ที่เมืองจงไห่ด้านตะวันออกนั่นเป็ที่ที่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้อันสวยงาม เช่นเดียวกันมันก็ประกอบไปด้วยสถานที่เริงรมย์มากมายที่มีสีสัน ทั้งโรงแรม ไนต์คลับ หรือโฮสเทล มีสำนักงานอำนวยการความสะดวกอยู่ครบครัน คนส่วนมากมาที่นี่เพื่อเพลิดเพลินกับชีวิตในยามค่ำคืน และบางทีก็อาจมาหาคู่ก็ได้
ภายในสำนักงาน “โกลเด้นเอจ” นั้นตกแต่งไปด้วยสีทองเข้มและสีดำ ทำให้ตัวสำนักงานบันเทิงแห่งนี้ดูลึกลับและมีเสน่ห์ โดยเฉพาะเมื่อยามไฟสีชมพูและสีเหลืองอ่อนพาดผ่านนั้น สามารถขับบรรยากาศที่สนุกสนานออกมาได้ดีทีเดียว
ข้างในนั้นมีทั้งชายหญิงที่แต่งกายล่อแหลมโดยไร้ซึ่งการขัดเขินใดๆ พวกเขากำลังสนุกอยู่กับจังหวะเสียงเพลงที่เปิดคลอไปทั้งห้อง
เครื่องเสียงหรูหรากำลังส่งเสียงกระหึ่มออกมาทั้งห้อง เพลงป๊อปสมัยใหม่ของญี่ปุ่นดูเหมือนจะโด่งดังเอามากๆ นอกจากนี้ยังมีเพลงจีนอัลบั้มฤดูใบไม้ผลิยุค70 เปิดคลออยู่อีกเพลง ทำให้บรรยากาศตอนนี้ยิ่งครึกครื้นมากกว่าเดิม
บนโซฟาแข็งสีดำปรากฏร่างเปลือยท่อนบนของชายวันกลางคนคนหนึ่ง ด้านข้างของเขามีผู้หญิงที่สวมบราสีดำกำลังช่วยรินไวน์ใส่แก้วในมือให้ด้วยใบหน้าที่ดูงดงาม ถุงน่องที่ขาขับความเซ็กซี่ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมันตัดกับผิวขาวอันนุ่มลื่นราวกับไข่มุกของเธอ
ด้านหน้าของทั้งคู่ยังมีสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังออดอ้อนชายหนุ่มตรงหน้า บางครั้งก็ถูหน้าอกของเธอไปมากับแขนของเขาอย่างเย้ายวน
“พี่ชาย... รักฉันคนเดียวสิ อย่าไปยุ่งกับสาวๆ คนอื่นเลยนะคะ…” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนจะเคลื่อนหน้าอกนุ่มนิ่มมาแนบแขนเขาให้แน่นกว่าเดิมอีกครั้ง
เมื่อเธอพูดจบชายตรงหน้าก็ยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ยิ่งได้ฟังเสียงสาวๆ มาออดอ้อนเขามากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกกระหยิ่มใจมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะกับสาวๆ เหล่านี้ ที่กำลังคลอเคลียเขาอยู่อย่างประจบประแจง
เขาโยนแก้วไวน์ทิ้งลงบนพรมทันที พร้อมทั้งกระโจนเข้าหาสาวน้อยอย่างบ้าคลั่ง
“ไหน... อยากได้อะไรกัน ถ้าเธอปรนนิบัติฉันดี ฉันจะยกมันให้กับพวกเธอทั้งหมดเลย ไหนดูซิตรงนี้มีอะไรอยู่... ฮ่าฮ่า”
“อ้าย!!! พี่ชายล่ะก็รุนแรงจริงๆ” เสียงหญิงสาวหยอกล้อดังขึ้นเป็ระยะๆ ปากหนาขนาดใหญ่กำลังเคลียคลอกับสาวๆ อย่างเมามัน อีกมือหนึ่งกำลังจะดึงกางเกงในตัวจิ๋วลงจากเอวบางของเธอ
เสียงเพลงที่กำลังร้องคลอดังไปทั้งห้องยิ่งทำให้เขารู้สึกคึกมากกว่าเดิม!
