บทที่ 9 สัญญาเืกลางทุ่งหญ้า
ทุ่งหญ้าท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ย, มณฑลเสฉวน, ปี 1982
สายลมยามบ่ายพัดกรรโชกพาเอาความร้อนระอุและกลิ่นฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจายจากการก่อสร้างโรงเรือนหมุนวนไปรอบร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนประจันหน้ากัน กู้จิงเจ๋อยังคงยืนนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ถูกสลักโดยช่างฝีมือเอก แววตาคมปราบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวฉิง ราวกับ้าจะมองหา "รหัสลับ" ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางนิ่งสงบเกินวัยของเธอ
“คุณบอกว่า้าหุ้นส่วน... ไม่ใช่เ้านาย?” กู้จิงเจ๋อทวนคำ น้ำเสียงของเขาเรียบต่ำแต่กลับทรงพลังจนคนงานรอบข้างถึงกับต้องแสร้งทำเป็ก้มหน้าขุดดินรัวๆ ทั้งที่หูผึ่งจนแทบจะกลายเป็หูกระต่าย
‘ [ลุงหวัง] : พุทโธ่ธัมโม! อีหนูเซียวเอ๋ย... คุณชายเขาอุตส่าห์เอาทองมาประเคนถึงที่ ดันไปต่อรองเขาแบบนั้น ถ้าเขาโกรธขึ้นมา ไม่ใช่แค่โรงงานจะพัง แต่หัวพวกเราจะหลุดจากบ่าด้วยไหมเนี่ย?’
‘ [อาเฉิน] : ใจเด็ดจริงๆ แม่หนูคนนี้ ฉันว่านางไม่ได้เอาตัวเข้าแลกหรอก นางกำลังเอา สมอง เข้าแลกมากกว่า!’
เซียวฉิงยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้กู้จิงเจ๋อรู้สึกเหมือนกำลังถูกพญาเหยี่ยวจ้องตะปบ “ถูกต้องค่ะคุณกู้ ในโลกของการค้า น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า คุณมีอำนาจและเส้นสายที่จะเปิดทางให้สินค้าของฉันไปไกลถึงปักกิ่ง แต่ฉัน... มีเทคโนโลยีที่สามารถเนรมิต ทองคำจากดินตายได้เพียงคนเดียวในโลกนี้ ถ้าคุณ้าคนรับใช้ คุณไปหาเอาในเมืองใหญ่เถอะค่ะ แต่ถ้าคุณ้า อาณาจักร คุณต้องคุยกับฉันในฐานะหุ้นส่วนที่เท่าเทียม”
[ระบบเนบิวลา: วิเคราะห์สถานการณ์] [ระดับความกดดัน: 85% | สถานะเป้าหมาย: เริ่มมีความสนใจ (Intrigued) 92% | คำแนะนำ: ใช้การ ให้อารมณ์ มาดึงดูดใจหลังจากกดดันด้วยเหตุผล]
โต๊ะเจรจาใต้เงาต้นพุทรา
ม้านั่งไม้เก่าๆ ใต้ต้นพุทราที่ผุพังถูกใช้เป็โต๊ะเจรจาระดับมณฑล เซียวหรัน (แม่) เดินออกมาจากกระท่อมพร้อมถาดไม้นิ้วมือสั่นน้อยๆ บนนั้นมีถ้วยน้ำชาดินเผาที่มีรอยบิ่นและจานใบเล็กใส่ขนมแป้งหมี่ทอดฝีมือเธอเอง
“เชิญ... เชิญคุณชายดื่มน้ำก่อนนะคะ บ้านเรายากจน มีเพียงน้ำชาป่าธรรมดาๆ เท่านั้น” เซียวหรันเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ แววตาของเธอมองกู้จิงเจ๋อด้วยความยำเกรงประหนึ่งมองเทพเ้า
กู้จิงเจ๋อมองดูถ้วยชาที่มีรอยบิ่นนั่นชั่วครู่ คนสนิทของเขากำลังจะก้าวเข้ามาห้ามตามนิสัยที่ห่วงความสะอาดของคุณชายผู้สูงส่ง แต่กู้จิงเจ๋อกลับยกมือห้ามไว้ เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ กลิ่นขมจางๆ ของใบชาป่ากลับให้รสััที่สะอาดและจริงใจอย่างประหลาด
“ขอบคุณครับคุณแม่ น้ำชานี้รสชาติดีมาก” กู้จิงเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด จนเซียวฉิงเองยังแอบแปลกใจ
“เจี่ยเจีย! พี่ชายคนนี้สวยจังเลยครับ เขาคือเทพบุตรจากในนิทานที่แม่เล่าหรือเปล่า?” เซียวหยวน วิ่งเข้ามาพร้อมก้อนดินในมือ เขาจ้องมองกู้จิงเจ๋อตาแป๋วด้วยความซื่อบริสุทธิ์
