“ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก คุณหนูเซี่ยน่าจะใอะไรตอนอยู่บนูเาเข้าน่ะ” กู้เจิงไม่อาจบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในถ้ำได้ กู้เหยารู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับนาง
“เกิดอะไรขึ้นกับนางหรือเ้าคะ?” กู้เหยากำลังขบคิดว่าบนูเาจะมีเื่อะไรที่ทำให้เซี่ยิ่หรูต้องร้องไห้ขนาดนั้น
“ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด” กู้เจิงยกชาขึ้นดื่ม “นางร้องไห้เสียใจปานนั้นคงจะะเืใจมาก ถ้าวันหน้าเ้าเจอนาง ก็อย่าถามนางอีกเลย”
กู้เหยาพยักหน้า “พี่ใหญ่ ท่านไม่รู้จริงๆหรือ? อย่าโกหกข้านะ”
“ข้าจะโกหกเ้าทำไม?”
“ก็จริง ข้าเป็ห่วงนางมาก อยากไปเยี่ยมนางที่จวนเซี่ยเ้าค่ะ”
“ได้สิ” กู้เจิงพยักหน้า แต่คุณหนูเซี่ยนั้นไม่แน่ว่าจะยอมพบกู้เหยา เวลานี้นางคงไม่อยากพบใครกระมัง
เนื่องจากเพิ่งกินของว่างไปในป่า ท้องของกู้เจิงจึงไม่รู้สึกหิวนัก ประกอบกับในสมองมีเื่ราวมากมาย นางจำเป็ต้องจัดการให้เรียบร้อย นางจึงให้เหอเซียงย้ายเก้าอี้ไปตั้งไว้ในลานบ้าน
วันนี้แสงแดดอบอุ่นกำลังดี เหมาะแก่การมานั่งเล่นในลานบ้าน
กู้เจิงเอนตัวนอนบนเก้าอี้กุ้ยเฟย นางนึกถึงวันเวลาที่เคยใช้ชีวิตในบ้านตระกูลเสิ่น ทำงานอยู่กับพ่อแม่สามี พูดคุยหัวเราะกับญาติพี่น้องตระกูลเสิ่น ่เวลาเ่าั้เมื่อนึกถึงทีไรก็ทำให้รู้สึกมีความสุขยิ่งนัก แต่ตอนนี้ชีวิตของนางล้วนพัวพันกับเื่การเมืองเต็มไปหมด
เดิมทีนางคิดว่าเสิ่นเยี่ยนเป็เพียงขุนนางเล็กๆ เดินตามหลังองค์รัชทายาทกับตวนอ๋องก็คงพลอยได้ดิบได้ดีไปด้วย แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า คนที่เขาสนับสนุนจริงๆ คือองค์ชายรอง องค์ชายรองผู้นี้ไม่เคยเผยความสามารถให้ใครเห็นเป็ที่ประจักษ์ คนประเภทนี้ถึงจะเรียกว่าน่ากลัวอย่างแท้จริงกระมัง
กู้เจิงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงท่าทางมั่นใจของเสิ่นเยี่ยน นางก็ได้แต่ปล่อยวาง
เฟิงไหลจ้องมองกู้เจิงที่เดี๋ยวก็ขมวดคิ้เดี๋ยวก็ถอนหายใจ อย่างขบขัน นางเดาว่าอีกฝ่ายคงกำลังคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ คืนนี้นางจะต้องส่งเื่นี้ไปบอกทางเิเป่ย
ขณะที่กู้เจิงกำลังนอนคิดเื่ราวอยู่ภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น เหอเซียงก็เข้ามารายงาน “นายหญิง นายท่านกู้กับนายหญิงกู้ และคุณหนูสามมาเ้าค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องโถงใหญ่แล้ว”
“ท่านพ่อท่านแม่มาหรือ?” กู้เจิงรีบลุกขึ้น “เอาผ้าชุบน้ำมาให้ข้าหน่อย”
หลังจากเช็ดหน้าแล้ว กู้เจิงก็ตรงไปที่ห้องโถงใหญ่
หลังจากทักทายกันแล้ว กู้หงหย่งก็ตำหนิบุตรสาวคนโต “เจิงเอ๋อร์ เ้าเลอะเลือนเสียแล้ว เื่คุณหนูเซี่ยไปเกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย กลายเป็ว่าเ้าทำให้แผนการขององค์รัชทายาทปั่นป่วนไปหมด ยังมีเ้าอีกคน” เขาว่าพลางจ้องกู้อิ๋งเขม็ง
กู้อิ๋งหลังออกจากป่าก็ตรงดิ่งไปจวนกู้ นางไปเล่าเื่ราวให้ท่านพ่อท่านแม่ฟัง หลังจากถูกท่านพ่อตำหนินางก็รู้สึกสับสนยิ่งนัก ใจหนึ่งนางก็เสียใจที่ตัวเองบุ่มบ่ามเกินไป แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าพี่ใหญ่ทำได้ดี ทว่าสุดท้ายนางก็ต้องเลือกที่จะอยู่ข้างสามี เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็มองไปทางพี่ใหญ่ ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่จะถูกพี่เขยใหญ่กล่าวโทษหรือไม่
“ท่านพ่อไม่คิดว่าการที่องค์รัชทายาททำเช่นนี้มันไร้ยางอายหรือเ้าคะ?” กู้เจิงเอ่ยถาม
“องค์รัชทายาททำไปเพื่ออนาคต ยิ่งไปกว่านั้น วันหน้าคุณหนูเซี่ยจะได้เลื่อนตำแหน่งอย่างก้าวะโ มีตรงไหนเป็ผลเสียต่อนางหรือ?”
