ความเ็ปที่หน้าอกบอกกับจูชิงว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ยามนี้ในคอแห้งผากเสมือนกับอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ผลาญเผา หิวกระหายอยากดื่มน้ำสักอึกหนึ่ง!
เมื่อจูชิงสะลึมสะลือลืมตาขึ้นก็พบว่าที่ที่เขาอยู่นั้นเต็มไปด้วยเื คราบเืเหนียวเหนอะหนะติดอยู่บนเสื้อผ้าและร่างกายของเขา
แผลบริเวณหน้าอกเริ่มตกสะเก็ด เืหยุดไหลแล้ว พอเห็นดังนั้นจูชิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถ้าเป็คนธรรมดาเืไหลเป็น้ำเฉกเช่นนี้เกรงว่ากายาคงเหือดแห้งไปนานแล้ว ทว่าจูชิงมีหินโลหิตหล่อเลี้ยงอยู่ต่อเนื่องจึงรอดชีวิตมาได้
อย่างไรก็ตาม อาการอ่อนแรงที่เกิดจากการเสียเืมากเกินไปนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ในเวลาอันสั้น จูชิงไม่มีแรงจะกระดิกนิ้วด้วยซ้ำ
“ศิษย์พี่หญิง เขาฟื้นแล้ว!” ทันใดนั้นเสียงใสดังสะท้อนข้างหูจูชิง
จูชิงตัวสั่นสะท้าน เขาเห็นเด็กสาวสวมอาภรณ์สีขาวคนหนึ่งค่อยๆ สืบเท้าเดินเข้ามาใกล้!
“ฟื้นก็ดีแล้ว ดวงแข็งไม่เบา าแสาหัสขนาดนั้นยังรอดชีวิตมาได้!” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีขาวยิ้มบางๆ ราวกับว่าไม่ได้สนใจความเป็ความตายของจูชิง สำหรับนางแล้วนั้นการช่วยจูชิงไม่ต่างอะไรกับช่วยลูกสุนัขข้างถนน
ลำคอของจูชิงปวดแสบปวดร้อน เสียงแหบพร่าไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้แม้แต่พยางค์เดียว
“ศิษย์พี่หญิงเหมือนเขาจะหิวน้ำ ให้เขาดื่มน้ำสักหน่อยดีหรือไม่ อย่างไรเสียก็สลบไปตั้งห้าวัน” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีเขียวถาม
เด็กสาวสวมชุดขาวพยักหน้า “เ้าป้อนสิ!”
“ไม่เอาด้วยหรอก ตัวเขาทั้งสกปรกทั้งเหม็น แค่เข้าไปใกล้ก็อยากอ้วกแล้ว!” เด็กสาวเพียงคิดภาพตัวเองต้องััสิ่งสกปรกกับคราบเืบนตัวจูชิงก็ขนลุกขนพองแล้ว
“ถ้าเ้าไม่ทำ ศิษย์พี่หญิงไม่ทำ งั้นต้องเป็ข้ารึ?” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีฟ้าครามอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มเล็กน้อย
จูชิงฟังบทสนทนาแล้วก็อยากร้องไห้ เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดถึงไม่มีใครช่วยรักษาาแให้กับเขาเลย!
