“เอ่อ อาซ้อเฉิน เราขอไปด้วยได้หรือไม่?”
“...”
ขณะที่เฉินถั่วถงโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้ชายถือเคียวและคนอื่นๆ เก็บของเตรียมตัวเดินทางออกล่า ผู้หญิงสองสามคนที่ไม่พาเด็กมาด้วยก็เดินเข้ามาถามอย่างลังเล
สามีของพวกนางเข้าร่วมคณะล่าสัตว์ของอยู่แล้ว แต่เด็กในความดูแลก็ค่อนข้างเยอะ ซึ่งหมายถึงอาหารที่้าก็มากขึ้นตามจำนวน ดังนั้นพวกนางจึงอยากเข้าร่วมการล่าด้วยเพื่อส่วนแบ่ง
แต่ก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะดูถูกพวกนางที่ไม่แข็งแกร่งเท่าผู้ชาย
เมื่อเฉินถั่วถงเงยหน้าขึ้น นางเห็นว่าหยู่ซื่อรวบรวมผู้หญิงและเด็กที่เริ่มโตคนอื่นๆ แสดงความประสงค์ที่จะเข้าร่วมคณะล่าสัตว์ นางก็ครุ่นคิดบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง
ในความเห็น เฉินถั่วถงเองก็ไม่อาจดูแลคนเหล่านี้ในอนาคตได้ตลอด และนางก็ไม่เห็นใจอะไรต่อคนี้เี ในเมื่อคนเหล่านี้เลือกที่จะลุกขึ้นสู้ไม่ได้รอความช่วยเหลือเหมือนเดิม
สุดท้ายเฉินถั่วถงก็พยักหน้า และก็ยังถามย้ำว่าพวกนางต้องตกลงกับเงื่อนไขที่เคยเสนอ
“หากเจออันตรายต้องดูแลตัวเอง”
“และพวกเ้าจะทำตามที่ข้าบอกทุกอย่างในระหว่างออกล่าใช่หรือไม่?”
จากคำถาม ไม่มีใครคัดค้าน จึงตกลงว่าให้สามารถร่วมการออกล่าได้ ทำให้ทุกคนต่างยินดีที่เฉินถั่วถงไม่ปฏิเสธ
สุดท้าย หลายคนก็พากันออกเดินทางไปล่าสัตว์
เหลือแค่เฉินอ่าวและลูกๆ สี่คน บวกกับสตรีแซ่ชิวที่ร่างกายอ่อนแอ รับหน้าที่ดูแลเด็กเล็กคนอื่นๆ เพื่อแลกกับอาหารเป็การตอบแทน
“พี่ชาย ท่านหยุดกินได้แล้ว”
เฉินอวี๋ไม่มีอะไรทำ แต่พอหันมามองเฉินต้าที่มัดอยู่ก็ขมวดคิ้ว ทุกคนกินข้าวเช้าอิ่มนานมาได้สักพักแล้ว และตอนนี้ก็กำลังเตรียมแล่เนื้อทำเป็อาหารแห้งและเนื้อรมควัน แต่พอเหลือบไปมองพี่ชาย ก็เห็นว่าเขาแอบยื่นมือไปหยิบมันเห็บดิบในตะกร้าขึ้นมากินไม่หยุด
จนท้องของเฉินต้าพองเห็นสะดือโปนออกมา เมื่อเฉินอวี๋เดินแล้วเอามือแตะดู ท้องป่องของพี่ชายก็แข็งมาก ซึ่งหมายความว่าหากกินแบบนี้ต่อไปคงท้องต้องแตกตายแน่นอน
เฉินอวี๋เหลือบมองมันเห็บดิบในมือก็แย่งจากมืออีกฝ่าย
ถ้าเป็คนอื่น เฉินต้าคงต่อยไปนานแล้ว แต่เพราะเห็นว่าเป็เฉินอวี๋ที่เอาอาหารของเขาไป เฉินต้าทำให้แค่สีหน้าบึ้ง รู้สึกเพียงว่าตัวเองถูกกระทำอย่างไม่เป็ธรรม ไม่เพียงแต่มัดไว้กับหิน แต่ยังจำกัดอาหารไม่ให้เขาได้กินอีก
“พี่ชาย ท้องแน่นเกินไป หากกินต่อเช่นนี้มันไม่ดีนะ” เฉินอวี๋กล่าวด้วยความกังวลและชี้ไปที่ท้อง
เฉินต้าได้ยิน ก้มมองท้องพองๆ ของตัวเองด้วยสีหน้ามึนงงนิดหน่อย และเป็ครั้งแรกนับั้แ่อาละวาด ที่พี่ชายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“มะ..ไม่”
“ขะ..ข้าหิว!”