“ข้ากลับคิดว่าเจิงเอ๋อร์ทำได้ดีแล้ว นี่สิถึงเป็สิ่งที่คนหนุ่มสาวผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวควรทำ” เว่ยซื่อเอ่ยขัดขึ้น นางคิดแตกต่างจากสามี
“จิตใจเด็ดเดี่ยว? เฮอะ” กู้หงหย่งยิ้มเยาะ “จิตใจเด็ดเดี่ยวกินเป็อาหารได้หรือ? สามารถทำให้ตระกูลกู้ของเรารุ่งเรืองขึ้นได้หรือไง? เจิ้งชินเป็เด็กเก่ง แต่ไม่ว่าเขาจะเก่งแค่ไหน หากไม่มีองค์รัชทายาทคอยเกื้อหนุน เขาก็เป็ได้แค่เพียงขุนนางเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงและถูกคนเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า พวกเ้ามันดีนัก กลับล่วงเกินองค์รัชทายาทเสียได้”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ความสำเร็จในอนาคต ลูกจะสู้เอามาด้วยตัวเองขอรับ” กู้เจิ้งชินพูดด้วยสีหน้าแน่วแน่
“เ้าจะเอาอะไรมาสู้? ในราชสำนักความรู้ในตำราของเ้ามันจะมีประโยชน์อะไร?” กู้หงหย่งนึกถึงชีวิตของตัวเองที่เป็เช่นนี้แล้วก็ขุ่นเคืองใจ เขาคิดว่าหากเื่ในวันนี้องค์รัชทายาททำสำเร็จ ถึงตอนนั้นก็จะดึงแม่ทัพใหญ่เซี่ยมาเป็พวกได้ แล้วตระกูลกู้ก็จะต้องกลับมารุ่งโรจน์ขึ้นอีกครั้ง ทว่าผลสุดท้ายเล่า? บุตรสาวสองคนนี้กลับทำให้เื่พังไม่เป็ท่า
“ท่านพ่อ ลูกเองก็คิดว่าวิธีการขององค์รัชทายาทนั้นต่ำทรามเกินไปขอรับ” กู้เจิ้งชินกล่าว
“ต่ำทรามยังไง? นั่นเป็ถึงองค์รัชทายาท มีผู้หญิงตั้งมากมายต่างไขว่คว้าเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากพระองค์” กู้หงหยงมองทุกคนในครอบครัว “พวกเ้าแต่ละคนช่างสมองเลอะเลือนจริงๆ”
กู้เจิงก้มหน้าไม่พูดไม่จา ท่านพ่ออยากอยากจะด่าก็ด่าไป อย่างไรเสียเื่ก็ผ่านไปแล้ว
“ท่านพ่อ พวกเรารู้ผิดแล้ว” กู้อิ๋งรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง
กู้หงหย่งนั่งลงถอนหายใจอยู่พักหนึ่ง ยามมองไปยังกู้อิ๋ง ั์ตานั้นฉายแวววิตกกังวล “หากเ้ากลับจวนตวนอ๋องไป ตวนอ๋องน่าจะต่อว่าเ้าหลายประโยค เ้าจงอดทนเอาไว้”
กู้อิ๋งพยักหน้า
“อิ๋งเอ๋อร์ทำอะไรถึงต้องถูกเขาต่อว่าด้วยเ้าคะ?” พอเว่ยซื่อได้ยินว่าบุตรสาวจะถูกด่าทอ สีหน้าสงบนิ่งก็เปลี่ยนไป “ในเมื่อเื่นี้เขาไม่ได้บอกอิ๋งเอ๋อร์ล่วงหน้า อิ๋งเอ๋อร์จะรู้ได้ยังไง? ใครก็ตามที่มีเจตนาดีสักหน่อยล้วนต้องไปเตือนคุณหนูเซี่ยทั้งนั้นเ้าค่ะ”
กู้หงหยงสะบัดแขนเสื้ออย่างหงุดหงิด
“เขากับอิ๋งเอ๋อร์แต่งงานได้ไม่ถึงปี พระสนมซูก็มอบนางกำนัลให้ มารดาอย่างข้ายังไม่ทันได้ไปขอความเป็ธรรม เขากลับจะมาต่อว่าอิงเอ๋อร์เื่นี้อีก เขามีสิทธิอะไร?” เว่ยซื่อกล่าวอย่างมีโทสะ
“ท่านแม่ อย่าโกรธไปเลยเ้าค่ะ” กู้อิ๋งรีบเข้าไปพูดให้เว่ยซื่อคลายความโกรธลง
“มีสิทธิอะไรงั้นหรือ? มีสิทธิที่ว่าเขาเป็ตวนอ๋องไงเล่า” กู้หงหยงกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “อิ๋งเอ๋อร์แต่งไปเป็พระชายา หากไม่ปรนนิบัติตวนอ๋องให้ดี ต่อไปก็มีจะแต่จะลำบากมากขึ้นเท่านั้น”
กู้เจิงเห็นนายหญิงเว่ยซื่อมีสีหน้าเดือดดาล นางเปิดปากเตรียมจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่ทอดถอนใจ