เด็กสาวทั้งสามเป็คนรักสวยรักงาม ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงไม่อยากแตะต้องตัวจูชิง โชคดีที่จูชิงดวงแข็งรอดชีวิตมาได้ด้วยตัวเอง มิเช่นนั้น เป็ไปได้ว่าพวกนางคงยืนมองดูเขาตาย
“เอาวางไว้ข้างๆ ข้า!” จูชิงเค้นแรงเฮือกสุดท้ายพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“อ่ะ!” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีฟ้าครามโยนขวดน้ำไว้ข้างๆ ตัวจูชิง กระทั่งเืที่เปื้อนบนพื้นนางยังไม่อยากเหยียบด้วยซ้ำ
เขาเปิดขวดน้ำอย่างยากลำบากแล้วกรอกใส่ปากตัวเอง น้ำเย็นประหนึ่งน้ำแห่งชีวิต มันไหลผ่านลำคอเข้าไปในท้อง
พอได้ดื่มน้ำจูชิงก็ฟื้นพลังกลับคืนมาได้เล็กน้อย หินโลหิตยังคงหล่อเลี้ยงร่างกายเขาไม่ขาดสาย นอกจากความอ่อนแรงแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
จูชิงพยุงตัวเอนพิงต้นไม้ใหญ่ ครั้นได้กลิ่นน่าสะอิดสะเอียนลอยโชยจากร่างกายเขาก็แทบอาเจียนออกมา ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดพวกนางถึงไม่อยากเข้าใกล้เขา กระทั่งเขายังรู้สึกขยะแขยงตัวเองเลย
เด็กสาวทั้งสามมองจูชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น รอดตายจากาแสาหัสเช่นนี้ได้จักต้องเป็คนที่มีพลังชีวิตกับแรงใจแกร่งกล้าเหนือสามัญ
“ในเมื่อเ้าฟื้นแล้ว งั้นพวกเราขอตัวก่อน” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีขาวกล่าว
“พวกเ้าเป็ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนอย่างนั้นรึ?” จูชิงเห็นตราสัญลักษณ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนบนเสื้อของพวกนาง
“ก็ใช่น่ะสิ จะให้พวกเราทนดูศิษย์สำนักเดียวกันตายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไรล่ะ” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีฟ้าครามพูด
“ทนดูข้าตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ทว่าก็ไม่ทำอะไรสักอย่าง มันต่างกับปล่อยข้าตายตรงไหน” จูชิงครุ่นคิดในใจ เขารู้สึกไม่พอใจที่เด็กสาวทั้งสามไม่คิดจะช่วยเขาสักนิด
แต่พอเห็นศพของสัตว์อสูริญญาหลายสิบตัวอยู่ห่างไปหลายสิบจั้ง จูชิงก็ซาบซึ้งเล็กน้อย ถ้ามิใช่เพราะพวกนางนั่งเฝ้า เขาก็คงกลายเป็อาหารของพวกสัตว์อสูรไปแล้ว
“ขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้าเอาชีวิตรอดในเขาพันจั้งไม่ได้หรอก ทางที่ดีเ้าหาที่ซ่อนตัวรอจนการประลองระหว่างสำนักสิ้นสุดลงเถอะ” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีขาวเหลือบมองจูชิงแล้วหันหลังเดินจากไป
เด็กสาวสวมอาภรณ์สีเขียวหัวเราะ “อย่างไรเสียพวกเราก็ช่วยชีวิตเ้าเอาไว้ ภายหลังถ้าเจอกันในสำนักก็อย่าลืมตอบแทนพวกเราด้วยล่ะ!”
จูชิงพยักหน้าแล้วยิ้ม “แน่นอน ข้าจะไม่ลืมบุญคุณตลอดชีวิต!”
พวกนางเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะบอกชื่อของตัวเอง จูชิงมองพวกนางค่อยๆ หายไปจากคลองจักษุ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า
“ศิษย์พี่หญิงพวกเราจะไปทั้งแบบนี้จริงๆ งั้นรึ ร่างกายของเขายังอ่อนแออยู่เลยนะ” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีเขียวเอ่ยถาม
เด็กสาวสวมอาภรณ์สีขาวส่ายศีรษะ “เขามิได้ร่วมทางกับพวกเรา พวกเราทำดีที่สุดแล้ว”
“เ้าหนู เ้านี่มันโชคดีเสียจริง าเ็เจียนตายแต่ยังมีสาวงามสามคนชายตามอง” เฒ่าปีศาจยิ้ม
“ยังมีหน้ามาพูดอีก เ้าเก่งมากไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงไม่รักษาแผลให้ข้าล่ะ ปล่อยให้ข้าเืไหลเป็น้ำ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะฟื้นตัวกลับคืนมาเหมือนเดิม” จูชิงกลอกตา
เฒ่าปีศาจหัวเราะฮี่ๆ “ข้าไม่ลงมือเพราะชีวิตเ้ายังมิได้ตกอยู่ในอันตราย หากเ้าใกล้ตาย ข้าย่อมลงมือช่วยอยู่แล้ว”
“ขอบใจ แต่ไม่ต้อง ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ลงมืออีกชั่วชีวิต!” จูชิงแค่นเสียงหึ
เขาเปิดถุงเอกภพกลืนโอสถโลหิตบริสุทธิ์ลงไปเม็ดหนึ่ง หลังจากโอสถหลอมละลาย กายาพลันร้อนผ่าวดุจดั่งไฟโลกันตร์
“ข้าคิดอยู่แล้วว่าพาเ้ามาด้วย เ้าจักต้องช่วยอะไรข้าได้บ้าง!” จูชิงมองัคะนองน้ำที่เลื้อยพันรอบแขนขวาแล้วฉีกยิ้มกว้าง
วินาทีสุดท้ายก็ยังมีมิตรสหายให้พึ่งพิง ถ้ามิใช่เพราะัคะนองน้ำน้อย เขาก็คงถูกศิษย์พี่ใหญ่นิกายสิงอี้บั่นหัวไปแล้ว!
“กี้ๆๆ!” ัคะนองน้ำน้อยเปล่งเสียงร้องร่าเริง มันดีใจที่จูชิงปลอดภัย
“จากนี้ก็ฝากเ้าด้วย!” จูชิงลูบหัวัคะนองน้ำน้อย
ัคะนองน้ำเชิดหน้าภาคภูมิคล้ายกำลังโอ้อวดต่อหน้าจูชิง
“ทำตัวให้ใหญ่กว่านี้หน่อยสิ อย่างน้อยๆ ก็จะได้แบกข้าได้!” จูชิงตบหัวัคะนองน้ำน้อย
ัคะนองน้ำน้อยเริ่มไม่พอใจ มันมองค้อนจูชิง ส่งสายตาราวกับกำลังพูดว่าถึงเ้าจักเป็สหายข้า แต่อย่าคิดว่าจะขี่หลังข้าได้
“เฮ้ๆๆ ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร ข้าาเ็อยู่ ก่อนหน้านี้ข้าเป็คนดูแลเ้า เ้าจำไม่ได้รึ” จูชิงชี้หน้าัคะนองน้ำน้อย
ัคะนองน้ำน้อยเบะปาก มันบิดตัวไปมาอย่างไม่เต็มใจก่อนจะพริ้วกายลงบนพื้นดิน กายาแปรเปลี่ยนกลายเป็งูเหลือมั์ยาวสองจั้ง มันสะบัดหางพาจูชิงขึ้นไปบนหลัง
“เก่งมากเด็กดี ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมา” จูชิงหัวเราะ
ตัวัคะนองน้ำน้อยค่อนข้างลื่น ทว่ามันก็ยังใส่ใจยกเกล็ดบริเวณหลังเป็ชั้นพยุงร่างของจูชิงไว้ ถึงจะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง จูชิงไม่มีทางร่วงตกลงจากหลังมันอย่างแน่นอน
ครั้นััคลื่นพลังับนตัวัคะนองน้ำน้อย สัตว์อสูริญญาที่อยู่ใกล้ๆ หลีกทางโดยพลันทันใด ไม่มีใครกล้าขัดขวางเผชิญหน้ากับัคะนองน้ำน้อย
ัคะนองน้ำน้อยพบถ้ำแห่งหนึ่ง ภายในกว้างขวางเพียงพอที่จะรองรับคนได้เป็ร้อยคน
เดิมทีเ้าของถ้ำนี้เป็หมีั์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ัคะนองน้ำน้อยเจรจากับมันอยู่พักหนึ่งทว่าเ้าหมีโง่ไม่ยินยอม สุดท้ายก็เลยกลายเป็อาหารเย็นของพวกจูชิง
เปลวเพลิงผลาญเผาอุ้งตีนหมี ไขมันไหลซึมหลายต่อหลายหยด ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลทั่วทั้งถ้ำ!
