เซี่ยยวี่หลัวเก็บผักตี้เอ่อเสร็จก็ก้มหน้าเขียนซีโหยวจี้อยู่ที่บ้าน เมื่อมีเวลาว่างก็จัดการสวนหลังบ้าน ขึ้นเขาไปจับปลามาจำนวนหนึ่งเป็ครั้งคราวนำมาเลี้ยงบ้างนำมากินบ้าง ไม่ก็ขุดดอกไม้ป่ากลับมาสองต้นเพื่อปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน
นางย้ายต้นเก๋ากี้สองต้นบนเขากลับมาเอาใจใส่ดูแลรักษาจนแตกใบอ่อนออกมาไม่น้อย น่าจะเคลื่อนย้ายสำเร็จแล้ว
ในภายหลังเห็นกุหลาบเลื้อยที่เลื้อยขึ้นสูงจำนวนไม่น้อยอยู่บนเขา่นี้เพิ่งถึงเดือนสี่ มีกิ่งก้านและใบหนาแน่น กุหลาบเลื้อยนั้นเคลื่อนย้ายง่ายมากเซี่ยยวี่หลัวขุดต้นดอกกุหลาบเลื้อยกลับมาทั้งราก จากนั้นจึงตัดกิ่งจาก่โคนต้นที่หนาและแข็งแรงออกมาปักชำ่เดือนสี่อากาศอบอุ่น เมื่อปักชำกิ่งดอกกุหลาบเลื้อยลงไปในดิน ใช้เวลาเพียงสามถึงสี่วันก็มีใบไม้สีเขียวมรกตงอกขึ้นมาเซี่ยยวี่หลัวปลูกเป็แถวตามแนวกำแพง
รออีกสักสองถึงสามปี กำแพงสวนหลังบ้านจะมีดอกกุหลาบเลื้อยเลื้อยขึ้นเต็มกำแพง เมื่อถึงเวลา ที่นี่จะกลายเป็์บนดินที่แท้จริง!
ต้นกล้าผักที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้เติบโตจนสูงขึ้นไม่น้อยรดน้ำใส่ปุ๋ยเป็ประจำ รอให้ถึงฤดูร้อน ก็จะมีผักเยอะจนกินไม่หมด
ใช้เวลานานหลายวัน ก็เขียนซีโหยวจี้เสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วส่วนที่เหลือนางยังคงเขียนต่อ แต่ครึ่งเล่มนี้ เซี่ยยวี่หลัวคิดจะไปหาร้านหนังสือที่เหมาะสมให้พิมพ์ออกมาขาย
เพิ่งวางแผนว่าวันรุ่งขึ้นจะเข้าไปในตัวเมืองทว่าหาใช่เช่นนั้นไม่ อากาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ฝนตกหนัก ตกอย่างต่อเนื่องมาสองวันสองคืนเซี่ยยวี่หลัวออกบ้านไม่ได้ เมื่อฝนหยุดตก ผู้คนทั้งหมู่บ้านต่างพาคนในครอบครัวหิ้วตะกร้าไปเก็บผักตี้เอ่อในท้องนาอีกครั้ง
หน้าบ้านเซี่ยยวี่หลัวมีพื้นหญ้าสีเขียวอยู่ไม่น้อยเมื่อฝนตก บนพื้นหญ้าก็มีผักตี้เอ่อขึ้นมาเป็จำนวนมาก
เซี่ยยวี่หลัวเห็นดังนั้นรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องรับซื้อผักตี้เอ่อในหมู่บ้านอีกครั้ง จึงไม่ได้ไปตัวเมือง หิ้วตะกร้าพาเด็กสองคนไปเก็บผักตี้เอ่อในท้องนา
ท่านป้าสี่หิ้วตะกร้าไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำเมื่อเห็นคนจำนวนมากต่างพากันไปเก็บผักตี้เอ่อ ก็รีบร้อนจนทนไม่ไหว ซักผ้าอย่างขอไปทีก็รีบกลับบ้านลากท่านลุงสี่ไปเก็บผักตี้เอ่อพร้อมนาง
ท่านลุงสี่ได้ยินว่าผักตี้เอ่อนี้ขายได้เงินไม่น้อยจึงรีบไปตระเตรียมข้าวของ
ท่านป้าสี่ไปหาเซียวิจู
มีคนเพิ่มหนึ่งคนก็มีแรงเพิ่มขึ้นหากในท้องนามีผักตี้เอ่อจำนวนมาก ก็สามารถเก็บได้คนละหนึ่งตะกร้าเชียว หนึ่งตะกร้ามีห้าถึงหกจินจินละสามอิแปะ คำนวณแล้ว วันหนึ่งจะหาเงินได้สามสิบกว่าอิแปะ!