“อย่างเธอเอาแค่ครั้งเดียวมันก็น่าเสียดาย ต่อให้ทำกันจนฟ้าเหลืองก็คงไม่พอ!”
หลังจากพูดจบเ้าตัวก็กำลังจะลงมือฉีกถุงน่องของสาวน้อยออกอย่างตะกละตะกลาม แต่โทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะกลับดังขึ้นมาเสียก่อน
เสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะการพลอดรักของคนทั้งหลาย ทำให้ชายคนนั้นอารมณ์เสียทันที แต่เมื่อลูกน้องเขารับโทรศัพท์แล้วกลับมีสีหน้าตื่นตระหนกทำให้เขารู้สึกอยากรู้ขึ้นมา ลูกน้องของเขาหันมาพูดกับเขาด้วยใบหน้าซีดเซียว
“หัวหน้าครับเกิดเื่ขึ้นแล้ว!”
“มีอะไร?! เกิดอะไรขึ้นกัน?” เสียงชายคนพูดอย่างไม่พอใจนัก
“พวกสมาพันธ์หนามแดงกำลังประกาศากับเราครับ!”
“อะไรนะ! ซื่อถูเฉียงเวยกินหัวใจเสือหรือลูกหมีมาหรือไงกัน ทำไมเธอ้าสู้กับเรา หรือเธอคิดว่าแค่จัดการพ่อเธอได้เลยจะมาจัดการฉันคนนี้ได้!?”
“พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากกำลังตำรวจและพวกทหารครับ ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังจะปิดล้อมเราทุกๆ ช่องทางอีกด้วย”
“พวกนั้นทำผิดกฎหมาย! มันร่วมมือกับตำรวจและทหารเพื่อจัดการเรา รีบจองตั๋วเครื่องบินให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปบัญชาการที่แก๊งด้วยตัวเอง!”
ชายคนเดิมยกสายโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาเพื่อนสนิทของเขาทันที อีกทั้งยังทำท่าว่าจะเดินออกไปจากห้อง
ในตอนนั้นเองหญิงสาวทั้งสองคนก็เข้ามาหาด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอื้อมแขนขาวเรียวโอบรอบคอของเขาเอาไว้ พร้อมทั้งพูดด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน
“พี่ชาย... เรายังไม่ได้สนุกกันเลย พี่จะไปแล้วเหรอ คุณคงไม่หลอกพวกเราใช่มั้ย?”
“โอ้... ที่รัก ผมไม่ได้จะหลอกลวงพวกเธอแต่อย่างใด ผมแค่มีเื่ที่ต้องจัดการเท่านั้น ขอตัวก่อน”
“ไหนคุณบอกว่าไม่มีเื่สำคัญไปกว่าฉันไง!” หญิงสาวยังคงออดอ้อนต่อเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
ชายคนเดิมสวมเสื้อคลุมกล่าวว่า “สมาพันธ์หนามแดงกับเฉียงเวยนั้นไม่เป็ปัญหาอะไรนักหรอก ที่เป็ปัญหาจริงๆ คือพวกตำรวจที่ร่วมมือกันเสียมากกว่า นั่นทำให้พวกมันทวีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ!”
“พี่ชายไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ” หญิงสาวกล่าวอย่างเนิบนาบ
“ทำไมล่ะ” ชายคนนั้นเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เพราะพี่ชายจะต้องตายวันนี้แล้วล่ะ...”
หญิงสาวแทงมีดที่อยู่ในมือเข้าไปที่ลำคอแกร่งของชายคนนั้นในทันทีที่พูดจบด้วยความรวดเร็ว!
เขาตอบสนองทันทีกับการโจมตีที่เข้ามา ก่อนจะเหวี่ยงหมัดใส่ท้องน้อยของหญิงสาวคนนั้นเต็มแรง เธอเบี่ยงหนีกำปั้นของเขาพ้น ก่อนเอื้อมสองมือมาจับหัวของเขาก่อนจะบิดด้วยความรวดเร็ว
แคร่ก!!!
