หลังจากเห็นเ้านายหนุ่มอุ้มสตรีที่ถูกเสื้อคลุมปิดไว้ เดินผ่านกลางสายฝนที่ตกหนักด้วยสีหน้าดุดัน เรียวขายาวก้าวเดินรวดเร็วจนบ่าวด้านหลังที่กางร่มให้ กับบ่าวที่ถือโคมไฟนำทาง ต้องรีบเร่งจนคล้ายจะเป็การวิ่งแทนการเดิน เพื่อจะได้นำและตามเ้านายให้ทัน บ่าวคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าโผล่หน้าหรือคิดไปขวางทาง
เพราะรู้ดีว่าตอนนี้นอกจากสตรีที่ถูกอุ้มอยู่ ก็ไม่มีใครกล้าสู้หน้าเ้านายหนุ่มได้อีก
ร่างบางนิ่งเงียบมาตลอดทาง กระทั่งััได้ว่าเข้ามาถึงด้านในเรือนแล้ว นางถึงค่อย ๆ ขยับเปิดเสื้อคลุมที่ปิดใบหน้าไว้ออก เพื่อรอดูว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไรต่อไป
"เปียกหมดแล้ว" มือเรียวช่วยซับหยาดน้ำบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างอ่อนโยน หลังเห็นว่าใบหน้ากับเส้นผมอีกฝ่ายเปียกไปด้วยละอองน้ำ
ก่อนหน้านี้เขาคงเดินผ่ากลางสายฝนมาด้วยความโมโห จนลืมแม้กระทั่งว่าตนไม่ชอบความชื้นแฉะ ไม่ชอบความสกปรกจากเม็ดฝน
"เป็เพราะเ้า"
"ข้ารู้ วางข้าลงก่อนเถอะ จะได้ช่วยเช็ดตัวให้"
เมิ่งจื่อหานชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยอมวางร่างบางลง แต่ดวงตายังคงจับจ้องนางทุกการกระทำ
หากเป็ยามปรกติ ถ้าฝนตกหนักเช่นนี้เขาคงไม่ยอมออกจากเรือนให้เนื้อตัวเปียกแฉะ จวนเผยโหวที่รู้ดียังเตรียมพร้อมจัดหาเรือนพักไว้ให้เขา
แต่เพราะในคืนนี้มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นไม่ขาด เขาจึงรีบเร่งกลับจวน ยอมฝ่าสายฝนที่เกลียดชัง ด้วยกังวลว่านางที่อยู่เรือนเพียงลำพังจะตื่นกลัว
ทว่าคนที่เขาคิดเป็ห่วง กลับหนีไปนอนกับบุตรชายอย่างสบายใจ ทั้งที่มีคำสั่งห้ามโดยเด็ดขาด แต่นางกลับฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่กระทำตามใจตน
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขามีโทสะได้อย่างไร
"ฟางเอ๋อร์กลัวเสียงฟ้า ข้าเห็นว่าท่านยังไม่กลับมาก็เลยไปนอนเป็เพื่อน"
"แต่ข้าสั่งแล้ว"
ลี่หลินไม่ใที่ถูกฝ่ามือใหญ่บีบค้าง เพราะมิใช่ครั้งแรกที่เขาทำ นางหยุดมือที่ช่วยถอดอาภรณ์ลง ปล่อยให้ชายหนุ่มได้ระบายอารมณ์ออกมา
ท่าทีเ็าของหญิงสาวทำให้จื่อหานยิ่งหงุดหงิด แต่จะให้ทำรุนแรงกับนางมากกว่านี้ก็ทำไม่ลง เพราะแค่เพียงเท่านี้ ผิวขาวก็ขึ้นรอยแดงให้เห็นแล้ว
"หากมีครั้งหน้า เด็กนั่นได้เห็นแน่ ว่ามารดายามอยู่ใต้ร่างชายอื่น ร่านสวาทมากเพียงใด"
