“การรักษาของข้าปกติแล้วจะดูที่ความประทับใจแรก แต่มีอยู่หนึ่งเงื่อนไข นั่นก็คือจะไม่รักษาให้คนที่อยู่ในราชวงศ์”
ซูิเยว่กับจี๋โม่หานชะงักไป พวกเขาคิดไม่ถึงว่าจะเป็เหตุผลนี้
นางมองจี๋โม่หานหนึ่งที ไม่ว่าอย่างไรก็มาแล้ว นางจะต้องรักษาตาของจี๋โม่หานให้หาย
“ผู้าุโ ขอร้องล่ะเ้าค่ะ” ซูิเยว่ขอร้อง “ท่านฝ่าฝืนเงื่อนไขสักครั้ง แล้วตรวจตาของเขาเถิด”
อู๋ิปรายตามองนางก่อนจะหัวเราะแล้วพูด “แม่หนูน้อย เ้าใส่ใจเื่ดวงตาของเขาขนาดนี้ เขาเป็คนรักของเ้าสินะ?”
กกหูของซูิเยว่ร้อนขึ้นมา นางมองจี๋โม่หานก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา “เ้าค่ะ”
“แม่หนู ฟังคำข้านะ พักที่นี่หนึ่งคืนแล้วไปเถิด อย่างอื่นไม่ต้องพูดกันให้มากแล้ว”
“ผู้าุโ....”
“เอาล่ะ” อู๋ิโบกมือตัดบทนาง “ฉือสุ่ย ไปจัดห้องให้พวกเขาที”
“ขอรับ ท่านอาจารย์” ฉือสุ่ยเดินมาพลางมองพวกเขาสองคน “พวกเ้าตามข้ามาเถิด”
ซูิเยว่มองอู๋ิที่นอนอยู่บนเก้าอี้ก่อนจะถอนหายใจอย่างจนใจ อู๋ิหลับตาลง แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากจะฟังพวกเขาพูดอะไรอีกแล้ว
ฉือสุ่ยจัดห้องให้พวกเขาสองห้องแล้วออกไป ซูิเยว่ก้มหน้านั่งเศร้าอยู่ข้างเตียง คิ้วขมวดเข้าหากันพลางคิดหาแผนการ หรือว่าจะต้องมาเสียเที่ยวจริงๆ? นางคิดไม่ถึงว่านิสัยของท่านอาจารย์จะดื้อรั้นมากกว่าแต่ก่อน
จี๋โม่หานเดินเข้ามาหาแล้วรวบนางเข้าไปในอ้อมกอดเงียบๆ พร้อมพูดปลอบเสียงเบา “เอาล่ะ ไม่เป็ไรแม่หนู เ้าทำได้ดีมากแล้ว”
ซูิเยว่เหลือบตามองหน้าจี๋โม่หาน อู๋ิไม่รับปากที่จะช่วยรักษาดวงตาให้เขา ในใจของเขาคงจะรู้สึกแย่กว่าใครทั้งหมด แต่ตอนนี้กลับมีอารมณ์มาปลอบใจนาง
“กว่าพวกเราจะมาที่นี่ได้ หม่อมฉันไม่มีทางยอมแพ้ หม่อมฉันจะต้องคิดหาวิธีให้เขายอมรับให้ได้”
จี๋โม่หานถอนหายใจ เขาวางคางบนหัวของซูิเยว่ “ความจริงหลายปีที่ตาบอดนั้นข้าก็ชินกับมันแล้ว เป็แม่หนูที่จุดประกายความหวังให้ข้าขึ้นมาอีกครั้ง
ถึงแม้วันนี้จะรักษาไม่หาย ข้าก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจภายหลัง ดังนั้นแม่หนูทำได้ดีมากแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องโทษตัวเองหรอก”
ในใจของซูิเยว่ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องให้อู๋ิรับปากว่าจะรักษาดวงตาของจี๋โม่หานให้ได้
เช้าวันต่อมา ฟ้าเพิ่งจะสว่างน้อยๆ นางก็ลุกขึ้นมา
