“ว่าไง พี่หยุนใช่ไหมครับ สิบปีแล้วนะ คิดไม่ถึงว่ายังจะกล้าโทรหาผมอีก!”
เฉินเฟิงพูดเสียงเย็นผ่านโทรศัพท์
คนนี้ชื่อสวี่หยุนเป็ผู้จัดการดาราขาทองของค่ายซือน่า เมื่อสิบกว่าปีก่อนเฉินเฟิงก็ได้เธอนี่แหละเป็ผู้จัดการไว้คอยดูแลเื่ต่างๆ
แต่เธอแทบไม่เคยช่วยเหลืออะไรเขาเลย ทั้งการอัดเพลงและออกอัลบั้มเฉินเฟิงจัดการเองทั้งหมด แต่เธอกลับเอาค่าคอมมิชชั่นไปเฉยๆ นี่มันเป็เื่ที่น่าโมโหที่สุด!
ปัจจุบันเธอเป็ผู้จัดการให้ดาราดังในวงการเพลงหลายคน แต่่ปีหลังๆ เธอรับผิดชอบดูแลแค่าา์หลินอ้ายเหวินเพียงคนเดียว
“เฉินเฟิง ประกาศบนเวยป๋อของเธอหมายความว่ายังไง? อยากโดนซือน่าปิดตายเหรอ?
เป็ใบ้มาสิบกว่าปี พอพูดได้นิดหน่อยก็ดันพูดแต่คำหยาบคายน่ารังเกียจ
อยู่เฉยๆ รอให้สัญญาหมดอายุอีกสามวันกลายเป็คนธรรมดาไปไม่ดีกว่าเหรอ?
ตอนนี้เธอเป็คนบีบให้พวกเราฉีกสัญญาก่อนเวลาสามวันเองนะ ยกเลิกถาวรไม่ต่อสัญญา ปิดตายเธอไปเลย
ถ้ายังพอมีสมองอยู่บ้างก็ไปดูบัญชีเวยป๋อของซือน่ามิวสิคกรุ๊ปสิ!”
เสียงะโโหวกเหวกดังระงมออกมาจากปลายสาย
เฉินเฟิงฟังจบก็ตัดสายทิ้งทันทีไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขารีบเข้าเวยป๋อผ่านมือถือ ค้นหาโพสต์การตอบกลับของบัญชีทางการซือน่าที่แท็กชื่อเขา
[สวัสดีทุกท่าน กระผมหวังเปิ่น ประธานกรรมการบริหารของซือน่ามิวสิคกรุ๊ป
เฉินเฟิงเป็บุคคลอันตรายฉวยโอกาสใช้สิทธิ์์คนพิการ!
เช้าวันนี้ เฉินเฟิงบุกเข้ามาในออฟฟิศของผม บังคับให้ผมเอาเงินสามสิบล้านให้ไอ้ใบ้ที่เงียบหายไปสิบปี จัดคอนเสิร์ตที่สนามรังนกสำหรับคนแสนคน
โดยใช้ช่องโหว่สัญญาที่ยังเหลือเวลาอีกสามวัน ผมในฐานะหัวหน้า พยายามเกลี้ยกล่อมเขาด้วยความหวังดี บอกเขาว่าอย่าเพ้อฝัน ไม่ยอมให้เงินสามสิบล้านแก่เขา
ไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้ทักษะที่ได้จากการเป็สตันท์แมนก่อนเดบิวต์ ทำลายโต๊ะทำงานที่ผมนำเข้าจากต่างประเทศจนแตก และยังกรีดสูทสั่งตัดของผมจนขาด สร้างแผลฉกรรจ์ตรงแขนขวาของผม!
