“จากสถานการณ์ในตอนนี้ เป็เช่นนั้นแน่เพคะ” เหม่ยจีพยักหน้า “เมื่อครู่เหม่ยจีไม่ได้พูดไปแล้วหรือเพคะ ชุ่ยเอ๋อร์ผู้นั้นน่าจะเป็ปัญหา องค์รัชทายาทจักต้องระวังสตรีนางนี้ไว้ให้ดี”
โอวหยางเทียนหัวอืมไปเสียงหนึ่ง “เ้าวางใจเถอะ ในเมื่อเ้าพูดเพียงนี้แล้ว แน่นอนว่าเปิ่นไท่จื่อจักต้องให้คนระวังไว้ ตัวเ้าเองก็ต้องระวัง อย่าให้ตกเป็เป้าได้เช่นกัน”
เหม่ยจีกอดเอวเขาไว้ พึมพำเสียงเบา “เพื่อองค์รัชทายาท เหม่ยจีจักต้องดูแลตัวเองเป็อย่างดี เพราะั้แ่วันนั้นที่ได้รู้จักกับพระองค์ เหม่ยจีก็ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอย่างไรจักต้องวางแผนชิงแผ่นดินนี้มาให้องค์รัชทายาทโดยไม่เสียดายสิ่งใดทั้งสิ้น”
โอวหยางเทียนหัวยื่นมือออกไปเชยคางนาง “วางใจเถิด หากวันนั้นมาถึงจริงๆ เ้าก็คือกุ้ยเฟยของเปิ่นไท่จื่อ ดังนั้น นอกจากเปิ่นไท่จื่อแล้วย่อมไม่มีใครหน้าไหนกล้ารังแกเ้า”
เหม่ยจีจากไปโดยใช้อุโมงค์ลับ และรอกระทั่งนางจากไปแล้ว โอวหยางเทียนหัวก็เงียบขรึมลง ในใจคิด โอวหยางจวินเหยียน จวนเจิ้งอ๋อง ชุ่ยเอ๋อร์ หลงฉิน ไม่นานใบหน้าเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเ็า “น้องรอง พี่เองก็อยากจะดูหน่อยว่า เ้าจะทำอันใด”
เขาเดินออกจากห้องหนังสือ ทว่า ขณะที่กำลังจะออกไปก็บังเอิญได้ยินชื่อของหยวนอวี่โดยไม่ได้ตั้งใจ สาวใช้พูดว่ายามนี้ร่างกายนางฟื้นฟูได้เป็อย่างดีแล้ว ทั้งยังบอกอีกด้วยว่าคนจากจวนหนิงชินอ๋องมีวิชาแพทย์สูงส่ง แต่ หยวนอวี่หรือ? ตัวเขาเองก็ไม่ได้ลอบไปเจอนางอย่างลับๆ มาหลายปีแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เทียนหัวก็แอบไปยังห้องพักที่หยวนอวี่กำลังพำนักอยู่อย่างเงียบเชียบ
ถึงแม้หยวนอวี่จะผ่าคลอด แต่เพราะนี่เป็การคลอดลูกคนที่สามแล้ว น้ำนมจึงมาเร็วมาก เว้นทุกหนึ่งชั่วยามก็จะเริ่มบีบคัดจนนางเจ็บ ทว่า ในยามหลับใหล นางไม่อยากจะป้อนนมลูกเองจึงให้สาวใช้ช่วยบีบน้ำนมออกมา ดังนั้น ในค่ำคืนนี้นางไม่รู้ว่า ยามที่เลิกอาภรณ์ขึ้นจนปรากฏส่วนอ่อนนุ่มทั้งสองนั้น ด้านนอกหน้าต่างมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งกว่านั้น เพราะคลอดลูกแล้ว ส่วนอ่อนนุ่มนั้นของนางก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ทำให้คนมองอดไม่ได้ให้อยากลองลิ้มสักหน่อย
รอจนสาวใช้ช่วยนางบีบน้ำนมจนเสร็จแล้ว นางก็โบกมือและพูดว่า “ออกไปเถอะ ดูไว้หน่อย อย่าให้ใครมารบกวนยามข้าพักผ่อน” น่าตายนัก นังชั้นต่ำอวิ๋นซีนั่นกรีดท้องนางไปแผลหนึ่ง ตอนนี้จึงยังเจ็บอยู่
เมื่อนางเอนกายลงบนเตียงด้วยคิดอยากจะหลับกลับรู้สึกได้ว่า มีบางสิ่งกำลังดูดดุนส่วนอ่อนนุ่มของตน เดิมทีนางนึกว่าเป็สามีผิงหยางโหว จึงไม่ได้ลืมตา และทำเพียงพูดเสียงเ็า “ไสหัวไป”