ริมฝีปากบางคลี่รอยยิ้มหวานรับ ไม่เพียงไม่แสดงท่าทีโกรธเคืองที่ถูกพูดจาเหยียดหยาม มือเรียวยังกลับมาช่วยถอดอาภรณ์และเปลี่ยนชุดใหม่ให้ร่างหนาต่ออีกครั้ง หลังปลายคางถูกปล่อยเป็อิสระ
"ให้ข้าต้มน้ำแกงให้ไหม"
จื่อหานมองร่างบางที่ยืนข้างกายรอคำตอบ นางคงได้กลิ่นสุราจากอาภรณ์ที่สวมใส่ เลยเข้าใจว่าเขากำลังมึนเมาจากฤทธิ์สุรา
แต่ความจริงเขายังไม่ทันได้แตะสุราสักเพียงอึก ส่วนกลิ่นที่ติดก็เป็เพราะแผนการโง่ ๆ ของใครบางคน ที่ให้สาวใช้ทำสุราหกใส่ เพื่อให้เขาไปเปลี่ยนอาภรณ์ในห้องที่มีคุณหนูบ้านไหนสักบ้านนั่งรอเขาอยู่ด้านใน
แต่ที่ทำให้เขาอารมณ์แปรปรวนอยู่เช่นนี้ ก็ล้วนเป็เพราะนางทั้งสิ้น
"เ้ารู้ ว่าข้า้าอะไรมากกว่าน้ำแกง" จื่อหานดึงร่างบางให้นั่งลงระหว่างสองขาแกร่ง รอดูท่าทีว่าหญิงสาวจะทำอย่างไรต่อไป
ลี่หลินย่อมรู้ว่าชายหนุ่ม้าอะไร นางขยับกายนั่งคุกเข่า ขณะที่ฝ่ามือเรียวค่อย ๆ ปลดเสื้อที่สวมใส่ออก จนร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า เผยทรวงอกขาวที่เต็มไปด้วยรอยกุหลาบสีแดงช้ำให้เขาได้เห็นอย่างไร้ความอาย
หญิงสาวรู้ดีว่าทางเดียวที่จะทำให้เมิ่งจื่อหานสงบลงได้ ก็คือทำตามที่เขาปรารถนา
ฝ่ามือเรียวขาวสอดเข้าขอบกางเกงที่นางเพิ่งผลัดเปลี่ยนให้ร่างหนา เพื่อปลดปล่อยท่อนเนื้อร้อนที่กึ่งหลับใหล ออกมารับอากาศเย็นด้านนอก ก่อนจะปลุกเร้าให้มันตื่นตัวเต็มที่ จนพองขยายใหญ่ล้นสองฝ่ามือ
"อื้มม ดี อ่าา" เสียงทุ้มต่ำครางกระเส่าด้วยความพึงใจ หลังตัวตนถูกหญิงสาวรูดขึ้นลงพร้อมใช้เรียวลิ้นสีชมพูตวัดเลียปลายหัวหยัก
ชายหนุ่มเอนกายเท้าแขนไปทางด้านหลัง ขณะสองขาแกร่งอ้าออกกว้าง เปิดทางให้ร่างบางได้ใช้ริมฝีปากปรนเปรอมอบความสุขสม
ลี่หลินดูดกลืนท่อนเอ็นร้อนเข้าลึกสุดลำคอ จึงถูกความจุกแน่นทำให้นางใกล้สำลัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หยุดขยับเข้าออก กระทั่งรู้สึกได้ว่าท่อนเนื้อในปากพองขยายมากกว่าเดิม นางถึงได้ปล่อยให้มันเป็อิสระ
"เ้า.." จื่อหานที่กำลังโวยวาย เพราะคิดว่าร่างบางจะหาเื่ทำให้เขาโกรธ แต่เป็อันต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นสิ่งที่หญิงสาวจะทำต่อ
"ชอบไหม" ลี่หลินลุกชันเข่าขึ้นให้พอดีกับกลางกายร่างหนา ใช้สองฝ่ามือบีบก้อนเนื้อนิ่มทั้งสองเข้าหากัน โดยโอบอุ้มท่อนเอ็นใหญ่ไว้ระหว่างกลาง