ท่านป้าสี่มาถึงหน้าห้องเซียวิจูอย่างรีบร้อนด้วยความรีบเร่ง จึงผลักเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า
เซียวิจูกำลังง่วนกับงานในมือไม่เงยหน้าด้วยซ้ำ เพียงกล่าวด้วยความไม่พอใจ "ท่านแม่ ท่านเข้าห้องข้าเหตุใดถึงไม่เคาะประตูก่อนเ้าคะ? "
ท่านป้าสี่กล่าวด้วยความรีบร้อน"เ้าเป็บุตรสาวของข้า ข้าเข้าห้องเ้าจะเคาะประตูไปทำไม? "
นางกล่าวจบก็เดินขึ้นหน้ามาดูว่าเซียวิจูกำลังทำอะไรอยู่
เมื่อเห็นรูปแบบลวดลายในมือนางล้วนเป็ลายที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ิจู พวกนี้มันของอะไรกัน!"
เซียวิจูกล่าว"ท่านแม่ ของพวกนั้นเป็ผ้าชั้นดี ท่านอย่าแตะต้องเชียว หากเสียหายข้าต้องชดใช้นะเ้าคะ!"
ท่านป้าสี่ได้ยินดังนั้นจึงรีบชักมือกลับ
เนื้อผ้าของผ้าเช็ดหน้าเ่าั้สะท้อนแสงได้ไม่ใช่ผ้าเช็ดหน้าเนื้อผ้าหยาบเหมือนที่พวกเขาใช้ตามปกติ บนมือนางมีผิวด้านและมีเงี่ยงไม่น้อยหากััผ้าเงางามเหล่านี้ ต้องเกิดความเสียหายแน่นอน
ท่านป้าสี่รู้สึกประหลาดใจนัก"แล้วเ้ากำลังปักอะไร? ผ้าเช็ดหน้าหรือ? "
เซียวิจูพยักหน้า"เ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าจะบอกให้ ขณะนี้ข้ากำลังปักผ้าเช็ดหน้าให้ฮวาหม่านยี ข้าไม่ต้องออกค่าวัตถุดิบปักผ้าเช็ดหน้าเสร็จหนึ่งผืนข้าจะได้เงินห้าอิแปะ ไม่ต้องเสียอะไรเลยเ้าค่ะ! "
ท่านป้าสี่ได้ยินดังนั้นก็ดีอกดีใจ"เราไม่ต้องเสียค่าอะไรเลย แถมเขายังให้เราห้าอิแปะด้วย? "
เซียวิจูพยักหน้า"ระยะนี้ฮวาหม่านยีได้แบบลวดลายของผ้าเช็ดหน้ามา ขายดีจนขาดตลาด ใครๆ ก็อยากได้ฮวาหม่านยีบอกว่าฝีมือการปักของข้าดี ให้ข้าเป็ช่างปักของฮวาหม่านยี ขอเพียงปักได้ดีข้าปักกี่ผืนก็จะรับทั้งหมด เวลานี้ขอเพียงข้าปักได้ ไม่ว่าจะกี่ผืนก็ล้วนขายได้เ้าค่ะ!"