ไม่รู้เพราะเหตุใด หากเป็เมื่อก่อน นางคงชอบให้ผิงหยางโหวััเช่นนี้มากถึงขนาดรู้สึกใจเต้นระส่ำ ทว่า นับแต่ที่คลอดลูกออกมา นางกลับรู้สึกราวกับทุกสิ่งเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน นางไม่ชอบให้สามีัันาง ทั้งยังอาจเข้าขั้นรังเกียจเลยด้วยซ้ำ
อีกทั้ง เมื่อได้มาพักอยู่ในจวนรัชทายาท ตัวนางเองก็ตระหนักได้ว่า คนที่นางรักมาโดยตลอด คือเ้านายแห่งจวนนี้ และมีแต่ฟ้าเท่านั้นที่รู้ว่าการพำนักอยู่ที่นี่เป็ความทรมานเพียงใดสำหรับนาง
เมื่อโอวหยางเทียนหัวได้ยินนางกล่าวว่าไสหัวไป สีหน้าก็ถึงกับเปลี่ยนไปในทันที เขาปล่อยนาง ถามเสียงขรึม “เ้ารังเกียจััของเปิ่นไท่จื่อเพียงนี้เลยหรือ” หากเขาจำไม่ผิดละก็ หลายปีก่อน เป็สตรีนางนี้ที่เชิญเขาไปยังเรือนพำนักนอกจวนหยวนจวิ้นอ๋อง จากนั้นก็เปลื้องผ้าตนจนหมดแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
ตอนนั้นสตรีนางนี้เพียง้าตำแหน่งชายารองของจวนรัชทายาท เดิมคิดว่าหากเขาสามารถได้รับการสนับสนุนจากจวนหยวนจวิ้นอ๋องได้ นี่ย่อมถือเป็เื่ที่ดีอย่างที่สุด อีกประการ คนก็แค่สตรีนางเดียว รับไว้เสียก็สิ้นเื่
ทว่า สิ่งหนึ่งที่คิดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่แอบไปมาหาสู่กับนางอยู่่หนึ่งอย่างลับๆ เขาก็บังเอิญทราบว่าฮองเฮาคิดอยากจะให้นางแต่งกับโอวหยางจวินเหยียนที่อยู่ห่างไกลถึงหานโจว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีความคิดจะให้นางไปยังหานโจว ยั่วยวนโอวหยางจวินเหยียน เพื่อสืบหาเื่ราวทั้งหมดของอีกฝ่าย
ด้วยเื่นี้ ขอแค่เล่นลูกไม้นิดหน่อยก็จะทำให้สำเร็จได้โดยง่าย แต่น่าเสียดาย สุดท้ายเป็เขาที่ประเมินสตรีนางนี้สูงเกินไป หลังจากที่นางไปหานโจว ไม่เพียงไม่ได้ข่าวคราวอะไรมา แต่คนกลับไปยั่วยวนชิวิเสียได้
การกระทำนี้นับว่านางสวมหมวกเขียวให้เขาแล้วกระมัง ดังนั้น เขาจึงแค้นสตรีนางนี้นัก แต่ชิวินั่นก็ดันเป็คนที่จะทำหน้าที่ปกป้องเขา ทั้งยังเป็เสนาบดีคนหนึ่ง ในสถานการณ์นี้ สิ่งเดียวที่เขาควรทำคืออดทนไว้ และทำเหมือนไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดกับสตรีนางนี้
ส่วนวันนี้ที่ได้ยินชื่อนาง ทำให้เขาอดใจไม่ไหวจนนึกอยากจะมาเจอสักครั้ง แต่เมื่อได้เห็นส่วนอ่อนนุ่มนั้นของนาง เขาก็ไม่อาจสงบใจได้อีก หากให้พูดตามจริง หยวนอวี่เป็สตรีที่งดงามมาก อีกทั้ง เอวกลมกลึงนั้นแม้จะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังหวนคิดถึง ร่างกายเขาร้อนรุ่มขึ้นมาทันที
หยวนอวี่มิคาดว่าคนที่ดึงเชือกรัดเอวนาง และจูบนางจะเป็ชายเพียงผู้เดียวที่คิดถึงอยู่ทุกเช้าค่ำหลังจากคลอดลูก ขอบตานางแดงก่ำ “องค์รัชทายาท”
คำว่า องค์รัชทายาท ที่นางเอ่ย เมื่อได้ฟังแล้วช่างเย้ายวนยิ่ง ทำให้โอวหยางเทียนหัวที่คิดมาตลอดว่าตนมีความอดทนสูงถึงกับทนไม่ไหวอีกต่อไป
