“เหตุใดเ้าถึงเอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังวิหคเพลิงิญญา? รีบสังหารเขาซะ!”
ถังเหล่ยกล่าวด้วยความร้อนใจ เขาไม่สามารถทนดูการต่อสู้ระหว่างทั้งสองได้อีกแล้ว เพราะเมื่อตี้เชียนเสวี่ยพยายามถอยห่าง ชายร่างอ้วนก็พยายามเข้าประชิดตัวนาง สิ่งนี้ทำให้การต่อสู้ของทั้งคู่ยืดเยื้อ
คำกล่าวของถังเหล่ยทำให้ชายร่างอ้วนประหลาดใจ จากนั้นเขาก็มองไปยังถังเหล่ยที่ยืนอยู่ด้านข้าง สิ่งที่ทำให้เขาต้องตกตะลึงก็คือร่างไร้ิญญาที่กองอยู่แทบเท้าของถังเหล่ย
ท่าทางของชายร่างอ้วนเปลี่ยนไปทันที การที่เขาใจจดใจจ่ออยู่กับตี้เชียนเสวี่ยทำให้เขาไม่รู้ว่าสหายของเขาถูกสังหารไปหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นท่าทีของอีกฝ่ายยังสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากประสบการณ์ที่เขาอาศัยอยูู่เาจู่หุนมานาน เขารู้ดีว่าโอกาสรอดเพียงทางเดียวของเขาก็คือการจับตัวตี้เชียนเสวี่ยเป็ตัวประกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งชายร่างอ้วนจึงรวบรวมพลังทั้งหมด หวังที่จะจับตี้เชียนเสวี่ยเป็ตัวประกัน
ทันทีที่ตี้เชียนเสวี่ยเห็นเขากำลังวิ่งเข้ามา วิหคเพลิงิญญาที่อยู่ด้านหลังของนางก็กระพือปีกปล่อยเปลวเพลิงออกมาราวกับลูกเกาทัณฑ์หลายสิบลูก แต่เขาก็ไม่ได้หลบหลีกการโจมตีของนางแต่อย่างใด เขาใช้แค่มือสองข้างปกป้องใบหน้าเท่านั้น
ตี้เชียนเสวี่ยรู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมากเมื่อเห็นท่าทีดุร้ายของเขา สิ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวนั้นคือความสิ้นหวังและร่างที่ไหม้เกรียมของอีกฝ่าย และด้วยความหวาดกลัวตี้เชียนเสวี่ยจึงตัดสินใจวิ่งหนี
ในขณะที่ตี้เชียนเสวี่ยกำลังวิ่งหนีชายคนนั้นก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่ชายร่างอ้วน ลมหายใจต่อมาร่างของเขาก็ล้มลงกับพื้น เืและอวัยวะภายในไหลออกมาจากหน้าท้อง เมื่อตี้เชียนเสวี่ยหันกลับไปมองนางก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที
“เ้าใช้พลังทั้งหมดเลยหรือ?” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวน้ำเสียงสั่นสะท้าน
จากนั้นนางจึงรีบวิ่งไปที่ด้านข้างถังเหล่ย และกวาดสายตาไปมองร่างที่ไร้ิญญาด้านหน้าอย่างตกตะลึง เพราะถังเหล่ยสังหารชายลึกลับสามคนภายในไม่กี่ลมหายใจ
“พวกเขาไม่สนอยู่แล้วว่าเ้าใช้พลังไปมากน้อยเพียงใด” ถังเหล่ยกล่าวด้วยความโกรธ
“ตอนที่ข้าสู้กับเ้าอ้วน ข้าไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดซะหน่อย ไม่อย่างนั้นเ้าอ้วนคงไม่มีชีวิตได้นานเช่นนี้!”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง แต่ถังเหล่ยก็ไม่ได้สนใจคำแก้ตัวของนาง
“เราต้องรีบออกเดินทาง เพราะที่ที่ปลอดภัยของูเาจู่หุนนั้นคือส่วนลึกของูเา”
ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา เขารู้ดีว่าสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือส่วนลึกของูเาจู่หุน จากนั้นเขาก็ถอดเอาแหวนมิติของชายร่างผอมสูง
ถังเหล่ยรู้ดีว่าสถานที่ที่พวกเขาอยู่อันตรายมากเพียงใด ดังนั้นเขาจึงอยากไปถึงส่วนลึกของูเาจู่หุนให้เร็วที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นสัตว์อสูรของพวกเขาก็ถูกสังหารไปแล้ว ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง แต่การเดินทางในครั้งนี้พวกเขาได้สวมชุดคลุมและปกปิดใบหน้าเอาไว้
อีกด้านหนึ่งชายลึกลับที่หลบหนีไปได้กำลังวิ่งเข้าไปภายในวังที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในวังแห่งนี้มีชายฉกรรจ์มากกว่าสิบคน
“ศิษย์พี่ สหายของเราถูกชายแปลกหน้าสังหาร!” ชายลึกลับกล่าวเสียงดังทันทีเมื่อเข้าไปภายในวัง
“ว่าอย่างไรนะ? มันไม่รู้หรือว่าอาณาเขตหลิวจู้คืออาณาเขตของข้า มันคือใคร?”
ทันใดนั้นภายในวังที่ทรุดโทรมและมืดมิดก็มีเสียงคำรามดังขึ้น
“ชายแปลกหน้าคู่นั้นจะต้องมาจากจักรวรรดิซือฉีอย่างแน่นอน!” ชายลึกลับที่หนีไปได้กล่าวด้วยความหวาดกลัว
บริเวณที่ถังเหล่ยลงมือสังหารกลุ่มชายลึกลับนั้นคืออาณาเขตที่ผู้คนบนูเาจู่หุนเรียกว่าเขตหลิวจู้ ซึ่งปกครองด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้
“หนีมาจากจักรวรรดิซือฉีอย่างนั้นหรือ? ตามล่าตัวมันแล้วสังหารทิ้งซะ ไม่เช่นนั้นผู้อื่นจะหัวเราะเยาะเราได้!”