ด้วยความหวาดกลัว ผมไม่มีทางเลือกจึงต้องประกาศระดมทุนสามสิบล้านให้ไอ้ใบ้เสียงเพี้ยงเพื่อจัดคอนเสิร์ตในนามบริษัท
ผมขอประกาศ ณ ตรงนี้ว่าสัญญาของเฉินเฟิงกับซือน่ากรุ๊ปสิ้นสุดลงอย่างเป็ทางการั้แ่วันนี้ เป็การถาวร
ผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทเพลงแบนเขาออกจากวงการและทำการจับกุมเขาซะ]
ในช่องแสดงความคิดเห็นมีบรรดาศิลปินมากมายในสังกัดซือน่ากรุ๊ป ต่างเข้าแถวเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบ คอมเมนต์ประจบประแจงหวังเปิ่นกันยาวเป็หางว่าว พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์เฉินเฟิงไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
เว๋ยปอ: ‘ความสามารถของเฉินเฟิงก็ไม่ได้ดีเด่อะไรมากมาย ได้ยินมาว่าทำนองกับเนื้อร้องของเขาหลายเพลงลอกเลียนแบบคนอื่นมา’
อวี่เชิ่น: ‘อีกสองเดือนข้างหน้า ผมจะจัดคอนเสิร์ตทัวร์สิบรอบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมไม่หวังให้มีคนดูถึงแสนคน แค่ห้าหมื่นคนก็พอแล้ว เหล่าราชินีของผมอย่าลืมเอาร่มมาด้วยนะครับ!’
...
นักร้องชั้นสิบแปดคนหนึ่ง: ‘สนับสนุนคุณหวัง ขอร้องมอบงานให้ผมเถอะครับ ผมเพิ่งออกเพลงใหม่ ช่วยมาลองฟังกันบ้าง!’
เน็ตไอดอลคนหนึ่ง: ‘ไอ้ใบ้จะเปิดคอนเสิร์ตที่นั่งแสนคนในสนามรังนก มันนึกว่ามีชื่อเสียงขนาดนั้นเลย? คนไปดูมันอย่างมากก็ไม่เกินร้อยคนหรอก คงได้ขาดทุนอีกหลายสิบล้านอะ!’
หัวหน้ากัปตันนักรบคีย์บอร์ดแห่งลุ่มแม่น้ำซือน่า: ‘ไอ้ใบ้เอ๊ย เป็ใบ้อยู่เงียบๆ อย่างคนเป็ใบ้ไปสิวะ ดันคิดจะเปิดคอนเสิร์ตหลอกกินเงินคนดูเนี่ยนะ ทุกคนเอาสามสิบล้านให้ผมดีกว่าครับ ผมก็เปิดคอนเสิร์ตได้เหมือนกัน!’
...
เมื่อเฉินเฟิงอ่านข้อความตอบกลับพร้อมรูปภาพและหลักฐานของหวังเปิ่น ประกอบกับเห็นข้อความคอมเมนต์จากบรรดาคนดังเ่าั้ เขาก็โกรธจนแทบะเิ
เขาประเมินความหน้าด้านของพวกทาสนายทุนพวกนี้ต่ำไปจริงๆ!
เฉินเฟิงเดินออกจากห้องอัดเสียง ไปที่สระน้ำตกจำลองขนาดเล็กในสวนของวิลลาด้วยความโมโห
เขาชกูเาจำลองที่อยู่ห่างออกไปสามเมตรจนน้ำในสระจำลองะเิกระเซ็น
ูเาจำลองแข็งๆ ยังพังยับเป็ผงละเอียดด้วยพลังมหาศาล
เมื่อได้ระบายความโกรธ เฉินเฟิงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เขาจึงหยิบกล้องบันทึกภาพขนาดจิ๋วออกมาจากกระดุมเสื้อสูท
หลังจากทำอะไรบางอย่างบนคอมพิวเตอร์เสร็จ เฉินเฟิงอัปโหลดไฟล์วิดีโอและเสียงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในออฟฟิศลงบนเว็บเวยป๋อและโต่วอิ่ง [1] ทันที
เฉินเฟิงยังเขียนข้อความตอบกลับอย่างเป็ระเบียบดังนี้
[วิดีโอและเสียงนี้ไม่มีการตัดต่อใดๆ ทั้งนั้น เป็หลักฐานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โปรดอย่าใช้รูปภาพเพียงไม่กี่ภาพตัดสินความถูกผิดอย่างผิวเผินสิครับประธานหวัง
