หลิวจือเฮ่าสืบถามสถานการณ์ของหลิวจือโม่ หลิวจือโม่เองก็อยากรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของหลิวจือเฮ่าเช่นกัน
“นายพลเป็คนที่ไหนหรือ?”
"เมืองหลวง..." หลิวจือเฮ่าตอบโดยไม่ลังเล เขาเองก็อยากให้หลิวจือโม่เตรียมใจ หากเขาถูกขอให้กลับตระกูลในอนาคตจะได้ไม่ต่อต้านมากเกินไป "จือโม่เรียกข้าว่าพี่จื่อเหิงก็ได้ อย่าเรียกนายพลเลย มันทำให้ข้านึกถึงหน้าที่ ข้าอยากใช้โอกาสนี้พักผ่อนสักสองสามวัน"
หลังได้ยิน หลิวจือโม่ก็ตอบรับ "พี่จื่อเหิงนามสกุลอะไรหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของหลิวจือเฮ่าก็เป็ประกาย เขาหัวเราะ "พูดไปแล้วเราก็มีชะตาต้องกันมาก ข้าก็นามสกุลหลิว” หลิวจือโม่ฉลาดกว่าที่เขาคิด สมแล้วที่เป็ลูกชายลุงสี่
"หืม นับว่ามีชะตาจริงด้วย" หลิวจือโม่เลิกคิ้ว ความสงสัยของเขาทวีความรุนแรงขึ้น เขาเม้มริมฝีปากและทายาให้หลิวจือเฮ่าอย่างรวดเร็ว "เสร็จแล้ว" เขาส่งยาคืนให้หลิวจือเฮ่าแล้วลุกขึ้นไปล้างมือ
รู้เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เขาไม่อยากรู้ไปมากกว่านี้ เหมือนที่ชายชราพูด ยิ่งเขารู้มากเท่าไรเขาก็ยิ่งอันตรายเท่านั้น
เขาไม่อยากถูกเค้นคอฆ่า จึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ
วันหนึ่งเขาคงจะได้รู้เื่ทั้งหมด ตอนนี้เขายังไม่รีบร้อน
หลิวจือเฮ่ามองหลังหลิวจือโม่ กระตุกมุมปากของเขาและไม่ถามอะไรอีก
ถามมากไปก็ไม่ใช่เื่ดี
นอกจากนี้ เขาให้อั้นเตี้ยนส่งคนไปสืบแล้ว เขาคงจะได้รู้ทุกอย่างในไม่ช้า
พลันอั้นเตี้ยนปรากฏตัวขึ้น กระซิบสองสามคำที่ข้างหู เขาฟังแล้วสีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด
เขารีบลุกขึ้นยืน "จือโม่ ข้ามีเื่ต้องทำ คงต้องไปก่อนแล้ว ฝากบอกเซวียเหล่ากับคนอื่นๆ ให้ด้วย"
"ตกลง" หลิวจือโม่เห็นสีหน้าก็รู้ว่าสถานการณ์คงเร่งด่วน "ดูแลตัวเองด้วย"
หลิวจือเฮ่าพยักหน้า มองหลิวจือโม่อยู่ครู่หนึ่งจึงจากไปพร้อมอั้นเตี้ยน
หลิวจือโม่ยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง จากนั้นเดินออกจากถ้ำไปทางบ่อน้ำ เขาเห็นเด็กๆ กำลังอาบน้ำโดยมีหลี่ชิงหลิงนั่งดูข้างๆ ไม่รู้ว่าชายชราหายไปไหน
หลี่ชิงหลิงที่ได้ยินเสียงฝีเท้า หันกลับมาเห็นหลิวจือโม่ที่เดินมาช้าๆ และยิ้มให้เขา "พี่มาที่นี่ทำไม" ไม่ได้กำลังทายาให้นายพลหรือ?
เขาเดินมาหานาง ยืนมองเด็กๆ ที่เล่นสนุกสนานในบ่อนิ่งๆ แล้วพูดเสียงเรียบ “นายพลไปแล้ว”
“ไปแล้วหรือ? ข้าคิดว่าเขาจะพักฟื้นอีกสองสามวันเสียอีก” อาการาเ็ของเขาหนักไม่เบา รีบไปแบบนี้คงไม่ดีต่อการฟื้นตัวนัก
“มีเื่ด่วนกระมัง!”