ฝ่ามือใหญ่ลูบกรอบใบหน้าสวย ที่ช้อนดวงตาขึ้นมองเขาด้วยความลุ่มหลง
ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะหลุดพ้นจากเสน่หาของนางไปได้
"ทำไป"
หญิงสาวไม่ดึงดันที่จะเอาคำตอบจากร่างหนา นางเริ่มขยับก้อนเนื้อขึ้นลงพร้อมกับดูดเลียปลายหัวหยักที่ยาวพ้นเหนือเนินอก ปรนเปรอให้ชายหนุ่มได้สุขสมอย่างที่เขา้า
"ซี๊ดด อ่าา อื้มม" ความเย้ายวนของสตรีตรงหน้า ส่งผลให้อารมณ์ราคะจื่อหานพุ่งทะยาน แรงบีบรัดจากทรวงอกนุ่มกระตุ้นให้เขาต้องปลดปล่อยน้ำกามออกมาทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา
ลี่หลินไม่ได้หลบน้ำสีขุ่นที่ชายหนุ่มฉีดพ่น กลับกันนางยังดูดท่อนเอ็นใหญ่เข้าปาก เร่งเร้าให้มันปล่อยน้ำกามอุ่นออกมาจนหมด ก่อนจะกลืนลงคอด้วยความคุ้นชิน แม้มันจะมีรสชาติคาวเฝื่อน
จื่อหานไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ยั่วเย้าเขาอีกต่อไป ฝ่ามือใหญ่จับร่างบางขึ้นโยนใส่เตียงนอน ก่อนจะตามถลกกระโปรงยาวขึ้น เพื่อดึงกางเกงที่นางสวมใส่ออกอย่างรีบเร่ง และเริ่มสั่งสอนให้นางได้รู้ซึ้ง ว่าโทษฐานที่ยั่วยุอารมณ์เขา ผลลัพธ์จะออกมาเป็อย่างไร
รุ่งเช้าวันใหม่ ท้องฟ้าที่เคยมืดครึมก็กลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง ก้อนเมฆสีครามเคลื่อนลอยตามกระแสลมเอื้อย ๆ เหมือนกับเมื่อคืนไม่เคยมีพายุฝนกระหน่ำมาก่อน ผิดกับภายในห้องนอนใหญ่ ที่ทุกที่ยังคงเต็มไปด้วยล่องลอยให้เห็น ว่าเมื่อคืนเกิดบทสวาทดุเดือดมากเพียงใด
แต่ถึงทั่วพื้นที่จะอบอวลไปด้วยกลิ่นคราบคาวราคะ ผู้เป็เ้าของห้องกลับยังนอนไม่ไหวติง ปล่อยให้ร่างบางที่นอนหนุนต้นแขนได้นอนหลับอย่างเต็มที่
นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมนุ่มที่ปรกใบหน้าสวยไว้ข้างใบหูขาว แววตาที่จ้องมองไปยังหญิงสาว ดูอ่อนโยนไร้แววเกลียดชังดั่งที่แสดงออกให้นางเห็น
ทว่าแววตาของเขามีอันต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กที่ดังมาจากข้างนอก
'ท่านแม่ ท่านแม่ ฟางเอ๋อร์มาหาขอรับ'
'คุณชายน้อย ตอนนี้ฮูหยินกับนายท่านกำลังพักผ่อน เชิญกลับไปก่อนเถิดขอรับ'
'ไม่ เมื่อคืนนายท่านก็มาพาท่านแม่ไป อย่างไรข้าก็ต้องเจอท่านแม่ให้ได้'
หัวคิ้วกระบี่ขมวดมุ่นเข้าด้วยกันด้วยความหงุดหงิด หากรู้ว่าเ้าเด็กนี่ตื่นมาแล้วจะรีบมาทวงมารดาคืน เมื่อคืนเขาคงสกัดจุดหลับไม่ให้ตื่นขึ้นมาอีกเลย
"ไสหัวไป"
