ชั่วขณะนั้น
เด็กน้อยที่ถูกโยน กลับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ไม่ได้ปรากฏภาพกระแทกพื้นอันน่าอนาถ
ประตูห้องถูกถีบออกและมีเสียงหญิงสาวดังก้องขึ้น
“คังต้าจ้วง ข้าว่าพวกเ้าผัวเมียคงเบื่อชีวิตแล้วสินะ? ถึงกล้าอาศัย่ที่ข้าไม่อยู่บ้านมาก่อเื่?!”
เสิ่นม่านซึ่งเดิมทีควรอยู่ในงานเลี้ยงหมู่บ้าน ขณะนี้กลับยืนตระหง่านท้าสายลมอยู่ตรงประตู จ้องพวกเขาสองคนด้วยสายตาเย็นะเื
คังต้าจ้วงเห็นเด็กที่ยังไม่หล่นลงไป และมองเสิ่นม่าน ความทรงจำกำลังย้อนกลับเข้ามาในสมอง เขาตัวสั่นเทา จากนั้นชี้ไปทางเสิ่นม่านเอ่ยติดๆ ขัดๆ “ปี ปีศาจงู!”
เพียงสายตาจากเสิ่นม่าน ผิงอันที่ค้างอยู่กลางอากาศก็ลอยไปบนเตียงและนอนหลับอย่างสงบ
ชุ่ยฮัวสูดลมหายใจลึกและค่อยๆ ตื่นขึ้นมา เสิ่นม่านเข้าห้องไปลูบศีรษะของนาง เพื่อลบความทรงจำทิ้งและทำให้นางผล็อยหลับไปอีกรอบ
นางหยางสะดุ้งใกลัวแต่แรก ขณะนี้ตัวแข็งทื่อยืนนิ่งไม่กล้าขยับอยู่ตรงนั้น ฟันกระทบกันอย่างควบคุมไม่อยู่
“เ้า เ้าคือคนหรือปีศาจกันแน่?”
“ข้าคือบิดาเ้า!”
เสิ่นม่านไม่พูดมาก ถลาตัวเข้าไปฟาดหน้านางเต็มแรง ทำเอานางหยางกระเด็นกระแทกกำแพงจนหล่นลงกับพื้น กระอักเืออกมาทันใด
หากไม่ใช่เพราะไม่เคยฆ่าใคร นางอยากเตะหญิงชั่วคนนี้ให้ตายเสียเดี๋ยวนี้! ไม่เคยเห็นใครที่หน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน เพียงเพื่อสูตรลับเต้าฮวยที่กล่าวกัน กระทั่งคิดฆ่าหลานสาว
นั่นเป็ทารกตัวน้อยที่ยังไม่หย่านมแม่เลยนะ!
“แม่ฟู่กุ้ย!” คังต้าจ้วงตะลึงกับเืที่กระอักออกมาจนทำอะไรไม่ถูก ถึงขั้นปัสสาวะราดไม่กล้าเข้าไปพยุงนางหยางที่ได้แต่นอนหายใจหอบบนพื้นและพูดไม่ออก
เสิ่นม่านหัวเราะเยือกเย็น “สองผัวเมียมีมือมีเท้าไม่ไปทำงานทำการ วันๆ เฝ้าคิดถึงแต่สูตรทำเต้าหู้ของข้า แล้วยังทำร้ายคนของข้า ใครมอบความกล้าให้พวกเ้า?!”
คังต้าจ้วงถูกนางแหกปากตะคอกใส่จนคุกเข่าลงกับพื้น ใกลัวจนโค้งศีรษะคำนับรัว
เขาคำนับไปและล้วงเงินที่แย่งไปเมื่อครู่ออกมาทั้งหมด
“ท่านเซียน! ข้าสำนึกผิดแล้ว ท่านเซียน! ครั้งหน้าข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว! ท่านปล่อยพวกข้าไปเถิด หัวใจของเราถูกน้ำมันหมูเคลือบจนมืดบอด ไม่ควรมาขโมยของบ้านเ้า เงินเหล่านี้ข้าจะคืนให้ชุ่ยฮัว ขอร้อง ท่านปล่อยข้ากับแม่ของลูกข้าด้วยเถิด…”
พวกเขาทั้งคู่นึกเสียใจทีหลัง ที่แท้สองคนนี้คิดว่า ขอเพียงหาโอกาสเข้ามาในบ้านสกุลเสิ่นและขโมยสูตรลับไป แล้วขายให้คนร่ำรวย เช่นนี้พวกเขาก็ไม่ต้องเป็กังวลกับชีวิตครึ่งค่อนหลังอีกต่อไป
ใครจะรู้ว่าตอนนี้คว้าน้ำเหลวไม่พอ กลับยังถูกทำร้ายจนาเ็หนัก! หากรู้ว่าเสิ่นม่านคือปีศาจงู ต่อให้ต้องตาย พวกเขาสองคนก็ไม่มีทางเหยียบเข้าบ้านหลังนี้!
