"เรียกร้องความสนใจหรือเพคะ? ฝ่าาทรงประเมินหม่อมฉันสูงไปแล้ว หม่อมฉันเพียงแค่ไม่อยากเสียเวลาไปกับการแสดงในสิ่งที่ทั้งท่านและข้าต่างก็รู้ว่ามันเป็เื่โกหก"
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดสีแดงดูตัดกับความขาวซีดของผิวพรรณ นางเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง หยิบจอกสุรามงคลขึ้นมาสองจอก "สุราเหอจิ่นนี้ หากต้องดื่มตามธรรมเนียม หม่อมฉันก็พร้อมจะดื่มเพคะ แต่หากฝ่าาทรงรังเกียจ หม่อมฉันก็จะเทมันทิ้งเสียตอนนี้"
"เ้า!" หลงเหยียนตี้คว้าข้อมือของนางไว้ แรงบีบนั้นบ่งบอกถึงความโทสะที่เริ่มคุกรุ่น
"เ้ากล้าท้าทายข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เ้าคิดว่าฐานะฮองเฮาจะคุ้มกะลาหัวเ้าได้ตลอดไปงั้นรึ?"
เยว่เล่อไม่ได้ขยับหนี นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
"หม่อมฉันมิได้ท้าทายเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่เสนอ 'ความจริง' ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยคำลวงแห่งนี้ ฝ่าามิ้าความจริงใจจากใครสักคนบ้างหรือเพคะ? แม้ความจริงนั้นจะเ็าไปเสียหน่อยก็ตาม"
ฮ่องเต้หนุ่มจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจ แววตาของนางไม่มีร่องรอยของคนรักเก่าที่เขารู้จัก นางดูเหมือนคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วฟื้นขึ้นมาพร้อมกับจิติญญาที่เป็น้ำแข็ง
"ความจริงของเ้างั้นหรือ?" เขาหยิบจอกสุราจากมือนางแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะกระแทกจอกลงบนโต๊ะ "ความจริงคือเ้าคือหมากที่บิดาของเ้ายัดเยียดมาให้ข้า และความจริงอีกข้อคือข้าจะไม่มีวันมอบหัวใจให้สตรีที่มาจากตระกูลที่จ้องจะฮุบบัลลังก์ของข้า!"
"ดีเพคะ" เยว่เล่อตอบพลางดื่มสุราในจอกของตนเองจนหมดเช่นกัน "ในเมื่อเราตกลงกันได้เช่นนี้ หม่อมฉันก็เบาใจ หม่อมฉันจะทำหน้าที่ฮองเฮาให้ดีที่สุด จะรักษาเกียรติของวังหลัง และจะจัดการเหล่านางสนมมิให้มาสร้างความรำคาญใจแก่พระองค์แลกกับการที่พระองค์มิต้องมายุ่งเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนตัวของหม่อมฉัน"
หลงเหยียนตี้แค่นเสียงในลำคอ ความเ็าของนางทำให้เขาเริ่มรู้สึกขัดเคืองใจอย่างบอกไม่ถูก สตรีทุกคนในวังต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เศษเสี้ยวความโปรดปรานจากเขา แต่สตรีตรงหน้ากลับทำราวกับว่าการมีอยู่ของเขาเป็เพียงอากาศธาตุ
"คืนนี้ข้าต้องนอนที่นี่ตามกฎบรรพชน" เขาเอ่ยเสียงเข้ม "แต่อย่าหวังว่าข้าจะแตะต้องตัวเ้า แม้แต่ปลายนิ้ว"
"เป็พระกรุณาธิคุณเพคะ" เยว่เล่อตอบกลับทันควัน พร้อมกับเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มสำรองมาวางไว้อีกฝั่งหนึ่งของเตียงกว้าง
"หม่อมฉันเตรียมที่ไว้ให้แล้วเพคะ ฝ่าาเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย หม่อมฉันจะไม่รบกวนเวลาบรรทม"
นางกล่าวจบก็หันหลังเดินไปที่เตียง นอนลงอย่างสงบและหลับตาลงทันที ทิ้งให้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ยืนอึ้งอยู่กลางห้องด้วยความสับสนและขุ่นเคือง
หลงเหยียนตี้มองแผ่นหลังของนางด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความเมินเฉยของนางมันรุนแรงยิ่งกว่าการก่นด่า มันคือการบอกว่าเขาไม่มีความหมายใดๆ ต่อความรู้สึกของนางเลย
เฟิ่งเยว่เล่อ...เ้ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่?