เมื่อท่านป้าสี่ได้ยินว่าบุตรสาวของตนเองเก่งกาจถึงเพียงนี้ก็ดีใจเสียยิ่งกว่ากระไร "เนื้อผ้านี่เงางามถึงเพียงนี้ อย่าให้มือหยาบเชียว ผ้าเช็ดหน้านี้ผืนหนึ่งก็ได้ห้าอิแปะวันหนึ่งปักได้หลายผืน ข้าปักไม่เป็ หากปักเป็ข้าคงปักกับเ้าแล้ว"
เซียวิจูแย้มรอยยิ้มมือก็ยังปักไม่หยุด
ท่านป้าสี่เห็นบุตรสาวตนเองรู้ความถึงเพียงนี้ก็รู้สึกยินดียิ่ง "เช่นนั้นเ้าก็อย่าเอาแต่นั่งอย่างเดียว ลุกขึ้นมาเดินบ้างอย่าให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป เข้าใจหรือไม่? "
ท่านป้าสี่เริ่มบ่นไม่หยุดอีกเซียวิจูเพียงแย้มรอยยิ้ม มือก็ปักไปโดยไม่หยุดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
"แม่ิจู เราไปกันได้แล้ว..."
ท่านป้าสี่รินน้ำให้เซียวิจูถ้วยหนึ่งก่อนจะออกไปอย่างพึงพอใจ
เมื่อออกไป ท่านลุงสี่เห็นภรรยาตนเองยิ้มอย่างเบิกบานใจจึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "แม่ิจู เ้ายิ้มอะไร? "
ท่านป้าสี่เดินตาม เดินไปพลางกล่าวไปพลางท่านลุงสี่ได้ฟังก็รู้สึกตกตะลึงยิ่งนัก "ลูกสาวเราเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียว? "
ท่านป้าสี่ยิ้มพร้อมกล่าวอย่างได้ใจ"ใช่น่ะสิ เ้าก็ไม่ดูเสียบ้าง ว่าิจูเป็ลูกใคร! "
พ่อแม่คนไหนบ้างไม่คาดหวังให้ลูกตัวเองมีความสามารถเก่งกาจฮวาหม่านยีเป็ร้านขายผ้าอันดับต้นๆ ในตัวเมืองเชียว คนเขาเจาะจง้าให้บุตรสาวตนเองช่วยพวกเขาปักผ้าเช็ดหน้านี่ถือเป็เื่ดีอย่างใหญ่หลวง
"ิจูของเราหน้าตาก็ดี ทั้งยังมีความสามารถเก่งกาจ ในหมู่บ้านละแวกนี้ในบรรดาหญิงโสดหญิงครองเรือนที่พวกเรารู้จัก มีใครเทียบกับิจูของเราได้บ้าง! "ท่านป้าสี่กล่าวอย่างได้ใจ
ท่านลุงสี่ก็หัวเราะร่าอย่างมีความสุข"นั่นน่ะสิ ใครจะเทียบกับลูกสาวเราได้! รอให้ถึงปีหน้า ธรณีประตูบ้านเราต้องถูกคนเหยียบไปมาจนพังเป็แน่!"
จู่ๆ รอยยิ้มตรงมุมปากท่านป้าสี่พลันแข็งทื่อ
ท่านลุงสี่ไม่ทันเห็นสีหน้าภรรยาของตนเองเพียงกล่าวต่อ "เ้าว่าิจูของเราหน้าตาก็ดี นิสัยก็ดี ทั้งยังมีฝีมือเย็บปักหาเงินได้ไม่รู้ว่าต่อไปเ้าหนุ่มคนไหนจะได้นางไปครอง! "
บุตรสาวแสนดีที่ตนเองเลี้ยงดูมาสิบกว่าปีพอคิดว่าต่อไปจะโดนบุรุษคนหนึ่งพาตัวไป ท่านลุงสี่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเศร้า
ในห้วงภวังค์ของท่านป้าสี่นึกถึงเซียวยวี่ขึ้นมา
นางไม่พึงพอใจเซียวยวี่เป็อย่างมาก
แต่ใครให้บุตรสาวของนางชอบเซียวยวี่เล่า!
แม้กระนั้น เซียวยวี่ก็อย่าฝันว่าจะได้แต่งกับบุตรสาวของนางเลยเซียวยวี่จะคู่ควรกับบุตรสาวของนางได้อย่างไร!
ท่านป้าสี่มีความคิดเช่นนี้ตัดสินใจเด็ดขาด ว่าจะหาคนดีๆ ให้บุตรสาวของตัวเอง
ต้องไม่ใช่คนอย่างเซียวยวี่!