กระดูกคอของชายผู้นี้แหลกละเอียดลง ส่งผลให้ลมหายใจของเขาสะดุดลงไปทันที!
หญิงสาวมองร่างไร้ิญญาของชายผู้นี้อย่างสมเพชใจ เสียงหวานที่เคยออดอ้อนก่อนหน้านั้นกลับเปลี่ยนเป็เ็า เธอกดหมายเลขโทรศัพท์แปลกๆ ออกไปทันที
“ฮัลโหล... ฉีเจี้ยนผู้นำของกลุ่มพยัคฆ์ขาวของแก๊งตงซิ่งตายแล้ว ตอนนี้ทั้งกลุ่มกำลังไร้ซึ่งผู้นำ”
“ไห่ถัง พี่ลำบากเธอแล้ว ทำงานได้ดีมาก รีบกลับมาที่นัดพบกับพี่สาวเร็วๆ ล่ะ”
“สบายๆ อยู่แล้ว แต่จะเอาฉันไปเปรียบเทียบกับพี่สาวฉันก็ยังห่างชั้นอยู่ดี!”
ไห่ถังวางสายลง เธอเดินไปหยิบชุดดำที่กอบเนินหน้าอกออกมาจนโดดเด่นขึ้นมาสวมใส่
เมื่อเธอเดินออกมาด้านนอกบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนเฝ้ายามอยู่ก็ทักทายเธอด้วยท่าทีสอพลอ
“สวัสดีครับคุณหญิง”
“พี่ชายทั้งสอง บอสดูจะเมาหนักเกินไปหน่อย ตอนนี้เขาหลับอยู่ข้างในห้องนอน บอสบอกว่าถ้าเขาไม่ตื่นก็อย่าให้ใครเข้ามาปลุกโดยเด็ดขาด เพราะงั้นถ้าพรุ่งนี้เขาตื่นแล้ว ก็อย่าลืมเรียกฉันเข้าไปหาเขาล่ะ พี่ชาย”
“ขอบคุณคุณหญิง ที่ช่วยดูแลบอสของเราจริงๆ ครับ” สองบอดี้การ์ดขอบคุณเธอด้วยความเคารพ
ไห่ถังยิ้มน้อยๆ ออกมา ก่อนจะลาทั้งสองเดินออกไปยังทางเข้าของโกลเด้นเอจ
เมื่อเห็นว่าไห่ถังจากไปแล้ว บอดี้การ์ดทั้งสองคนก็เปลี่ยนท่าทีจากความเคารพก่อนหน้าเป็เยาะเย้ยทันที
“บอสชอบกินเด็กจริงๆ ดูสิพี่ เธอยังสาวอยู่เลย ข้าล่ะอิจฉาบอสจริงๆ” หนึ่งในสองคนนั้นกล่าวขึ้น
“เ้าโง่! รอให้บอสเบื่อเธอก่อน เดี๋ยวเราก็ได้เล่นสนุกกับเธอต่อเองนั่นแหละ”
“หลังจากนั้นพวกเราก็จะ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ในขณะเดียวกันที่ร้านกาแฟริมถนนทั่วไปทางตะวันออกของเมือง เฉียงเวยและหยางเฉินกำลังนั่งดื่มด่ำกับการจิบกาแฟ
ที่หน้าจอด้านหน้าของเฉียงเวย แสดงข้อมูลที่เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน กำลังสาดประกายตัวเลขและตัวหนังสือมากมายออกมา แผนที่การเงิน ฐานทัพ ที่ซ่องสุมของแก๊งตงซิ่งได้ถูกแสดงเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ของเธอทั้งหมด
หยางเฉินได้ยินเสียงเฉียงเวยพูดกับโทรศัพท์อยู่สองถึงสามครั้ง เขารู้สึกแปลกใจที่เธอแสดงท่าทีแปลกๆ เช่นนี้ออกมา
เฉียงเวยเห็นหยางเฉินกำลังจ้องมองมาที่เธอ เธอจึงเอ่ยถามกับเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณสามีคะ... หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า?”