หลี่ชิงหลิงตอบรับ นึกถึงที่เขาพูดเมื่อครู่ก็ถามขึ้นอีกครั้ง "เขานามสกุลหลิว? นามสกุลเดียวกันกับพี่?” คงไม่ได้เกี่ยวข้องกันจริงใช่ไหมนะ?
เท่าที่จำได้ พ่อแม่ของหลิวจือโม่เหมือนจะมาจากตระกูลใหญ่ เขาอาจมีความสัมพันธ์กับนายพลหลิวคนนั้นได้จริงๆ
เมื่อนึกว่าหลิวจือเฮ่าค่อนข้างคล้ายกับเขา ดวงตาของหลิวจือโม่ก็มืดลงเล็กน้อย "ข้าถามแล้ว เขาบอกว่าเขานามสกุลเดียวกับข้า" สิ่งนี้บังเอิญมากจนดูไม่ปกติ
รอยยิ้มที่มุมปากของหลี่ชิงหลิงลึกขึ้น นางพูดโดยไม่ลังเล "บางทีเขาอาจจะเป็ญาติของพี่จริงๆ ก็ได้" เมื่อคิดว่าชายชรารู้จักหลิวจือเฮ่า นางจึงเตือนเขา "ท่านปู่รู้จักกับเขา ซึ่งก็น่าจะรู้จักพ่อแม่เขาด้วย ถ้าพี่อยากรู้ ลองถามปู่ดูก็ได้” หลังจากรู้ว่าชายชรารู้จักหลิวจือเฮ่า นางก็รู้สึกว่าชายชราไม่ใช่หมอธรรมดา
ชายชราก็เป็คนมีเื่ราวเช่นกัน แต่นี่เป็เื่ส่วนตัวของเขา นางจึงไม่อยากถามมากนัก
ตราบใดที่ไม่ใจร้ายกับพวกเขาก็พอ
"ไม่ล่ะ” หลิวจือโม่ส่ายหัว พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา "พ่อกับแม่ข้ามาตั้งรกรากที่หมู่บ้านหนิวโถวเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่พวกท่านไม่เคยเล่าเื่ของตัวเองเลย แปลว่าต้องมีเหตุผลแน่ ข้าเลยไม่อยากรู้ รู้มากไปอาจไม่ใช่เื่ดีสำหรับเรา!" เขารู้สึกไม่สบายใจ แอบรู้สึกว่าหลังรู้จักหลิวจือเฮ่า ชีวิตที่สงบสุขของพวกเขาจะถูกทำลาย
หลังจากได้ยิน หลี่ชิงหลิงก็เห็นด้วย นางได้อ่านนิยายศึกภายในตระกูลจากยุคปัจจุบันมามาก ชีวิตของครอบครัวที่ร่ำรวยเ่าั้ไม่ง่ายเลย
หากไม่ระวังอาจตายได้ทุกเมื่อ
เมื่อพิจารณาจากตัวตนของหลิวจือเฮ่า นางก็รู้แล้วว่าสถานะของตระกูลหลิวนั้นไม่ต่ำต้อยอย่างแน่นอน
ที่เขาได้รับาเ็ในครั้งนี้ก็อาจเป็เพราะคนจากในตระกูลก็เป็ได้
นางไม่อยากให้สามพี่น้องหลิวจือโม่กลับไปเจอกับครอบครัวแบบนี้ พวกเขายังเด็กมาก จะเอาตัวรอดจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยการวางแผนอย่างไร?