กู้จิงเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นเด็กน้อยที่มอมแมมแต่ดวงตาสุกใส เขาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“เทพบุตรในนิทานมักจะใจร้ายนะเ้าหนู แต่พี่ชายคนนี้... มาที่นี่เพื่อช่วยพี่สาวของเ้าสร้างบ้านใหม่ยังไงล่ะ”
เขาส่งยิ้มให้เซียวหยวน รอยยิ้มที่ไม่ได้ถูกปั้นแต่งเพื่อสังคมชั้นสูง แต่มันคือรอยยิ้มที่หลุดออกมาจากกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างไว้
เมื่อความอบอุ่นชั่วครู่ผ่านไป บรรยากาศการเจรจาก็กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง เซียวฉิงวางกระดาษแปลนโรงงานที่เธอวาดเพิ่มลงบนม้านั่ง
“ห้าสิบ-ห้าสิบ คุณกู้ยินยอมหรือไม่คะ?” เธอถามย้ำ แววตาคมกริบ
กู้จิงเจ๋อวางถ้วยชาลง
“คุณเซียวฉิง คุณรู้ไหมว่าคนอย่างผมไม่เคยยอมให้ใครถือหุ้นเท่ากับผมมาก่อน โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีแม้แต่ที่ดินเป็ของตัวเองแต่ต้องเช่าคอมมูนเอาแบบนี้”
“คุณกู้คะ... นิ่งเป็หลับ ขยับเป็ั” เซียวฉิงเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ที่ดินเป็เพียงเปลือกนอก แต่อัลกอริทึม... เอ้อ ความรู้ในหัวของฉันคือแก่นแท้ เห็ดเป๋าฮื้อดัดแปลงที่ฉันจะเพาะนี้ สามารถโตได้แม้ในดินที่เป็กรดจัดและใช้เวลาเพียงหนึ่งในสามของเวลาปกติ ถ้าคุณ้ากำไรมหาศาลภายในหกเดือน คุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเซ็นสัญญากับฉัน”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า
“หรือว่าคุณกลัวคะ? กลัวว่าผู้หญิงบ้านนอกคนนี้จะเก่งเกินไปจนคุณคุมไม่อยู่?”
กู้จิงเจ๋อหรี่ตาลง ประกายไฟในดวงตาของเขาวับวาบ
“กลัวเหรอ? ผมไม่เคยสะกดคำนั้นเป็ แต่ผมแค่แปลกใจ... ทำไมคุณถึงดูรีบร้อนอยากจะมั่งคั่งขนาดนี้? ความรวยมันหอมหวานขนาดนั้นเชียวหรือ?”
เซียวฉิงแค่นยิ้มหยัน รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความขมขื่นที่ลึกซึ้งจนกู้จิงเจ๋อััได้ “ความรวยไม่ได้หอมหวานหรอกค่ะคุณกู้... แต่น้ำตาของแม่ในวันที่ไม่มีข้าวจะกรอกหม้อ และเสียงร้องไห้ของน้องชายในวันที่ต้องนอนหนาวใต้หลังคาโหว่ มันขมขื่นยิ่งกว่ายาพิษหมื่นชนิดเสียอีก”
เธอจ้องตาเขาตรงๆ
“ฉันไม่ได้สู้เพื่อความหรูหรา แต่ฉันสู้เพื่อ อำนาจ ที่จะไม่มีใครกล้ามาเหยียบย่ำครอบครัวของฉันได้อีก คุณชายอย่างคุณที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง คงไม่มีวันเข้าใจรสชาติของดินโคลนที่พวกเราต้องกินเข้าไปเพื่อประทังชีวิตหรอกค่ะ!”
คำพูดนั้นกรีดลึกเข้าไปในความเงียบ กู้จิงเจ๋อรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงที่เขาไม่เคยัั ท่าทางโอหังของเขาค่อยๆ ทลายลงเมื่อเห็นแววตาที่เ็ปแต่แข็งแกร่งของสตรีตรงหน้า
(กู้จิงเจ๋อ: "แววตาแบบนี้... มันไม่ใช่แววตาของคนละโมบ แต่มันคือแววตาของคนที่ผ่านนรกมาแล้วจริงๆ ทำไมหัวใจของฉันถึงได้รู้สึกเจ็บแปลบเมื่อเห็นเธอพูดถึงน้ำตาของแม่? หรือว่าชีวิตที่เพียบพร้อมของฉัน มันช่างว่างเปล่าเมื่อเทียบกับความมุ่งมั่นของเธอ?")