เขาสะบัดชายเสื้อยาวแล้วก้าวขึ้นเตียง นอนลงอีกฝั่งโดยหันหลังให้นางเช่นกัน ความหรูหราของตำหนักในคืนนี้ กลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันตฤดูภายนอกเสียอีก
ท่ามกลางความเงียบ เยว่เล่อที่หลับตาอยู่กลับมีน้ำตาคลอออกมาเพียงหยดเดียว... มิใช่เพราะเสียใจที่ถูกฮ่องเต้เมินเฉย แต่เพราะนางนึกถึงความโง่งมของตนเองในอดีตที่เคยโหยหาคืนเข้าหออันแสนหวาน
ในที่สุด...ข้าก็ได้งานแต่งงานที่ไร้ความรักอย่างที่ข้า้าเสียที
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความแค้นในใจยังคงคุกรุ่น และตอนนี้เกราะหงส์ของนางก็แข็งแกร่งพอที่จะเริ่มแผนการขั้นต่อไปแล้ว นั่นคือแผนการที่จะลากหลินเยี่ยนและซูหลานลงสู่ขุมนรกเดียวกับที่นางเคยอยู่
เช้าวันแรกของการดำรงตำแหน่งฮองเฮาอย่างเป็ทางการ บรรยากาศภายในตำหนักคุนหนิงเต็มไปด้วยความเร่งรีบที่เงียบเชียบ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองอาบไล่กำแพงวังหลวงที่สูงตระหง่าน เฟิ่งเยว่เล่อ นั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ ปล่อยให้นางกำนัลหลายคนปรนนิบัติสรงน้ำและแต่งกายอย่างพิถีพิถัน
ชุดพิธีการสีแดงปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าถูกสวมทับหลายชั้นจนดูสง่างามและน่าเกรงขาม มงกุฎหงส์ที่ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าถูกวางลงบนศีรษะอย่างมั่นคง ทุกครั้งที่นางขยับกาย เสียงมุกที่ห้อยระย้าจะกระทบกันเบาๆ เป็จังหวะที่เด็ดเดี่ยว
"ฮองเฮาทรงงดงามและน่าเกรงขามยิ่งนักเพคะ" ชุ่ยเอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมขณะจัดชายเสื้อให้เข้าที่ "แต่วันนี้เหล่าสนมทั้งหลายคงจะมารวมตัวกันที่ตำหนักฉือหนิงเพื่อรอเข้าเฝ้าไทเฮา หม่อมฉันเกรงว่า..."
"เกรงว่าพวกนางจะรวมหัวกันลองดีกับข้าอย่างนั้นหรือ?" เยว่เล่อปรายตามองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก ริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงเข้มยกยิ้มเพียงบางเบา
"หากพวกนางไม่ทำเช่นนั้น วังหลังแห่งนี้ก็คงจะน่าเบื่อเกินไปหน่อย"
นางลุกขึ้นยืน ท่วงท่าของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนแอและแววตาที่เคยหม่นเศร้าหายไปสิ้น เหลือเพียงนางพญาผู้สูงศักดิ์ที่พร้อมจะกางปีกปกคลุมทุกหย่อมหญ้า
ณ ตำหนักฉือหนิง
ภายในตำหนักของ ไทเฮา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของธูปหอมชั้นเลิศและชารสเลิศ สตรีสูงศักดิ์วัยกลางคนที่ยังคงความงามอย่างสุขุมนิ่งลึกประทับอยู่บนเก้าอี้ประธาน เบื้องล่างมีเหล่านางสนมในชุดหลากสีสันนั่งเรียงรายตามลำดับยศ
หัวโจกของกลุ่มสนมคือ หลี่กุ้ยเฟย สนมเอกผู้เป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาอย่างยาวนาน นางสวมชุดสีชมพูเข้มปักลายโบตั๋น ใบหน้าที่งดงามหยาดเยิ้มนั้นฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผย
"ได้ยินว่าเมื่อคืนฝ่าาเสด็จกลับตำหนักัั้แ่ยังไม่ข้ามคืน" หลี่กุ้ยเฟยจีบปากจีบคอพูดพลางจิบชา
"ช่างน่าสงสารฮองเฮาเสียจริง อภิเษกวันแรกก็ต้องนอนเฝ้าตำหนักว่างเปล่าเสียแล้ว"
"นั่นน่ะสิเ้าคะพี่กุ้ยเฟย" สนมรองอีกนางเสริม "สงสัยข่าวลือที่ว่านางมิต้องตาฝ่าาจะเป็ความจริง"
ไทเฮาทรงนิ่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทรงทราบดีถึงการเมืองในวังหลัง แต่ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไรต่อ ขันทีหน้าตำหนักก็ะโประกาศด้วยเสียงกังวาน
"ฮองเฮาเสด็จ!"
สิ้นเสียงประกาศ ร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงก็ก้าวเข้ามาในตำหนัก ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เยว่เล่อ ท่วงท่าการก้าวเดินที่มั่นคงและรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้เสียงกระซิบกระซาบหายไปในทันที