“เฉียงเวยที่รัก เธอจัดการกับแก๊งตงซิ่งทั้งหมดไปตอนไหนกัน?” หยางเฉินถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ในตอนที่ฉันเผชิญหน้ากับแก๊งตะวันตก สมาพันธ์หนามแดงของเราด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ฉันก็เดิมพัน... กับการปรากฏตัวของคุณ ทำให้ฉันกล้าที่จะเสี่ยงเดิมพันในครั้งนั้นและฉันก็ชนะ...”
เฉียงเวยยิ้มออกมา เธอเป็คนที่ฉลาดและมีไหวพริบมากกว่าใครๆ “สามี...ไม่โกรธฉันใช่มั้ยที่ฉันเดิมพันเอาไว้กับคุณในครั้งนั้น”
หยางเฉินลูบหน้าผากเธอสองสามหนก่อนจะถอนหายใจ “เดิมทีผมก็พอจะเดาได้ว่า การพบปะในครั้งนั้นจะต้องเป็แผนของแก๊งตะวันออกกับแก๊งตงซิ่งร่วมมือกัน คงไม่แปลกที่คุณจะคิดยืมมือผมเข้าจัดการปัญหา”
“อืม... ถ้างั้นคุณสามีไม่โกรธฉันใช่มั้ยคะ?”
“หึหึ” หยางเฉินหัวเราออกมา "คิดดูแล้วผมก็ไม่โกรธอะไรคุณ ยังไงคุณก็เป็ของผมอยู่ดี อีกอย่างคุณเป็ผู้หญิงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถวางแผนชาญฉลาดแบบนี้ได้”
แน่นอนว่าอีกคนที่หยางฉินคิดคือหลินรั่วซีที่ฉลาดจนยากจะตามทันได้
แน่นอนว่าตัวเขาไม่ได้เล่นกลยุทธ์แบบหลินรั่วซีหรือเฉียงเวย เพราะว่าเขามีความแข็งแกร่งพอที่จะทำให้แผนการใดๆ ก็ตามไร้ผล แต่ในขณะเดียวกันนั้นหลินรั่วซีเละเฉียงเวยอ่อนแอกว่าเขามาก จึงทำให้พวกเธอต้องพึ่งพามันสมองเพื่อวางแผนทุ่นแรงให้กับพวกเธอ
เฉียงเวยคลี่ยิ้มออกมา “ฉันรู้ว่าคุณไม่ตำหนิฉัน แต่สามีคะ เมื่อครู่คุณบอกว่าผู้หญิงหลายๆ คน นั่นไม่ใช่ว่าคุณยังมีภรรยาอีกหลายคนหรอกเหรอ?”
“...แค่ก” หยางเฉินไอออกมาสองสามครั้งด้วยความเขินอาย “สถานการณ์ตอนนี้เป็ไงบ้าง ทำไมเราไม่ออกไปดูให้เห็นกับตาล่ะ?”
“ไม่ต้องไปหรอกค่ะ จุดปะทะมีมากกว่า 200 แห่งในเมือง ตอนนี้เราจะชนะไปมากกว่า 50 แห่งแล้ว คงเป็ไปไม่ได้ที่เราจะไปให้ครบทุกจุด ทางที่ดีคือนั่งรอให้พวกเขาจัดการอยู่ที่นี่ดีกว่า” เฉียงเวยกล่าวอย่างมีความสุข
หยางเฉินเห็นเฉียงเวยกำลังตื่นเต้นเหมือนกับเด็กๆ เขาเผยยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู “ดูเหมือนว่าเฉียงเวยของเราจะกลายเป็ราชินีของโลกใต้ดินเมืองจงไห่ในอีกไม่ช้า ดูคุณมีความสุขมากเลยนะ”
“สามี คุณก็รู้ว่าการโจมตีครั้งนี้มันสำคัญขนาดไหน หากว่าเราไม่สามารถพิชิตศัตรูก่อนจะโลกใต้ดินของจงไห่ได้นั้น ก็นับว่าไม่ได้ไปเสียทั้งหมด โดยเฉพาะกับแก๊งตงซิ่งที่แข็งแกร่ง นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต่อสู้...” เฉียงเวยกล่าวด้วยรอยยิ้มอันงดงาม แผนการอันชาญฉลาดของเธอกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างไม่ผิดพลาด “ความสุขที่แท้จริงคือการได้เอาชนะศัตรูคู่อาฆาต นั่นทำให้หัวใจฉันเต้นแรงด้วยความสุขใจค่ะ”