“ข้าหิวจึงต้องกิน”
“...”
เฉินอ่าวซึ่งกำลังดูเนื้อรมควัน เขาเห็นการสนทนาของลูกชายทั้งสอง เหลือบมองไปที่ท้อง ได้ยินเสียงแว่วบ่นว่าหิวไม่หยุด
เฉินอ่าวขมวดคิ้วครุ่นคิด เหมือนว่าร่างกายและจิติญญาของลูกชายยังไม่ผสานกันอย่างสมบูรณ์
ไม่เช่นนั้น เขาควรรู้ขีดจำกัดและความรู้สึกของตัวเอง ว่าหิวหรืออิ่มหลังจากกินจนท้องแน่น แต่พฤติกรรมที่เฉินต้าแสดงออกมา เหมือนว่าเขาจะไม่รู้จักร่างกายตัวเองสักเท่าไหร่ว่ามันเป็ยังไง
เฉินอวี๋คว้ามือพี่ชายแล้วตบลงบนท้องที่ป่องออกมาอย่างหงุดหงิด พลางพูดขึ้นว่า “ดูท้องของท่านสิ ถ้ากินอีกนิดเดียวมันจะะเิแล้วนะ”
“ไม่ะเิ ข้าไม่กลัวะเิ ะเิทำอะไรข้าไม่ได้”
เฉินต้าเบิกตาโต คล้ายจะรู้จักคำว่าะเิที่เฉินอวี๋ใช้ขู่ เขารีบส่ายหัว เหมือนว่าในตอนนี้จะสับสน ไม่รู้จักร่างกายและความรู้สึกของตัวเอง
เฉินอ่าวที่เห็นท่าไม่ดีก็เดินเข้าไปหา ตั้งใจจะตบไหล่ลูกชายคนโตเพื่อส่งพลังปราณหาสาเหตุ แต่ทันทีที่เขายกมือขึ้นจะแตะ สายตาที่ดุดันของลูกชายที่เงยหน้าขึ้นมอง ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลดมือลงอย่างเขินอาย ทำได้แค่พูดแนะนำว่า
“เฉินต้า จงสังเกตสภาพร่างกายของตัวเอง อย่าพึ่งพาสติสัมปชัญญะที่เลือนรางเพียงอย่างเดียว พ่อเคยเจอคนที่มีอาการแบบเ้ามาก่อน ค่อยๆ รับรู้ความรู้สึก ััการตอบสนองของร่างกายอย่างช้าๆ อย่าให้ความอารมณ์ครอบงำ ไม่นานเ้าจะปรับตัวกับร่างกายนี้ได้”
เฉินอ่าวสงสัย ว่าลูกชายคนโตของ คงได้นำพลังประหลาดสักอย่างติดตัวมาด้วย มีบ่อยครั้งที่ผู้ย้ายิญญาจะไม่คุ้นชินกับร่างใหม่ เพราะใช่ว่าทุกร่างจะเกิดมาเป็ภาชนะให้ิญญาเข้า บางร่าง ปฏิเสธิญญาแปลกหน้าเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้น หากร่างกายไม่เข้ากับิญญา มันจะทำให้เฉินต้าเกิดปัญหา ไม่สามารถรู้สมดุลระหว่างิญญาและร่างกายใหม่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ว่าเฉินต้าไม่ได้เอาแค่ิญญา แต่ยังเอาพลังจากโลกเดิมมายัดใส่ในร่างนี้ลงไปด้วย ความยากและการปรับสมดุลจึงยิ่งมีอุปสรรคเข้าไปอีก
สำหรับเขาและเฉินถั่วถง รวมถึงคนอื่นๆ ไม่ได้รับสืบทอดพลังจากชาติก่อน มีเพียงิญญาและจิตสำนึกเดิมเท่านั้น พวกเขาจึงรวมร่างใหม่และผสานกันได้อย่างรวดเร็ว
แต่ลูกชายคนโตคนนี้ ไม่ได้มาแค่ิญญาและจิตเก่า แต่พลังดุร้ายที่แหกกฏแห่งเต๋าได้ เขาก็ยังเอาติดตัวมาที่โลกชั้นชั้นล่างใบเล็ก
พลังที่ปลดปล่อย และความน่าสะพรึงกลัวที่เทียบเท่าผู้ฝึกยุทธและผู้ฝึกปราณ หากจิติญญาและร่างกายหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ เฉินอ่าวคาดเดา ว่ามันต้องทรงพลังอย่างไม่มีที่สิ้นสุดหลังหลอมรวมกันได้สำเร็จ