เสิ่นม่านโมโหเดือดดาล จากนั้นถีบหน้าอกคังต้าจ้วงอย่างแรง แต่ครั้งนี้นางยั้งแรงไว้ คังต้าจ้วงจึงเพียงล้มลงกับพื้นส่งเสียงจุก
“ให้ข้าปล่อยพวกเ้าไป? เมื่อครู่ไม่เห็นพวกเ้าคิดจะปล่อยลูกของชุ่ยฮัวเลยนี่ นั่นคือทารกที่ยังไม่หย่านมแม่นะ! นางทำอะไรให้พวกเ้าถึงขั้นต้องเล่นงานให้ถึงแก่ชีวิต?!”
ยิ่งคิดยิ่งโมโหจริงๆ! เสิ่นม่านถีบยอดหน้าคังต้าจ้วงอีกที
“เ้าก็เป็พ่อแม่คน หากตอนนี้ข้าบุกไปบ้านสกุลคังและฆ่าฟู่กุ้ย เ้าจะรู้สึกอย่างไร? หืม? พวกเดรัจฉาน!”
หากไม่ใช่เพราะเมื่อครู่ระบบแจ้งเตือนระหว่างงานเลี้ยงว่ามีคนบุกเข้าบ้าน เดาว่าลูกของชุ่ยฮัวคงถูกพวกคนชั่วนี่โยนกระแทกพื้นตายเป็แน่
สองคนนี้คือคนชั่วที่อยากได้เงินจนหน้ามืดตามัว! วันๆ เกียจคร้านทำกิน สมควรจับเข้าคุกเพื่อให้สำนึกผิด!
คังต้าจ้วงปัสสาวะราดและคุกเข่าคลานมา เขาโอบขาของเสิ่นม่านและร้องไห้วิงวอน
“ท่านเซียน! ขอร้องปล่อยฟู่กุ้ยของเราไปเถิด! เขายังเป็เด็กไม่รู้อีโหน่อีเหน่! เราสองผัวเมียขอรับรองว่าจะไม่มาก่อเื่ให้สกุลเสิ่นอีก! ได้โปรดท่านเซียน ขอร้อง… ข้า ข้าคำนับเ้า! ข้ากับแม่ของเขาไม่อาจอยู่ได้ถ้าไม่มีฟู่กุ้ย…!”
คังต้าจ้วงเอาศีรษะโขกพื้นและร้องไห้ไปพลาง ชั่วพริบตาเดียว หน้าผากของเขาก็เป็รอยช้ำสีเขียว
ท้ายที่สุด จิตใจคนเป็พ่อแม่
เสิ่นม่านเองก็มีลูก แม้ว่าสองสามีภรรยาสกุลคังคู่นี้สมควรตายอย่างยิ่ง แต่หากส่งพวกเขาให้ทางการ ที่บ้านก็เหลือเพียงตาเฒ่าคังที่พึ่งพาไม่ได้กับบุตรสาวที่ยังไม่ออกเรือน จะสามารถดูแลฟู่กุ้ยได้หรือ?
เด็กคนนั้นถูกครอบครัวนี้สั่งสอนจนบิดเบี้ยว หากว่าไม่มีพ่อแม่ดูแล เกรงว่าต่อไปคงกลายเป็คนสารเลว
เด็กทุกคนเกิดมาดั่งกระดาษขาว แต่เหตุใดสุดท้ายก็ยังมีเด็กนิสัยอันธพาลปรากฏให้เห็น? นั่นเพราะเื้ัของเด็กมีครอบครัวนิสัยอันธพาล
ภายใต้การวิงวอนร้องไห้ของสองสามีภรรยา เสิ่นม่านสงบสติได้อย่างช้าๆ เมื่อเป็เช่นนี้ นางก็จะขอสั่งสอนผู้ปกครองอันธพาลคู่นี้หน่อย
เสิ่นม่านพึมพำเสียงค่อย “พลังงานปาลาลา”
“ฉันอยู่นี่”
“เปิดโหมดสะกดจิต”
……
อีกฟากของหมู่บ้านโม๋ผาน เมื่อชาวบ้านกินดื่มกันอย่างอิ่มหนำสำราญ คนก็ค่อยๆ ทยอยแยกย้ายกันไป
อากาศที่หนาวเหน็บ เหลือไว้เพียงจันทร์เสี้ยวที่ห้อยระย้า เมื่อความครึกครื้นระยะสั้นผ่านพ้นไป ทั้งหมดก็กลับคืนสู่ความเงียบเหงาอีกครา
หลังจากเสิ่นม่านกลับถึงบ้านไม่นาน คนในครอบครัวก็พากันกลับมา