ถ้าหลิวจือเฮ่ารู้ความคิดของหลี่ชิงหลิง เขาจะต้องชมว่าแม่หนูคนนี้ไม่ธรรมดา
“ก็จริง ถึงจะอยากรู้ตัวตนของพ่อแม่ แต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้” นางเอื้อมมือไปตบไหล่ ให้กำลังใจเขา “อย่างน้อยก็ไว้ตอนที่พี่เข้มแข็งจนคนอื่นทำอะไรไม่ได้ ค่อยไปทำสิ่งที่อยากทำดีกว่า"
ก่อนหน้านั้นคงทำได้เพียงทนอยู่อย่างเงียบๆ ไปก่อน
หลิวจือโม่ยื่นมือออกไปจับมือนางแล้วปล่อย ต่อหน้าเด็กๆ เขาจะยับยั้งตัวเอง ไม่ใกล้ชิดกับนางเกินไป
หลี่ชิงหลิงเม้มริมฝีปากยิ้ม มองเด็กๆ ที่กำลังสนุกสนานแล้วปรบมือ "เอาละ พวกเ้าอาบนานพอแล้ว ออกมาได้แล้ว" ถ้าไม่ใช่เพราะอากาศร้อน นางก็คงไม่ตกลงให้เด็กๆ ลงไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กน้อยสองคน หลิวจือโหรวและหลี่ชิงหนิงที่ลงไปเล่นน้ำเป็ครั้งแรก ทั้งสองเล่นสนุกยิ่งกว่าพี่ชาย หัวเราะคิกคักไม่หยุด
หลี่ชิงเฟิงและหลิวจือเยี่ยนมองหน้ากัน หันหัวกลับไปราวกับไม่ได้ยินและเล่นน้ำต่อไป
เมื่อเ้าตัวเล็กทั้งสองเห็นพี่ชายไม่ขึ้นไป พวกนางก็ทำตาม
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครฟังนาง หลี่ชิงหลิงก็หรี่ตาอ้าปาก เตรียมจะเรียกต่อ แต่หลิวจือโม่พูดขึ้น
“ขึ้นมา อย่าให้ข้าต้องพูดเป็ครั้งที่สอง”
เมื่อเด็กๆ ได้ยินน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์และเห็นใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของหลิวจือโม่ก็ตัวสั่นขึ้นมา
ถ้าพี่ใหญ่โมโหจะน่ากลัวมาก พวกเขาไม่กล้าต่อกร
เด็กๆ พากันวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนมุมปากของหลี่ชิงหลิงกระตุก
ตอนนางเรียกไม่ตอบ พอเขาเรียก เด็กๆ กลับขึ้นมาทันที
คำพูดของเขาได้ผลดีเสียจริง
หลิวจือโม่กวาดสายตามองเด็กๆ "กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" ต้องคอยสอนอยู่ทุกวันจริงๆ
“รับทราบ...” เด็กๆ ตอบรับและวิ่งจากไป
หลี่ชิงหนิงขาสั้น วิ่งรั้งท้ายโดยไม่ระวังจึงล้มลง ได้แต่มองพี่ๆ ที่วิ่งจากไปแล้วร้องไห้ขึ้นมา
เมื่อพวกหลิวจือเยี่ยนได้ยินก็หันกลับมา เห็นเ้าตัวเล็กที่ล้มลงร้องไห้
หลิวจือเยี่ยนวิ่งกลับมาอุ้ม จากนั้นเริ่มวิ่งอีกครั้ง
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วก็หัวเราะ "พี่ทำให้น้องๆ ในะ” เด็กๆ วิ่งเร็วจี๋ราวกับโดนอะไรบางอย่างไล่ล่า
ขมับของหลิวจือโม่ปูดเล็กน้อย เขาหมดคำพูดกับปฏิกิริยาของเด็กๆ
เขาหันมองนาง แววตาอ่อนโยนลง "ไปกันเถอะ กลับกัน!" ถ้าเด็กๆ ได้เห็นสีหน้าและได้ยินน้ำเสียงนี้คงร้องว่าไม่ยุติธรรมแน่ๆ กับพี่สาวสุดจะอ่อนโยน กับพวกเขาดุเหลือเกิน
“อืม…”
ทั้งสองเดินกลับอย่างช้าๆ ยังไม่ถึงถ้ำก็พบกับชายชราที่เดินกลับมาพร้อมกับตะกร้าบนหลัง