“คืนนี้คุณไม่นอนเหรอ?” หยางเฉินแปลกใจ
“คงไม่ค่ะ...” เฉียงเวยรู้สึกอายขึ้นมา “สามีคะ คุณควรจะกลับบ้านไปก่อน ในตอนนี้ฉันมีความสุขมากที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อผนวกแก๊งตงซิ่งเข้ามา ฉันคงจะเฝ้าอยู่ตรงนี้ไปทั้งคืน คุณควรจะกลับบ้านไปก่อนนะ”
หยางเฉินถอนหายใจอย่างไม่เต็มใจออกมา “ถ้าฟางจงผิงสร้างปัญหาให้กับคุณก็บอกผมนะ ผมจะจัดการเขาเอง”
“สบายใจได้ค่ะ ตราบใดที่การร่วมมือนั้นเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเขาคงไม่กล้าที่จะมาหาเื่เราต่อแน่” เฉียงเวยกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏจุดขึ้นมากมาย บางจุดกะพริบแล้วเปลี่ยนเป็รูปไฟ บางจุดกลายเป็สีดำ เครื่องหมายของแก๊งต่างๆ ที่เฉียงเวยออกแบบกำลังเปลี่ยนเป็รูปเปลวไฟและรูปเืที่นองออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
หยางเฉินเห็นว่าเฉียงเวยกำลังคล้ายกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่ เขาจึงยิ้มอย่างขมขื่นออกมาพร้อมทั้งส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านกาแฟ
ก่อนหน้านี้เขาต้องไปยังสมาพันธ์หนามแดงจึงมีคนขับรถให้ แต่หยางเฉินตอนนี้ไม่ได้้าคนขับรถแต่อย่างใด เขาสตาร์ทรถ BMW ออกไปจากร้านกาแฟทันที
เวลากำลังล่วงเข้าสู่่เช้าอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เป็เวลาตีหนึ่งครึ่งแล้ว หยางเฉินเริ่มขับรถออกจากเขตเมืองจงไห่ตะวันออก เมื่อเขามองกระจกด้านข้างก็ยังเห็นเมืองฝั่งตะวันออกอยู่ในสายตา
เมื่อผ่านคืนนี้ไป แก๊งตงซิ่งและตระกูลซูจะถูกลบหายไปจากเมืองจงไห่
อย่างไรก็ตามเื่นี้ยังห่างไกลจากตัวเขา หยางเฉินไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรมากนักในการจัดการผู้มีอิทธิพลทั้งสอง นอกจากนี้เฉียงเวยเองก็ยังได้ผลประโยชน์จากการจัดการแก๊งตงซิ่ง และจากการตายของโจวกวางเหนียนอย่างมหาศาล รวมถึงการจัดการซูจื้อหงและผู้ค้ายาเสพติดรายอื่นๆ นั่นทำให้สมาพันธ์หนามแดงสามารถปกครองโลกใต้ดินของเมืองจงไห่ได้ทั้งหมด
รถยนต์ของหยางเฉินเคลื่อนผ่านท้องถนนไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านหลงจิ่ง
เมื่อเขามาถึงหน้าบ้านหยางเฉินก็พบว่าไฟข้างในยังคงเปิดสว่างอยู่ นั่นทำให้เขาแปลกใจขึ้นมา
ยามนี้ก็ใกล้เช้าแล้ว หยางเฉินขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างงุนงง ก่อนหน้านี้หลินรั่วซีกลับบ้านมาก่อนแล้วเนื่องจากโกรธเขา บางทีหญิงสาวคนนี้คงจะลืมปิดไฟบ้านก่อนจะเข้านอน
หยางเฉินเดินเข้าไปเปิดประตูบ้านด้วยความสงสัย