ถึงกระนั้นเขาก็รู้ดีว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เพราะนอกจากเหตุผลเื่ร่างกายของนาง สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ เขารู้ว่าผิงหยางโหวชิวิรักใคร่ปกป้องนางราวกับแก้วตาดวงใจ หากคนยังเป็แค่หยวนอวี่เสี้ยนจู่คนเดิม เพียงเขารับเข้ามาในจวนก็นับว่าใช้ได้แล้ว
ทว่า ตอนนี้นางเป็ภรรยาของขุนนาง ตัวเขาย่อมไม่อาจทำการใดผิดทำนองคลองธรรมได้ เขานั่งอยู่ข้างเตียง พูดเสียงเบา “หยวนอวี่ ร่างกายเ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง”
เมื่อหยวนอวี่ได้ยินคำเรียกขานว่าหยวนอวี่ น้ำตาของสตรีก็ถึงกับร่วงเผาะ นางไม่แม้แต่จะสนใจว่าเสื้อผ้าของตนในยามนี้ไม่เรียบร้อยเพียงใดก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของโอวหยางเทียนหัวทันที “องค์รัชทายาท หลายปีมานี้อวี่เอ๋อร์คิดถึงท่านมาตลอด คิดถึงท่านเหลือเกิน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ั้แ่ที่อวี่เอ๋อร์ไปอยู่หานโจวก็เกิดรู้สึกประหลาด ทุกครั้งที่เข้าใกล้ชิวิ มักจะกระทำวู่วามอย่างที่ไม่อาจควบคุมตนได้ ถึงกระนั้นในใจของอวี่เอ๋อร์ก็ยังเฝ้าคิดถึงแต่ท่าน”
โอวหยางเทียนหัวได้ฟังเื่ราวแปลกๆ นี้ก็ขมวดคิ้ว “ที่เ้าพูดหมายความเช่นไร? ”
หยวนอวี่บอกเล่าความผิดปกติของร่างกายตนแก่อีกฝ่ายจนหมดเปลือก ทั้งยังบอกย้ำว่านางไม่ได้ตั้งใจให้เื่ราวระหว่างตนกับชิวิเป็เช่นนี้ เพียงแต่ความ้าที่เกิดขึ้นกลับยากจะทานทน เมื่อได้ล่วงรู้เื่ราวทั้งหมด โอวหยางเทียนหัวก็สีหน้าดำคล้ำ “เ้าต้องโดนกู่เป็แน่”
“กู่? ” หยวนอวี่ชะงักไปทั้งร่าง “แต่ข้าก็ระวังตัวอยู่ตลอดนะ ตอนที่อยู่ที่หานโจว แม้แต่อาหารก็ยังให้สาวใช้ใกล้ชิดเป็ผู้ตระเตรียมทั้งหมด”
โอวหยางเทียนหัวลูบจมูกนางเบาๆ พลางจดจ้องใบหน้างามคลับคล้ายกับว่าตนกำลังมองสตรีที่รักก็ไม่ปาน “เ้าช่างโง่นัก กู่นั้นจำเป็ต้องใส่ลงในอาหารเท่านั้นหรือ ตอนนั้นเ้าอยู่ในจวนหานอ๋อง หากพวกเขาคิดอยากจะลงมือเมื่อใด โอกาสก็ย่อมมีเต็มไปหมด”
หยวนอวี่เห็นการกระทำของเขาก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น ก่อนจะดิ้นรน หันกายไป “องค์รัชทายาท ออกไปเถิดเพคะ ตอนนี้หยวนอวี่หาใช่สตรีที่สะอาด ไม่คู่ควรกับพระองค์อีกแล้ว”
โอวหยางเทียนหัวคิดถึงหยวนอวี่ คิดถึงอำนาจของผิงหยางโหว อย่างไรเสีย สตรีนางนี้ก็ถือเป็จุดอ่อนของชิวิ หากเขาสามารถจับภรรยาของอีกฝ่ายมาไว้ในกำมือตนได้ หลังจากนี้ก็คงไม่จำเป็ต้องกังวลว่าชิวิจะมีใจออกห่างจากเขา
เขาออกแรงจับหลังศีรษะนาง จากนั้นจึงบรรจงจูบลงไป “สตรีโง่งมนี่ ตอนนั้นที่เกิดเื่ขึ้นกับเ้า ก็ล้วนเป็เพราะเปิ่นไท่จื่อทั้งสิ้น ดังนั้น เปิ่นไท่จื่อจะยังรังเกียจเ้าได้อย่างไร อีกประการ เ้าเป็ของข้า และในวันหน้าเ้าก็จักต้องเป็ของข้าเพียงผู้เดียว ต่อให้ตอนนี้เ้าจะติดตามผิงหยางโหว แล้วจะอย่างไร วันหน้าเมื่อเปิ่นไท่จื่อมีอำนาจ จักต้องมีหนทางทำให้เ้ามาอยู่ข้างกายเปิ่นไท่จื่อได้อย่างผ่าเผย”