หลิวจือโม่เดินไปเอาตะกร้ามาสะพายเอง “นายพลมีเื่ด่วน เขาฝากข้ามาบอกแทน”
ชายชรานวดไหล่ ตอบอืม ไม่ได้สนใจการจากไปของหลิวจือเฮ่ามากนัก
เขารู้อยู่แล้วว่าสถานะของอีกฝ่ายคงอยู่ไม่นาน คงจากไปในวันสองวันนี้
“ท่านปู่เก็บสมุนไพรอะไรมา? ทำไมเยอะขนาดนี้” หลี่ชิงหลิงมองตะกร้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพรพร้อมเลิกคิ้ว
เมื่อพูดถึงสมุนไพร ชายชราก็ยิ้มและกล่าวว่าครั้งนี้เขาได้มาเยอะเลย ล้วนเก็บมาแต่สมุนไพรล้ำค่า
เขาบอกชื่อของสมุนไพรกับหลี่ชิงหลิง
หลี่ชิงหลิงฟังแล้วรู้สึกเวียนหัว ได้ยินอยู่แค่ประโยคเดียว นั่นคือสมุนไพรเหล่านี้เขาเก็บมาจากูเาลึก
นางขมวดคิ้ว จ้องชายชราและขัดคำพูดของเขา "ท่านไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึ” นางชี้ไปที่ยาสมุนไพรในตะกร้า "เอาชีวิตไปแลกยาสมุนไพรเล็กน้อยมันคุ้มไหมเนี่ย ไม่ต้องพูดถึงสัตว์ป่า แค่ทหารหนานเยี่ยนก็พอ ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะปรากฏตัวที่นั่นหรือไม่"
“ถ้าเจอจริงๆ จะหนีรอดรึ? หา?” นางจะอกแตกตายจริงๆ
ชายชราโดนดุแล้วรู้สึกผิด ครั้งนี้เขาเดินลึกเข้าไปในป่าโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อเห็นสมุนไพรมากมายก็ตื่นเต้นจนลืมเื่อื่นไป
เขาทำแบบนี้นับว่าขาดการไตร่ตรองจริงๆ
นางเองก็เป็ห่วงเขาถึงได้ดุแบบนี้ เขาจึงยอมรับ
"ถ้าอย่างนั้น... ครั้งหน้าข้าจะไม่ไปไกลขนาดนั้นแน่นอน" หลังจากที่หลี่ชิงหลิงดุเสร็จ เขาก็เอ่ยปากสัญญาอย่างรวดเร็ว
"ครั้งต่อไป? ยังอยากมีครั้งต่อไป" หลี่ชิงหลิงส่งเสียงหึอย่างเ็า "อยู่บ้านดูแลเด็กๆ เพื่อความปลอดภัยของท่านปู่เองเถอะ!"
ดูก็รู้ว่าชายชราคนนี้เป็ตัวปัญหา ใครจะรู้ว่าเขาจะลืมตัวและวิ่งลึกเข้าไปอีกหรือไม่?
"..." ชายชราหันไปมองหลิวจือโม่และขอความช่วยเหลือจากเขา
หลิวจือโม่ยกมุมปากขึ้น มองเขาแล้วพูด "เสี่ยวหลิงพูดถูกแล้ว อยู่เล่นกับเด็กๆ ที่บ้านเพื่อความปลอดภัยของท่านเองดีกว่า” พูดจบก็ไม่ให้โอกาสเถียง จับมือหลี่ชิงหลิงและเดินไปที่ถ้ำ
ชายชรายักไหล่ ถอนหายใจแล้วเดินตามไป
ถ้าเขารู้ว่าเด็กสองคนนี้จะโกรธขนาดนี้ เขาคงไม่เล่าละเอียดแบบนั้น
ทั้งหมดเป็เพราะเขาตื่นเต้นเกินไปจึงพูดทุกอย่างออกมา ชายชราตบปากเบาๆ บอกตัวเองว่าคราวหน้าอย่าโง่แบบนี้อีก
หลี่ชิงหลิงกลับไปที่ถ้ำ เห็นเสี่ยวซีกำลังทำอาหาร นางจึงบอกหลิวจือโม่ว่าพรุ่งนี้อยากกลับถ้ำเดิมและขนเสบียงมาอีก
นางกลัวว่าศัตรูจะค้นพบถ้ำและยึดอาหารภายในถ้ำ นางจะรู้สึกสบายใจมากกว่าหากได้ขนกลับมาเผื่อชีวิตของพวกเขาในอนาคต
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลิวจือโม่ก็พยักหน้าเห็นด้วย ตัดสินใจกลับไปในเช้าวันพรุ่งนี้
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ลงมือก็มีเื่ใหญ่เกิดขึ้น
