบโคจรทักษะกลืนิญญา ดูดซับพลังเืลมที่บรรจุอยู่ภายในปะการังโลหิตส่งผ่านทางเส้นลมปราณอันสลับซับซ้อนและไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เติมเต็มพลังเืลมที่ร่างกายยังขาดแคลน
เมื่อพลังเืลมในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ทั่วร่างของเยี่ยเฉินเฟิงก็เริ่มขยับยุบยิบมีชีวิตชีวาและผสานรวมกับพลังเืลมที่ได้รับ ผิวของเขาเริ่มเป็สีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าถ้ากดนิ้วลงไปเบาๆ จะมีเืซึมออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น
เทียบกับโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีแล้ว พลังเืลมของปะการังโลหิตอ่อนโยนกว่ามากประกอบกับเยี่ยเฉินเฟิงบรรลุถึงเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายา ความอดทนของร่างกายจึงเพิ่มสูงขึ้นหลายส่วน ในระหว่างที่หลอมรวมปะการังโลหิตอยู่นั้น เขาจึงไม่รู้สึกถึงความเ็ปทรมานอะไร
เวลาล่วงเลยผ่านไปละทีละนิด เยี่ยเฉินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง โคจรทักษะกลืนิญญาดูดซับพลังจนฟ้าเริ่มสาง แสงตะวันกระจ่างใสพลันส่องทะลุเข้ามาภายในห้อง
ปะการังโลหิตที่สีแดงเืลบเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว พื้นผิวมีรอยปริแตกเต็มไปหมดก็พลันแตกสลายเป็ผุยผง
หลังจากดูดซับพลังงานที่อยู่ในปะการังโลหิตเรียบร้อยแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็รู้สึกว่าพลังที่แท้จริงของตนเองเพิ่มสูงขึ้นสองส่วน เืลมภายในร่างกายฟื้นฟูจนใกล้แปดส่วน พละกำลังของกายเนื้อเพียงอย่างเดียวเพิ่มจากแปดพันจินเป็หนึ่งหมื่นหนึ่งพันจิน
เยี่ยเฉินเฟิงเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างและพบว่าฟ้าสว่างแล้ว จึงพักการฝึกฝนเอาไว้ก่อน เขาขยับร่างกายขับไล่ความเมื่อยล้าเล็กน้อย อาบน้ำชำระร่างกายอีกครั้ง แล้วเดินออกไปจากเรือนที่พักอันแสนสงบสุข เดินตามสัญลักษณ์ที่ระบุอยู่บนแผนที่มุ่งหน้าไปทางโรงอาหาริญญาของสำนัก
“ยอดฝีมือของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์มีอยู่มากมายโดยแท้”
ตลอดทางที่เดินผ่านมาเยี่ยเฉินเฟิงได้พบเห็นศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์อยู่ไม่น้อย และบรรดาศิษย์เ่าั้ก็มีจุดเด่นที่เหมือนกัน คือมีระดับพลังสูงกว่าเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาทั้งหมด กลิ่นอายของพวกเขาทรงพลังอย่างยิ่ง
“โรงอาหาริญญา น่าจะเป็ที่นี่แหละ”
เมื่อก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ เยี่ยเฉินเฟิงก็มองเห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายหอทรงสูงตั้งอยู่ไกลออกไป บนสิ่งปลูกสร้างมีป้ายขนาดใหญ่แขวนเอาไว้ บนป้ายมีตัวอักษรหงส์ฟ้อนัทะยานเขียนไว้สามตัว---โรงอาหาริญญา
“ไม้อูหลงพันปี”
เมื่อเดินเข้าไปภายในโรงอาหาริญญา เยี่ยเฉินเฟิงก็ถูกโต๊ะเก้าอี้แต่ละตัวดึงดูดความสนใจไปทันที เพราะว่าโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งทานอาหารเ่าั้ล้วนสร้างขึ้นมาจากไม้อูหลงพันปีที่มูลค่าสูงเสียยิ่งกว่าทองคำ
หากเป็ที่แคว้นจื่อจิน ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่สร้างจากไม้อูหลงพันปีเช่นนี้คงมีราคาสูงเกินกว่าสามแสนตำลึงเงิน แต่พออยู่ภายสำนักแห่งนี้กลับถูกนำมาวางทิ้งตามใจชอบ กลายเป็โต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งทานอาหารไปเสียอย่างนั้น
เยี่ยเฉินเฟิงเพิ่งจะเดินหาโต๊ะที่อยู่ใกล้กับหน้าต่างเจอและทิ้งตัวลงนั่ง หุ่นเชิดร่างมนุษย์ตัวหนึ่งก็ถือป้ายเมนูอาหารมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาทันที
เยี่ยเฉินเฟิงไล่สายตาดูเมนูอาหารที่อยู่บนแผ่นป้ายก่อนจะเกิดอาการพูดไม่ออกเล็กน้อย เพราะว่าอาหารจำนวนมากที่อยู่ในป้ายเมนูล้วนปรุงขึ้นมาจากเืเนื้อของสัตว์อสูรและสมุนไพรหายาก ราคาก็แพงจนไร้เหตุผลสิ้นดี
อาหารที่แพงที่สุดคือน้ำแกงงูแดงวิหกดำ ปรุงโดยการใช้สัตว์วิเศษอสรพิษโลหิต วิหกดำและสมุนไพรหายากอีกสิบกว่าชนิดมาตุ๋นรวมกัน ราคาสูงมากถึงผลึกิญญาระดับต่ำห้าสิบก้อน คนทั่วไปคงไม่มีทางได้ลิ้มลอง
และถึงเยี่ยเฉินเฟิงจะมีผลึกิญญาระดับต่ำอยู่มากถึงสองพันกว่าก้อน ก็ไม่กล้านำมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกับการกินข้าวแค่มื้อเดียวหรอก เขาจึงสั่งอาหารมาเพียงหนึ่งจาน น้ำแกงอีกหนึ่งถ้วย จ่ายผลึกิญญาระดับต่ำไปทั้งหมดแปดก้อน
“มิน่าล่ะอาหารพวกนี้ถึงได้ราคาแพงนัก ที่แท้ก็มีเหตุผลที่เหมาะสมกับราคานี่เอง”
หลังจากเยี่ยเฉินเฟิงชิมอาหารรสเลิศที่ปรุงจากเนื้อสัตว์อสูรเข้าไปหนึ่งคำ ความหอมอร่อยก็อบอวลไปทั่วปาก ความอบอุ่นกระแสหนึ่งไหลผ่านลำคอแทรกซึมเข้าไปในเส้นลมปราณทั่วร่างกาย ชโลมร่างกายจนชุ่มฉ่ำและประคองเขตแดนให้มั่นคง
จากนั้นเขาก็ซดน้ำแกงที่ตุ๋นจากเส้นเืของสัตว์อสูรเข้าไปอีกหนึ่งอึก ความรู้สึกเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง พลังิญญาอันบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย พลังเืลมในเซลล์ร่างกายได้รับการเพิ่มพูนขึ้นเล็กน้อย
“ถ้ามากินข้าวที่โรงอาหาริญญาทุกวัน สะสมไปหลายเดือนหลายปี คาดว่าต่อให้ไม่ฝึกฝนเลยสักนิดก็ยังสามารถทะลวงผ่านเขตแดนจอมพลอสูรโลกาได้กระมัง” เมื่อหวนคิดถึงรสชาติแสนมหัศจรรย์อาหารจากโรงอาหาริญญา เยี่ยเฉินเฟิงก็ััได้อย่างลึกซึ้งถึงรากฐานอันลึกล้ำของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ ก่อนจะเริ่มต้นทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