ัคะนองน้ำน้อยแลบลิ้นจับจ้องมองอุ้งเท้าหมีทั้งสี่ มันรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าอุ้งเท้าส่วนไหนอร่อยที่สุด มันมองอุ้งเท้าด้านขวาของหมีั์ตาเป็ประกาย จูชิงยังย่างไม่ทันเสร็จัคะนองน้ำน้อยก็กระโจนเข้าไปในเปลวเพลิงกลืนกินอุ้งเท้าหมีลงไปในคราวเดียว
“ตะกละตะกลามเสียจริง รอสักหน่อยไม่ได้รึไง?” จูชิงสบถแล้วหยิบอุ้งเท้าหมีอีกข้างที่ย่างจนสุกแล้วพลางกัดลงไปคำหนึ่ง!
“รสชาติไม่เลว น่าเสียดายไม่มีเครื่องปรุง!” จูชิงพยักหน้า
หมีั์หนักพันชั่งถูกเขมือบหายไปครึ่งหนึ่งภายใต้การร่วมมือกันของจูชิงกับัคะนองน้ำน้อย แน่นอนว่าผู้ที่กินเน่ยตันเข้าไปนั้นจะเป็ใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ัคะนองน้ำ จูชิงยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้ว ตราบใดที่ยังมีัคะนองน้ำน้อยอยู่ เขาไม่มีทางได้เน่ยตันของสัตว์อสูริญญาอย่างแน่นอน
หมีั์เป็สัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสูงสุด เนื้อของมันอุดมไปด้วยลมปราณน่าอัศจรรย์ แม้ว่าจะเป็จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณก็ไม่สามารถรับพลังทั้งหมดได้ในครั้งเดียว
ทว่าจูชิงกินไปหลายร้อยชั่งแล้ว ลมปราณที่แฝงอยู่ภายในเนื้อหมีสามารถะเิกายาจูชิงแหลกเป็จุณได้ในเสี้ยววินาที ทว่าจูชิงกลับไม่เป็อะไรเลย
ครั้งนี้จูชิงไม่ได้ใช้หินโลหิตกลั่นหลอมลมปราณด้วยซ้ำ ลมปราณที่อยู่ในเนื้อหมีั์ถูกร่างกายของจูชิงซึมซับโดยตรง ไม่ใช่แค่ตันเถียนที่มีเืัห้าหยด ทว่าอักขระาหลัวโหวแต่ละอักขระก็มีเืัเช่นเดียวกัน เท่ากับว่าจูชิงมีเืัทั้งหมดสิบหยด สามารถหล่อหลอมลมปราณที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้หลายเท่า แค่เนื้อหมีร้อยกว่าชั่งย่อมย่อยได้ง่ายดายไม่เป็ปัญหา
“เ้ามั่นใจรึว่าที่นี่?” ห่างถ้ำไปหลายร้อยจั้ง มีศิษย์สำนักปีศาจหลายคนกำลังเฝ้าดูลาดเลาอยู่
“ข้ามั่นใจ ข้าเห็นงูเหลือมั์เลื้อยเข้าไปในถ้ำ!” ศิษย์สำนักปีศาจผู้นั้นพยักหน้า
“ดีมาก ครั้งนี้มันหนีไม่รอดแน่!” ศิษย์สำนักปีศาจอีกคนแสยะยิ้ม
ศิษย์สำนักปีศาจหลายคนตายด้วยน้ำมือของจูชิง พวกเขาบังเอิญพบจูชิงโดยบังเอิญเช่นนี้แล้วก็อย่าได้คิดฝันว่าจักหนีพ้น
“งูเหลือมนั่นเห็นทีจะรับมือยาก อย่างน้อยๆ ก็น่าจักเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณระดับกลาง” ศิษย์สำนักปีศาจกล่าว
“กลัวอะไรพวกเรามีกันตั้งเก้าคน แบ่งคนครึ่งหนึ่งประมือกับพวกมันก็สิ้นเื่” ศิษย์ผู้นำกลุ่มสำนักปีศาจแค่นเสียงหึ