“อิ๋งเอ๋อร์” เว่ยซื่อมองกู้อิ๋งด้วยความเ็ป “แม่รู้ความทุกข์ในใจเ้า ตอนนั้นที่แม่ตอบรับการแต่งงานนี้ เพราะอย่างแรกคือเ้าชอบตวนอ๋อง สองคือคิดว่าเด็กคนนั้นสามารถฝากชีวิตเ้าไว้ได้ แต่ถ้าเ้าคิดว่ามันทรมานเกินไป และทนต่อไปไม่ได้จริงๆ ก็หย่าเสียเถิด”
กู้อิ๋งอึ้งไป
“เ้าพูดเื่ไร้สาระอะไร?” กู้หงหย่งไม่อยากจะเชื่อ
กู้เจิ้งชินเองก็ใเช่นกัน
“กู้หงหย่ง ตัวท่านเองไร้อนาคตที่ดี แต่บัดนี้กลับ้าให้ลูกสาวยอมกล้ำกลืนฝืนทนเพื่อให้ตระกูลกู้มีกลับมามีชื่อเสียงรุ่งโรจน์ ท่านทำแบบนี้ไม่อายบ้างหรือเ้าคะ?” เว่ยซื่อมองสามีอย่างเยือกเย็น “ท่านอยากได้ความรุ่งเรืองแบบไหนก็ต้องพยายามด้วยตัวเอง ไม่ใช่มาใช้ประโยชน์จากลูกสาวที่ข้าเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากเช่นนี้”
“จะ เ้า?” กู้หงหย่งชี้นิ้วไปที่ภรรยา เขาโกรธจนพูดอะไรไม่ออก
กู้เจิงรู้มาตลอดว่าเว่ยซื่อเป็คนร้ายกาจ แต่ไม่คิดว่านางจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้ “น้องสามเป็ลูกที่ท่านสั่งสอนมากับมือ ข้าเชื่อว่านางจะจัดการเื่นี้ได้ แต่ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็ยังไง ถ้าท่านพ่อไม่ต้อนรับน้องสามแล้ว ข้าก็ยังสามารถดูแลน้องสามแทนได้ หอสมุดของข้าไปได้ไม่เลว ข้าทำให้น้องสามมีชีวิตที่สุขสบายได้แน่นอนเ้าค่ะ”
พอได้ฟังคำพูดของกู้เจิง เว่ยซื่อก็ยิ้มออกมา กู้อิ๋งเองก็ยิ้มเช่นกัน
เว่ยซื่อดึงมือของกู้เจิงมาซ้อนทับกับกู้อิ๋ง “พวกเ้าล้วนเป็เด็กดี”
“น่าโมโหจริงๆ” กู้ห่งหยงเห็นสามแม่ลูกรักใคร่กันดีก็เกิดหมั่นไส้ขึ้นมา เขาเดินสะบัดตัวออกจากห้องโถงไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันหลังไปดูว่าเจิ้งชินเดินตามเขามาหรือไม่
กู้เจิ้งชินครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับมารดา พี่ใหญ่ และน้องสาม
กู้หงหย่งสีหน้าอึมครึมยิ่งนัก
“ท่านพ่อ?”เสียงของกู้เหยาทักขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง”
“เหยาเอ๋อร์” เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กที่ตนเองรักใคร่มากที่สุด กู้หงหย่งก็ดึงตัวนางมาเป็พวก เขาเอ่ยถามนางว่า “เ้าว่ามาซิ เ้าอยากจะอยู่กับแม่ของเ้า หรืออยากอยู่กับพ่อ?”
“หา?” สีหน้าของกู้เหยาเต็มไปด้วยความงุนงง
“เ้าว่ามา เ้าจะไปกับพ่อ หรืออยู่กับแม่?”
กู้เหยามองบิดาที่มีสีหน้าหงุดหงิดด้วยความฉงน ก่อนจะหันไปมองมารดา พี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สามที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่ “แน่นอนว่าข้าต้องอยู่กับท่านแม่เ้าค่ะ ทางนั้นครึกครื้นออก”
“เ้ามันลูกเนรคุณ” กู้หงหย่งเดือดดาลมาก
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เ้าคะ?” กู้เหยางุนงงสับสนยิ่งนัก
กู้หงหย่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่มีใครเป็พวกเขาเลย เขาได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดและเดินกลับมานั่งลงที่เดิม