“ตกลงครับ” กู้จิงเจ๋อเอ่ยขึ้นมาในที่สุด
“ห้าสิบ-ห้าสิบ และผมจะให้ทุนสนับสนุนคุณเพิ่มอีกสองพันหยวนเพื่อปรับปรุงกระท่อมนี้ให้เป็บ้านที่แท้จริง”
เซียวฉิงชะงักไปเล็กน้อย
“คุณกู้... นี่ไม่ใช่การกุศลนะคะ ฉัน้าหุ้นส่วนที่มีสติ ไม่ใช่คนขี้สงสาร”
“นี่ไม่ใช่ความสงสารครับ” กู้จิงเจ๋อลุกขึ้นยืน ขยับปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างสง่างาม “แต่นี่คือการลงทุนกับ เสาหลัก ของธุรกิจผม ถ้าสุขภาพและจิตใจของคนคุมเทคโนโลยีไม่ดี งานของผมก็เสียหาย สองพันหยวนนี่ถือเป็ ค่าซ่อมบำรุงทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุดของผม... นั่นก็คือคุณ”
เขายื่นมือออกมาข้างหน้า
“สัญญานี้จะยังไม่มีลายลักษณ์อักษรจนกว่าเห็ดล็อตแรกจะงอกออกมาให้ผมเห็น แต่นับแต่วินาทีนี้... ผมกู้จิงเจ๋อ จะเป็โล่ให้คุณ และคุณ... ต้องเป็ดาบให้ผม”
เซียวฉิงมองมือนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับอย่างมั่นคง ััจากมือที่อบอุ่นและแข็งแรงของเขาส่งผ่านพลังงานบางอย่างที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนในโลกที่แล้ว
“ตกลงค่ะคุณกู้... เตรียมตัวเป็มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีนได้เลย”
“คุณชายกู้คะ... กินแป้งทอดก่อนสิคะ เดี๋ยวจะเย็นหมด” เซียวหรันร้องเรียกอย่างเป็ห่วงเมื่อเห็นทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่นาน
กู้จิงเจ๋อหันไปมองจานแป้งหมี่ทอดที่ดูธรรมดาๆ นั่น เขาเดินกลับมานั่งที่ม้านั่งไม้แล้วหยิบแป้งทอดขึ้นมาเข้าปากหนึ่งคำ
มันเป็รสชาติที่เรียบง่าย... หวานมันจากแป้งและน้ำมันพืชราคาถูก แต่กลับแฝงด้วยความตั้งใจและความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับจากอาหารเหลาระดับเจ็ดดาวในปักกิ่ง
“อร่อยไหมครับพี่ชาย?” เซียวหยวนเดินเข้ามาเกาะเข่าของเขา
กู้จิงเจ๋อพยักหน้าพลางลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
“อร่อยที่สุดเลยล่ะ”
เซียวฉิงยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ พญาัผู้นี้... บางทีข้างในกำแพงน้ำแข็งนั่น อาจจะมีเพียงแค่เด็กชายที่โหยหาความอบอุ่นที่แท้จริงเหมือนกันก็ได้
‘ [ระบบเนบิวลา: แจ้งเตือนสถานะจิตใจเป้าหมาย] ’ ‘ [ตรวจพบ: ระดับความไว้วางใจพุ่งสูงขึ้นเป็ 85% | สถานะความสัมพันธ์: พันธมิตรที่มีแนวโน้มเป็ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง (Potential Deep Bond) ] ’
“เอาล่ะค่ะคุณกู้ ในเมื่อเราตกลงกันได้แล้ว ฉันมีสูตรลับในการปรับดินขั้นสุดท้ายที่ต้องอาศัยเส้นสายของคุณในการหาซื้อสารเคมีบางตัว...” เซียวฉิงเริ่มเปิดโหมดซีอีโออีกครั้ง
กู้จิงเจ๋อหัวเราะในลำคอ
“คุณนี่ไม่ปล่อยให้ผมมีเวลาซาบซึ้งเลยนะ เซียวฉิง... ได้! พรุ่งนี้คนของผมจะจัดการทุกอย่างให้”
ยามอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีส้มทอประกายลงบนทุ่งหญ้าท้ายหมู่บ้าน รถยนต์หรูแล่นจากไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงและคำสัญญาที่หนักแน่นดุจภูผา เซียวฉิงยืนมองตามเงารถนั้นไปจนสุดสายตา
“แม่คะ หยวนหยวน... ต่อไปนี้พวกเราจะไม่ต้องกลัวใครอีกแล้ว” เธอกระซิบพลางโอบกอดครอบครัวไว้
เซียวหรันกอดลูกสาวน้ำตาคลอ
“ชิงเอ๋อร์... แม่ไม่เคยคิดเลยว่าลูกจะทำได้ขนาดนี้ ลูกเหมือนนางฟ้าที่์ส่งมาจริงๆ”
เซียวฉิงมองไปที่โรงเรือนที่เริ่มเป็รูปเป็ร่าง เปลวไฟสีเขียวหยกในดวงตาลุกโชนสำนวนจีนว่าไว้ ยอดไม้ที่สูงเด่น ย่อมต้องเจอพายุแรง เซียวฉิงรู้ดีว่าก้าวต่อไปจะยิ่งยากลำบากเพียงใด แต่เธอก็รู้เช่นกันว่า... ครั้งนี้เธอไม่ได้เดินเพียงลำพัง!