ทุกครั้งที่เสียงคำรามของผู้นำกลุ่มชายฉกรรจ์ดังขึ้นวังที่ทรุดโทรมแห่งนี้ก็จะสั่นะเืไปด้วย จากนั้นชายลึกลับที่หนีไปได้ก็นำกลุ่มผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์หลายสิบคนไปยังที่เกิดเหตุ
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยได้เดินทางเข้าใกลู้เาจู่หุนมากแล้ว แต่เมื่อพวกเขากวาดสายตาไปด้านหน้าก็มีเพียงเมฆสีดำที่หนาแน่นเท่านั้น
ทั้งสองไม่สามารถมองเห็นูเาจู่หุนในตำนานได้!
หลังจากที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยเข้าไปยังเขตของูเาจู่หุน พวกเขาก็ได้พบเจอกับผู้คนที่สัญจรไปมา แต่พวกเขาเ่าั้กลับสวมชุดคลุมราวกับภูตผี
ในขณะที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยกำลังเดินมุ่งหน้าเข้าไปในูเาจู่หุนนั้น มีผู้คนที่สัญจรไปมาอยู่บ้าง แต่พวกเขากลับไม่แม้แต่จะชายตามองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ย เพราะเขารู้ดีว่าทุกคนที่มุ่งหน้าไปยังูเาแห่งนี้ล้วนมีเหตุผลส่วนตัว
“ข้ารู้สึกว่าผู้คนที่นี่ทำตัวแปลกๆ!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวด้วยความประหลาดใจ ขณะเดินตามถังเหล่ย
“ไม่ต้องถาม เดินตามข้าอย่างเดียว!” ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด!
ทันใดนั้นถังเหล่ยก็ได้ยินเสียงความโกลาหลจากทางด้านหลัง เขาจึงหันกลับไปมอง ด้วยสายตาอันแหลมคมของเขาทำให้เขาเห็นร่างของชายลึกลับที่เขาปล่อยให้รอดชีวิตเดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มของชายฉกรรจ์
“ไม่น่าปล่อยไปเลย!”
ถังเหล่ยพึมพำด้วยความคับแค้นใจ เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ปล่อยให้ชายลึกลับผู้นั้นมีชีวิตรอดกลับไป ในเวลานี้อีกฝ่ายได้นำกำลังเสริมมาไล่ล่าเขาแล้ว เขารู้ดีว่าหากเขาลงมือที่นี่จะต้องเกิดเื่ที่ไม่คาดคิดขึ้นแน่
เพราะถังเหล่ยคาดเดาว่าจะต้องมีคนจากจักรวรรดิซือฉีที่ถูกส่งมาโดยตี้เลี่ยแฝงตัวอยู่ในูเาจู่หุนอย่างแน่นอน ดังนั้นการเปิดเผยตัวตนจึงเป็ทางเลือกสุดท้ายของเขา
แม้ว่าถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยจะสวมเสื้อคลุมปกปิดใบหน้าอยู่ แต่ถ้าหากเขาปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใกล้มากเกินไปการหนีนั้นจะทำได้ยาก อีกอย่างเพื่อเป็การไม่ประมาทคู่ต่อสู้
“วิ่ง!” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเร่งรีบและคว้ามือของตี้เชียนเสวี่ยออกวิ่งทันที
“อยู่นั่น!”
ในขณะที่ชายลึกลับผู้หนึ่งกำลังกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อหาเป้าหมายอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสองร่างกำลังวิ่งอยู่ด้านหน้า เขารับรู้ได้ทันทีว่านั้นคือเป้าหมายที่พวกเขากำลังตามหา!
เมื่อมีคนไล่ล่ามากกว่าสิบคนความเร็วของตี้เชียนเสวี่ยก็เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในขณะที่เกิดการไล่ล่ามีผู้ฝึกตนบางส่วนต่างพากันสนใจ แต่ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่เลือกที่จะเพิกเฉย เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าเป็เื่ปกติของูเาจู่หุน
ตราบใดที่ไม่ได้เกิดกับตัวพวกเขาเอง พวกเขาเ่าั้จะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยกำลังวิ่งอยู่นั้น แสงไฟริบหรี่ภายใต้ความมืดมิดก็ได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าของพวกเขา ยิ่งพวกเขาวิ่งเข้าใกลู้เาจู่หุนมากเพียงใดแสงสว่างด้านหน้าก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากที่ทั้งสองวิ่งเข้าใกล้แสงสว่างนั้นพอสมควรแล้ว ความสว่างก็เผยให้เห็นปราสาทอันเก่าแก่และซากปรักหักพังมากมาย แม้ว่าจะเป็เพียงพื้นที่ที่เก่าแก่และทรุดโทรมแต่ก็ยังมองออกว่ามีผู้คนอาศัยอยู่
เมื่อถังเหล่ยตระหนักได้ถึงสิ่งนี้ เขาก็ได้เพิ่มความเร็วขึ้นอีกเท่าตัว
สิ่งที่ทำให้ถังเหล่ยรู้ว่าูเาจู่หุนแห่งนี้ยังไม่ถูกทิ้งร้างก็เพราะเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนอยู่ เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขามาทีู่เาแห่งนี้เขาก็ได้พบกับเปลวเพลิงนี้เช่นกัน
บนยอดเขามีอักขระขนาดใหญ่สลักว่า ‘ูเาจู่หุน’
……