สิบห้าปีก่อน ในฐานะนักแสดงสตันท์แมน ผมได้เข้าร่วมการประกวดร้องเพลง ‘นักร้องเสียงใส’ ที่จัดโดยตี้อวี๋มีเดียและคว้าแชมป์มาครอง
ตี้อวี๋มีเดียรีบทำการเซ็นสัญญากับนักร้องที่ได้อันดับสองถึงสิบ แต่ผมในฐานะแชมป์ ผมเลือกเสี่ยงต่อการสร้างความไม่พอใจให้กับตี้อวี๋มีเดียและเลือกเซ็นสัญญากับซือน่ามิวสิคกรุ๊ป
ไม่ใช่เพราะผมไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แต่เพราะผมมีสายใยความผูกพันพิเศษบางอย่างกับซือน่า
น่าเสียดายที่การกระทำของซือน่าใน่ห้าปีหลังจากเซ็นสัญญาทำให้ผมผิดหวังเป็อย่างมาก
ใน่สามปีแรก ผมแต่งเพลง แต่งทำนอง เรียบเรียง และร้องเพลงเองทั้งหมด และออกอัลบั้มเพลงจำนวนหกชุดด้วยกัน แต่ละชุดมียอดขายมากกว่าหนึ่งล้านแผ่น
แต่ทางซือน่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือผมแต่อย่างใด กลับกัน ผู้จัดการและบริษัทต่างขูดเืขูดเนื้อผมเพื่อทำเงิน
ในขณะที่ผมเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ระหว่างงานเลี้ยงสังสรรค์ ผมดื่มน้ำมะนาวที่คนรู้จักยื่นให้
หลังจากนั้น... ผมก็ต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อผมตื่นขึ้นมา เสียงของผมก็หายไป เส้นเสียงหดตัวลง ผม าานักร้องรุ่นเยาว์จึงกลายเป็ใบ้!
ถึงอย่างนั้น บริษัทแล้งน้ำใจซือน่าก็ยังไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผมแม้แต่น้อย ไม่ได้ช่วยผมตามหาตัวผู้ร้ายที่วางยาพิษผม
พวกเขาย้ายตัวผมไปที่บริษัทภาพยนตร์ในเครือทันที หวังให้ผมใช้ชื่อเสียงของาาเพลงหน้าใหม่เพื่อเข้าสู่วงการภาพยนตร์
จากนั้น ใน่สองปีหลัง ผมเขียนบทและแสดงเองทั้งในละครโทรทัศน์และหน้าจอภาพยนตร์ ซึ่งทำให้ผมได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากทั้งสองเวที
แต่ความโลภของพวกปรสิตดูดเืพวกนี้ไม่มีสิ้นสุด ซือน่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทบันเทิงหลายแห่งที่มีธุรกิจสีเทา
พวกเขาบังคับให้ผมรับเล่นหนังขยะๆ ห้าเื่ที่สร้างขึ้นเพื่อฟอกเงิน ผมทำใจไม่ได้จึงปฏิเสธไป
ซือน่าจึงดองงานผมเป็เวลาสิบปี จนกระทั่งเช้าวันนี้ ก่อนที่สัญญาของผมจะหมดอายุลงอีกสามวัน ผมไปหาหวังเปิ่นด้วยตัวเองและขอให้เขาจัดคอนเสิร์ตให้ผม แต่เขาพูดจาดูถูกและปฏิเสธผม
จะแบนผมเหรอ? น่าขำจริงๆ
อย่าคิดว่าสิบปีที่ผมถูกดองงานนั้น ผมตกต่ำถึงขั้นต้องไปเก็บขยะหรือขอทาน
ในสถานที่ที่พวกคุณไม่รู้ ผมกำลังทำเื่ใหญ่ๆ ที่น่าตกตะลึงในวงการบันเทิง
เพียงแต่ตอนนี้ ด้วยเหตุผลบางประการ ผมยังไม่สามารถพูดถึงประสบการณ์ของผมใน่สิบปีที่ผ่านมาได้
เมื่อคอนเสิร์ตของผมในอีกสองเดือนข้างหน้าจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ซือน่ามิวสิคกรุ๊ป จะตกอยู่ในกำมือของผม และหวังเปิ่น คุณจะถูกผมเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า!
ถ้าถามว่าใครเป็คนมอบความกล้าให้ผม เขาก็คือจิ้งหรู [2]! แล้วใครเป็คนบอกให้ผมพูด คนนั้นก็คือจาจาฮุย [3]!]