คังต้าลี่ดื่มสุราไปเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อ เมื่อกลับไปหาภรรยาและเห็นภรรยากับลูกกำลังหลับสบาย ในใจก็รู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน
หนิงโม่รักสะอาด ไม่ชอบกินอาหารหม้อใหญ่ประเภทนี้ ตอนค่ำจึงกินอาหารไปเพียงเล็กน้อยและดื่มพอเป็พิธีเพื่อเป็การให้เกียรติผู้ใหญ่บ้าน ส่วนคนอื่นมาชนก็มีเยี่ยนชีช่วยรับไว้แทน
เยี่ยนชีดื่มจนใบหน้าแดงก่ำ เขายิ้มแย้มทักทายเสิ่นม่าน จากนั้นก็กลับเข้าห้องนอน
ส่วนเด็กน้อยวันนี้เหมือนมีเื่สำคัญ ทั้งสามสุมหัวเข้าหากันพูดคุยกระซิบกระซาบ เมื่อเสิ่นม่านไปถาม ทั้งสามก็ทำลับๆ ล่อๆ บอกว่าจะขอปิดเป็ความลับ จากนั้นก็กลับห้องปีกตะวันตกอย่างมีความสุข
มีเพียงหนิงโม่ที่ยังยืนอยู่ในลานบ้าน ชุดสีดำล้อมด้วยหิมะสีเงิน
ราวกับอีกาดำที่โดดเดี่ยว
เสิ่นม่านเห็นเงาที่เดียวดายอยู่บนโลกใบนี้ของเขา ถึงกับชะงักไปชั่วขณะและเรียกเขา
“ตอนค่ำคงยังไม่อิ่มกระมัง? จะทานมื้อดึกสักหน่อยหรือไม่”
กระเดือกของหนิงโม่ขยับขึ้นลง ผ่านไปนานสักพักจึงเค้นคำพูดออกมา
“ตกลง”
ทุกคนในสกุลเสิ่นพากันเข้านอนหมด มีเพียงห้องครัวที่ยังไฟส่องสว่างอยู่ ภายใต้แสงเทียน เสิ่นม่านกำลังนวดแป้งและหั่นแบ่งเป็ก้อนเล็ก จากนั้นหย่อนตัวแป้งใส่ในอุปกรณ์ที่นางเตรียมไว้ก่อน กดจนเป็รูปแบบที่นาง้า แล้วนำลงทอดในกระทะน้ำมัน
หนิงโม่นั่งอยู่ริมโต๊ะเงียบๆ และรอกินอาหารอย่างเชื่อฟัง
เบื้องหน้าของเขาก็มีตะเกียงส่องสว่าง ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์ ขนตายาวเรียงเป็แพราวกับพัดสองอันกำลังปิดบังเื่ราวในใจของเขา
อีกด้านหนึ่ง ใครบางคนที่อยู่ด้านหลังเตาก็กำลังแอบสังเกตเขาอยู่หลายครั้ง
อืม เ้าหมอนี่เ็าผิดปกติ นางต้องคิดหาทางทำลายความเงียบนี้
เสิ่นม่านถือคีมเหล็กคีบฟืนที่ลุกไหม้ในเตา ขณะที่เปลวไฟพุ่งขึ้นมาได้สะท้อนแสงสีแดงผ่านใบหน้าของนาง
“หนิงโม่ เหตุใด่นี้เ้าถึงต้องคอยหลบหน้าข้าด้วย?”
นางส่งเสียง ชายหนุ่มที่อยู่ข้างโต๊ะหันข้างและมองนาง เขาชะงักไป จากนั้นตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ข้าไม่ได้หลบหน้าเ้า”
“เ้าพูดปด” เสิ่นม่านแฉเขา นางลุกขึ้นจากเตาและทำบะหมี่ต่อ
“ที่ผ่านมาเ้าไม่ได้เป็เช่นนี้ ไม่ว่าข้าจะล้อเล่นเื่ใด เ้าก็จะฟัง ข้าจะพาเ้าไปทำอะไร เ้าก็จะไปทำ นับั้แ่ครั้งที่แล้วที่เรากลับจากตำบลเหมยฮัว เหมือนว่าเ้าจงใจหลบหน้าข้า ข้าทำอะไรให้เ้าไม่พอใจกันแน่?”
มีเพียงขนตาของหนิงโม่ที่ขยับ จากนั้นตอบเสียงค่อย
“ไม่ใช่ เ้าคิดมากไปแล้ว”
เสิ่นม่าน “…”
อืม ดูเหมือนจะโกรธด้วย
-----