เมื่อนึกถึงพลังพลุ่งพล่าน ที่เขารู้สึกได้ตอนที่กดลงบนตัวเฉินต้าตอนอาละวาด เฉินอ่าวจึงตั้งตารอ ที่จะได้เห็นว่าลูกชายคนโตจะแข็งแกร่งถึงขีดสุดได้แค่ไหนเมื่อร่างและิญญาผสานกันอย่างสมบูรณ์
อาจจะเป็พลังบางอย่าง ที่สามารถฉีกกฏของโลกชั้นล่างใบนี้เพื่อเปิดประตูไปยังดินแดนใหม่ จนความหวังที่จะสามารถกลับไปแดนเซียนโลกเดิม อยู่ๆ ดวงตาของเฉินอ่าวก็มองลูกชายคนโตเป็ประกาย
อยากจะทดสอบและหาวิธีเพื่อให้ลูกชายของเขาเติบโตเร็วๆ จนทำลายกฏและกำแพงที่ขว้างกั้นระหว่างโลกเบื้องล่างและโลกเบื้องบนได้ แต่เมื่อมองไปที่เฉินต้าซึ่งดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เฉินอ่าวก็พลันนึกถึงเื่สำคัญบางอย่างออก
หลังจากที่บุคคลเข้าสิงร่างอื่น พยายามผสานรวมเข้ากับร่างที่ปฏิเสธิญญาแปลกหน้า บางครั้ง พลังของพวกเขาก็จะไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็ม และบางครั้งความทรงจำก็อาจได้รับความเสียหายต่อิญญาที่เปื้อนมลทิน จนจำเป็ต้องผนึกความทรงจำเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
เฉินอ่าวไม่รู้ ว่าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นกับเฉินต้าด้วยหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ที่เฉินอ่าวพูดออกมา กลับทำให้เฉินอวี๋ที่ได้ยินคำแปลกๆ ของพ่อต้องเหลือบตามองบน โบกมือเล็กๆไล่พ่อให้กลับไปดูเนื้อรมควัน ว่าการมายืนแอ็คท่าเป็นักปราชญ์ผู้รู้ทุกอย่างอยู่ตรงนี้ เนื้อที่เคยเฝ้ามันคงไหม้จนดำไปหมดก่อน
“เหวอ”
“ตายห่า!!”
“เนื้อไหม้จนดำไปแล้วหนึ่งซีกจริงๆ ด้วย”
“พอภรรยาปากร้ายกลับมาต้องด่าข้าอีกครั้งแน่ๆ เลย”
“ฟูว ๆ ~~ ดับสิ ดับสิ”
“...”
“...”
เฉินอวี๋เลิกสนใจพ่อผู้หวาดกลัวแม่จนขึ้นสมอง เขาพยายามซ่อนตะกร้าและย้ายมันเห็บไปที่อื่น ขอให้อิงเอ๋อเฝ้าพี่ชายคนโตอยู่ห่างๆ หากเห็นเฉินต้าเขยิบเข้าใกล้ตะกร้า ก็ขอให้นางะโเตือน ก่อนที่เขาจะขอตัวไปช่วยพี่สาวและท่านพ่อ เพื่อทำเนื้อรมควันตากแห้งสำหรับกักตุนเป็เสบียงในวันต่อๆ ไป
“บุตรข้า เนื้อส่วนนี้ไหม้หมดแล้ว”
“ทำยังไงถึงไม่ให้แม่ของเ้าดุ?”
“...”
พอเฉินอ่าวเห็นเฉินอวี๋นั่งลงข้างๆ เขาก็ชูเนื้อสีดำแล้วถามด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่เฉินอวี๋ที่นั่งลงจะพูดออกมาเพื่อให้พ่อของตัวเองสบายใจว่า
“ใจเย็นๆ ท่านพ่อ”
“เราตัดส่วนที่ไหม้ทิ้งได้ ไอ้ที่ไหม้มันแค่ส่วนหนังเท่านั้น เนื้อข้างในยังใช้ได้อยู่”
“จริงรึ?” เฉินอ่าวถามอย่างไม่มั่นใจ
“แน่นอนสิ ท่านไม่เชื่อบุตรของท่านแล้วจะไปเชื่อผู้ใด? แค่ใช้มีดแล่ส่วนสีดำออกก็ใช้ได้แล้ว”
“โอ้ววว!!~ จริงด้วยแฮะ”
“...”
“...”