ข้อความของเฉินเฟิงเป็การเล่าประสบการณ์สิบห้าปีของเขาให้กับผู้ชมทั้งเก่าและใหม่ฟังอย่างเรียบง่าย ในขณะเดียวกันก็แสดงหลักฐานวิดีโอที่บันทึกไว้ และปิดท้ายด้วยการแซวแบบขำๆ
หลังจากโพสต์ข้อความตอบโต้ซือน่าบนเวยป๋อเสร็จ เฉินเฟิงทำการยิงเบอร์หาจิ้วล่างเฉาประธานกรรมการบริหารของจิ้วล่างกรุ๊ปและเวยป๋อทันที
"ผู้เฒ่าเฉา ไม่ใช่ว่าคุณกำลังจะขายหุ้นเพื่อเอาเงินสดก้อนใหญ่เหรอครับ?
พอดีเลย ผมพอมีเงินสดพันล้านอยู่กับตัว เอาแบบนี้ไหมครับ แบ่งซื้อหุ้นของซือน่ากับเวยป๋อจากคุณบริษัทละห้าร้อยล้านดีไหม"
เมื่อได้ยินดังนั้นจิ้วล่างเฉาที่อยู่ปลายสายก็มองดูชื่อที่บันทึกไว้บนโทรศัพท์ของเขา ‘สองหม่า ปรมาจารย์ขวงเฟิง’ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็ตื่นเต้นในบัดดล
"อาจารย์เฉิน คุณเก็บสองส่วนไว้กับตัวเองก็ได้มั้งครับ?
เอาให้ผมแปดส่วนก็เพียงพอแล้ว ผมจะให้หุ้นมูลค่าพันล้านแก่คุณเท่าเดิม
แต่คุณต้องรับผมเป็ลูกศิษย์นะครับ ผมอยากเรียนรู้มวยปาจี๋จากคุณ
ผมพยายามกราบไหว้คุณเพื่อเป็ศิษย์มาสี่ปีแล้ว คุณไม่ยอมรับผมสักที หรือเป็เพราะคุณดูถูกธุรกิจจิ้วล่างกรุ๊ปกับเวยป๋อของผมหรือเปล่าครับ?
ค่าครูสองร้อยล้าน ท่านอาจารย์อย่ารังเกียจผมเลยนะ"
เมื่อเฉินเฟิงฟังคำพูดของจิ้วล่างเฉาจบ เขาก็ถอนหายใจเบาๆ พลางพูดกับเขาว่า
"เอาเถอะ เห็นแก่ความจริงใจของคุณ ผมจะรับคุณเป็ศิษย์คนที่สามอย่างเป็ทางการ และถ่ายทอดมวยปาจี๋ให้คุณ
หลังจากนี้ แจ็คหม่าผู้รับวิชามวยไท่จี๋ ชิวเอ๋อหม่าผู้รับวิชามวยซิงอี้ สองหม่านี้จะเป็พี่ใหญ่และพี่รองของคุณ
อีกอย่าง จำไว้ว่าหลังจากนี้ คุณต้องช่วยอาจารย์คนนี้ทำธุระอย่างหนึ่ง ปิดกั้นบัญชีเวยป๋ออย่างเป็ทางการของซือน่ามิวสิคกรุ๊ปซะ
ให้เหตุผลว่าจากการร้องเรียนของประชาชนเมื่อสิบปีก่อน ซือน่ากรุ๊ปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมการฟอกเงินผ่านภาพยนตร์ห้าเื่ที่ใช้โดยแก๊งมาเฟียฮ่องกง
อย่าลืม @สถานีตำรวจเมืองหลวงเขตเจาหยาง บอกให้พวกเขาตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วย
เื่แบบนี้ ก่อนหน้านี้แค่หลับตาข้างหนึ่งก็จบแล้ว จริงๆ แล้วทั้งคุณกับผมต่างก็รู้กันดี ถ้าตรวจสอบอย่างจริงจังยังไงก็พบหลักฐาน"
เมื่อจิ้วล่างเฉาได้ยินดังนั้น เขาพลันตกอยู่ในความสับสน
"อาจารย์ หรือว่าคุณคือ..."