ตอนที่เข้ามาเมื่อคืน นางเห็นสวนผักอยู่ที่หน้าเรือน ดังนั้นนางจึงวางแผนที่จะทำอาหารเช้าให้อู๋ิ
ฉือสุ่ยตื่นขึ้นมาจะทำอาหารเช้าให้กับอาจารย์ของตัวเอง แต่พอเข้าห้องครัวมาก็เห็นซูิเยว่กำลังทำอาหารอยู่ ส่วนจี๋โม่หานก็นั่งอยู่ที่เก้าอี้เตี้ยด้านข้าง กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมา ทำเอาเ้าท้องไม่รักดีร้องออกมา
ซูิเยว่ตักโจ๊กที่ต้มเสร็จใส่ถ้วยใหญ่ นางยิ้มตาหยีแล้วพูด “ไปเรียกท่านอาจารย์ของเ้ามาทานอาหารเช้าเถิด”
ฉือสุ่ยลูบหลังหัวพลางส่ายหน้าแล้วเดินออกไป
ซูิเยว่ยกอาหารไปวางไว้บนโต๊ะหินในเรือน ประตูเรือนหลังเปิดดังเอี๊ยด ก่อนที่อู๋ิจะเดินออกมา ตอนที่เห็นซูิเยว่ก็ชะงักไป “ไม่ใช่ว่าข้าให้เ้าลงจากเขาไปั้แ่เช้าหรือ?”
ซูิเยว่ไม่ตอบ เพียงแค่พูด “ข้าทำอาหารเช้าเอาไว้ ผู้าุโลองดูว่าพอจะทานได้หรือไม่”
อู๋ิไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินมานั่ง
ซูิเยว่ตักโจ๊กถ้วยเล็กมาวางตรงหน้าเขา “ผู้าุโรีบชิมเถิดเ้าค่ะ”
อู๋ิยกถ้วยโจ๊กขึ้นมาซดแล้วพยักหน้าชื่นชม ก่อนจะมองนาง “อืม รสชาติไม่เลว แม่หนูเอ๊ย เหตุใดคู่รักของเ้าถึงได้ตัดสินใจมาหาคนชราอย่างข้ากัน”
ซูิเยว่หัวเราะ “ผู้าุโพูดอะไรกันเ้าคะ เป็เพราะข้านั้นไม่มีหนทางแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ ทั่วทั้งโลกตอนนี้ยังมีใครที่มีวิชาแพทย์เก่งกาจเท่าท่านอีก”
“อย่ามาประจบ” อู๋ิหัวเราะสองที “เ้าอย่าคิดว่าพูดเช่นนี้แล้วข้าจะรับปากพวกเ้า”
อู๋ิพูดไปก็ยกโจ๊กขึ้นมาซดอีกสองคำ เขามองโจ๊กภายในถ้วยแล้วขมวดคิ้ว “แม่หนูเ้ารู้วิชาแพทย์อย่างนั้นหรือ?”
“พอจะรู้บ้างนิดหน่อยเ้าค่ะ”
“ในโจ๊กถ้วยนี้เ้าใส่สมุนไพรลงไปสินะ ตังกุย ชวนหวง เซียงซู่ แล้วก็....ไป๋เหอ” อู๋ิทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “บอกข้ามา เหตุใดเ้าถึงได้ใส่เช่นนี้ หรือว่าแค่ใส่ไปเท่านั้น?”
ซูิเยว่ตอบตามความจริง “ตังกุยช่วยเสริมฉี่ที่เสียไป ชวนหวงบำรุงเื แต่ว่าสมุนไพรสองอย่างนี้ใส่เข้าไปแล้วจะทำให้ฤทธิ์ยาแรงเกินไป
ดังนั้นจึงเหมาะที่จะใส่เซียงซู่ที่มีฤทธิ์เป็กลางสักหน่อย ทั้งยังสามารถกลบกลิ่นของตังกุยกับชวนหวงได้ด้วย ส่วนไป๋เหอนั้นช่วยลดความร้อน ตอนนี้อากาศร้อน ตอนที่ต้มโจ๊กหากใส่มันลงไปสักหน่อยก็จะดีมากเ้าค่ะ”
“อืม ไม่เลว” อู๋ิพยักหน้าชื่นชม “ความสามารถด้านวิชาแพทย์ของเ้าถือว่าดีมาก มีอาจารย์หรือไม่?”
ซูิเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี มีมันก็มีอยู่หรอก จะบอกไม่มีมันก็ไม่มี
“มีเ้าค่ะ” ซูิเยว่ตอบ “เพียงแต่ตอนนี้ท่านอาจารย์ของข้ายังไม่รู้จักข้า”
อู๋ิไม่ได้ถามมากอีก ตอนที่ใกล้จะทานจบ จู่ๆ ก็พูดออกมา “ทานอาหารเสร็จแล้ว ข้าจะฝ่าฝืนเงื่อนไขของตัวเองครั้งหนึ่งตรวจให้เ้าก็แล้วกัน แต่ข้าเองก็เคยได้ยินเื่ที่องค์ชายตาบอดมาเหมือนกัน สิบเอ็ดสิบสองปีแล้วสินะ ข้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถรักษาได้”
ซูิเยว่ชะงักไปก่อนจะตั้งสติได้ นางเงยหน้าขึ้นมองอู๋ิอย่างยินดีทันที “ผู้าุโ ท่านรับปากแล้วหรือ?”
“อืม” อู๋ิพูดเสียงเนิบ “เ้าถือว่าถูกชะตากับข้า เื่นี้ก็มีใจอยากจะช่วยแล้ว อีกทั้งเื่ขององค์ชายสามเมื่อตอนนั้นข้าเองก็ได้ยินมาบ้าง ข้าไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผลนะ”
ซูิเยว่มองไปทางจี๋โม่หานที่ใบหน้าค่อยๆ มีความดีใจขยายออกมา เขายกมือขึ้นกุมมือของซูิเยว่ “ไม่เป็ไรขอรับ แค่ผู้าุโยินดีรับปากจะรักษาดวงตาให้ข้าน้อยแล้ว ข้าน้อยก็ซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็ตามอู๋ิเข้าไปในห้อง ภายในห้องนี้เป็สถานที่ที่อู๋ิใช้ศึกษาวิชาแพทย์ในเวลาปกติ บนชั้นหนังสือจึงเต็มไปด้วยหนังสือแพทย์ บนชั้นรอบๆ ยังวางเครื่องมือแปลกๆ เอาไว้
“นั่งลงเถิด” อู๋ิชี้ไปที่เก้าอี้ด้านข้าง
ซูิเยว่พยุงจี๋โม่หานให้นั่งลง
“ข้าจะดูสภาพของดวงตาเ้าเสียก่อนว่าเป็อย่างไร เหตุใดถึงตาบอด?”
จี๋โม่หานไม่ได้ตอบ เป็ซูิเยว่ที่ตอบออกมาก่อน “เป็เพราะถูกพิษเ้าค่ะ”
อู๋ิไม่ได้พูดต่อ แล้วตรวจสอบดวงตาของจี๋โม่หานอย่างละเอียดรอบหนึ่ง สภาพของดวงตาปกติมาก ตาขาวตรงหางตามีจุดสีดำเล็กๆ กระจายอยู่ อ่อนมาก หากไม่มองอย่างละเอียดก็คงมองไม่ออก
อู๋ิถึงได้มองไปทางซูิเยว่ “เป็พิษจริงๆ ด้วย เ้าตรวจดูแล้วหรือ?”
ซูิเยว่ตอบตามความจริง “เ้าค่ะ”
ใบหน้าของอู๋ิมีแววชื่นชมเล็กน้อย “ไม่เลวเลย พิษนี้พบได้ยากมาก เ้าก็ยังรู้จักมัน ในโลกในนี้คาดว่ามีไม่กี่คนที่รู้จักพิษนี้
ถูกพิษนี้มาหลายสิบปี ปกติพิษจะเข้าไปในเส้นเืนานแล้ว อีกทั้งพิษนี้จะทำให้ตาขาวทั้งหมดเปลี่ยนเป็ตาดำ ตอนนี้พิษกลับถูกกำจัดไปได้พอสมควรแล้ว สถานการณ์ที่พิษจะเข้าสู่เส้นเืจึงไม่ได้รุนแรง”