เฉินเฟิงตัดบทด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
"ขวงเฉิงเป็ชื่อเล่นในวงการศิลปะการป้องกันตัว ผมไม่ได้แซ่ขวง ชื่อของผมมีตัวอักษร '風(เฉิน)' อยู่ด้วย"
หลังจากนั้น ไม่ต้องให้เฉินเฟิงอธิบายอะไรอีก เมื่อนึกถึงาการประชาสัมพันธ์บนเวยป๋อที่เพิ่งเกิดขึ้น จิ้วล่างเฉาก็เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของปรมาจารย์ขวงเฟิงในไม่ช้า
คำตอบนั้นชัดเจน
หลังจากวางสายโทรศัพท์ จิ้วล่างเฉานั่งพิงเก้าอี้ประธาน บรรยากาศทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวเล็กน้อย จากนั้นจึงสั่งเลขาหน้าสวย
"สั่งการไปยังทุกคน ในอีกสิบนาทีให้ปิดกั้นบัญชีเวยป๋อทางการของซือน่ามิวสิคกรุ๊ป..."
ในเวลาเดียวกัน บนเวยป๋อและโต่วอิ่ง หลังจากที่เฉินเฟิงเพิ่งโพสต์วิดีโอที่มีทั้งภาพและเสียงโดยไม่มีการตัดต่อใดๆ เพื่อตอบโต้คำประกาศแบนยาวเหยียดของบัญชีซือน่าบนเวยป๋อ
การสนทนาทั้งหมดบนเวยป๋อแทบจะเรียกได้ว่าหยุดชะงัก ผู้ใช้จำนวนมากที่ปกติแล้วไม่ค่อยแสดงตัว ต่างแบ่งเป็สองฝ่ายพากันออกมาด่าเสียเทเสียใส่กันโต้ตอบกันไปมา
กองพลทหารเรือจากฝั่งซือน่า
’สนับสนุนซือน่า! เฉินเฟิงเป็คนร้ายทำร้ายร่างกาย ควรควบคุมตัวเขาไว้!’
’ต่อให้ควบคุมตัวไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ กลายเป็ว่าหนังเื่าานักพนันเป็เื่จริง มีคนใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์ทำร้ายคนอื่นได้จริงๆ!’
’ไอ้นี่มันหน้าด้านจริงๆ ขนาดพ่อหม่ายังไม่เคยทำอะไรแบบนี้!’
...
ทางด้านกองทัพแฟนคลับตัวยง
’วัยหนุ่มสาวของข้าวนกลับมาแล้ว! เห็นเพื่อนในวงแชร์มา เป็เฉินเฟิงที่เงียบหายไปสิบปีจริงๆ ด้วย เขาถูกวางยาจนพูดไม่ได้ แถมยังถูกค่ายเพลงแบนอีกต่างหาก! ขอสนับสนุนหนึ่งพันหยวนในการระดมทุน!’
’นึกถึงสมัยวัยรุ่นเลย! ตอนนั้นผมยังเป็แค่นักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่เลย ไม่มีเงินซื้อแผ่นเสียงลิขสิทธิ์ของเขาด้วยซ้ำ ตอนนี้มีการมีงานทำแล้ว ผมจะซื้อตั๋วเป็การทดแทนสมัยนั้นที่ไม่เคยได้สนับสนุน! สนับสนุนหนึ่งหมื่นหยวนในการระดมทุน!’
’เฉินเฟิงยังหล่อเท่มีสไตล์เหมือนเดิมเลย ต่อให้เขาถูกวางยาจนเสียงกลายเป็เสียงแหลมเหมือนผู้หญิง แต่ในฐานะประธานสมาคมแฟนคลับ ฉันต้องสนับสนุนเขา! เอาไปเลยแสนหยวน!’
’เฉินเฟิงไม่ต้องทนทำงานเหนื่อยขนาดนี้แล้วก็ได้ เรียกฉันอาอี๊สิ ฉันจะเลี้ยงดูเธอเอง!’
...
เฉินเฟิงอ่านเวยป๋อเป็เวลานานกว่าสิบนาที หลังจากเห็นาการปะทะกันระหว่างสองฝั่ง เขาทั้งรู้สึกโกรธและตื้นตันใจ เขารอจนกระทั่งมีประกาศอย่างเป็ทางการจากทางเวยป๋อ...
เชิงอรรถ
[1] โต่วอิ่ง ติ๊กต๊อกของทางฝั่งจีน
[2] จิ้งหรู เป็ชื่อจีนของนักร้องหญิงชาวไต้หวัน ชื่อจริงคือ เอล่า เฉิน
[3] จาจาฮุย เป็ชื่อเล่นของ เฉินเหว่ยถิง ดารานักแสดงชายชาวฮ่องกง
